Favorite Skincare Part II

wavii

wavii

ดู Profile

สวัสดีค่ะ.. ^^

หลังจากรีวิว My Favorite Skincare Part I (<< จิ้มไปโพสต์แรกได้เลยค่ะ)
ไปเมื่ออาทิตย์ก่อน

วันนี้เลยจะมารีวิวต่อที่ Part 2 - Liquid (เซรั่มและอิมัลชั่น)
ตัวแรกที่ขอพูดถึงเลย คือ..
The Face Shop : The Signature Skin Conditioning Serum
ขวดนี้ก็ได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างมาอีกเหมือนกัน สอยมาพร้อมๆ กับตัวบน
บรรจุภัณฑ์ดี ขวดแก้ว สีชาขุ่นๆ ดูแพง มีหัวปั๊มและฝาผิด กดใช้งานง่าย กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ กำลังดี เนื้อเซรั่มเป็นสีขุ่นๆ 
ขนาด 80 ml. ขวดกำลังดี ไม่เล็ก ไม่ใหญ่ ใช้เช้า-เย็น ได้ประมาณ 4 เดือน

เนื้อเซรั่มไม่เหลวเป็นน้ำ เกลี่ยไปที่หน้าแล้วรู้สึกเหมือนมีอะไรเคลือบผิวดี
ไม่เหนียวเหนอะหนะ จะแห้งๆ กลืนกับผิวไปเลย

ตัวนี้ใช้แรกๆ ไม่ค่อยเห็นผลนะ เราใช้ไปซักพัก เกือบครึ่งขวด
ถึงจะรู้สึกได้ว่าผิวแข็งแรงขึ้น หน้านุ่ม เรียบเนียนขึ้น
สีผิวสม่ำเสมอ กระจ่างใสขึ้น สิวผดก็ไม่ค่อยมี

เซรั่มตัวนี้ตอบโจทย์เราในด้านของการทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น
แบบเห็นได้ชัดมากๆ ถ้าหยุดใช้ไป ผิวจะดูห่อเหี่ยว ล้าๆ 55+

สรุปคือ ต้องใช้ไปซักพักถึงจะเห็นผล อดทนรอนิดนึง ผลลัทธ์ที่ได้คือดีมาก
ราคาไม่ทำร้าย ใช้ต่อไปได้เรื่อยๆ ค่ะ
ตัวที่สองขอเป็น..
Innisfree : The Green Tea Seed Serum
บรรจุภัณฑ์เป็นขวดพลาสติกสีเขียว ไม่ทึบ มองเห็นผลิตภัณฑ์ด้านใน
เนื้อเซรั่มเป็นสีขุ่นๆ ข้นๆ ใสๆ แต่ค่อนไปทางใสมากกว่า
มีหัวปั๊มและฝาผิด กดใช้งานง่าย กลิ่นหอมอ่อนๆ คล้ายกลิ่นพันธ์ไม้เบาๆ ผ่อนคลายๆ

เห็นสาวๆ เคลมกันว่าดี ต้องลอง เลยทนเสียงลือเสียงเล่าอ้างเหล่านั้นไม่ไหว
สบโอกาสไปเกาหลีพอดี เลยหยิบมาทั้งชุด เหมือนจะเป็น limited ด้วยนะ
เพราะไซส์ขายปกติจะอยู่ที่ 80 ml. แต่ขวดที่เราได้มาคือ 160 ml. (ใช้กันไปยาวๆค่ะ)

พอได้ลองแล้วก็ต้องร้อง โอ้โห !!!!!! แรงๆ เลยแหละ
สัมผัสแรกตอนเกลี่ยเซรั่มลงไปบนผิวคือ รู้สึกผิวหน้าจะชุ่มๆ หน่อย เพราะเนื้อเซรั่มจะค่อนไปทางเหลว
ยิ่งเอาฝ่ามืออังหน้าไว้ ยิ่งรับรู้ได้ว่าเนื้อเซรั่มซึมเข้าผิว สัมผัสได้ถึงความอิ่มฟูของผิว
ปล.เมื่อก่อนเห็นเค้าชอบใช้คำว่า ผิวฟูขึ้น ก็งงว่ามันเป็นยังไง พอใช้ตัวนี้ครั้งแรกก็เข้าใจเลยค่ะ

เหมือนผิวพร้อมแก่การลงบำรุงขั้นต่อไปประมาณนั้นเลย
เซรั่มตัวนี้มีแอลกอฮอล์ด้วยนะ แต่น้อยมาก เราเคยแอบกลัวตอนก่อนจะสอยมา
แต่ด้วยผลลัพธ์ที่ออกมา เรามองข้ามแอลกอฮอล์ไปเลย

เซรั่มตัวนี้ตอบโจทย์เราในด้านของการให้ความชุ่มชื้น
ยิ่งทาตอนเช้าก่อนแต่งหน้าคือดีมาก เมคอัพติดผิวดี

สรุปคือ ใครกำลังลังเลอยู่ เราอยากให้ลองนะ ผลลัพธ์คุ้มราคามาก
ขวดนี้คือขวดที่สองของเราแล้ว ใช้เช้า-เย็น คือคุ้มค่าเวอร์จ้าาา
ตัวสุดท้าย.. ไม่หวีดร้องไม่ได้เลย สำหรับตัวนี้
Biotherm : Life Plankton Sensitive Emulsion
บรรจุภัณฑ์เป็นขวดแก้วใส มองเห็นผลิตภัณฑ์ด้านใน
เนื้ออิมัลชั่นมีสีขาวขุ่น
มีหัวปั๊มและฝาผิด กลิ่นคือแบบแอบแรงไปนิด ไม่รู้ว่าจะหอมหรืออะไรดี

ได้ลองตัวนี้เพราะใช้ essence ตระกูลแพลงตอนแล้วหลงรัก เลยอยากลองตัวอื่นๆ ดูบ้าง
หารีวิวไปเรื่อยๆ มีคนให้คะแนนตัวนี้ไว้ดีมาก ดีกว่าตัวอื่นๆ ในไลน์แพลงตอน เลยลองใช้ดู

ครั้งแรกที่ได้ลองทาลงบนผิวปุ้บ รู้สึกได้ถึงความเข้มข้นของเนื้ออิมัลชั่น
ปาดลงไปก็ยังไม่ซึมลงผิว เหมือนต้องนวดเบาๆ ใช้เวลานวดนิดๆ ถึงจะเห็นผล
เนื้ออิมัลชั่นจะเคลือบผิวแบบไม่แห้งหายไป แต่ยังมีความชุ่มชื่นเกาะติดผิวอยู่
ไม่หนักหน้า ไม่รู้สึกรำคาญ

ด้วยความที่เราผิวผสม ค่อนไปทางแห้ง จะใช้ตัวนี้ลงหลังจากเซรั่ม แล้วต่อด้วยครีม
ซึ่งจะสัมผัสได้ถึงความชุ่มชื้น ชุ่มฉ่ำที่เราชอบมากๆ ไม่เหนอะหนะเลย
ด้วยความที่เค้าอยู่ในตระกูลแพลงตอน ก็จะช่วยในเรื่องของการลดการอักเสบของผิว

อิมัลชั่นตัวนี้ตอบโจทย์เราในทุกด้าน ทุกด้านจริงๆ
รู้สึกได้เลยว่าผิวหน้าดีขึ้นทุกครั้งที่ส่องกระจก รูขุมขนเล็กลง (แต่ไม่มาก)
ยิ่งใช้ ผิวหน้ายิ่งดีขึ้น ผิวอิ่มฟู ดูมีน้ำมีนวล ผิวนุ่ม ชุ่มชื้น ดูสุขภาพดี
หมดแล้วค่าา สำหรับ Part II นี้นะคะ
รีวิวจริง เสียเงิยจริง ใช้เองจริง
ใช้เวลาทดลองกับตัวเองไม่ต่ำกว่า 1 เดือนทุกตัว คอนเฟิร์มได้เลยยย ^^

ขอบคุณทุกคนที่อ่านจนจบนะคะ
แล้วพบกัน Part 3 เร็วๆ นี้อีกเหมือนเดิมค่ะ
สัญญาว่าจะไม่นานเกินรอแน่นอน

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย