ฮ่องกง - มาเก๊า กิน เที่ยว ช้อป ไหว้พระ ในทริปเดียว

Taroreview

Taroreview

ดู Profile

ฮ่องกง - มาเก๊า กิน เที่ยว ช้อป ไหว้พระ ในทริปเดียว
"ฮ่องกง - มาเก๊า กิน เที่ยว ช้อป ไหว้พระ ในทริปเดียว"

สวัสดีเพื่อนๆชาวจีบัน

วันนี้เผือกจะบอกเล่าถึงการไปเที่ยว

ที่เผือกโครตเลิฟ โครตไลค์... ไปง่าย เดินทางสะดวก ช้อปมันส์


ภารกิจนี้เผือกเลือกเดินทางช่วงลดทั้งเกาะ (ที่ไม่มีอยู่จริง) อุ๊ปส์ 5555


ข้อควรรู้ก่อนไป

• ไม่ต้องมีวีซ่า แค่มีพาสปอร์ตก็เฟี้ยวได้

• เวลาที่ฮ่องกง-มาเก๊า เร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง

• ค่าเงิน 1 เหรียญบ้านเขา จะประมาณ 4.5 บาทไทย

• ปลั๊กที่ฮ่องกงเป็นแบบสามขา ดังนั้นเตรียมอแดปเตอร์ไปด้วยนะ ขอแอบกระซิบว่า  

  อย่าลืมเอาปลั๊กพ่วงไปด้วยเด้ออ

• คนที่นี้ส่วนใหญ่พูดภาษาอังกฤษและจีน

• ขึ้นลงบันได ถ้าจะยืนเฉยๆ เชิญด้านขวาค่ะ แต่ถ้าติดสปีดด้านซ้ายเลยจ้า


การเดินทางไปฮ่องกง-มาเก๊า:

• เผือกเดินทางด้วยสายการบิน AirAsia ไป-กลับในราคา 2,3xx บาท จองช่วงโปรเด็ดโปรดัง นั้นก็ครือออออออออโปร 0 บาท!!! โดยลงที่สนามบินมาเก๊า ส่วนขากลับเผือกกลับจากสนามบินฮ่องกง


การเดินทางในฮ่องกง-มาเก๊า


มาเก๊า: 

• ฟรี ฟรี ฟรี!!! อย่างเดียวเลยจ้าาาา เพราะใช้บริการรถของคาสิโนที่มีอยู่ทั่วเกาะมาเก๊า

  เหนื่อยหน่อยแต่ก็นับว่าสะดวกและประหยัดเงินในกระเป๋าไปอีกกก


ฮ่องกง: 

• บัตร Octopus ลูกรัก บัตรเติมเงินสารพัดประโยชน์ ที่ไม่ว่าจะขึ้นรถ ลงเรือ ซื้อของในมินิมาร์ท ใช้สิ่งนี้สิ่งเดียว สะดวกเวอร์


เรือข้ามฟาก ฮ่องกง-มาเก๊า: 

• เท่าที่เผือกรู้มีให้เลือกนั่งอยู่ 2 สี แดงและน้ำเงิน ส่วนราคาต่อเที่ยวอยู่ที่ประมาณ 164-200 เหรียญโดยเผือกลงท่าเรือเกาลูนจะไปโผล่ที่จิมซาจุ่ย


ที่พัก

ย่านจิมซาจุ่ยและมงก๊ก โคตรสะดวก ของกินเพียบ!

• เผือกเลือกพักที่ 3D Inn Dragon ย่านจิมซาจุ่ย เดินทางสะดวกมากกกกกก ขั้นสุด ออกไปทางไหนก็เจอรถไฟฟ้า ห้องเล็กไปนิดแต่สะอาด แถม Wifi เร็วถูกใจเผือก คือดจีย์ สมราคา จำนวน 4 วัน 3 คืน ราคารวม 4,300 บาท โดยจองผ่าน agoda เอา


อาหารการกิน

•  ฮ่องกง-มาเก๊า อาหารอร่อยขึ้นชื่ออยู่แล้ว ไม่ต้องพูดเยอะเนอะ เจ็บคอ ไปดูรูปในโพสโลดดดดด


รูปภาพในกระทู้ :

• รูปภาพทั้งหมดในกระทู้ถ่ายด้วย I-phone 6s plus และ Fuji xt20

ปะ เตรียมแพคกระเป๋า เดินทางกับเผือกกันนนนน
"ปะ เตรียมแพคกระเป๋า เดินทางกับเผือกกันนนนน"

เมื่อมาถึงเราต้องหาทางเข้าเมือง การเดินทางที่นี้มีแบบเสียตังและไม่เสียตัง แน่นอนเผือกต้องเลือกแบบไม่เสียตังอยู่แล้ว เอาละมองหารถทัวร์สีน้ำเงินของเรากัน มันคือรถโรงแรมแต่เราสามารถใช้บริการได้แบบฟรีๆ เผือกชอบมากกกก มี Wifi ด้วย

The Venetian Macau

(อยู่ฝั่ง Taipa) นั่งไม่ถึง 10 นาทีเราก็ถึงเป็นโรงแรม ห้าง และ คาสิโนนนนนนนน ที่อลังการงานสร้างมาก


 Ruins of St.Paul’s


อยู่ฝั่ง Macau เราจะไปดูแลนด์มาร์คที่ใครๆก็ต้องไป เผือกเลือกนั่งรถของโรงแรม Grand Lisboa เพื่อนๆไม่ต้องกลัวเลยป้าย เนื่องจากว่าเขาจะจอดแค่โรงแรมของเขาเท่านั้น พอถึงเพื่อนๆก็เดินตรงยาว สังเกตง่ายๆจากสีพื้น พื้นสีนี้จะนำทางเราไปสู่จุดหมาย

Wong Chi Kei


เดินทางมาทั้งวัน เผือกขอฝากท้องไว้กับร้านนี้ มื้อแรกของทริป เขาว่าร้านนี้อร่อยและเก่าแก่ โอ้โหวหาไม่อยากเพราะคนแน่นมาก เอาคิวก่อนสงสัยจะอร่อยสมคำร่ำรือ

อร่อยยยยยยย ตัวน้ำซุปเหมือนมีกลิ่นปลาหมึกคาวๆ แต่ถ้าใครไม่ชอบคือไม่ชอบเลยนะเพราะมันคาวพอตัว อีกอย่างที่เผือกชอบคือกุ้ง กุ้ง กุ้ง ตัวเบ้อเร่อออ ชอบอะ!!

Kun Lam Ecumenical Center


แวะที่นี่ก่อนข้ามไปฮ่องกง อยู่ระหว่างทางไปท่าเรือ ด้วยการนั่งรถเมล์สาย 8 หรือ 12 นั่งไม่นานไม่ต้องกลัวหลง เพราะจะเห็นเจ้าแม่กวนอิมเด่นตระง่าอยู่ไกลๆ ก็เตรียมตัวลงได้เลย

 

เขาว่ากันว่าหากใครมาไหว้ เดินเข้าชมด้านในรอบๆเจ้าแม่กวนอิม และเจอเครื่องหมายอินฟินิตี้ซ่อนอยู่ 3 จุด จะโชคดีไม่มีที่สิ้นสุด 


แต่! เผือกถึงตอนปิดแล้ว ให้ไหว้แค่ปากทางเข้า เป็นโชคร้าย เพราะเราจะไม่สามารถเข้าไปข้างในได้แล้ววว แต่ไม่เป็นไรถ่ายรูปจากด้านนอกก็ได้ อิอิ

เผือข้ามถนนจากเจ้าแม่กวนอิม จะเจอป้ายรถเมล์ เราก็รอสายที่จะไปยัง Outer Harbour Ferry Terminal โดยสายรถเมล์ที่ผ่านนั้นจะมี 3A 10A และ 12


จุดจำหน่ายตั๋วจะอยู่ชั้น 2 ของตึก ขึ้นไปจะเห็นตู้จำหน่ายตั๋ว พร้อมยี่ห้อของเรือเรียงราย เท่าที่เผือกรู้มีให้เลือกนั่งอยู่ 2 สี แดงและน้ำเงิน ส่วนราคาต่อเที่ยวอยู่ที่ประมาณ 164-200 เหรียญ โดยเผือกลงท่าเรือเกาลูนที่จิมซาจุ่ยนั่นเอง

Hung Lee


รองท้องตอนเช้าด้วยอะไรเบาๆ ด้วยการกินโจ้กร้านดังที่ผ่านการรีวิวจากคนไทยมากหน้าหลายทริป

และก็ต้องพูดว่าโจ้กเนื้อเนียนจริงๆ เนียนแบบไม่รู้จะเปรียบกับอะไร5555 โดยส่วนตัวเผือกชอบรสชาติมากไม่ต้องปรุงเพิ่มเยอะแยะก็อร่อย เมื่อมีโจ๊กจะไม่มีปาท่องโก๋มากินคู่กันคงไม่ได้ ปาท่องโก๋เขาชิ้นใหญ่เว่อร์ มาคนเดียวมีหวังกินไม่หมดแน่นอน


หลังจากท้องอิ่ม เราก็ออกเดินทางต่อ จุดหมายปลายทางในวันนี้คือ องค์พระใหญ่ หรือ The Big Buddha เราเดินทางด้วยรถไฟจากสถานี Trim Sha Tsui ไปยังสถานี Tung Chung ซึ่งเผือกเลือกเดินทางสายสีแดงไปลงที่ Lai King และจึงเปลี่ยนเป็นสายสีส้ม ลงสถานี Tung Chung จ้า

The Big Buddha


การเดินขึ้นไปชมรอบๆขององค์พระใหญ่นั้น ไม่มีค่าใช้จ่าย แต่หากจะขึ้นไปถึงในฐานองค์พระจะมีค่าบริการ อันนี้เผือกไม่แน่ใจว่าเขาคิดราคายังไง แต่เท่าที่อ่านก่อนขึ้น มีเป็นแพ็กเกจรวมอาหารด้วยนะ เผื่อเพื่อนๆจะหาของกินกันที่นี่เลยก็ได้ไม่ว่ากัน

Tao Heung


มาฮ่องกงไม่กินติ่มซำ เกรงว่าจะไม่ได้ เผือกแนะนำร้านนี้เลย ราคาโอเค รสชาติถูกปาก


โปรโมชั่นราคาของติ่มซำนั้นจะมีอยู่ 2 ช่วงด้วยกัน คือ
  - ช่วงเช้า จ.-ศ. 7.30-11.30
  - ช่วงบ่าย จ.-ศ. 14.00-16.30 (นอกนั้นจะเป็นอีกราคากันเลยนะคะ)


เผือกเคยมากินที่ร้านนี้สองครั้งแล้ว มาแต่ละปีก็เมนูปรับเปลี่ยนใหม่ขึ้น แถมร้านยังดูดีขึ้นมากมายก่ายกอง บางทีเมนูๆไม่มีภาษาอังกฤษ ก็ต้องเปิดร้านจิ้มๆเอา ลองผิดลองถูกบ้างสนุกดีค่ะเผือกว่า

มาฮ่องกงก็ต้องมาย้อนเวลากลับไปเป็นเด็กเอาะๆ เพราะเราจะไปกันที่ดิสนี่แลนด์ เย้!!!!! จากสถานี Tsim Sha Tsui ไปสายเดิมเหมือนมะวาน คือไปสายสีแดงไปลงที่สถานี Lai King แล้วจึงต่อไปสายสีส้มลงสถานี Sunny Bay แล้วต่อสายสีชมพูลงที่สถานี Disneyland Resort ก่อนจะต่อขบวนสีชมพูความน่ารักๆๆก็เริ่มต้นขึ้น

Disneyland


ต้องบอกก่อนเลยว่าเผือกไม่ถนัดการเล่นเครื่องเล่นสักเท่าไหร่ เพราะเผือกเป็นคนขี้กลัวขั้นสุด เคยไปเล่นไวกิ้งที่ดรีมเวอร์ และเรื่องที่พีคคือ ยืนอยู่บนเรือไวกิ้งอยู่คนเดียว ด้วยความที่กลัวมากและอยากลงมากกก หลังจากนั้นก็ไม่เคยเล่นเครื่องเล่นใดๆอีกเลย 555

หลังจากแหกปากกรีดร้องบนเครื่องเล่นที่ดูน่ารัก แต่กลับหวาดเสียวสำหรับเผือกเสียเหลือเกิน ออกกันเถ่อะ!!!เผือกหิว

 

ตั้งใจว่าจะหาอะไรกินที่แถวย่านพัก เรานั่งรถไฟกลับทางเดิมคือจากสถานี Disneyland Resort กลับไปยัง Taim Sha Tsui กัน และแล้วก็เล็งเอาไว้ร้านนึง ซึ่งอ่านไม่ออก แต่อยู่แถว Hou Fook Street และรู้แค่ว่ามีเมนูหมาล่า เอิ๊กๆ

เมื่อเขาเอาเมนูมาให้อึ่งกิมกี่ไปเลย จะสั่งอย่างไรดีละเนี่ย จึงค่อยๆให้เขามาอธิบาย ทางร้านเป็นเมนูผัดด้วยพริกหมาล่า สามารถเลือกจากใหญ่พร้อมใส่เครื่องเคียงเพิ่มได้ รวมทั้งยังสามารถเลือกระดับความเผ็ดได้อีกด้วยนะ เยี่ยมไปเลย

หน้าตาที่ได้ก็จะประมาณนี้จ้า หน้าตาดูเผ็ดมาก พริกใส่มาเป็นเม็ดๆ แต่เอาเข้าจริงก็เผ็ดมาก แต่ก็อร่อยมาก

Lucky Dessert


จากของเผ็ดๆ เราก็ต้องต่อกันด้วยของหวาน บอกเลยว่าดจีย์! ร้านนี้ไม่ได้ตั้งใจไปกิน แต่เห็นคนกินเยอะเลยลอง ผลว่ามันเริ่ด ชอบ จบ ปิ้ง! ไปตามกันได้โลดดด

Dim Sum Icon


วันสุดท้ายก่อนกลับต้องเก็บตกที่ๆเผือกอยากไป....


เพื่อนๆพอรู้จักร้าน Dim Sum Icon กันอยู่บ้างใช่ไหมเจ้าค่ะ ช่วงที่เผือกไปเป็นของ Kanahei ซึ่งเป็นผู้ออกแบบคาแรกเตอร์ เจ้าลูกเจี๊ยบ PISKE และเจ้ากระต่าย USAGI สุดน่ารักซึ่งเจ้าร้านนี้เขาจะเปลี่ยนตัวการ์ตูนไปเรื่อยๆ ถ้าอยากรู้ว่าช่วงที่ไปเป็นตัวการ์ตูนตัวไหนก็ไปดูได้ในเพจของเขาเลย ร้านอยู่ย่าน Tsim Sa Tsui ในห้าง The One ขึ้นไปชั้น 3 โลดดดด

อาหารรอไม่นาน แค่เราเดินไปถ่ายรูปร้านนิดหน่อย ก็พร้อมมาเสิร์ฟแล้ว มาแล้วหน้าตาน่ารักจนไม่อยากจะกิน แต่รวมๆแล้วรสชาติอาหารพอใช้ได้ ราคาอาหารแพงเหมือนกันตกอยู่ที่ราคา 40-50 hk ถ้าให้เผือกแนะนำให้ไปกินอะไรรองท้องมาหน่อยๆ แล้วค่อยมากินร้านนี้ดีกว่าเจ้าค่ะ

Che Kung Temple


เผือกแวะไปไหว้พระเอาสิริมงคลก่อนกลับซะหน่อย มาฮ่องกงทั้งทีไม่ไปวัดนี้ไม่ได้ เริ่มต้นจากสถานี East Tsim Sha Tsui (สายสีม่วง) ไปลงสถานี Hung Hom เพื่อเปลี่ยนขบวนรถไฟไปเส้น สายสีฟ้า (East Rail Line) และไปลงยัง สถานี Tai Wai อกประตู Exit B 

เพื่อไปยังวัด Che Kung Temple มีป้ายบอกทางตลอด เดินผ่าน subway ไม่ไกลก็จะเจอกับกำแพงวัดสีแดงๆ วัดนี่ละใช่แล้วจ้า

เมื่อเราเดินเข้าสู่ประตูวัดแล้ว ด้านซ้ายมือจะเป็นจุดสำหรับซื้อธูปเทียนและเครื่องสักการะ ท่านแชกง ไม่ต้องห่วงว่าเราจะซื้อและไหว้ผิดขั้นตอน เพราะพี่เจ้าหน้าที่ที่นี่พูดไทยคล่องมากกกกกก เพื่อนๆอยากเลือกไหว้แบบไหนก็ตามสบายเลยจ้าาาา


มาวัดนี้ก็อย่าลืมที่จะน้องหมุนกังหัน โดยการหมุนกังหันนั้นควรตั้งอธิษฐานก่อนแล้วจึงหมุนกังหันไป 3 รอบ โดยอธิษฐานว่า 


"วันนี้วันที่ เดือน ปี ข้าพเจ้า ชื่อ-สกุล อยู่ที่…. ขอบารมีแห่งท่านแชกง โปรดเมตตาช่วยให้ "กังหันนำโชค" นี้หมุนแต่สิ่งดี ๆ เข้ามาในชีวิตของข้าพเจ้าและครอบครัว ขอให้ความสำเร็จในธุรกิจการงาน การเงินจงมีแก่ข้าพเจ้า มีความเจริญรุ่งเรือง มีโชคลาภ เงินทองไหลมาเทมา ตลอดปีนี้ด้วยเทอญ"


**หลังจากนั้นก็หมุนกังหัน โดยใช้ นิ้วชี หมุนกังหันตามเข็มนาฬิกา 3 รอบ

และแล้วก็ถึงเวลาที่เผือกจะต้องกลับบ้านนนนนนน....


การเดินทางไปสนามบินก็มีหลายวิธี แต่เผือกเลือกนั่งรถไฟ เริ่มจากสถานี Tsim Sha Tsui นั่งยาวๆกับสายสีแดงไปลง Lai King และเปลี่ยนสายที่ Tsing Yi เป็นสายสีเขียวเพื่อไปยัง Airport โดยเพื่อนๆจะต้องนั่ง Airport Express (AE) รถไฟสายด่วนสนามบิน นับว่าเป็นระบบขนส่งมวลชนที่ทันสมัยที่สุดของฮ่องกงที่มีความสะดวกสบาย และประหยัดเวลา พอถึงก็อย่าลืมเช็คให้ดีละว่าสายการบินของเพื่อนๆอยู่ที่ Terminal ไหนกันด้วยนะจ้ะ

เผือกลาไปก่อนนนนนนน

เจอกันทริปหน้า ไว้มีอะไรดีๆ เผือกจะนำมาฝากใหม่นะคะ



สุ ด ท้ า ย ข อ ฝ า ก เ พ จ เ ผื อ ก รี วิ ว ไ ว้ ใ น อ้ อ ม ใ จ ด้ ว ย น ะ ค ะ : )

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย