Caylage skincare สารสกัดจากธรรมชาติ 99.3%

Lipsteen.chatpanu

Lipsteen.chatpanu

ดู Profile

   ในช่วงปีสองปีที่ผ่านมาหลายๆคนที่ติดตามกระแสเรื่อง

การดูแลสุขภาพ และความงามคงได้ยินเรื่องผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ

ผลิตภัณฑ์ออแกนิคค่อนข้างเยอะ เนื่องจากผู้บริโภคยุคใหม่ 

อยากมีประสบการณ์ร่วมในการใช้เครื่องสำอางที่ปราศจากสารเคมี

และปลอดภัยต่อผิวมากขึ้น 


        ทีนเองก็เป็นคนหนึ่งที่ติดตามกระแสเรื่องนี้ และมีโอกาสได้ลองใช้

“Caylage skincare” เป็นเซรั่มที่สกัดจากธรรมชาติ และออแกนิค 

วันนี้เลยอยากมาแชร์เกล็ดความรู้ และรีวิวผลิตภัณฑ์ไปพร้อมๆกันครับ


        ก่อนเข้ารีวิวขออธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อดีของสารสกัดจากธรรมชาติ

และสารสกัดออแกนิคกันก่อน

        • สารสกัดจากธรรมชาติ (Natural ingredients)

สารสกัดที่มีแหล่งกำเนิดมาจากธรรมชาติมีความอ่อนโยนต่อผิว 

เช่นสารสกัดจากว่านหางจระเข้, สารสกัดจากมะเขือเทศ ​

        • สารสกัดออแกนิค (Organic ingredients)

สารสกัดที่ได้มาจากธรรมชาติ มีความอ่อนโยนต่อผิวเช่นกัน 

แต่ต้องไม่ผ่านกระบวนการผลิตทางเคมีดัดแปลงใดๆ

​และแหล่งกำเนิดของสารสกัดนั้นต้องปลูกในบริเวณที่ได้รับการรับรอง

รวมทั้งไม่ใช้ปุ๋ยเคมีในการเพราะปลูกเป็นเวลาอย่างน้อย 3 ปีขึ้นไป 

ดังนั้นสารสกัดประเภทนี้จะปราศจากสารเคมี

Caylage skincare เซรั่มบำรุงผิวที่อุดมไปด้วย

สารสกัดจากธรรมชาติและ สารสกัดออแกนิค มากถึง 99.3

(อ่อนโยนมาก) ช่วยบำรุงให้ผิวนุ่มชุ่มชื้น ผิวเด้ง อิ่มน้ำ 

ลดความแห้งกร้านลดเลือนริ้วรอย เพิ่มกระจ่างใส และช่วยกระชับรูขุมขน 

แพ็คเกจ : 

เป็นขวดแก้วสีม่วง-ดำ ฝาเป็นหัวปั๊มพลาสติก โดยรวมความสูงประมาณ10cm 

ขนาดบรรจุ 30mL ความพิเศษอยู่ที่ตัวขวดเป็น Violet Glass 

ทำหน้าที่ในการกรองแสง ช่วยคงความสดใหม่ 

และคงคุณสมบัติของตัวยาได้ดี กว่าขวดแบบทั่วไป 


TEXTURE

• เนื้อผลิตภัณฑ์เป็นลักษณะ เจลครีมสีไข่ไก่ 

• เมื่อเกลี่ยลงบนผิวเนื้อเจลครีมจะแตกตัว และซึมได้ดีมาก

• ไม่ทิ้งคราบหรือความเหนียวเหนอะหนะบนผิว

• กลิ่นหอมอ่อนๆ ออกแนวธรรมชาติ

ส่วนผสมแบ่งเป็น 2 กลุ่ม

1.ส่วนผสมกลุ่มธรรมชาติ

Hyaluronic acid : 

  • มีคุณสมบัติในการเติมน้ำหล่อเลี้ยงผิวและ คงความชุ่มชื้นให้ผิว


Glycyrrhiza Glabra (licorice) Root Extract : 

สารสกัดจากหรือรากชะเอมเทศ 

  • ช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์บางชนิดที่ทำหน้าที่ในการ

        สร้างเม็ดสี และมีวิจัยพบว่าสามารถช่วยให้ผิวกระจ่างใสได้เร็วกว่า

        โกจิเบอร์รี่ และ อาร์บูติน


Aloe Barbadensis (Aloe Vera)  Leaf Extract :

สารสกัดจากว่านหางจรเข้

  • ลดการอับเสบ/ระคายเคือง
  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
  • ช่วยกระชับรูขุมขน

Tocopherol (Vitamin E) : 

  • ช่วยซ่อมแซมผิวที่เสื่อมสภาพ 
  • ช่วยชะลอความชราของผิว
  • ให้ความชุ่มชื้น 

2.ส่วนผสมกลุ่มออแกนิค

Argania Spinosa (Argan) Kernel Oil : 

  • เป็นน้ำมันบริสุทธิ์จากธรรมชาติ อุดมไปด้วยวิตามินอี  
  • เติมความชุ่มชื้น และมีคุณสมบัติเป็น Non-Comedogenic 
        ไม่อุดตันรูขุมขน


Cocos Nucifera (Coconut) Oil : สารสกัดจากมะพร้าว

  • กระตุ้นการทำงานของระบบหมุนเวียนโลหิตบนผิวหน้า 
  • เพิ่มความกระชับ

Rose Damascena (Rose) Flower Water : สารสกัดจากกุหลาบ

  • การกระชับรูขุมขน

Bellis Perennis (Daisy) Flower Extract​:​สารสกัดจากจากดอกเดซี่

  • มีคุณสมบัติเป็น whitening ช่วยปรับสีผิวให้กระจ่างใส
     



วิธี/ขั้นตอนในการใช้

  • ใช้ประมาณ 1-2 ปั้ม แต้ม 5 จุด และเกลี่ยให้ทั่วใบหน้า
  • ขั้นตอนการใช้หลังล้างหน้า->โทนเนอร์ -> CAYLAGE -> กันแดด
  • สามารถใช้กับบริเวณใต้ตาได้ ไม่ระคายเคือง


ความรู้สึกหลังใช้

ออกตัวก่อนว่า...ช่วงทีนนี้ได้ลองครีมใหม่ๆ ค่อนข้างเยอะมาก

บางตัวใช้แค่แปปเดียวก็เลิกไป แต่สำหรับตัวนี้ใช้ติดต่อกันมา

จะครบ 1 เดือนแล้ว​เพราะรู้สึกถูกใจคุณภาพ และความอ่อนโยน

ที่สำคัญคือ ส่วนตัวใช้แล้วไม่เกิดการละคายเคือง

  • Surpriseเรื่องของTextureมาก​เพราะก่อนหน้านี้มีความรู้สึกว่า

ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติไม่น่าจะซึมเร็ว และคงมีความรู้สึก
หนักผิวเล็กน้อย (เพราะไม่ได้ใส่สารเคมีช่วยเรื่องtexture) 

แต่มันไม่ใช่แบบนั้นเลย​เนื้อเจลครีมตัวนี้เนื้อบางและเบาซึมลงผิวดีมาก

  • ผิวชุ่มชื้นกำลังดี ไม่มากเกินไปจนทำให้ผิวมัน คนผิวมันสามารถใช้ได้
  • รูขุมขนแลดูเล็กลงสังเกตจากเวลาแต่งหน้า
        แป้งตกตามร่องรูขุมขนน้อยลงกว่าเดิม
  • ไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะหนะ ไม่รบกวนการแต่งหน้า
  • ชอบกลิ่นที่เป็นธรรมชาติ
  • ชอบขวด VIOLET GLASS ที่ช่วยถนอมคุณภาพของผลิตภัณฑ์


สิ่งที่ไม่ชอบ

  • Size ของขวดดูเล็กเกินไปทำให้ดูน้อย และรู้สึกไม่คุ้ม

   ทั้งๆที่ ขนาดบรรจุ 30mL เท่าเซรั่มทั้วไป (เป็น feeling)

สุดท้าย...สำหรับคำถามที่ว่าใช้แล้วจะแพ้มั้ย?

คงให้คำตอบไม่ได้นะครับ เพราะผิวของแต่ละคนไวต่อส่วนผสม
หรือสารเคมีที่ต่างกัน ทีนบอกได้เพียงว่า
“ตัวเองใช้แล้วไม่เกิดอาการระคายเคืองอะไร” และผลลัพธ์ของการ
ใช้ผลิตภัณฑ์ของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน รีวิวนี้เป็นเพียง
ความคิดเห็นส่วนตัวของทีนเพียงผู้เดียวเท่านั้นครับ

สวัสดีครับ 

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย