HOT Makeup items เครื่องสำอางที่เหมาะกับหน้าฝน ไอเท็มที่พกติดกระเป๋า!

Thita Wiriyaratanaporn

Thita Wiriyaratanaporn

ดู Profile

หน้าฝนสำหรับเราเป็นช่วงที่อยากนอนอยู่บ้านมากที่สุด นั่นก็เพราะว่าฝนตกทำให้เดินทางยาก รถก็ติด ที่สำคัญ หน้าและผมที่แต่งที่ทำมาทั้งหมด พังไปเลยจ้า T^T


แต่ความคิดเหล่านี้ก็ต้องพับเก็บโครงการไปจ้ะ เพราะพอต้นปีที่ผ่านมาเราทำเพจท่องเที่ยว หลักๆ คือเน้นกินเน้นเที่ยว!

เสาร์อาทิตย์ก็เลยไม่ได้อยู่ติดห้องเลย ออกได้เป็นออกจะฝนตกก็ต้องออก แถมออกไปผมและหน้าก็ต้องยังปังอยู่ เพราะต้องเป็นแบบถ่ายรูป เราก็เลยเริ่มหา Makeup ที่ติดทน ทนได้ทั้งแดดและฝนตก เรียกได้ว่าถึงแม้ศรีจะทนไม่ได้แล้ว แต่ Makeup บนหน้าฉันต้องทนให้ได้ 55555555555 จนได้มา 12 ไอเท็มที่ช่วงนี้ใช้บ่อยมาก (ของทั้งหมดก็ต้องไม่ทำให้เกิดสิวด้วยเพราะเราแพ้ง่าย)

แท๊นแท่นนนนนนนน มาแล้วจ้า (เปิดซาวน์ปรบมือในห้องประชุม) กองทัพที่ช่วยให้เราหน้าแน่น ปังอิอิซ่าส์ห้าห้าบวกท้าฝน แต่ก็สดใสดูธรรมชาติเอาล่ะค่ะใกล้จะต้องออกไปถ่ายงานข้างนอกแล้ว คุณตาคะ คุณมีเวลาอีกไม่มาก เร่งมือแต่งหน้าหน่อยครับ!!! (ได้ค่ะเซฟ)

ชิ้นที่ 1 : IllamasquaBeyond Veil Primer


จะแต่งหน้าให้แน่นๆ และปิดรูขุมขน (ที่บานเต็มหน้า) ให้เนียนกริบ ตอนลงรองพื้นจะได้ไม่ตกร่องก็ต้องใช้ไพรเมอร์ค่ะ ตัวไพรเมอร์ที่เราใช้เป็นแบบเนื้อเจล ของ Illamasqua ตัวนี้มีความพิเศษกว่าตัวอื่นตรงที่มีผสมชิมเมอร์เล็กๆ แต่ตอนทาจะไม่เป็นกากเพชร กลิตเตอร์อะไรเวอร์วังมาก เพราะชิมเมอร์เค้าละเอียดมากจริงๆ ทำให้ใช้แล้วหน้ากระจ่างใส เราซื้อมา 1,650 บาทค่ะ ใช้ไปค่อนกระปุกแล้ว ซื้อตุนได้ต้องซื้อค่ะ เราขอบอกเลยว่าไพรเมอร์นี่ต้องเลือกอย่างดี เพราะเป็นตัวช่วยหลักเลยที่ทำให้ Makeup ติดทนไม่ใช่ติดทนแค่รองพื้น พวกบรัชครีม บรัชฝุ่น everything ที่ประโคมบนหน้าก็ติดทนไปด้วยนะคะ

ชิ้นที่ 2 : Color Me Pro EditionUnderglow Hydrator


ถัดมาเป็นรองพื้นค่ะ เราใช้สี Medium ค่ะ จะค่อนไปทางขาวเหลืองแต่ไม่ขาวมาก ที่เราใช้ตัวนี้บ่อยมากเพราะตอนสงกรานต์เราใช้ตัวนี้ไปเล่นน้ำแล้วเพื่อนทักมา “วันนี้ใช้รองพื้นไรอ่ะ ทำไมหน้าไม่หลุด” บ้าบอไปแล้ววววว ตอนแรกเราไม่คิดว่ามันจะดีย์มาก แต่ก็พอใช้ไปเรื่อยๆ ดันชอบ ถึงจะปกปิดแต่ก็ไม่กลัวอุดตันอ่ะเพราะเราได้ลงไพรเมอร์ที่เป็นเหมือนฟิล์มเคลือบผิวไปเรียบร้อยแล้ว เราใช้สลับกับ Cushion ค่ะ แต่ว่าช่วงนี้ใช้รองพื้นบ่อยกว่าเพราะ Cushion เอาหน้าฝนไม่ค่อยอยู่ T^T ราคา 1,820 บาท ซื้อจาก Sephora Thailand ตอนสิ้นปีค่า

ชิ้นที่ 3 : Cezanne Twist-Up Eyebrow With Spiral Brush 


เขียนคิ้วสำหรับเรามาเป็นลำดับแรกๆ เลยเวลาแต่งหน้า เพราะจะทำให้เห็นความชัดของเครื่องหน้ามากขึ้น ตัวนี้ของเซซานค่ะ ​แบรนด์จากญี่ปุ่น ไฮได้มาฟรีเป็นของขวัญวันเกิด อิอิ พอลองใช้ดูก็รู้สึกโอเคนะ ไม่หักง่าย เนื้อดินสอค่อนข้างนุ่ม มีสีที่เหมาะกับเราด้วย วิธีง่ายๆ ในการเลือกสีที่เขียนคิ้วจะแบบไหนก็ตาม ให้เลือกสีอ่อนกว่าสีผมประมาณเบอร์นึงพอ หน้าจะดูไม่ดุ นอกนั้นจะมีโทนของสีด้วย เราใช้น้ำตาลไม่ติดแดง


ชิ้นที่ 4 : Hourglass Arch Brow Volumizing Fiber Gel


สารภาพตรงนี้เลยว่า เราเพิ่งรู้จักมาสคาร่าคิ้วได้ประมาณไม่เกิน ปีที่ผ่านมา 5555555555 เคยดูรายการเกาหลีแล้วแบบ เฮ้ยแก ทำไมมันดูฟุ้งๆ ดีงาม เรียงเส้นเป็นธรรมชาติได้ขนาดนั้นอ่ะ เลยถามพี่ที่รู้จัก ทำให้ถึงบางอ้อ อ๋อ มีมาสคาร่าคิ้วด้วย #ทีมเข้าใจว่ามาสคาร่ามีใช้เฉพาะขนตาอย่างเดียว มาก่อน 55555555 เลยเลือกของ Hourglass ค่ะ แพงหน่อยแต่ดีอ่ะ ตอนนี้ใกล้หมดละ T^T

ชิ้นที่ 5 : illamasquaCream Blusher #Rude


การปัดแก้มของเราจะเป็นเทรนด์ที่เห็นคนทำเยอะๆ ตอนแรกเห็นบล็อกเกอร์ทำก็คิดว่าเราทำจะรอดหรอ สรุปคือยิ่งกว่ารอด!! ก็คือใช้บลัชครีมก่อนและค่อยใช้แบบฝุ่น ติดทนเว่อร์!!!!! เพราะฉะนั้นคำเตือนคือห้ามปัดแดงจัด ไม่ต้องปัดเผื่อวันพรุ่งนี้ค่ะ เพราะติดทนตั้งแต่เช้ายันเย็นเด้อ ปลื้มมมม บรัชครีมเราใช้ของ illamasquaCream Blusher สี Rude สีจะส้มๆ แต่ก็มีความชมพูนิดๆ สีนี้ปัดแล้วดูเป็นธรรมชาติเหมือนมีเลือดฝาดที่แก้มเลย แต่แนะนำให้แตะน้อยๆก่อนแล้วค่อยๆเพิ่มนะคะเพราะเม็ดสีของเค้าชัดมาก!!

ชิ้นที่ 6 : The Balm highlighter and contour palette


หนึ่งพาเลทที่รักโคตรรรรรรรรรรรร ราคากับความคุ้มค่าคือเกินคุ้ม เราใช้บลัชฝุ่นของ The Balm ค่ะ มี สีให้เลือกคือ ส้มกับชมพู ก็ปัดทั้งสองเลย สีจะ Ombre นวลๆ ธรรมชาติมาก พอปัดทับบรัชเนื้อครีมแล้วคือที่สุดส่วนคอนทัวก็ใช้ในพาเลทนี้เลยค่ะ ใช้ช่วงสันกรามกับโหนกแก้มนิดหน่อยเท่านั้น 

พาเลทนี้ด้านบนที่ไม่ได้ตัดมาให้ดูจะเป็นไฮไลท์ เราใช้บ้างแต่ถ้าใช้บ่อยๆ ช่วงนี้จะเป็นตัวถัดไปค่า

ชิ้นที่ 7 : IllamasquaBeyond Powder #Daze


ความยูนิคอร์น ที่พักนี้ชอบใช้เพราะชอบความยูนิคอร์นค่า โย่ว สี Daze จะให้ความรู้สึกหน้าผ่องแบบคนสุขภาพดี เวลาถ่ายรูปจะมีมิติมาก และก็บวกกับสีอมๆม่วงๆ ชมพูหน่อยๆ หน้าจะเด้งแบบไม่ต้องใช้แอพเพิ่ม ยิ่งเราเป็นคนผิวผสมที่มันทีโซนแต่ชอบปัดไฮไลท์มาก เคยใช้ไฮไลท์มาหลายตัวอยู่นะ แต่มักจะไม่รอดเพราะหน้าดูมันวาวเว่อร์ เพื่อนที่ชอบความสายฝอแนะนำให้โดนตัวนี้ จุดขายของหนูคนนี้คือผ่านไประหว่างวันปัดซ้ำได้ไม่เป็นคราบหนา และก็ไม่ทำให้หน้าเราดูมันเชื่อมจนทอดไข่ดาวได้เพราะเนื้อของนางละเอียดมากกก ปัดแล้วกลืนไปกับผิวดูธรรมชาติ อิอิ

ชิ้นที่ 8 : NYX Professional MakeupUltimate Multi-Finish Shadow Palette


พาเลทสีโทนชมพูแดง ปีนี้อินอ่ะเนอะ #ของมันต้องมี เราซื้อมาตอนมีงาน Pink Power ค่ะ รายได้ส่วนหนึ่งมอบให้การกุศล เลยฟาดมา อัน สีดีงาม หลักๆ เราใช้อยู่ สีถ้าเป็น Everydaylook นะ แต่เอาจริงๆ ทั้งพาเลทนี้สีมันใช้ได้หมดอ่ะ อยู่ที่มันเลือกผสมๆ กัน เริ่ด!

ชิ้นที่ 9 : Kat Von D tattoo liner


อ่ะๆ คุ้นมั้ยคะแบรนด์นี้ เป็นแบรนด์อายไลเนอร์ที่มีข่าว Viral ช่วงนึงว่ามีผู้หญิงต่างชาติรถคว่ำ แล้วอัพรูปบอกว่าหน้าของเธอเครื่องสำอางลบหมดยกเว้นอายไลเนอร์ เราอ่านแล้วก็กรี๊ดเลยค่ะ ไม่ต้องวิ่งไปซื้อตามแต่มีอยู่แล้ว สภาพจะเยินๆ หน่อยเพราะติดกระเป๋าไว้ตลอด ใช้อยู่แทบทุกวัน งูยยย กันน้ำดีงาม ที่เห็นว่าเราเขียนแค่นั้นเพราะปกติเราไม่วาดหางตาอยู่แล้ว เน้นแบบกรีดนิดๆ ให้ตาดูกลมชัดขึ้นเท่านั้น

ชิ้นที่ 10 Marc Jacobs Velvet Nior Major Volume Mascara


นิสัยเป็นคนชอบปัดมาสคาร่า แท่งค่ะ ขนตาจะได้ฟูๆ 55555555 เพราะต่อขนตาไม่เก่ง สามารถปัด รอบจากแท่งเดียวกันได้ค่ะ แต่เผอิญมีมาสคาร่าที่แกะใช้ไว้แล้ว ก็เลยกลัวหมดอายุ มันอยู่ได้แค่ประมาณ เดือนเองนิ เราก็เลยเอามาใช้พร้อมกัน ปัดของ Marc Jacobs ก่อน ตัวนี้ไม่ค่อยกันน้ำเท่าไหร่ จะดีงามสุดคือเรื่องความแผ่และความยาวขนตาแน่นชัดขึ้นทันทีที่ปัด งุ้ย 


ชิ้นที่ 11 : The Face Shop FreshianVolumizing Mascara


หลังจากนั้นเราก็ปัดทับด้วยมาสคาร่าของ The Face Shop ค่ะ ตัวนี้จะกันน้ำ ต้องรอให้ตัวแรกแห้งสักพักก่อนนะถึงจะปัดตัวที่สอง ตัวนี้บังเอิญได้มาใช้ เพราะเราไปซื้อ Cushion ของ The Face Shop พนักงานบอกว่าถ้าซื้อครบ 1,000 บาทจะได้ของแถม บ้าบอ ยอมไม่ได้อยากได้ของแถมจนตัวสั่น 555555 เลยเดินดูและฟาดมาสคาร่าแท่งนี้มาค่ะ พอใช้ๆ ไปก็ปลื้มนะ ราคาไม่แพงคุ้มดี ไม่เกิน 200 บาทนะ ถ้าเราจำไม่ผิด

ชิ้นที่ 12 : IllamasquaLip Antimatter Lipstick #Cosmic


ปิดท้ายที่ลิปสติกจาก Illamasqua เราซื้อมาพร้อมเพื่อน ลองๆ ปาดๆ ฟาดมาหลายแท่งอยู่ แต่วันนี้อยากทาปากสีชมพู หนึ่งในลิปสีโทนชมพูที่เราชอบมากกกกกกกกกก ​เม็ดสีตัวนี้ชัด กลบสีปากมิด ให้ความนู้ดชมพูธรรมชาติแต่ก็ไม่ซีด และก็ไม่ชมพูเด่นหลอกตา พกติดกระเป๋าไว้ตลอด ​แนบรวมกับลิปจิ้มจุ่มอีกแท่งใช้สลับกัน


*สีที่ออกมาอาจจะแตกต่างกันในแต่ละคนเพราะว่าพื้นสีปากของเราคนละสี แต่ไม่ได้ผิดเพี้ยนกันมากเด้อ


ทั้ง 12 ชิ้นไม่ขาดไม่เกิน ถ้าใครไม่ได้ใช้มาสคาร่า แท่งก็ลดจำนวนลงไปได้อีก ทำให้ได้ลุคใสๆ แบบคาวาอี้ญี่ปุ่นมาก > < (ชมตัวเองไว้ก่อนกลัวไม่มีใครชม 5555555555) เป็นลุคที่เราแต่งไปถ่ายคาเฟ่ค่ะ ขอแอบเม้านอกเรื่องแปป ว่าเราได้ชุดเดรสนี้มาในราคา 100 บาทจากตลาดนัดจตุจักร (อวดๆ) 


และ และ และ เป็นธรรมเนียม ถ้าจะให้เราเลือกตัวที่เราชอบที่ซู๊ดด ซึ่งจริงๆ 10 ชิ้นนี้ก็ปลื้มหมด แต่ขอเลือกมาสัก ตัวแล้วกันเนอะที่อยากแนะนำจริงๆ 

ชนะเลิศอันแรกขอยกให้ IllamasquaBeyond Veil Primerค่า หลักๆ นอกจากเรื่องเนียนกริบปกปิดรูขุมขน เราชอบที่ไม่มีซิลิโคนทำให้ไม่เป็นสิวอุดตัน เพราะเราเป็นคนแพ้ง่ายมากๆ ไพรเมอร์เป็นสิ่งแรกหลังจากลงครีมบำรุงเสร็จเลยอ่ะ ต้องเลือกเป็นพิเศษ ตัวต่อมาขอยกให้กับ Kat Von D tattoo linerค่ะ ของจริงไม่ต้องพูดเยอะ และอีกตัวเลือกยากมากๆ แต่ก็เลือกมาจนได้ IllamasquaLip Antimatter Lipstick #Cosmicปลื้มสีที่ดูธรรมชาติ และปลื้มพิกเมนต์ ไว้ว่างๆ เราจะมารีวิว IllamasquaLip ที่เรามีแบบจัดเต็มให้ดู แต่รอว่างก่อนนะ ><

Before & After จากป้าๆ ก็ลดอายุลงมาได้
"Before & After จากป้าๆ ก็ลดอายุลงมาได้"

โชว์ลุคที่แต่งหน้าและแต่งตัวเสร็จแล้วซักหน่อย ช่วงนี้มัดผมบ่อยเพราะว่าเพิ่งไปตัดหน้าม้าแบบบางๆ มา ที่ต้องสังเกตอ่ะถึงจะรู้ว่าเป็นหน้าม้า 5555555555555555555 มันก็จะสดใสๆ ประมาณนี้จ้า

ไม่รู้ว่าไอเท็มกันตายของเราตรงกับของใครบางหรือเปล่า มาแชร์กันได้เด้อ :3

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย