รีวิวสไตล์มะมะ: รวมมิตร Skincare ตั้งแต่ช่วงปี 2017 ยันปัจจุบัน

rtnprang.th

rtnprang.th

ดู Profile

สวัสดีค่าาาา เพื่อนๆทุกคน
 
มะปรางค์ได้รวบรวมเอา Skincare ที่ส่วนตัวใช้ดีและชอบในช่วงปี2017 จนถึงปัจจุบัน
(กะว่าจะเอามาเขียนนานแล้ว แต่เพิ่งมีเวลาเอามาลง ><'')

 มีตั้งแต่ล้างเครื่องสำอางออกยันบำรุงผิวเลยจ้า

**สภาพผิว: เป็นคนผิวผสม มัน T-Zone และผิวแห้งบริเวณข้างแก้ม บางทีก็มีอาการขาดน้ำและมีแพ้ระคายเคืองง่ายในบางช่วงของชีวิต T^T

**รีวิวนี้เกิดจากประสบการณ์โดยตรงของมะปรางค์หลังจากใช้ผลิตภัณฑ์ ซึ่งใช้แล้วเป็นยังไงก็รีวิวตามนั้น เผื่อเป็นแนวให้เพื่อนๆ แต่!!! อย่าเพิ่งเชื่อเราจนหมด เพราะสภาพผิวของแต่ละคนต่างกัน เราใช้อาจแล้วได้ผลดีกับผิวของมะปรางค์เอง แต่บางคนใช้แล้วอาจจะไม่ดีก็ได้ ดังนั้นก่อนที่จะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ใดๆ ให้ไปลองเทสต์ก่อนน๊าา จุ๊บๆ

**ราคาที่แจ้งของแต่ละผลิตภัณฑ์นั้นๆอาจถูกลงกว่านี้ตามโปรโมชั่นที่ทางแบรนด์จัด หรือตามแหล่งสถานที่ที่ขายเด้อ
 
** NO sponsor ซื้อใช้เอง ใช้จริง รีวิวตามผลที่เกิดขึ้นกับตัวเอง **
 
หมวดล้างเครื่องสำอาง
1.Bioderma Sensibio 500ml. ขวดปั๊ม (ขวดชมพูสำหรับผิวบอบบางแพ้ง่าย)
ราคา: 950 บาท
เราใช้มาหลายขวดและไว้วางใจที่จะใช้ต่อไปเรื่อยๆ เช็ดเครื่องสำอางออกได้หมดจดและสะอาด น้องเขามีเทคโนโลยี Micellar Water ที่ช่วยขจัดสิ่งสกปรกหมดทั้งพวหเมคอัพและสิ่งสกปรกต่างๆ โดยเขาบอกว่าไม่ต้องล้างน้ำซ้ำ แต่ส่วนตัวเราพอเช็ดเสร็จก็ล้างหน้าต่อด้วยโฟมล้างหน้า 5555 อยากให้มั่นใจว่าหน้าสะอาดจริงๆอะเนอะ หลังจากเช็ดด้วยตัวนี้ก็ยังรู้สึกว่าผิวยังมีความชุ่มชื่น และที่สำคัญไม่เกิดความระคายเคือง

2.Purevivi cleansing sheet 50 Sheets
ราคา: 360 บาท
อันนี้เป็นแผ่นเช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอาง ที่ทางแบรนด์เครมว่าไม่มีน้ำมัน ไม่ผสมสี ไม่ใส่น้ำหอม ไม่มีแอลกอฮอล์ ไม่มีพาราเบน และไม่ใส่สารลดแรงตึง ชอบตรงที่มีฝาเปิด-ปิด มันช่วยทำให้น้ำที่มีอยู่ยังคงประสิทธิภาพของแผ่นทำความสะอาด ตัวน้องเขาสามารถเช็คเครื่องสำอางออกได้อย่างสะอาดหมดจด และเจ้าตัวแผ่นเช็ดทำด้วยเส้นใยธรรมชาติ ซึ่งเวลาเช็ดมันนุ่มละมุนไม่บาดหน้า แถมเวลาเช็ดออกแล้วตรงหน้ายังมีความชุ่มชื่นอยู่ อยากให้ทางแบรนด์มีแบบแพ็คเกจเล็กๆ จะได้พกใส่พวกกระเป๋าสะพายเล็กๆ หรือกระเป๋าเครื่องสำอาง มีแค่ 15 Sheets ก็ได้กำลังดี เพราะ 50 sheets มันก็ค่อนข้างใหญ่และหนัก หย่อนลงได้กับกระเป๋าใหญ่ๆ หรือใส่กระเปาเดินทาง
 
3.Maybelline eye+lip make up remover 150ml.
ราคา: 299 บาท
อันนี้ก็ใช้บ่อยใช้ตลอดหมดไปหลายขวดเลย ล้างง่ายล้างสะอาดดี ไม่ระคายเคือง ไม่แสบตา  เวลาใช้ก็เขย่าให้เนื้อผลิตภัณฑ์เข้ากัน  น้องเขาสามารถลบได้ทั้งเมคอัพที่ตาและปาก แต่ส่วนตัวแล้วจะเน้นใช้ล้างบริเวณดวงตาอย่างพวกอายแชโดว์และมาสคาร่ามากกว่าเอามาใช้กับปาก
 
หมวดล้างหน้า
1.Fresh Soy Face Cleanser 150 ml.
ราคา: 1620 บาท
น้องเขาเป็นเจลล้างหน้าที่ตอนนี้เราติดมากกกก น้องเขามาในรูปแบบเจลที่เวลาโดนน้ำจะไม่ค่อยมีฟองมาก แม้จะอ่อนโยนแต่แฝงไปด้วยความทะลุทะลวงเรื่องการทำความสะอาดได้ดี เวลาล้างออกผิวไม่แห้งตึง ซึ่งทางแบรนด์เขาเครมว่าน้องเขามีความสามาถล้างเครื่องสำอางได้ด้วย แต่เรายังไม่เคยล้างหน้าเดี่ยวๆโดยใช้แค่เจลล้างหน้าอย่างเดียว จะเช็ดเครื่องสำอางออกก่อนแล้วค่อยล้างหน้าให้สะอาดด้วยตัวนี้ ซึ่งสิ่งสำคัญที่ทำให้เราพุ่งตัวเข้าหาเจลล้างหน้าตัวนี้เพราะน้องเขามีสารสกัดของแตงกวา โดยส่วนตัวเราชอบอะไรที่ทำจากแตงกวาหรือมีส่วนผสมของแตงกวา เพราะทำช่วยปลอบประโลมผิวเราได้ดี และนอกจากนั้นยังมีกรดอะมิโนจากโปรตีนถั่วเหลืองช่วยในเรื่องความยืดหยุ่นของผิวและมีน้ำดอกกุหลาบที่เป็นส่วนผสมเด่นของแบรนด์นี้
 
หมวดกันแดด
1. Kiehl’s Ultra Light Daily UV Defense Sunscreen SPF 50 PA++++ 30 ml.
ราคา: 1500 บาท
เราลองกันแดดมาหลายแบรนด์แต่ก็ยังไม่โดนใจ พอมาเจอตัวนี้รักหมดใจเลย  เป็นกันแดดที่ทาแล้วซึมวับหายไปกับผิว แถมเวลาแต่งหน้าต่อก็รู้สึกว่าผิวดูเนียน และเวลาโดนแดดหน้าไม่แสบไม่ไหม้ หน้าไม่หมองคล้ำขึ้น และที่สำคัญไม่มีอาการอุดตัน (เราใช้กันแดดบางตัวแอบอุดตัน)  เห็นตอนนี้ Kiehl’s เขาออกกันแดดรุ่นนี้เป็นสูตรใหม่ที่เป็น Anti-Pollution ถ้าหมดจากหลอดนี้ เราจะตำสูตรใหม่มาลองใช้แน่นอน
 
หมวดบำรุงผิวหน้า
1.Biotherm life plankton essence 125ml.
ราคา 2500 บาท
น้องน้ำตบแพลงตอน ที่ตอนแรกๆเราได้กลิ่นแล้ว หื้มม!! กลิ่นมันดูเค็มๆดูมาจากทะเล แต่พอลองใช้เท่านั้นละ รักน้องมากกก ช่วยปลอบประโลมผิวหน้าสุดๆ ยิ่งตอนไหนหน้าระคายเคืองมีความแดงของผิวหน้า ที่ไม่รู้อยู่ๆมันก็แดง (ไปแพ้อะไรมาตอนไหน T^T) หรือตรงผิวหลังจากแคะสิวออก ก็ฟาดน้องไปที่หน้าเลย สักพักอาการผิวที่แดงหรืออักเสบดีขึ้น เลิฟฟฟฟฟ ด้วยความที่เราผิวผสม เราเลยใช้แค่ตอนก่อนนอนเท่านั้น แค่ลองใช้น้องตอนเช้าเครื่องสำอางเยิ้มเลย 555

2.Biotherm life plankton sensitive emulsion
ราคา: 1900 บาท
ส่วนตัวเรารักความเป็นแพลงของน้ำตบ biotherm อยู่แล้ว พอออกตัวemulsion ที่มีความเป็นแพลงตอน เราก็ไม่พลาด แล้วมันก็ดีจริงๆ ช่วยเรื่องความชุ่มชื่นพร้อมกับเรื่องรอยแดง และฟื้นฟูผิวจากการระคายเคือง  แต่ด้วยความที่เราผิวผสม เลยใช้ได้เฉพาะช่วงก่อนนอนเท่านั้น เวลาใช้ก็ปั๊มออกมาประมาณ 3-4ปั๊ม ทาได้ทั่วหน้าและคอ

3.Estee Lauder Advanced Night Repair Synchronized Recovery Complex II 50 ml.
ราคา: 4600 บาท
ลูกรัก number 1 ที่ไว้วางใจในเรื่องกอบกู้หน้าให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง ทำงานหนักๆหน้าเครียดมึนๆงงๆมา โบกไปเลย ตื่นมาสดใส ผิวหน้าดูเฟรซ และมีความกระชับขึ้น อะไรที่ดูพังๆน้องเขาก็จะช่วยฟื้นฟูให้สู่สภาพที่ดี แต่ไม่ได้ใช้ทุกวันนะ เราใช้วันเว้นวัน หรือ 2 วันครั้ง ใช้ทุกวันหน้ามันก็ดีฟื้นฟูดี แต่เหมือนสักพักมีการดื้อยา 555 หน้ามันก็คงเดิมไม่ได้ว้าวอะไร เลยคิดว่าไม่จำเป็นต้องใช้บ่อยทุกวันก็ได้ เว้นระยะเวลาหน่อย จะได้รู้สึกถึงความว้าวของผิว ที่สำคัญจะได้ประหยัดด้วย 5555

4.Vichy mineral 89 50ml.
ราคา: 1300 บาท
บอกตามตรงที่ซื้อมาเพราะชอบดีไซล์ของขวด 5555 แต่ๆพอใช้ไปใช้มา ชอบเฉยเลย ที่ชอบเพราะซึมง่ายและช่วยทำให้ผิวชุ่มชื่นพร้อมปรับสมดุลผิวหน้าให้ผิวยืดหยุ่นกระชับ ตัวน้องเขาเป็นพรีเซรั่มน้ำแร่เข้มข้น 89% ปราศจากน้ำหอม สารให้สี แอลกอฮอล์ พาราเบน และซิลิโคน เราชอบใช้หลังจากล้างหน้าเสร็จทั้งเช้า-เย็นก่อนลงสกินแคร์ตัวอื่นๆ

5.Clarins Facial Lift Total Contouring Serum 50ml.
ราคา 3100 บาท 
ใช้มานานเป็นปีและหมดไปหลายขวด ทางแบรนด์เครมน้องเขาว่าช่วยปรับให้หน้าเรียววีเชฟ แต่ส่วนตัวเราใช้แล้วที่เห็นได้ชัดๆจริงๆ คือน้องเขาช่วยทำให้หน้าไม่บวมน้ำเวลาเราตื่นนอน ส่วนเรื่องหน้าเรียว V Shape นั้นเราไม่เห็นอะไรเลย 5555  แต่ที่แน่ๆชอบตรงที่ไม่ทำให้หน้าบวมน้ำ หน้ากระชับขึ้น และผิวดูเปล่งปลั่งสดใสหลังตื่นนอน (ใช้ติดต่อและต่อเนื่องมาเป็นปี)

6.CLARINS DOUBLE SERUM Hydric+Lipidic System 50ml.
ราคา 4600 บาท 
ตัวนี้อยากลองมานานแล้ว เห็นคนรีวิวว่าน้องเขาดีงาม หลังจากได้ลองก็รักเลย ด้วยความที่เนื้อสัมผัสมันเป็นน้ำมัน+น้ำ แต่ไม่ได้ทำให้เหนะหน้าเลย แถมทำให้หน้าฟู ผิวละเอียดขึ้น และริ้วรอยเล็กๆจางไป  และที่ชอบมากๆ คือน้องเขามีขมิ้น เป็นส่วนผสมหลักจ้าาา ซึ่งเราๆรู้อยู่แล้วว่าขมิ้นนี้ดีกับผิวมากๆ เราใช้คู่กับ Estee ANR เหมือนเสริมพลังกันให้หน้าเด้งและฟูขึ้น

7.Kiehl’s Clearly Corrective Dark Spot Solution 30ml.
ราคา 2700 บาท
เรื่องรอยสิวต้องยกให้น้องคนนี้ คือมันจางลงจริงๆ ส่วนตัวเราใช้ประมาณ 2 อาทิตย์กับรอยดำที่เกิดจากสิว มันจางหายไว้มากกกก ซึ่งน้องเขามี Activated C มันคือโมเลกุลวิตามินซี ที่เขาบอกว่ามันปฏิบัติการรวดเร็วและมีเสถียรภาพสูง ก็เลยช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้น พร้อมลดเลือนความหมองคล้ำไปด้วย จะทาวนๆเฉพาะรอยสิวให้มันจางก็ได้ (วิธีนี้ประหยัด) หรือถ้าอยากให้ผิวหน้ามันมีความสม่ำเสมอของผิวก็ทาลงไปทั่วหน้าเลย (วิธีนี้อาจเปลือง) เรื่องผิวขาวส่วนตัวเราว่ามันไม่ได้นะ จะได้แต่ผิวดูใสๆสว่างๆขึ้น

8. Kiehl’s Powerful-Strength Line-Reducing Concentrate with 12.5% Pure Vitamin C 50 ml.
ราคา 3200 บาท
วิตซี Kiehl’s สูตรใหม่ ที่ตัวน้องเขาเพิ่มประสิทธิของตัวเองมากขึ้นด้วยวิตามินซี 12.5% บวกกับไฮยาลูโรนิก ซึ่งผลที่ได้จากตัวเราคือความนุ่มมมมของผิวหน้า ช่วยเรื่องความกระจ่างใสหน้าดูไม่โทรม และเรื่องริ้วรอยเล็กๆที่มีก็จางลง

13. Kiehl’s Precision Lifting & Pore-Tightening Concentrate 50 ml.
ราคา 2990 บาท
ตามคำเครมของแบรนด์เขาก็บอกว่ามันช่วยเรื่องรูขุมขนและกระชับผิวหน้า ซึ่งส่วนตัวเรามีปัญหาเรื่องรูขุมขนก็เลยลองเอาตัวนี้มาใช้ ซึ่งผลที่ได้กลับเป็นผิวหน้าดูกระชับขึ้นแทน 55555 แบบอารมณ์ผิวมันดูตึงกระชับขึ้น  เรื่องรูขุมขนกระชับนั้นเรายังไม่เห็นผล แต่ได้องค์รวมของผิวหน้าที่ดูกระชับขึ้นก็โอเค 55555
 
หมวดบำรุงใต้ตา
1.Himalaya under eye cream 15ml.
ราคา: 200 บาท
2.Estee Lauder Advanced Night Repair Eye Synchronized Complex II 5ml. 
ราคา: 550 บาท
น้อง Himalaya เขาอายครีมตัวดังจากอินเดีย ใครไปอินเดียต้องจัดน้องมา เพราะน้องค่าตัวถูกและคุณภาพดี ซึ่งตอนนี้ที่ไทยบ้านเราก็มีขายแล้วเด้อ โดยเฉพาะอายครีมตัวนี้ กระแสแรงมากก เราเลยสอยมาลอง ส่วนตัวเราไม่ได้มีปัญหาเรื่องใต้ตาคล้ำ แต่อยากเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับใต้ตา ซึ่งตัวนี้ก็ทำได้ดี น้องให้ความชุ่มชื่นดีเลย แถมยังไม่มีการระคายเคืองใดๆ ใช้ช่วงเช้าอาจหนักไป เราเลยชอบเอามาทาช่วงก่อนนอนแทน
ส่วนน้อง Estee อายเจลตัวนี้เราใช้แล้วเห็นผลว่าเรื่องริ้วรอยบริเวณใต้ตาดูจางลง และบริเวณใต้ตาดูไม่โทรม มันดูสดใสขึ้น เรื่องความชุ่มชื่นไม่ค่อยมาก เราเลยเอาตัวน้อง Himalaya มาทาทับเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่น

หมวดรักษาสิว
1.BK Mask Acne Mask Tea Tree Oil Green Tea 35g.
ราคา 288 บาท
2.SKINPLANTS Defenza Cream Best For Dryness & Sensitive Skin 12g.
ราคา 295 บาท
3.Benzac ac 2 ½
ราคา **จำราคาบ่ได้เด้อ**

มาส์กเขียว BK ตัวนี้ น้องเขากระแสดังมากกก ใครที่มีสิวต้องจัดมาลองใช้ เพราะน้องเขาช่วยให้สิวแห้งและหายเร็วขึ้น แล้วก็ช่วยดูดซับความมันส่วนเกินของผิวหน้า มีส่วนผสมเยอะแยะเช่นพวก สารสกัดจากใบบัวบก ที่ช่วยเรื่องลดการอักเสบ, สารสกัดจากใบทีทรี ที่ช่วยต่อต้านเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของการเกิดสิว และอื่นๆอีกมากมาย ส่วนตัวเราใช้ทั้งแบบทาทั่วหน้า และทามาส์กเฉพาะจุด เรื่องสิวยุบอันนี้เรายังไม่เห็นผลมาก แต่ชอบเรื่องการดูดซับความมัน และชอบตรงที่เวลามาส์กมันสดชื่นเพราะกลิ่นน้องเขาออกหอมแนวสดชื่นตัว Skinplants defenza อันนี้ดีมากกกก เรามาพบเจอคุณน้องท่านนี้ช่วงที่ผิวแพ้ระคายเคือง ขึ้นเป็นแดงๆที่หน้าจัดตัวนี้ สักพักอาการดีขึ้น เราใช้คู่กับตัวน้ำตบlife plankton ของ biotherm ส่วนตัว Benzac ac 2 ½ อันนี้น้องเขาเป็นที่รู้จักดีในการทาที่หัวสิวก่อนล้างหน้า ช่วยให้สิวแห้งและยุบตัวไว

4.skinplants tea tree acne oil 5g.
ราคา 175 บาท
5.Thursday plantation tea tree acne gel 10g.
ราคา 190 บาท
น้องทั้ง 2 เขาเป็น tea tree แต่มาคนละรูปแบบ เวลาทาเราจะใช้ตัวskinplants ที่เป็นออยก่อน ตัวนี้มีน้ำมันหอมระเหยทีทรีเข้มข้นเกรดออแกนิคส์ 100% ซึ่งเวลาแต้มไปที่สิวไม่ต้องแต้มเยอะ เอานิดๆพอ เพราะถ้าแต้มเยอะผิวตรงนั้นจะเบิร์นและแห้งได้เด้อ ส่วนน้องหลอดเขียวอ่อนของ Thursday plantation เราจะใช้ตอนที่สิวเริ่มแห้งและยุบลงเป็นการทาตบเพื่อยับยั้งเชื้อแบคทีเรียตรงนั้นด้วย เราเคยใช้ตัวแต้มสิวยี่ห้ออื่น แต่เฉยๆ พอมาเจอตัว tea tree มันโอเคกับผิวเรา และทำให้สิวยุบไว

หมวดมาส์ก
1.Sulwhasoo overnight vitalizing mask ex 30ml.
ราคา 390 บาท
อันนี้ขนาดทดลองแต่ใช้ได้นานเหมือนกัน ซึ่งสิ่งแรกเลยที่ทำให้เราชอบใช้ นั้นก็คือกลิ่นที่ผ่อนคลายมากๆๆๆ แบบอารมณ์อโรมาแนวสมุนไพรเกาหลีสุดๆ (แต่ถ้าใครไม่ชอบแนวสมุนไพรแนวโสมเกาหลีอาจไม่อินกับกลิ่น555) ช่วงไหนที่ขี้เกียจทาครีมเยอะๆ หรือกลับมาบ้านตอนกลางคืนเหนื่อยๆ แล้วไม่อยากบำรุงผิวหน้าแบบหลายขั้นตอน ใช้ vichy และจัดน้องเขาทาทั่วหน้าเลย ตื่นเช้ามาผิวหน้าไม่โทรมดูเปล่งปลั่งเหมือนคนนอนแบบเต็มอิ่ม ถ้าหมดไซล์ทดลองต้องตำไซล์ปกติแน่ๆ 555

2.Origins Drink Up Intensive Overnight Mask 100 ml. 
ราคา 1450 บาท
เราเรียกมันว่ามาส์กนางฟ้า 5555 ด้วยความที่หลังจากมาส์กแล้วตื่นมาหน้ามันดูดีเหมือนนอนเต็มอิ่มทั้งๆที่บางที่ก็ไม่ค่อยนอนเต็มที่เท่าไหร่ และที่สำคัญเวลามาส์หน้าด้วยตัวนี้เหมือนน้องเขาช่วยเติมน้ำให้กับผิว เราจะใช้สลับกับมาส์กของ Sulwhasoo นอกจากจะเป็นสิ่งที่เราชอบและขาดไม่ได้แล้ว แม่เราก็ชอบใช้มาส์ก Origins รุ่นนี้เหมือนกัน มีคนละหลอดตั้งไว้ที่โต๊ะเครื่องแป้ง 5555

3.Laneige lip sleeping mask 20g.
ราคา: 750 บาท
กลิ่นberry ปุกชมพูใช้หมดแล้ว (กลิ่นberry จะหอมหวานแนวเบอร์รี่น่ากินมากกก) เรากำลังจะใช้กลิ่น lime apple ปุกเขียวต่อ (กลิ่น lime apple จะหอมสดชื่นแบบมะนาวผสมแอปเปิ้ล) น้องเขาทำให้ปากเรานิ่มและหอม+หิวในเวลาเดียวกัน  สามารถทาเพื่อเป็น lip sleeping mask ตอนกลางคืนเพื่อบำรุงริมฝีปากให้นุ่มและชุ่มชื่นก็ได้ หรือจะเอามาทาบางๆช่วงเช้าเป็นลิปบำรุงก่อนทาลิปก็ได้

4.Kiehl’s Calendula & Aloe Soothing Hydration Masque 100ml
ราคา 1750 บาท 
เป็นมาส์กที่ทำไมเราได้กลิ่นแล้วคิดถึงเก๊กฮวย ซึ่งจริงๆมันไม่ใช่ เรามโนไปเอง 5555 ซึ่งสิ่งที่ทำให้เราพุ่งเข้าหาคือ ส่วนผสมของน้องเขาที่มีว่านหางจระเข้ (อีกแล้ว5555) ส่วนตัวจะใช้มาส์กตัวนี้ช่วงที่โดนแดดเยอะๆ หรือช่วงที่ผิวดูเหนื่อยหล้า ด้วยกลิ่นที่ดี๊ดี (ชอบกลิ่นมากกกก มันหอมๆผ่อนคลายแบบโล่งหัว) ตอนทาเนื้อเจลของมาส์กก็เย็นสบายผิว ขนาดเราไม่ได้เอาเข้าตู้เย็น วางในห้องที่มีอุณหภูมิปกติยังเย็นสบายผิวเลย ซึ่งหลังจากล้างมาส์กออกรู้สึกเลยว่าผิวมันผ่อนคลาย สดชื่นและมีความชุ่มชื่นที่ผิวหน้า

5.Faith in face I want healthy look  pearl cellulose sheet
ราคา 59 บาท
6.Faith in face I am always bright pearl cellulose sheet
ราคา: 59 บาท
เป็นมาส์กที่ใช้แล้วไม่ผิดหวังจริงๆ ด้วยความที่แผ่นมาส์กมันนุ่มละเอียดและเกาะผิวหน้า และที่ชอบอีกอย่างคือ ไม่มีส่วนผสมของพาราเบน, น้ำมันแร่ และสี จริงๆเราชอบใช้ทั้ง 3 สูตร แต่ที่มีตอนนี้เหลือแค่ 2 สูตรคือ I want healthy look ที่มาส์กแล้วช่วยฟื้นฟูให้ผิวแข็งแรง และ I am always bright  อันนี้เพื่อผิวกระจ่างใสฟื้นฟูผิวหมองคล้ำ เราจะสลับใช้ตามช่วงสภาพผิวที่ต้องการให้บำรุงในแต่ละช่วง

3.Babyish hyaluron moisturizing mask 7 sheet (ซองชมพูหน้าเด็ก)
ราคา 180 บาท
4.Qualty 1st all in one sheet mask moisture 7 sheet (ซองขาว)
ราคา: 180 บาท
7.Lululun healing nourishing (ซองเหลือง)
ราคา 195 บาท
5.มาส์กซองน้ำตาล สูตรคอลลาเจน (จำชื่อ+ราคาไม่ได้)
Babyish hyaluron (มาส์กหน้าเด็กซองชมพู) และ Qualty 1st อันนี้ในซองจะมี 7 แผ่น ส่วนตัวใช้แล้วชุ่มชื่นดี ส่วน Lululun (ซองสีเหลือง) นั้นในซองจะมี 7+1 แผ่น (นั้นก็คือ 8 แผ่นคร้าาา)  อันนี้ช่วยให้ผิวชุ่มชื่นและให้ผิวมันยืดหยุ่นและเด้งๆ และชอบshape ของมาส์กยี่ห้อนี้ มันเข้ากับรูปหน้าได้ดี และอีกอันคือมาส์กซองน้ำตาลสูตรคอลลาเจน เราจำชื่อไม่ได้ T^T แต่น้องเขาดีมากๆเลยนะ มาส์กแล้วผิวมันเด้งๆนุ่มๆดี แต่สิ่งเดียวที่ไม่ค่อยชอบคือแผ่นมันใหญ่ไป มันไม่พอดีกับหน้าเลย เวลาใช้มันเลยลำบากไปนิด (มาส์กซองน้ำตาลยี่ห้อนี้เขามีไม้คีบแผ่นมาส์กให้ด้วย)

5.Barrier repair facial mask enrich สูตร Collagen (ซองส้ม)
ราคา 79 บาท
6.Barrier repair facial mask moist สูตร Hyaluronic Acid (ซองม่วง)
ราคา 79 บาท
ขอเรียกว่า “มาส์กหน้าน้อง” ส่วนตัวเราใช้แล้วผิวนุ่มเด้งๆเหมือนเด็กเบบี้เลยและให้ความชุ่มชื่นดี ส่วนกลิ่นจะเหมือนน้ำเต้าหู้เบาๆ  เวลามีโปรจะชอบซื้อมาตุน 5555
 
8.Lululun Moisture Balance Facial Mask 36 sheets (กล่องสีชมพู)
ราคา 790 บาท
9.SABORINO Morning Facial Sheet Mask 32 sheets (กล่องเหลือง)
ราคา 520 บาท 
เราหลงรักมาส์กของ Lululun จนต้องถอยไซล์ใหญ่แบบกล่องที่มี 36 แผ่น มาใช้ให้สะใจ ซึ่งกล่องชมพูจะเป็นสูตรให้ความชุ่มชื่นพร้อมเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับใบหน้า หลังจากมาส์กเสร็จผิวก็จะเด้งๆนุ่มๆและชุ่มชื่นกำลังดีทำให้เวลามาส์กช่วงก่อนแต่งหน้ามันทำให้เราแต่งหน้าง่าย ส่วนมาส์กกล่องเหลืองของ Saborino เขาว่ามันคือ แผ่นมาสค์ทำความสะอาดและบำรุงผิวหน้าสำหรับตอนเช้า แผ่นเดียวม้วนเดียวจบได้ครบทุกขั้นตอน ตั้งแต่ล้างหน้าถึงบำรุงผิว แค่เราตื่นนอนและจับแผ่นมาส์กอันนีแปะที่หน้า 1 นาทีแล้วน้องเขาจะขจัดสิ่งสกปรกและเซลส์ผิวเก่าด้วยสารจากธรรมชาติหลายชนิด พอเราดึงออกก็แต่งหน้าได้เลย แต่ๆเราไม่ชิน 555 ก็เลยล้างหน้าก่อนค่อยมามาส์กเพื่อบำรุงผิวและเพิ่มความเฟรสให้กับผิวหน้า ซึ่งมันก็เฟรสจริงๆ เพราะมันเย็นหน้าและมีกลิ่นที่สดชื่นมากๆ เวลามาส์กเสร็จชอบตรงที่เหมือนได้เตรียมผิวให้เรียบเนียนก่อนแต่งหน้า เราคิดว่ามาส์กอันนี้น่าจะเหมาะตอนเวลาที่ขึ้นเครื่องแบบไฟลท์นานๆ แล้วก่อนลงอยากมาส์กหน้าเพื่อเตรียมความพร้อมให้ผิวก่อนที่เราจะแต่งหน้าสวยๆเริ่ดๆลงเครื่องไปเที่ยว
 
……………………………………………………………………
รีวิวจบแล้วนะทุกคนนนน ^^

มีตัวไหนที่โดนใจเพื่อนๆ หรือใช้ตัวไหนเหมือนเราก็คอมเม้นต์เล่าสู่กันฟังได้น๊าาา
 

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย