รีวิว AESOP Parsley Seed Serum ตัวดังค่าาาา

PHANNACHAT

PHANNACHAT

ดู Profile

เฮลลลโหหหหล่ทุกคนน กลับมาอีกแล้วค่ะกับการรีวิวskin care

รอบที่แล้วได้ทำการรีวิวเกี่ยวกับเรื่องเส้นผม หนังศรีษะไปแล้ว

วันนี้จะมาทำการรีวิว skin care จากแบรนด์ Aesop ชื่อดังค่ะ

ตัวที่จะมารีวิววันนี้ก็คือ... Parsley Seed Anti-Oxidant Serum นั่นเองค่าาาา

ตัวนี้ถือว่าเป็นตัวดัง ตัวชูโรงของทางแบรนด์เลยก็ว่าได้ค่ะ



มาค่ะ มาเริ่มกันเลย! อย่ารอช้าค่ะ let's gooooo

เจ้าตัว Parsley ตัวนี้เนี้ย ส่วนผสมที่ทางแบรนด์เขียนไว้ที่ฉลากติดขวดก็คือ

Grape seed, Panthenol, Parsley seed

และทางแบรนด์เองก็เคลมเอาไว้ว่าเจ้าตัวนี้จะช่วนเรื่องความชุ่มชื้นของผิวหน้า ไม่ว่าจะผิวแห้ง ผิวผสมยังไงมันก็จะช่วยเรื่องความชุ่มชื้น คือทำให้หน้าชุ่มชื้นขึ้นนั่นเอง

เอาหล่ะ มาดูกันค่ะ



เนื่องจากเราทำงานเป็นลูกเรือ อย่างที่บอกไปในรีวิวรอบที่แล้ว เพราะฉะนั้นหน้าเราจะแห้งในช่วงหน้าผาก จมูก และก็แก้มค่ะ เพราะว่าอยู่แต่ห้องแอร์ (เบสที่ตะวันออกกลาง อากาศร้อนทั้งวัน เลยต้องอยู่แต่ในห้องแอร์ค่า) บวกกับทำงานบนเครื่อง อากาศไม่ค่อยถ่ายเทเท่าไหร่ เลยทำให้สภาพผิวหน้าค่อนข้างแห้ง


เริ่มจากตัวบรรจุภัณฑ์กันก่อนเลย เจ้าตัวนี้จะมาในขวดแก้วสีน้ำตาลเพื่อป้องกันUV นั่นเองค่ะ

โดยส่วนตัวเราชอบขวดของเจ้าตัวนี้นะคะ มันดูมีความ minimal ทั้งตัวขวดเอย ฉลากเอย


เนื่องจากมันเป็นขวดแบบนี้ ทางแบรนด์เค้าเลยทำหลอดดูดแบบตามรูปเลยค่ะ สำหรับดูดตัวเซรั่มจากขวด แล้วหยดใส่มือเรา ก็ถือว่าโอเค แต่โดยตัวไม่ชอบเท่าไหร่

เพราะมีครั้งนึงค่ะ ไอ่ตัวที่บีบๆด้านบนมันเป็นรู ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นรูได้ยังไง เราก็แพคใส่กระเป๋า skin care ของเราปกติ แต่พอเรากลับมาถึงที่บ้าน เปิดกระเป๋าออกมา ปรากฏว่าตัวเซรั่มมันไหลออกมาจากรูค่ะ แต่โชคดีที่ไม่เยอะมากเท่าไหร่

คือมีความรู้สึกว่า ถ้าใครเล็บยาวแล้วเผลอเล็บไปจิกเป็นรูหรือเป็นรอยขาด คือจบเลย นี่คือส่วนที่ไม่ชอบของไอ่ที่บีบๆแบบนี้นะคะ



มาดูเนื้อเซรั่มกันค่ะ อย่างที่เห็นในรูปคือ มันจะเป็นเซรั่มใส ไม่มีสี ลักษณะค่อนข้างเหลวเลยทีเดียว หลังจากที่เราทาลงไปแล้วมันก็จะซึมเข้าผิวตามรูปทีสองเลยค่ะ



♥♥♥


HOW TO :)

เราใช้ตัวนี้ทั้งเช้าและก่อนนอนหลังล้างหน้าค่ะ

ตอนเช้า : หยด 3 หยดลงบนฝ่ามือแล้วนวดเพื่อเป็นการวอร์มเจ้าตัวเซรั่ม จากนั้นก็เอามือทาบลงบนหน้าเลยค่ะ แล้วกด กด จนทั่วหน้า ทิ้งไว้ซักพัก ตัวเซรั่มก็ซึมลงไปในผิวค่ะ จากนั้นเราก็ใช้ตัว skin care ตัวอื่นทาตามลงไปแล้วก็ตบท้ายด้วยครีมกันแดดค่ะ

ก่อนนอน : จะใช้ 4 หยดค่ะ เพราะว่าตอนเย็นก่อนนอนเราต้องการความชุ่มชื้นกับหน้าเลยใช้เยอะขึ้นมาหน่อย ส่วนขั้นตอนอื่นก็ทำเหมือนตอนเช้าทุกขั้นตอนค่ะ (นกเว้นครีมกันแดดน้าาา อิอิ)


MY OPINIONS :)

ส่วนตัวค่อนข้างพอใจกับตัวนี้ค่ะ คือหลังจากใช้มาสองเดือนกว่า มีความรู้สึกว่าผิวหน้าดีขึ้นเยอะมาก เรื่องความชุ่มชื้นคือดีขึ้นเยอะมาก แต่ถามว่าหน้าหายแห้งเลยมั้ย? ตอบตรงๆเลยนะคะ มันก็ยังแห้งอยู่ แต่มันดีขึ้นจากเดิมเยอะมาก เราคิดว่าเราก็คงต้องเพิ่มการมาส์กหน้าเข้าไปช่วยอีกแรงค่ะ

ส่วนเรื่องราคา จำราคาที่ถูกต้องไม่ได้เพราะซื้อที่ออสเตรเลีย แต่คิดว่าถูกกว่าที่ไทยแน่นอนเพราะว่าAesop เป็นแรนด์จากฝั่งทางนู้นอ่ะเนาะ

ถ้าขวดนี้หมด ยังไงซื้อใหม่แน่นอนค่าาา

จบแล้วค่ะกับการรีวิว ขอบคุณทุกคนที่อ่านจนจบนะคะ

หวังว่ารีวิวนี้คงเป็นประโยชน์กับทุกๆคนนะค้าาาาา เจอกันใหม่ในรีวิวหน้าค่ะ

เลิฟฟฟทุกคนค่า :)

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย