- - Review - - ปัญหาสิว สำหรับคนทำงานหนัก แถมยังแพ้ง่ายอีก

niyahckulp

niyahckulp

ดู Profile

สภาพผิว


ผิวแพ้ง่าย  แพ้ง่ายขนาดถ้าฝนตก แล้วเดินตามทางเท้า แล้วโดนน้ำที่ค้างตามตึกแถวหยดมาโดนคือผื่นขึ้นหน้าเลย เรื่องสกินแคร์ที่มีน้ำหอม แอลกอฮอล์ ไม่ต้องพูดถึงแพ้เกือบหมด

เป็นสิวง่าย สิวอักเสบ สิวอุดตัน สิวผดๆคันๆ ขึ้นง่ายมาก ส่วนตัวคิดว่าผิวน่าจะติดสเตียรอยด์ แต่ไม่ใช่จากการทาครีม เพราะเป็นคนไม่ใช้ครีมที่ไม่น่าเชื่อถือเลย ตอนวัยรุ่นเข้าคลีนิคหาหมอสิวตลอดทุกสัปดาห์ จึงคิดว่าติดสเตียรอยด์จากการฉีดสิว และสเตียรอยด์จากคลีนิค พวกที่ให้ทา 5-7 วัน 

ผิวมันมากแต่ขาดน้ำ คือมีสภาพผิวมัน แต่แห้งลอกเป็นขุยๆ พึ่งมารู้ตอนเริ่มอยากหยุดหาหมอแล้วหาข้อมูลรักษาสิวเอง ผิวขาดน้ำ ระคายเคืองง่ายคงมาจากการทายารักษาสิวมานานมากทามาเกือบหมดทุกตัวที่มีในสมัยนั้นทั้ง Benzac Ratin A Differin Ketoconazole กินโรแอคคิวเทนจนความดันต่ำ

-- ระยะเวลาการเป็นสิว --   

ช่วงสิวหนักๆ หาหมอตลอดตั้งแต่มัธยมจนจบมหาวิทยาลัย

ช่วงสิวลดลง พอเริ่มทำงาน (แต่ก็ยังมีไปฉีดสิว) แล้วเริ่มศึกษาหาสกินแคร์ใช้เอง (เป็นช่วงที่ลองเยอะจนมาหยุดที่ของป้าพอลล่า และคลีนีกซ์)

-- ระยะเวลาที่ผิวดีขึ้น --   

ประมาณเกือบ 1 ปีก่อนหน้านี้ เมื่อเราใช้แล้วดีขึ้นจึงอยากนำมาแชร์ เผื่อเป็นประโยชน์กับคนที่ผิวแพ้ง่าย และเป็นสิวง่ายเหมือนเรา

หมายเหตุ:    การใช้สกินแคร์เป็นเพียงส่วนหนึ่งในการดูแลผิวเท่านั้น อาหารที่มีประโยชน์ ร่วมถึงอาหารเสริม วิตามินต่างๆ (ถ้ามีโอกาสจะมารีวิวให้ครับ) การพักผ่อน การออกกำลังกาย สำคัญไม่แพ้การเลือกใช้สกินแคร์

ก่อนจะพูดถึงสกินแคร์แต่ละตัวอยากให้ดูภาพตอนที่เป็นสิวลดลงแล้ว แต่ผิวยังคงแพ้ง่ายมากอยู่
ตอนสิวเป็นสิว และผิวแพ้ง่ายมาก
"ตอนสิวเป็นสิว และผิวแพ้ง่ายมาก"
และสภาพผิวปัจจุบัน 
สภาพผิวปัจจุบัน
"สภาพผิวปัจจุบัน"
และนี่คือสกินแคร์ทั้งหมดที่ใช้มาแล้วไม่แพ้ครับ จะหยิบตัวหลักๆที่ใช้ประจำมารีวิวนะครับ
สกินแคร์ที่ใช้แล้วผิวไม่แพ้
"สกินแคร์ที่ใช้แล้วผิวไม่แพ้"
เพื่อที่ง่าย จะรีวิวแบ่งเป็นขั้นตอนตามนี้ครับ

ทำความสะอาดผิว


1. Smooth E Extra Sensitive Deep Cleansing Oil
Ingredient: Ethylhexyl Palmitate, PEG-20 Glyceryl Triisostearate, Isododecane, Diethylhexyl Sebacate, Camellia Oleifera Seed Oil, Simmondsia Chinensis Seed Oil, Olea Europaea (Olive) Fruit Oil, Phenoxyethanol, Vitamin E Acetate, Fragrance  

ตัวนี้จะใช้เป็นขั้นตอนแรก เฉพาะวันที่ลงคอนซีลเลอร์ ส่วนผสมหลักเป็น Emollient คือของเหลวลักษณะคล้ายน้ำมัน และ Solvent มีน้ำมันจากพืชจริงๆคือ น้ำมันเม็ดชา น้ำมันโฮโฮบา และน้ำมันมะกอก โดยใช้ PEG-20 Glyceryl Triisostearate เป็น Emulsifier ทำให้น้ำกับน้ำมันรวมกันได้ง่าย จึงช่วยล้างเครื่องสำอางออกได้อย่างสะอาด แต่มีน้ำหอมห้อยมาเป็นตัวสุดท้าย สำหรับคนแพ้ง่ายมากๆต้องระวัง

 3 ดาว หักที่มีน้ำหอม และหน้าแดงๆ หลังล้างเสร็จ


2. Smooth E Baby Face Foam
Ingredient: Distilled Water, Stearic Acid, Lauryl Betaine, Coco-Glucoside, Stearyl Alcohol, Ceteateth-6, Ceteareth-25, Cetyl Alcohol, Propylene Glycol, Decyl Glucoside, Fragrance, Tetrasodium EDTA, Diazolidinyl Urea, Triethanolamine, Methyl Paraben, Propyl Paraben, Tocopherol, RosaCanina Seed Extract, Anthemis Nobilis Flower Oil, Triticum Vulgare (Wheat) Germ Oil

ส่วนผสมหลักเป็นสารลดแรงตึงผิวชนิดไม่มีประจุ จึงเหมาะมากสำหรับผิวแพ้ง่าย ระคายเคืองง่าย แต่แอบมีสารกันเสียชนิดพาราเบน และน้ำหอมด้วย แต่สำหรับการล้างหน้าที่วนอยู่บนผิวไม่นาน ก็ไม่ต้องกังวลมาก ผมเน้นไปที่ล้างได้สะอาดไม่ทำให้ผิวแห้งตึงมาก (แต่ถ้าใช้เวลาล้างนานไปหน่อย หน้าก็จะมีแห้งนิดๆหลังล้าง) และที่สำคัญไม่แพ้ แค่นี้ก็โอเคครับ ตัวนี้ใช้มาตั้งแต่วัยรุ่น เริ่มใช้โฟมล้างหน้าก็ใช้มาตลอด เคยเปลี่ยนไปหลายแบรนด์ ก็ต้องกลับมาใช้ตัวนี้ เพราะตัวอื่นแพ้หมดตั้งแต่แบรนด์ใน Drug Store ยัน Counter Brand

  4 ดาว หักตรงมีน้ำหอม พาราเบน และแห้งตึงนิดๆถ้าล้างเพลินนานไปหน่อย

3. FYNE Gentle Facial Cleansing Gel
Ingredient: Aqua, Magnesium Laureth Sulfate, Disodium Laureth Sulfosuccinate, Cocamidopropyl Betaine, Glycerin, Butylene Glycol, Cocamide DEA, Polyquaternium-7, Phenoxyethanol, Niacinamide, Allantoin, Sodium Hyaluronate

แบรนด์นี้เพิ่งเริ่มใช้มาได้ประมาณ 4-5 เดือน ที่สนใจอยากลองใช้เพราะ เค้าเคลมว่าไม่มีสารก่อการระคายเคืองพวก น้ำหอม และไม่ใส่ SLS SLES ซึ่งดูจากส่วนผสมก็เป็นจริง ตรงคอนเซ็บ Less is More จริงๆ ล้างหน้าก็ใช้ส่วนผสมเท่าที่จำเป็นในการชะล้าง ไม่ใส่สารที่อาจทำให้ระคายเคือง ใช้สารลดแรงตึงผิวชนิดอ่อนโยนกับผิว ให้ฟองน้อยที่เพียงพอสำหรับลดการเสียดสีของผิวกับฝ่ามือ ดีตรงที่ไม่มีน้ำหอมให้กลัวว่าจะแพ้ด้วย

★★ 4 ดาว ถือว่าทำหน้าที่ล้างหน้าได้ดี ไม่แพ้ สิวไม่ขึ้นเพิ่ม ไม่ใส่น้ำหอม ล้างเสร็จผิวไม่แห้งตึง แต่ก็ไม่รำคาญผิวเหมือนมีอะไรเคลือบ แต่หักไป 1 ดาวเพราะใช้ได้ยังไม่นานเท่าไหร่ ต้องดูในระยะยาวๆ

ผลัดเซลล์ผิว รักษา + ป้องกันสิว


1. Paula's Choice Skin Perfecting 2% BHA Liquid
Ingredient: Water (Aqua), Methylpropanediol (hydration), Butylene Glycol (hydration), Salicylic Acid (beta hydroxy acid/exfoliant), Polysorbate 20 (stabilizer), Camellia Oleifera Leaf Extract (green tea/skin calming/antioxidant), Sodium Hydroxide (pH balancer), Tetrasodium EDTA (stabilizer)

BHA ป้าพอลล่าตัวนี้ใช้มานานมากเริ่มใช้ตั้งแต่ยังต้องซื้อร้านหิ้ว ส่วนผสมออกฤทธิ์หลักเลยคือ 2%BHA ทำงานโดยซึมลงไปความสะอาดรูขุมขน ผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว แต่ยังกองอยู่บนผิว จึงลดการอุดตันที่เป็นสาเหตุของสิวทุกชนิด ตัวนี้เริ่มใช้เพราะอยากหยุดหาหมอสิว และช่วงนั้นผิวผ่านมาทั้ง Benzac Differin RetinA ช่วงเริ่มใช้ตัวนี้ผิวจึงมีอาการแสบแดง และมีการผลักสิวออกมาก่อน ใช้ระยะเวลานานเกือบ 3 เดือนที่สิวเห่อออกมา แต่สุดท้ายสิวก็ดีขึ้น ลดลงไปได้ 70% เลย ถือว่าพอใจมากเมื่อเทียบกับการเสียเงินเข้าคลีนิค แต่สิวก็ไม่ได้หายไป 100% คือบนหน้าต้องมีสิวตลอดไม่เคยขาด แต่ถือว่าน้อยลงมาก ก่อนหน้านี้คิดว่าคงใช้ตัวนี้ไปตลอดไม่น่ามีอะไรมาทดแทนได้

 4 ดาว หักไปเพราะเมื่อทาเสร็จยังคงเหลือความมันเงาบนผิว ถ้าเป็นช่วงเช้าจะทำให้ผิวดูมันเร็วขึ้น

2. FYNE BHA Clarifying Serum
Ingredient: Aqua, Butylene Glycol, Ammonium Acryloydimethyltaurate/VP Co-polymer, Aloe Barbadensis Leaf Extract, Salicylic Acid, Triethanolamine, Sodium Hyaluronate, Phenoxyethanol, Anthemis Nobilis Flower Extract, Disodium EDTA, Allantoin, Glyceryl Laureate, Cucumis Sativus Fruit Extract, Camellia Ainensis Leaf Extract, Panthenol, Centella Asiatica Leaf Extract

ก่อนที่จะเจอตัวนี้ใช้ BHA ป้าพอลล่ามาตลอดจนไม่คิดว่าจะเจอตัวไหนมาแทนได้ แต่ก็พยายามลอง BHA ยี่ห้ออื่นมาเรื่อยๆเพราะ ใช้ป้าพอลล่าแล้วสิวดีขึ้นจริง แต่ก็ยังไม่หายไปหมด จนได้มาลองใช้ BHA ของ ฟายน์ สิวหายไปเกือบหมด หรือนานๆมาทีเวลาอดนอนหรือกินของมันของหวานเยอะๆ (จากเหตุผลนี้ทำให้รู้ว่าสุขภาพผิวไม่ใช่จะทาอย่างเดียว ต้องดูแลจากภายในพร้อมกันไปด้วย) ดูจากส่วนผสม นอกจาก 2% BHA แล้วยังมีสารอื่นๆในการช่วยลดการอักเสบ ลดการระคายเคือง

 4 ชอบตรงทาแล้วซึมไปเลยไม่ทิ้งความมันบนผิว จริงๆอยากให้เต็ม แต่หักตรงระยะเวลาใช้มาแค่ 3-4 เดือน ขอรอดูผลระยะยาวกว่านี้หน่อย

มอยเจอไรเซอร์บำรุงผิว


1. Clinique Dramatically Different Moisturizing Gel
Ingredient: Water/Aqua/Eau, Dimethicone, Isododecane, Butylene Glycol, Bis-PEG-18 Methyl Ether Dimethyl Silane, Glycerin, Laminaria Saccharina Extract, Polygonum Cuspidatum Root Extract, Saccharomyces Lysate Extract, Cucumis Sativus (Cucumber) Fruit Extract, Hordeum Vulgare (Barley) Extract/Extrait D'Orge, Helianthus Annuus (Sunflower) Seedcake, Caffeine, Triethelose, Sodium Hyaluronate, Tocopheryl Acetate, Sucrose, Chamomilla Recutita (Matricaria), Polysilicone-11, Silica, Propylene Glycol Dicaprate, Oleth-10, Lactobacillus Ferment, Laureth-23, Laureth-4, Ammonium Acryloyldimethyltaurate/VP Copolymer, Caprylyl Glycol, Hexylene Glycol, Tromethamine, Disdoium EDTA, Phenoxyethanol, Potassium Sorbate, Yellow 5, Red 4, Yellow 6

เป็นบำรุงเคาท์เตอร์แบรนด์ตัวแรกที่เริ่มใช้หลักจากตัดสินใจหยุดหาหมอสิว และเป็นตัวเดียวที่ใช้แล้วไม่แพ้ ตามประสาคนผิวไม่ดีก็อยากลองไปเรื่อย แต่ยังไงก็ต้องกลับมาใช้แค่ตัวนี้ตลอด ไม่ได้เห็นผลเรื่องความขาว ความใส ความตึง แค่ใช้ได้แล้วไม่แพ้ มาเข้าเรื่อง Ingredient เบสหลักๆคือน้ำ กับซิลิโคน ดีหน่อยที่เป็นซิลิโคนชนิดดี โอกาสอุดตันต่ำ มีสารให้ความชุ่มชื้นอย่าง Glycerin และ Sodium Hyaluronate และมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ และสารลดการระคายเคือง อีกนิดหน่อย แต่คิดว่าใส่มาในความเข้มข้นที่ไม่มาก

★ 5 ให้ตรงที่ใช้ทาผิวมานานมาก ไม่ได้ทำให้แพ้ ช่วยเรื่องชุ่มชื้นอย่างเดียวจริงๆ อย่างอื่นไม่ได้ช่วยอะไรเลย แต่ให้เต็มเพราะใช้มานานมาก เราใช้ทารอบดวกตาไปด้วยเพราะค่อนข้างอ่อนโยนไม่มีน้ำหอม แอลกอฮอล์ แต่มีสีใส่มานิดหน่อย

2. Physiogel Soothing Care AI
Ingredient: Aqua, Olea Europaea Fruit Oil, Glycerin, Pentylene Glycol, Olus Oil, Elaeis Guineensis Oil, Hydrogenated Lecithin, Squalane, Betaine, Palmitamide MEA (PEA), Sarcosine, Acetamide MEA, Hydroxyethylcellulose, Carbomer, Sodium Carbomer, Xanthan Gum.

ส่วนประกอบหลักจะเป็นน้ำ กลีเซอรีน กับพวกน้ำมันพืช เพื่อช่วยลดอาการผิวแห้ง ส่วนตัวคิดว่าสารที่น่าสนใจของตัวนี้คือ Palmitamide MEA ทำหน้าที่คล้ายสเตียรอยด์ ช่วยลดการอักเสบของผิว แต่ไม่ให้ผลข้างเคียงเหมือนสเตียรอยด์ ตัวนี้จะใช้เฉพาะเวลารู้สึกว่าผิวหน้าแพ้ คัน แดง พออาการหายก็หยุดทา เพราะเคยใช้ต่อเนื่องแล้วสิวขึ้น น่าจะมาจากพวกน้ำมันพืชที่ใส่มามีค่าการอุดตันค่อนข้างสูง

★ 3 ถือว่าดีเฉพาะเวลาผิวแพ้มา แต่ใช้ต่อเนื่องแล้วสิวขึ้น ตัวนี้เคยใช้ทารอบดวงตาเพราะส่วนผสมดูอ่อนโยนดี แต่ทาแล้วเป็นสิวอุดตัน และเหมือนสิวข้าวสาร บริเวณใต้ตา

3. FYNE Skin Barrier Serum-in-Cream
Ingredient: Aqua, Propylene Glycol, Caprylic/Capric Triglyceride, Glycerine, Glyceryl Laurate, C13-14 Isoparaffin, Laureth-7, Chamomile Extract, Centella Asiatica Leaf Extract, Aloe Barbadensis Leaf Extract, Phenoxyethanol, Bisabolol, Allantoin, Hydrolyzed Hyaluronic Acid, Sodium Hyaluronate, Xanthan Gum, Lactic Acid, Cyclopentasiloxane, Dimethiconol, Lecithin, Ceramide NP, Actobacillus/Soymilk Ferment Filtrate, Lactobacillus/Rye Flour Ferment, Bacillus/ Soybean Ferment Extract, Propanediol, 1,2-Hexanediol, Epilobium Angustifolium Flower/Leaf/Stem Extract, Polyacrylamide

ตัวนี้เบสประกอบไปด้วย น้ำ, Glycerin, Propylene Glycol ซึ่งช่วยให้ผิวชุ่มชื้น และ Caprylic/Capric Triglyceride ไขมันชนิดดี สายยาวปานกลาง (Medium-chain triglyceride - MCT) สามารถดูดซึมเข้าสู่ผิวหนังและช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนังได้ดี เรื่องความชุ่มชื้นยังไม่หมดครีมตัวนี้ยังมีไฮยาลูรอนใส่มาถึง 2 ชนิดคือชนิดโมเลกุลใหญ่ และโมเลกุลเล็กสามารถให้ความชุ่มชื้นทั้งผิวชั้นนอกและผิวชั้นใน เมื่อผิวได้รับความชุ่มชื้นอย่างเพียงพอริ้วรอบเล็กๆจึงตื้นขึ้นได้ (ริ้วรอยยับลึกอันนี้ทาครีมช่วยไม่ได้)  ยังมีส่วนผสมที่น่าสนใจอีกคือ Ceramide NP ช่วยเสริมและกระตุ้นการสร้าง Barrier ให้ผิวมีผลช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้น ส่วนผสมที่ช่วยลดการอักเสบ ระคายเคือง คือ Chamomile Extract, Bisabolol, Soybean Ferment Extract มีกลุ่มช่วยความกระจ่างใจมาด้วยคือ Centella Asiatica Leaf Extract (ใบบัวบก) ดูแล้วน่าจะใส่มาเข้มข้นทีเดียวเพราะใส่ลำดับต้นๆ ความเห็นส่วนตัวคือครีมตัวนี้เหมือนเอา  Clinique Dramatically Different Moisturizing Gel และ Physiogel Soothing Care AI มารวมกันคือเนื้อครีมเข้มข้นแต่ไม่มัน เห็นชัดเรื่องผิวแข็งแรงขึ้น แต่เรื่องความขาวคงต้องดูผลระยะยาวหน่อย สามารถทาได้ทุกวันสิวไม่ขึ้น แถมยังช่วยลดการอักเสบของผิวได้อีก

 4 ใช้ดีทีเดียวรู้สึกผิวแข็งแรงขึ้น ไม่แพ้อะไรง่ายๆเหมือนเมื่อก่อน ตอนนี้หยุดใช้ Clinique Dramatically Different Moisturizing Gel ไปแล้ว แต่พึ่งใช้ต่อเนื่องมาซักระยะประมาณ 2 เดือน อาการสิวดีขึ้นกว่าใช้เฉพาะ BHA ด้วยซ้ำ ทั้งๆที่ส่วนผสมไม่ได้มีตัวไหนแก้สิวโดยตรง แต่การทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น จึงทำให้สิวขึ้นยากขึ้น เนื้อครีมข้นแต่ทาไปแล้วซึมเข้าผิวง่ายมาก ผิวไม่มันเลย แต่ก็ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นขึ้นได้ด้วย ตัวนี้เราก็ใช้ทารอบดวกตาไปด้วยเพราะอ่อนโยนดี ไม่มีน้ำหอม แอลกอฮอล์ และไม่แต่งสี

ยาแต้มสิว


1. Clindalin Gel
Clindamycin 1% ในแบบเจล ตอนเป็นสิวเยอะ ใช้บีบลงบนคอตตัลบัต และทาหนาๆเฉพาะบริเวณหัวสิว ตอนก่อนนอน

 4 ดาว ช่วยลดการอักเสบได้ดี แต่มีเทคนิคการใช้ ขอพูดรวมที่เดียวของทั้ง 3 ตัว

2. Clinda M
Clindamycin 1% ในเบสแอลกอฮอล์ ใช้โดยเทให้ชุ่มบนคอตตัลบัต ทาเฉพาะบริเวณหัวสิว ตอนเช้า เหตุผลที่เลือกใช้แบบเบสแอลกอฮอล์ตอนเช้า เพราะมันจะระเหยไปเราสามารถทาแป้งต่อไปในขั้นตอนสุดท้าย
3 ช่วยลดการอักเสบได้บ้าง

3. Thurseday Plantation Tree Tea Oil
100% Tree Tea Oil ใช้โดยเทให้ชุ่มบนคอตตัลบัต ทาเฉพาะบริเวณหัวสิวตอนก่อนนอน

★ 4 ดาว ชอบนะ ไม่ได้ทำให้สิวยุบ แต่เป็นการเร่งให้สิวสุกเร็วขึ้นมาก พอสุกก็สามารถเอาหนองและหัวออกได้ง่าย

เทคนิคของเราคือ เราจะไม่ใช้ยาแต้มสิวที่มีตัวยาเดียวกันติดต่อกันเป็นเวลานาน เพราะการใช้ยาปฏิชีวนะต่อเนื่องกันจะทำให้เชื้อสิวดื้อยา ทาไปก็ไม่ช่วยอะไร เราเลยใช้ Tree Tea Oil มาสลับ คือใช้ Clindamycin 2 เดือน สลับมาใช้ Tree Tea Oil 1 เดือน สลับกันไป

กันแดด


1. Clinique For Men SPF 21 Moisturizer
Ingredient: Octinoxate (7.4%), Octisalate (5%), Avobenzone (3%), Oxybenzone (2%), Other: Water, Butylene Glycol, Dimethicone, Neopentyl Glycol Diheptanoate, Cetearyl Alcohol, Silica, PEG-100 Stearate, Lactobacillus Ferment, Hordeum Vulgare (Barley) Extract, Algae Extract, Cucumis Sativus (Cucumber) Fruit Extract, Helianthus Annuus (Sunflower) Seedcake, Cholesterol, Cetearyl Glucoside, Propylene Glycol Dicaprate, Chamomilla Recutita (Matricaria), Tridecyl Trimellitate, Hydrogenated Lecithin, Stearyl Alcohol, Zeolite, Tridecyl Stearate, Isododecane, Dipentaerythrityl Hexacaprylate/Hexacaprate, PVP, Oleth-10, Laureth-4, Laureth-23, Caprylyl Glycol, Hexylene Glycol, Polyethylene, Tromethamine, Carbomer, Sodium Citrate, Disodium EDTA, Sodium Benzoate, Potassium Sorbate, Chlorphenesin, Phenoxyethanol, Yellow 5, Yellow 6, Red 33

เราเป็นคนเป็นสิว ที่พยายามต้องทากันแดดตลอด ถึงแม้จะมีบางแหล่งข้อมูลจะบอกว่ากันแดดอาจเป็นสาเหตุหนึ่งของสิว เพราะการทากันแดดเป็นการดูแลผิวขั้นพื้นฐานที่สำคัญที่สุด ถ้าเราไม่ป้องกันก็เหมือนที่บำรุงรักษามาทั้งหมดไม่มีความหมาย แต่กว่าจะมาเจอตัวนี้ก็ลองผิวลองถูกมาหลายยี่ห้อ เรียกว่าลองกันมาแถบจะหมดแล้วทุกแบรนด์ที่เคลมว่าเหมาะกับผิวแพ้ง่าย เป็นสิว จึงค้นพบว่าคนเป็นสิวทากันแดดได้ แต่ไม่ควรใช้ที่มีค่า SPF สูงมาก เพราะสังเกตจากตัวเองมาว่าเมื่อใช้ตัวที่มีค่า  SPF สูงสิวจะขึ้นตลอด เราจึงมาจบที่ตัวนี้คือทาแล้วไม่แพ้ ไม่อุดตัน สิวไม่ขึ้น ดูจากส่วนผสมสามารถกันได้ทั้ง UV A และ UV B แต่อาจจะไม่เสถียรมากนัก เราก็อาศัยไม่ตากแดดโดยตรงเอา นอกจากนี้ยังมีสารบำรุง และสารลดการระคายเคืองใส่มาด้วย ถือว่าโอเคเลยทีเดียว

★ 5 ดาว ให้เต็ม ตราบใดที่ยังไม่เจอตัวใหม่ที่ใช้ได้ ก็จะใช้ตัวนี้ไปตลอด

Make up

1. Clinique Blended Face Powder and Brush

เราใช้ปัดบางๆ หลังทากันแดดในตอนเช้า เพื่อให้ผิวดูไม่มัน ใช้ดี ไม่มีน้ำหอม ไม่แพ้

2. Nars Radiant Creamy Concealer สี macadamia

คือเป็นภูมแพ้ ใต้ตาจะคล้ำมาก ทาอายครีมไม่ได้ด้วยสิวอุดตันจะขึ้นเลยถ้าทาไป จึงใช้ครีมที่ทาหน้า ทาใต้ตาไปด้วยเพราะ ครีมที่เลือกทาหน้า เราเลือกที่ไม่มีน้ำหอม อยู่แล้ว ถ้าวันไหนต้องการให้หน้าดูสดชื่นก็จะใช้ Nars ตัวนี้ทาใต้ตา แล้วค่อยทาแป้ง

3. Synthetic Brush Gino McCray

เลือก Synthetic Brush เพราะทำให้ทาแป้งแล้วดูบางเบาไม่หนาไป แต่ของยี่ห้อนี้ไม่ค่อยดีขนหลุดติดหน้าทุกครั้งที่ทา แต่ถ้าเทียบกับราคาก็คือสมเหตุสมผล

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย