รีวิวละเอียด Jergens Ultra Healing ฉบับสาว(เคย)ผิวแห้งกร้านและย่ำแย่มากๆ + แนะนำสำหรับคนที่อยากลอใช้

believe_yours

believe_yours

ดู Profile

สวัสดีจ้าาา นี่เป็นกระทู้แรกของเราในเว็บJebanเลย หลังจากที่เป็นนักอ่านและผู้ที่เสพรีวิวจากบิวตี้บล็อกเกอร์คนอื่นๆในเว็บนี้บ่อยๆ55555 ถ้ามีอะไรผิดพลาดหรืองงๆอะไรตรงไหนก็ต้องขอโทษก่อนเลยเนอะ

วันนี้เราขอมารีวิว+แนะนำไอเท็มบำรุงผิวที่เราชอบและเลิฟมากกกกกก เราอินกับตัวนี้มาได้ประมาณปีนึงละ ตั้งแต่ได้ใช้มาเราก็ไม่เปลี่ยนใจไปใช้ยี่ห้ออื่นอีกเลย ต้องกราบขอบพระคุณคุณแม่และคุณน้าเรางามๆเลยที่แนะนำตัวนี้กับเราในวันที่สภาพผิวเราตอนนั้นย่ำแย่มากๆๆๆๆๆๆๆๆถึงมากที่สุด จนตอนนี้ผิวเราดีขึ้นมาก(แต่ก็ไม่ถึงกับดีเลิศเพอร์เฟ็คขนาดนั้นอะนะ)

ขอยืมรูปจากเน็ตเนอะ เอารูปที่ถ่ายเองลงไม่ได้อะ แหะๆ
"ขอยืมรูปจากเน็ตเนอะ เอารูปที่ถ่ายเองลงไม่ได้อะ แหะๆ"

ก่อนอื่นเราก็ขอพูดถึงตัวผลิตภัณฑ์ สภาพผิว และไลฟ์สไตล์ของเราในวันที่เริ่มใช้ก่อนเนอะ


สีผิว  ::  น้ำผึ้ง-แทน แล้วแต่ช่วง



สภาพผิว  ::  ผิวแห้ง(มากๆๆๆๆๆๆ) ยังหาครีมที่ทาครั้งเดียวแล้วอยู่รอดโดยที่ผิวไม่แห้งตลอดทั้งวันไม่ได้ อย่างดีคือผิวสามารถชุ่มชื้นได้มากสุดก็ประมาณ3ชั่วโมง มีอาการผิวที่แห้งลอกเป็นวงเป็นจุดๆตามแขนเนื่องจากใช้สบู่ยี่ห้อนึงละแพ้หนักมาก ถ้าไม่ได้รับการบำรุงจะแอบคันๆอยู่นิดๆ ผิวไม่เรียบเนียน

ไลฟ์สไตล์  ::  โดยส่วนใหญ่จะอยู่ในห้องแอร์หรือในที่ร่ม ไม่ค่อยมีกิจกรรมที่ต้องออกเหงื่อหรือต้องทำกลางแจ้งซักเท่าไหร่ (ถ้าไม่จำเป็นจริงๆอะนะ5555)


ผลิตภัณฑ์  ::  รู้จักและเห็นผ่านตามานานละแต่ไม่เคยคิดจะซื้อเพราะ1.ไม่เคยใช้มาก่อนกลัวแพ้อตนนั้นยิ่งเพิ่งแพ้จากสบู่มาด้วย 2.ใช้ครีม+ผลิตภัณฑ์ต่างๆรักษามาหลายปีแต่ก็ไม่หายเลยคิดว่าตัวนี้ก็คงไม่ต่าง 3.ตอนนั้นยังไม่ค่อยมีใครใช่+ไม่มีรีวิวเลยขอไม่เสี่ยง (แล้วตอนนี้ละ เป็นไง กลายเป็นลูกรักลูกเลิฟไปแว้วววว)

เนื้อ  ::  ที่เคยอ่าน+ดูรีวิวผ่านๆคนส่วนใหญ่จะบอกว่าเนื้อหนัก เกลี่ยยาก การซึมปานกลาง แล้วก็ค่อนข้างเหนอะหนะ แต่สำหรับเราคือเนื้อไม่ได้หนักและหนาแค่เวลาทาวนจนซึมหมดแล้วมันจะเหมือนมีอะไรบางๆมาเคลือบผิวอะ แต่สบายผิวนะ ไม่เหนอะหนะ กำลังดีเลย ทาทีเดียวอยู่ได้ยันพรุ่งนี้เช้าอะ ปริมาณนิดเดียวสามารถทาได้บริเวณกว้างเด้อเพราะว่านางต่อนข้างเข้มข้นและชุ่มชื้น 

กลิ่น  ::  ไม่ได้หอมแบบน้ำหอมนะ เป็นหอมแบบสะอาดๆฟีลเหมือนเพิ่งอาบน้ำเสร็จอะ กลิ่นอ่อนๆ คือถ้าไม่เข้ามาระยะประชิดก็จะไม่ได้กลิ่นอะ ไม่ได้ติดผิวตลอดทั้งวันนะ ซัก3ชม.ก็ไม่มีกลิ่นละ แต่ดีนะ เพราะเวลาเราจะฉีดน้ำหอมอะกลิ่นจะไม่ตีกัน

ปริมาณ  ::  ที่เราใช้ก็ตามรูปข้างต้นเลยขนาด813มล. เป็นแบบที่เพิ่มปริมาณ25% ขนาดปกติแบบไม่เพิ่มของมันก็650มล.อะ แต่ถ้าใครอยากได้ขนาดอื่นๆก็สามารถไปลองหาซื้อได้นะ ที่เคยเห็นก็มีตั้งแต่ขนาดหลอดพกพา100มล.ไปจนถึงขวดปั้ม650มล.เลย

เนื้อเป็นสีขาวข้นแบบนี้เลยจ้า
"เนื้อเป็นสีขาวข้นแบบนี้เลยจ้า"
อะ เข้าเรื่อง คือก่อนได้ลองโลชั่นตัวนี้ผิวเราคือแห้งกร้าน มีร่องรอยจากอาการแพ้สบู่เมื่อหลายปีที่แล้วที่ดีขึ้นเล็กน้อยแต่ไม่ได้หายอะ ถ้าอธิบายให้เห็นภาพก็คงเหมือนหน้าปกนิยายที่มันจะมีส่วนที่นูนๆลื่นๆขึ้นมาเพิ่มเน้นจุดใช่ปะแล้วพื้นที่ที่เหลือก็จะแบบ..แห้งๆไรเงี่ย เวลาเราลูบไปก็จะสะดุดใช่ม่ะ ผิวเราก็อารมณ์นั้นเลยแต่แครกลับกันที่ผิวส่วนใหญ่จะลื่นๆเป็นผิวปกตืแต่ส่วนที่มีอาการจะเป็นวงแห้งๆที่ผิวลอกถึงทาครีมทาโลชั่นแล้วแต่ก็ไม่ช่วย

จนวันหนึ่งแม่เราเห็นเราใช้โลชั่นยี่ห้อนึงละแม่นางก็ทักว่ามีโลชั่นที่นางใช้ละดีกว่าตัวนี้อีกนะ(ไม่บอกยี่ห้อด้วยนะ) เพราะนางก็เคยใช้ตัวนี้ที่เราใช้อยู่ที่ไม่เวิร์คเหมือนกัน พอดีกับรุ่นน้องที่ทำงานแม่นางแนะนำตัวนี้ให้พอดีเลยเปล่ยนมาใช้คือดีมาก อย่างงั้นอย่างงี้บลาๆๆๆๆๆ (ปล. เราไม่ได้อยู่กับแม่เนอะ จะเจอกันช่วงที่เป็นholidayยาวๆที่นางจะสามารถลาพักร้อนได้นานๆเช่น ช่วงเมษา ช่วงตุลา เป็นต้น) ถามว่าตอนนั้นอินี่เชื่อไหม บอกเลยจ้าว่าไม่ค่อย แล้วตอนนั้นกำลังจะไปช็อปกันพอดีนางเลยพาไปซื้อ เราก้แบบอืมๆ สูตรนี้ก็ได้เพราะว่าที่ผ่านมาต้องใช้โลชั่นที่ชุ่มชื้นขั้นสุดของสุดของสุดตลอด(นั้นขนาดสุดละนะก็ยังเอาผิวอินี้ไม่อยู่ถึงจะไม่อยู่ห้องแอร์ก็เหอะ) สรุปวันนั้นกลับมาลองจ้าา ถามสิว้าวไม่ว้าว แทบช็อคไปเลย คคือแบบ..เห้ยยยยย ดีเว่อร์ อินี่ไปอยู่ที่ไหนมา ทำไมไม่ยอมใช้ตั้งแต่แรกกกกก นี่คือfirst impressionนะก็เอาใจไปละระดับหนึ่ง ก็ใช้ต่อมาเรื่อยๆ เห้ยย effectที่ได้หลังจากการใช้แค่ไม่นานคือมันจะเกินคาดเกินไปละ

คืองี้ หลังจากใช้ไปได้ไม่นานใช่ปะ ประมาณเดือนนึง-เดือนกว่าๆมั้งคือรู้สึกได้เลยอะว่าผิวเรียบเนียนขึ้น บริเวณที่มีอาการแพ้ผิวไม่ลอกแล้วเหลือแต่แบบ...เป็นตุ่มๆอะ(ไม่รู้จะอธิบายไง) ผิวลื่นขึ้นถึงแม้ว่าจะไม่ได้ทา สักพักนึง เอ๊ะ ทำไมผิวบริเวณที่มีอาการแพ้ถึงเริ่มเนียนกับผิวที่ปกติมากขึ้น ณ ตอนนั้นอารมณ์แบบso amazingเว่อร์อะ5555555

อะ เอาแบบสรุปเป็นข้อๆเลยนะกับสิ่งที่ได้หลังจากใช้ขวดแรกไปประมาณเกือบๆ6เดือน(ใช่ค่ะ 6เดือน 6เดือนนั้นคือยังไม่หมดเลยนะ เพิ่งมาหมดตอนช่วงมกรานี่เอง หมดแบบกวาดออกมาทุกหยาดหยดอะนะ บอกแล้วว่าใช้นิดเดียวจริงๆนี่ขนาดทาตั้งแต่คอถึงฝ่าเท้านะ "ทุกส่วน"จริงๆ เช้า-เย็นอีกนะ ทั้งนี้ทั้งนั้นโปรดอ่านข้างล่างให้หมด)

-  ผิวเรียบเนียนขึ้นทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ใช้อะไรก็ไม่เห็นผล

-  ผิวแลดูชุ่มชื้นอิ่มน้ำถึงแม้ว่าบางทีจะไม่ทาแต่ผิวก็จะไม่แห้ง ลอก แตกง่ายเหมือนที่เคยเป็น

-  รู้สึกว่าผิวแข็งแรงขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัด เจอแดด มลภาวะ อากาศแห้ง อากาศเย็นก็ไม่ค่อยมีeffectกับผิวเราเหมือนก่อนที่จะใช้ตัวนี้ แต่ไม่ใช่ว่าเวลาเจอแดดแล้วไม่ต้องทากันแดดเลยนะ ยังต้องทาอยู่เด้อ เวลาอากาศเย็นก็เหมือนกัน โลชั่นสำคัญนะจ๊ะ ต้องทาๆ

-  ผิวดูสุขภาพดีขึ้น ไม่ได้ขาวผ่องวิ้งวับอะไรนะ แต่ผิวมันดูสุขภาพดีอะ เก็ตปะ?


ในส่วนของปัจจุบันที่ใช้มาปีกว่า และขึ้นขวดที่2ที่มีขนาด813เท่าเดิมนั้นก็ขอกล่าวเป็นข้อๆดังนี้ค่ะ 55555

-  ตอนนี้ที่เป็นตุ่มๆเรียบเนียนไปกับผิวแล้วจ๊ะ แต่ถ้าดูดีๆก็ยังจะเห็นเป็นรอยเหมือนในรูปข้างบนอยู่อะแหละ

-  ผิวแข็งแรง+สุขภาพดีมากกกกกก หลังจากที่ก่อนหน้านี้ไว้ต่อแดดๆมากๆ ตอนนี้ก็แข็งแรง ผิวดีอิ่มน้ำ ชุ่มชื้น ถึงจะไม่ได้ทาโลชั่นก็ตาม ตอนนี้เวลารีบๆมากๆก็จะสามารถskipขั้นตอนโลชั่นไปกันแดดได้เลย แต่ๆๆๆๆไม่ควรทำบ่อยๆเนอะเพราะยังไงโลชั่นก็ยังจำเป็นอยู่เด้อ อันนี้ในกรณีรีบจริงๆ

-  ผิวดูสะหว่างกระจ่างใสขึ้นนะ ไม่ใช้ขาวนะ เรายังคงแทนในแบบของเราแต่ผิวดูสว่าง กระจ่างใส สุขภาพดีจ้า ย้ำนะย้ำ "ไม่ ได้ ขาว ขึ้น จ๊ะ"

-  เรามารอยแผลเป็นจากอุบัติเหตุบ้าง ผลพวงจากขาวลายเป็นจุดๆตอนเด็กบ้าง ตอนนี้มันกำลังค่อยๆจางลงจ๊ะ แต่ยังไม่ได้หายหรืออะไรนะ แค่สีจางลง จุดดำที่ไม่เด่นชัดมากก็หายไปแล้ว

-  หัวเข่า+ข้อศอกที่ด้านๆตอนนี้ก็ไม่ด้านแต่นุ่มลื่นแทนแล้วจ้าาา

-  ไม่รู้คิดไปเองรึเปล่านะ แต่รู้สึกได้เองเลยอะว่าผิวนุ่มมมมมมมขึ้นเยอะ


จุ๊ๆๆๆ ที่มารีวิวนี่ก็ไม่ใช่ว่าจะพูดแต่อะไรที่เป็นข้อดีนะ เห็นสาธยายขนาดนี้ข้อเสียนางก็มีนะ

-  อย่างที่เราบอกตั้งแต่ต้นว่าเราไม่ค่อยได้มีกิจกรรมกลางแจ้งหรืออะไรที่ทำให้เหงื่อออกเยอะๆ แต่เวลาที่อะแบบนี้เกิดขึ้นจนทำให้เหงื่อเราออกเราจะเหนอะหนะตัวแบบต้องการอาบน้ำเดี๋ยวนี้ทันทีอะ เหมือนโลชั่นที่เคลือบผิวบางๆอยู่มันละลายไปกับเหงื่อละทำให้เหนอะหนะ ตัวลื่นเป็นเมือกอะ เพราะฉะนั้นตัวนี้ไม่เหมาะกับคนที่มีกิจกรรมให้ทำตลอดเว มีเหงื่อออก เหงื่อออกง่าย หรืออะไรเทือกๆนี้อะนะ

-  สำหรับคนตจวอย่างเรา คหสต.นะ เราว่ามันหาซื้อขาดใหญ่แบบที่เราใช้อยู่แบบนี้อยากอะ คือก็มีขายนะแต่มีแบบหลอดกะขวดเทอะ ซึ่งก็นะ เราต้องการขวดใหญ่อ่าาาาา แล้วที่ที่ขายก็ไม่ได้อยู่ใกล้บ้านเลย ใช้คำว่าต้องถ่อไปซื้อเลยอะ

เข้าสู่ช่วงแนะนำสำหรับคนที่ไม่เคยใช้มาก่อนแล้วอยากลอง

ตอนนี้สำหรับJergensเราเห็นอยู่ประมาณ8สูตรนะที่ขายอยู่ อันนี้เราขอโฟกัสที่บอดีโลชั่นเนอะไม่เอาHand Cream หรือ Foot Cream เนอะ เราจะอธิบายคราวๆนะว่าแต่ละตัวเหมาะกับใคร เพราะข้อมูลทั่วไปอย่างส่วนผสม คำเคลมนี่ก็หาได้ทั่วไปตามในเน็ตที่ขายอะนะ อะเริ่ม!!!

ขอบคุณที่ทนอ่านมือใหม่หัดรีวิวจนจบนะฮะ^^ มะอะไรติชมก็ติชมกันมาได้นะคะ ยืนดีค่ะ จุดประสงค์ของการรีวิวนี้ก็คืออยากมาแชร์ไอเท็มที่ดีสำหรับเราต่อเผื่อว่าจะมีใครที่โนไอเดียร์ จะลองดีไหมเหมือนเราก่อนหน้านี้ได้อ่านเพื่อนำไปประกอบการตัดสินใจค่ะ


ขอบคุณอีกครั้งค่ะ

littlejellycock

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย