ลูกเผลอแล้วเจอกัน : แชร์ประสบการณ์หลังคลอด กับการให้ "นมแม่" มันยากมากแกร จะเป็นลม!

Bebe Kim

Bebe Kim

ดู Profile

อย่างที่หลายๆ คน รู้กันดีว่า บีไม่ได้อ้วน แต่บีท้องนั่นเอง! 55 และตอนนี้เจ้าตัวเล็กก็ได้ออกมาลืมตาดูโลกเรียบร้อยแล้วค่ะ

โดยบีผ่าคลอด กับคุณหมอนพดล ที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ในวันที่ 24 มกราคมที่ผ่านมานี้เอง

แต่งหน้าเบาๆ เตรียมถ่ายรูปกับลูกค่ะ (แต่งหน้าไปผ่าคลอด55)
"แต่งหน้าเบาๆ เตรียมถ่ายรูปกับลูกค่ะ (แต่งหน้าไปผ่าคลอด55)"

เดิมทีตัดสินใจว่าจะคลอดเอง และคุณหมอที่ฝากครรภ์ก็มีชื่อเสียงเรื่องการคลอดเอง แต่ก็มีเหตุปัจจัยบางอย่างที่ทำให้ต้องเปลี่ยนใจเป็นผ่า ทั้งนี้ทั้งนั้น Master Jacob Chai หรือน้องเจค ก็ได้ลืมตาดูโลกด้วยน้ำหนัก 3,030 กรัม ในสัปดาห์ที่ 38 กับอีกประมาณ 4 วัน ด้วยสุขภาพที่แข็งแรงทั้งกายและใจ

รูปเซ็ทนี้ คุณพ่อ(ของลูก) ถ่ายหมดเลย ด้วยกล้องฟิล์ม
"รูปเซ็ทนี้ คุณพ่อ(ของลูก) ถ่ายหมดเลย ด้วยกล้องฟิล์ม"

หน้าตาออกจะคล้ายบีสักหน่อย แต่ก็มีส่วนคล้ายแฟนบีไม่น้อยเหมือนกัน 

หลังจากเลี้ยงเบบี๋มาได้ 15 วัน ก็เลยจะมาแชร์ประสบการณ์เล็กๆ น้อยๆ ให้กับว่าที่คุณแม่มือใหม่ในอนาคต เพื่อใครจะเสิร์ชอ่านในกูเกิ้ล และจะเจอประสบการณ์ที่บีแชร์เนอะ

เรื่องแรกที่จะแชร์ ก็คือเรื่อง "น้ำนม" นั่นเอง

อย่างที่รู้ๆ กัน ว่า คนที่คลอดเองมักจะมีน้ำนมมาไวกว่าคนที่ผ่าคลอด แต่ทั้งนี้ก็มีปัจจัยอื่นๆ ร่วมด้วย แต่สำหรับบีเองแล้ว หลังผ่าคลอด และเข้าห้องพักฟื้นที่บำรุงราษฎร์ใน 2 ชั่วโมงแรกเสร็จ คุณพยาบาลก็พาน้องเจคมาเข้าเต้าเร่งน้ำนมทันที ที่บีลืมตา (ตอนนั้นยังมึนๆ อยู่เลย) ก็ปรากฏว่าน้ำนมก็ไหลออกมาทันที คุณแม่น้ำตาจะไหลค่ะ ปริ่มมาก!


หลังจากนั้นเมื่อเข้าสู่ห้องพักส่วนตัว คุณพยาบาลทั้งหลายก็จะพาน้องเจคมาเข้าเต้าทุก 2 ชั่วโมง เป็นแบบนี้จนครบวันที่ออกจากบำรุงราษฎร์เลยค่ะ

แถมวันที่ 3 ของการอยู่โรงพยาบาลเนี่ย บีเองก็เกิดอาการคัดเต้า นมบวมเป่ง ซึ่งจะบอกว่าตั้งแต่เกิดมา ไม่เค้ย ไม่เคย รู้มาก่อนว่า นมมันจะคัดได้ พยาบาลก็มาช่วยกันนวดอยู่หลายชั่วโมง บีเองยอมรับเลยว่าเสียน้ำตาให้การนวดนมเป็นลิตร 5555 คือมันเจ็บมากจริงๆ ทั้งนวด ทั้งบีบ เอาน้ำอุ่นประคบเข้าไป 555 ทรมานค่ะ หลังจากนั้นก็เลยต้องค่อยๆ ปั้มนมออกตลอด


พอกลับบ้านมาน้ำนมก็มีบ้าง แต่ก็น้อยนิด และน้องเจคน้ำหนักลงอีก คนเป็นแม่ก็กดดันสิ ลดไปตั้ง 200 กรัมได้ กลับมาบ้านก็เข้าเต้ากันไป ทั้งวันทั้งคืน ช่วงนี้นี่ไม่ได้นอนเลย ขอบตาดำมาก 555 มีใครจะแนะนำอายครีมให้มั้ยคะ555


น้ำนมยังน้อยอยู่ แต่โชคดีที่แม่สามี มีเชื้อจีน และเคร่งเรื่องการอยู่ไฟมากกกก แม่ก็บำรุงด้วยน้ำขิง และขิงตลอด อาหารทุกมื้อในช่วงนี้ก็จะมีแต่ขิง (ปาดน้ำตาแป้ป) ส่วนน้ำหัวปลี ได้เพื่อนซื้อมาฝากลังนึงค่ะ มีสูตรผสมมะขามด้วย กินง่าย และอร่อยมาก แอบคิดว่ามะขามจะทำให้เราถ่ายง่าย ซึ่งก็ช่วยได้จริงๆ 555 แต่ส่วนตัวว่าสูตรขิงดีสุดนะ ได้ผลสุด

ทานแล้วตัวจะร้อนผ่าวๆ รสหวานๆ ทานง่ายนะ
"ทานแล้วตัวจะร้อนผ่าวๆ รสหวานๆ ทานง่ายนะ"
น้ำหัวปลีค่ะ
"น้ำหัวปลีค่ะ"

ว่างๆ บีก็จะปั้มนมด้วย ใช้ของ Spectra แบบหัวเดียวค่ะ เครื่องปั้มนมคือสิ่งที่ควรลงทุนมาก เพราะทำให้ชีวิตสบายขึ้นเยอะ แบบหัวเดียวข้อดีคือมือนึงปั้ม มือนึงเล่นเฟส ดูยูทูปเพลินๆ ลดความเครียด ความกดดัน

ถามว่าทำไมต้องบากบั่นเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ขนาดนั้น คำตอบคือ 

1.ลูกจะได้มีภูมิคุ้มกันดี 

2.ได้สายสัมพันธ์ตอนให้นมลูก

 3.แม่เหนื่อย จนน้ำหนักลดไป 8 กิโลแล้วค่ะ! 5555 สรุปคือนมแม่น่าจะดีต่อลูกและแม่พอสมควรเลย

ส่วนนมผสมก็มีให้บ้าง แต่ไม่ได้เยอะ และน้องเจคดันไม่ค่อยกินด้วย นอกจากตอนหิวจริงๆ (ก็ซื้อมาโยนทิ้งกันไป 1 เดือนก็หมดอายุแล้ว)

ผ่านไป 15 วัน ปั้มนมครั้งนึงได้เท่านี้แล้วน้า ดีใจมากค่ะ
"ผ่านไป 15 วัน ปั้มนมครั้งนึงได้เท่านี้แล้วน้า ดีใจมากค่ะ"

เดี๋ยวขอแชร์ความยากลำบากเรื่องการให้นมนิดนึง เผื่อทุกคนจะได้ตั้งตัวได้ บีนี่ตั้งตัวไม่ทันจริงๆ

1.ทำใจไว้เลยค่ะ ว่าจะได้นอนน้อยมากๆ และคุณแม่กับคุณพ่อ จะต้องอารมณ์เสียใส่กันแน่นอน เพราะทั้งคู่จะเหนื่อยกันมากๆ ทั้งวันทั้งคืน จะต้องคอยให้นมลูก ข้างละ 15 นาที 2 ข้างเป็นครึ่งชั่วโมง จากนั้นก็ลูบหลังให้ลูกเรออีก 20-30 นาที และเปลี่ยนแพมเพิสให้ลูกอีก 5 นาที (ลูกกินนมแม่ปุ้บ จะถ่ายปั้บเลยค่ะ ขับสารเหลือง และนมแม่ช่วยให้ลูกถ่ายง่ายนั่นเอง) รวมๆ แล้วเป็น 1 ชั่วโมง และเหตุการณ์จะวนลูปแบบนี้ทุก 2-3 ชั่วโมงค่ะ

2.จะเกิดความกดดันทั้งจากตนเองและคนรอบข้าง เพราะน้ำนมน้อย ลูกกินน้อย น้ำหนักก็ลด ตัวก็เล็ก ใครเห็นก็ทักอีก ทำไมลูกผอมจัง โอ้ย ชั้นรำคาญจัง! มากไปกว่านั้น ถ้าลูกกินนมแม่ ตัวจะหายเหลืองช้าค่ะ ดังนั้นผู้หลักผู้ใหญ่ก็จะคอยเป็นห่วงไป หนักใจเลย555 ส่วนความกดดันภายในคือเราก็จะคอยห่วงว่าลูกกินนมพอมั้ย ลูกดูดนมเข้าไปได้จริงๆ รึเปล่า กังวลกันไปอีกยาวๆ

3.การทานนมแม่เป็นสิ่งที่ดี แต่บางทีน้ำนมเราก็มาไม่ทันใจ หรือไม่ได้มีเยอะ สิ่งที่ต้องเตรียมไว้บ้างก็คือแผนสำรอง บีกับแฟนก็หาว่านมผงยี่ห้อไหนดี เหมะกับลูก และก็ซื้อเตรียมไว้เช่นกัน

4.ถ้าผ่าคลอดวันแรกๆ จะเจ็บแผลนิดนึง ออกแนวตึงๆ เวลาอุ้มลูกก็จะไม่ค่อยไหว แต่สัญชาตญาณความเป็นแม่ จะทำให้เราทำได้เองค่ะ และเวลาลูกดูดนม หรือตอนเราปั้มนม จะมีอาการเจ็บท้องน้อย และมดลูก รวมถึงน้ำคาวปลาไหลนองออกมา ไม่ต้องตกใจมากไปค่ะ (บีจิตตก และไปแอดมิทอีกรอบ แต่ตอนเช้าหมอมาตรวจแล้วบอกว่าไม่เป็นไร55)

5.อุปกรณ์เรื่องน้ำนมที่ต้องเตรียม บีสรุปมาให้สั้นๆ ดังนี้ค่ะ

-เครื่องปั้มนม

-ถุงเก็บน้ำนม

-แผ่นซับน้ำนม

-ขวดนม

-เครื่อง steam ขวดนม

-น้ำยาล้างขวดนม และแปรงล้าง

-นมผงสำหรับกรณีฉุกเฉินน้ำนมไม่ออก

-น้ำขิง น้ำหัวปลี

ประมาณนี้ค่ะ เดี๋ยวไว้ว่างๆ จะมาเล่าประสบการณ์อื่นๆ เกี่ยวกับการเลี้ยงลูกอีก เผื่อจะเป็นประโยชน์เนอะ กะว่ากระทู้หน้าจะรีวิวพวกอุปกรณ์ไฮเทค เกี่ยวกับการเลี้ยงลูกทั้งหลาย (มั่นใจว่าหลายคนไม่มีแน่ๆ โหะๆ ภูมิใจ) 5555



Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย