รีวิวบลัชโทนสีแบบ Ombre และไฮไลท์ตัวใหม่ของ Wet n wild

looookmai

looookmai

ดู Profile

สวัสดีค่ะ สำหรับวันนี้ไม้มีบลัชออนและไฮไลท์ของแบรนด์ Wet n wild ที่วางขายมาได้ระยะนึงแล้ว (แต่ก็ถือว่ายังเป็นผลิตภัณฑ์ที่เพิ่งออกมาใหม่อยู่นะ) มารีวิวและสวอชสีให้ทุกๆคนได้ชมกันค่ะ

ก่อนอื่นเรามาดูที่ตัวบลัชออนกันก่อนเลยนะคะ สำหรับบลัชออนรุ่นนี้จะมีชื่อว่า ‘Wet n wild Color Icon Ombre Blush หรือก็คือบลัชออนแบบไล่สีนั่นเองค่ะ

สำหรับบรรจุภัณฑ์ก็จะเป็นดังภาพเลยค่ะ

บลัชออนรุ่นนี้จะมาในรูปแบบตลับสี่เหลี่ยมจัตุรัส แต่ตรงขอบมุมจะเป็นขอบแบบมนๆโค้งๆค่ะ

ไม้ชอบตรงที่ตลับดูเป็นดีไซน์ที่เรียบง่าย แต่ก็แฝงความทันสมัยทำให้น่าพกพาค่ะ

ส่วน Safety Sealed ตรงที่ด้านล่างไม้ก็ชอบมาก เพราะแกะง่ายค่ะ เราสามารถแกะตามรอยปรุได้เลย และไม่ทิ้งคราบกาวเหนียวๆไว้ด้วยค่ะ

ถัดมาจะเป็นเนื้อของบลัชนะคะ สำหรับบลัชออนรุ่นนี้จะมีทั้งหมด 2 เบอร์ด้วยกันค่ะ

ซึ่งสีทางด้านบนจะเป็นเบอร์ E315B และทางด้านล่างจะเป็นเบอร์ E316B ค่ะ

ความพิเศษที่สังเกตได้ของบลัชออนรุ่นนี้ก็คือมี 2 โทนสีในตลับเดียว (เป็นแบบไล่สีจากอ่อนไปเข้ม) และยังเป็นโทนสีที่เมื่อหากปัดรวมกันแล้วก็จะได้สีใหม่ที่สวยไม่แพ้สีเดิมเลยล่ะค่ะ

ส่วนในภาพนี้ก็จะเป็นสวอชของบลัชนะคะ ซึ่งหลายๆคนเห็นแล้วก็อาจจะรู้สึกว่าสีมันดูค่อนข้างอ่อนเนอะ แต่เพราะความเบาของสีแบบนี้แหละค่ะ ที่ทำให้เราสามารถไล่ปัดแบบเพิ่มเลเยอร์ขึ้นได้เรื่อยๆ จนให้แก้มได้สีที่เราต้องการ โดยไม่ต้องกังวลว่าสีมันจะแรงหรือเป็นปื้นจนเกินไป

สำหรับสวอชสีบนสุดจะมาจากเบอร์ E315B นะคะ เป็นการปัดแบบผสมกันทั้ง 2 สีเลยค่ะ

เบอร์ E315B นี้จะเป็นเบอร์ที่มีความเป็นชิมเมอร์ ระยิบระยับ ชัดเจนกว่าอีกเบอร์นึงค่ะ

ซึ่งไม้มองว่าตลับนี้สำหรับสาวผิวสองสี ผิวคล้ำเนี่ยเอาอยู่นะคะ หรือสาวผิวขาวที่ชอบโทนพีชอ่อนอมน้ำตาลทองเนี่ยก็ปัดได้เลย ลุคที่ได้จะออกมาดูอ่อนๆ แต่แฝงความสดใสเอาไว้ด้วยค่ะ

ส่วนสวอชแถวที่ 2 ไม้จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนด้วยกันนะคะ ฝั่งซ้ายจะเป็นสีในส่วนที่อยู่ด้านบนค่ะ จะออกไปโทนพีช (หรือส้มอมน้ำตาล) มากกว่าทางฝั่งขวา

ฝั่งขวาจะเป็นสีออกนวลๆ คือสีเนื้อติ่งเหลือง อมด้วยความเป็นประกายของชิมเมอร์ค่ะ

ซึ่งเบอร์ E315B จะสีชัดแบบที่ปาดนิดๆหน่อยๆก็ติดแล้ว และใครที่กังวลว่าชิมเมอร์จะทำให้เวลาปัดมันไปเน้นรูขุมขนให้ดูกว้างขึ้นไหม ไม้บอกเลยว่าตลับนี้ไม่ต้องกังวลเลยค่ะ เพราะเม็ดชิมเมอร์ค่อนข้างเล็กและละเอียดค่ะ

ส่วนสวอชแถวที่ 3 จะเป็นสวอชของเบอร์ E316B ค่ะ

ในภาพจะเป็นว่าไม้สวอชออกมาเป็นแบบรวมสีเดียวเลย ออกโทนชมพูอมพีช มีประกายชิมเมอร์น้อยๆ เนื่องจากว่าตลับนี้สีค่อนข้างอ่อนค่ะ และเนื้อออกไปทางแมทมากกว่า (มีชิมเมอร์แต่น้อยมากค่ะ) ทำให้ไม้สวอชออกมาเป็นแบบรวมสีเดียวเลย เพราะตอนสวอชแยกมันมองไม่ค่อยเห็นสีค่ะ

เบอร์นี้จะออกเป็นสีโทนพีช (สีด้านบน) กับชมพู (สีด้านล่าง) ซึ่งไม้ว่าค่อนข้างจะเหมาะกับคนผิวขาวมากกว่าค่ะ ปัดแล้วจะได้ลุคคุณหนูมาก คือปัดไปเรียนได้สบาย ใช้กับลุค Makeup no makeup ได้เลย (เอาจริงๆคือปัดไปแล้วผู้ชายจับไม่ได้เลยนะคะว่าปัดแก้ม)

ต่อมานะคะ มาดูในส่วนของไฮไลท์กันบ้าง ซึ่งก็จะมีทั้งหมด 2 เบอร์เช่นเดียวกันค่ะ

บรรจุภัณฑ์จะต่างกับรุ่นของบลัชออนตรงที่ตลับของไฮไลท์จะเป็นสีเหลี่ยมจัตุรัสแบบปกติค่ะ(แต่ในเรื่องของ Safety Sealed ก็จะไม่ต่างกันค่ะ)

คราวนี้มาดูเนื้อของไฮไลท์ทั้ง 2 เบอร์แบบชัดๆกันค่ะ

สำหรับทางด้านบนจะเป็นเบอร์ E322B ค่ะ ส่วนทางด้านล่างจะเป็นเบอร์ E321B ค่ะ

ซึ่งก็จะเป็นสีโทนชมพูอมน้ำตาล (มีติ่งสีส้มหน่อยๆเข้ากับผิวโทนเหลือง ผิวสองสี) กับสีชมพูมุกค่ะ

สีของไฮไลท์เนี่ยจะชัดมากกกกก ทั้ง 2 เบอร์เลยค่ะ แต่เบอร์ E321B จะมีชิมเมอร์ที่ค่อนข้างเยอะและจัดเต็มกว่า (ซึ่งไม้มองว่าเอาไฮไลท์มาแต่งตาได้สบายเลยค่ะ ลุคแบบมีวิ้งน้อยๆนี่สวยมากจริงๆ)

ถ้าหากว่ายังไม่สะใจก็ซูมสวอชเข้ามานิดนึงค่ะ

สวยตาแตกมากจริงๆ

และสุดท้ายนะคะขอปิดท้ายด้วยลุคที่ไม้ใช้บลัชออนเบอร์ E316B และไฮไลท์เบอร์ E321B แต่งหน้าค่ะจะได้ลุคออกมาประมาณนี้

(สำหรับลิปไม้ใช้ Wet n wild สี Cinnamon Spice ค่ะ)
"(สำหรับลิปไม้ใช้ Wet n wild สี Cinnamon Spice ค่ะ)"

ซูมในส่วนของแก้มนิดนึงจะเห็นว่าไฮไลท์เมื่อโดนแสงแล้วจะเล่นกับแสงแบบสวยมากเลยค่ะ ของมันต้องมีทั้งคู่จริงๆนะคะ

ก็ต้องขอจบกระทู้รีวิวแต่เพียงเท่านี้ ไว้พบกันใหม่กระทู้หน้านะคะ ขอบคุณค่ะ ^^

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย