[รีวิวเจาะลึก] Kiehl's Apothecary Preperations Serum

ในที่สุดก็ได้ฤกษ์แล้วครับผม วันนี้เลยจะขอมารีวิว Skincare ตัวนึงของแบรนด์ Kiehl’s แบบเจาะลึกเป็นตัวแรกของกระผม >____< ตัวที่ผมเลือกมาตัวนี้ต้องบอกก่อนว่า ช่วงก่อนหน้านี้ ตัวผมจะพยายามหา Skincare ที่มีส่วนประกอบ หรือส่วนผสมที่ค่อนข้างทันสมัย ใส่มาแบบเยอะๆๆๆๆๆๆๆๆ 555+ คือแบบพลิกดู Ingredient List แล้วต้องยาวเป็นหางว่าวไรงี้ แต่มีอยู่ช่วงนึงได้ไปลอง Skincare แบรนด์นึงที่ออกแนวธรรมชาติ Organic แล้วก็เห็นผลลัพธ์ที่ค่อนข้างพอใจ ไม่มีพวกสารที่เป็นเคมี หรือส่วนประกอบสมัยใหม่ที่มี Wow Factor สูง… ก็เลยลองพยายามปรับตัวเองเข้าหาสายธรรมชาติมากขึ้นครับ พอหาข้อมูลไปเรื่อยๆ ก็มาเจอกับสิ่งนึงที่ขัดกับความเชื่อเดิมๆ ของเราอยู่ตลอดเวลานั่นก็คือการใช้ Oil โบกเข้าหน้าเรา O___o ส่วนตัวผมเชื่อว่า หลายๆ คน ต้องคิดแบบผมใช่ป่ะ ว่าเห้ย ก็เราดันเป็นคนหน้ามัน บางคนมีสิว สิวอุดตันอีก แล้วจะให้เอา Oil ชะโลมหน้าเนี่ย มันทำใจไม่ได้ T___T เลยอยากให้ทุกคนลองเปลี่ยนความคิดดูครับ ความจริงแล้ว Oil ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ถ้าเราเลือกเป็น!!!! เน้นย้ำนะครับ ถ้าเราเลือกเป็น!!!ขอเท้าความก่อนดีกว่าครับ สาเหตุนึงที่ทำให้เราหน้ามัน เพราะหน้าของเราขาดน้ำมันนั่นเองครับ (หรือจะพูดอีกมุม ก็คือหน้าเราแห้งนั่นแหละ) ดังนั้นร่างกายก็พยายามปรับสมดุลโดยการผลิตน้ำมันให้ออกมามากขึ้น จึงทำให้หน้าของเรามันนั่นเอง ทีนี้มีการศึกษาวิจัยครับว่า ถ้าเราใช้ Oil (ที่ถูกตัวนะ) จะทำให้หน้าของเราผลิตน้ำมันลดลงได้ครับผม อารมณ์ประมาณว่าเราไปหลอกหน้าเราครับ ว่ามีน้ำมันอยู๋แระ เจ้าไม่ต้องผลิตออกมาแล้วนะ อะไรประมาณนั้นครับผม (เป็นการอธิบายให้เห็นภาพแบบง่ายๆ นะครับผม)… แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ว่า Oil ชนิดไหนก็ล้วนมีผลในเรื่องของการให้ความชุ่มชื้น ส่งเสริมความแข็งแรงของผิวชั้นนอกโดยรวม และลดการระคายเคืองครับผม (ให้มองคร่าวๆ แบบนี้ก่อนครับ ข้อมูลจะได้ไม่ทะลักมาก) จึงน่าจะเป็นที่มาของชื่อ ที่จะ Prep ผิวให้แข็งแรงครับผม… มาๆๆๆ ทีนี้เราจะเลือกยังไงล่ะ ให้มันถูกตัว !!!เอาแบบรวบรัดตัดความละกันนะ Oil แต่ละชนิด ถ้าไปหาลุง Google ดูจะเห็นศัพท์อยู่ 2 ตัวครับคือกรดไขมัน Oelic และกรดไขมัน Linoleic ครับ ซึ่งจากการวิจัยพบว่าเจ้าตัวกรด Linoleic นี่แหละครับ ถ้าเราใช้แล้วเจ้าหน้าเราจะมีการผลิตน้ำมันที่น้อยลงครับผม (จากงานวิจัยพบว่าคนที่หน้ามันนั้น จะมี Linoleic ในปริมาณน้อยกว่าครับผม) งั้นจำไว้ ถ้าอยากเดินทางเข้าสาย Oil ถ้าคุณเป็นคนหน้าแห้ง พยายามหา Oleic ครับ แต่ถ้าคุณเป็นคนหน้ามันพยายามหา Linoleic เข้าไปครับผม ถ้าใครอยากรู้ว่า Oil ตัวไหนมีกรดไขมันประเภทไหนเยอะกว่ากัน ลองเข้าไปอ่าน ฺที่นี่ นะครับผม

Kiehl’s Apothecary Preperations

is a Personalised Skincare

ทีนี้ถึงเวลาเข้าเรื่องของเรากันดีกว่า ปู๊นๆๆๆๆๆๆ…เจ้า Kiehl’s Apothecary Preperations Serum เป็น Serum เบส Oil ครับผม ไม่มีส่วนผสมของน้ำเลย จึงเป็นที่มาที่ผมต้องพยายามอธิบายให้เห็นภาพคุณงามความดีของ Oil ให้เห็นกันก่อนซะยาวยืดเลย (กระซิกๆๆ) สาเหตุที่ต้องเป็นแบบนี้ เพราะว่าเจ้า Kiehl’s Apothecary Preperations มีแนวคิดของการเป็น Personalised Skincare อย่างแท้จริงครับ เพราะแต่ละคนมีปัญหาผิวหน้าที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นจึงเป็นการยากที่จะออกมาตัวเดียวแล้วสามารถตอบโจทย์คนทุกคน เค้าก็เลยให้เราเลือกเองครับว่าเรากังวลปัญหาอะไร แล้วก็ใส่ส่วนผสมลงไปให้ตรงตามความต้องการของเราครับผม และเพราะเราต้องมาผสมเจ้า Complex ทั้ง 2 ด้วยตนเองนี่แหละ เรื่องของการป้องกันพวกเชื้อโรคจึงเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้น Oil Base จึงดูเป็นทางออกที่ดีที่สุดนั่นเองครับในชุดจะประกอบไปด้วย

  • Skin Strengthening Concentrate (20ml) ซึ่งได้เหมือนกันทุกคนครับ
  • Complex (5ml x2) ซึ่งเราสามารถเลือกได้ 2 สูตรจากทั้งหมด 5 สูตรครับผม ข้อควรระวังเลยนะครับ ห้ามทดลองหรือใช้เจ้า Complex เดี่ยวๆ โดยที่ไม่ผสมรวมกับเบสตัวแรกนะครับผม เพราะความเข้มข้นจะมากเกินไป แต่เมื่อถูกละลายรวมกันทั้ง 3 ส่วนแล้วจะอยู่ในโดสที่พอดีต่อการใช้ครับ
เมื่อคุณก้าวย่างเข้าไปในร้าน(ตัวนี้ ไม่ได้มีจำหน่ายทุกสาขานะครับ ตรวจเช็คได้กับทางแบรนด์เลยครับ) เจ้าหน้าที่จะมีการสอบถามความกังวล และมีการประเมินหนังหน้าเรา 555 เป็นรายบุคคลไปครับ โดยจะมีสมุดพระคัมภีร์ของเค้าเป็นตัวช่วยในการประเมินครับผม พูดซะดูดีเชียว แต่ความจริงคือ เค้าจะมีกระจกให้เราส่องหน้าตัวเองครับ แล้วลองเทียบกับรูปภาพตัวอย่างของเค้าดูว่าเหมือนรูปไหน และให้เป็นคะแนนครับผม โดยจะมีอยู่ทั้งหมด 5 หัวข้อ (ก็คือ 5 สูตร Complex ของเค้านั่นแหละครับ) คือ
  • Line&Wrinkle
  • Skin Tone
  • Texture
  • Pores
  • Visible Redness
และนี่ก็คือผลของกระผมเอง อิอิอิ คะแนน 4 คือมีปัญหามาก ย่ำแย่แระ แต่ส่วนมากได้ 1 กับ 2 ก็แอบภูมิใจนะ 555+

หลังจากนั้นครับ พี่ๆ เจ้าหน้าที่จะลองผสมให้เราลองเนื้อสัมผัสในหลอดทดลองเล็กๆ ครับผม แล้วถ้าเรา OK เค้าจะทำการพิมพ์ฉลาก ใส่ชื่อเราเป็นขวดๆ เลยครับ ดังนั้นแต่ละขวดจึงไม่มีใครเหมือน และไม่เหมือนใครแน่นอนครับ !!!

Ingredient Listเราขยับมาดูส่วนประกอบกันบ้างดีกว่า ว่าเป็นยังไงกันบ้าง ดีงามมากขนาดไหน ถ้ามองโดยรวมแล้วตัวส่วนประกอบหลักของทั้ง Skin Strengthening Concentrate และตัว Complex ทุกสูตรจะคล้ายๆ กันครับคือมี Oil โน่นนี่นั้นที่เน้นเรื่องผิวแข็งแรงเป็นหลัก แต่ตัว Complex แต่ละตัวที่เหลือ จะมีส่วนประกอบเด่นๆ ที่ช่วยแก้ปัญหานั้นๆ ในปริมาณที่เข้มข้นเพิ่มเข้าไปครับผมSkin Strengthening Concentrate

  • Squalane จากผลมะกอก เป็นโครงสร้างที่เสถียรของ Squalene ที่มีอยู่ในผิวของเราตามธรรมชาติอยู่แล้วครับ จึงมีความเข้ากันกับผิวได้ดีเวลาทาลงไป
  • Prunus Armeniaca Kernel Oil น้ำมัน Apricot ที่มีสัดส่วน O : L (Oleic : Linoleic) 70:23
  • Ribes Nigrum Seed Oil หรือ Black Current Seed Oil ที่มีสัดส่วน O : L 41:15
  • Tocopherol คาดว่าใส่มาช่วยเรื่องสารกันเสียมากกว่า เพราะใส่มาปริมาณหลังๆ และครับ
  • Ascorbyl Palmitate เป็นอนุพันธ์ของ Vit C ก็เชื่อว่าใส่มาเพื่อจุดประสงค์สารกันเสียครับ เพราะใส่มาน้อยมากเลย
 Full List Ingredient (Click เพื่อแสดง) ทีนี้มาดูส่วนประกอบเด่นของเจ้า Complex กันดีกว่าครับผม ขอเจาะแค่ตัวเด่นนะครับ เพราะส่วนประกอบหลักๆ จะเหมือนกับตัวเบสพื้นฐานอยู่แระครับผมTexture Refining Complex
  • Capryloyl salicylic acid หรือ LHA อาจจะฟังไม่คุ้นหูครับ แต่ถ้าพูดว่า BHA เชื่อว่าคนที่เป็นสายสิวน่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดี แต่ BHA มี Side Effect อยู่บ้าง เช่นทำให้หน้าแห้ง หรือเกิดการแพ้ผื่นแดงได้ในบางคน ทาง L’oreal (Kiehl’s ก็อยู่ในเครือนี้แหละ) จึงใช้ LHA เป็นสิทธิบัตรเฉพาะครับ ที่ช่วยในเรื่องการอุดตัว ผลิดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยนกว่าครับผม เพราะตัวมันมีขนาดโมเลกุลที่ใหญ่กว่า จึงซึมได้ไม่ลึกมากเท่า BHA ครับผม
 Full List Ingredient (Click เพื่อแสดง) Pore Minimizing Complex
  • Salicylic Acid ก็คือเจ้า BHA นั่นเองครับ ตัวนี้ช่วยให้รูขุมขนกระชับได้ครับผม แล้วยังช่วยในเรื่องการลดการอุดตัวได้ด้วยครับ แต่อันนี้ต้องขึ้นกับ pH ของผลิตภัณฑ์ด้วยนะครับ เพราะเจ้า BHA ต้องทำงานในสภาวะที่เป็นกรดครับผม แต่เนื่องจากผมไม่ได้ใช้ Complex ตัวนี้ เลยไม่รู้ว่า pH โดยรวมหลังจากผสมกันทั้งหมดแล้วจะได้หรือเปล่า
  • Crithmum Maritimum Extract ตัวนี้เป็นสารที่ช่วยในเรื่องการผลัดเซลล์ผิว รวมไปถึงต้านการระคายเคืองครับผม
  • Ascorbyl Tetraisopalmitate หรืออนุพันธ์ Vit C นั่นเอง เจ้า 2 ตัวบนเน้นช่วยกระชับรูขุมขนเนื่องจากการอุดตัน และน้ำมันส่วนเกินครับ ส่วนตัวนี้คาดว่าช่วยในเรื่องการฟูของผิว เนื่องจากวิตซีจะเน้นเรื่องการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เมื่อผิวฟู รูขุมขนก็จะไม่หย่อนยานดูใหญ่นั่นเองแหละ
 Full List Ingredient (Click เพื่อแสดง) Brightening Complex
  • Symwhite377 ตัวนี้เป็นสาร Whitening ที่ค่อนข้างดังพอตัวครับ เหมือนตัวที่ผมเคยรีวิวไว้ก่อนหน้านี้คือ Dr.Cilabo Super White 377 VC Essence ครับผม สามารถช่วยลดเม็ดสีเมลานินได้ครับ
  • Ascorbyl Tetraisopalmitate ก็อนุพันธ์ Vit C ที่ละลายในน้ำมันครับผม ถ้าใครอยากรู้เรื่อง Vit C มากกว่านี้ลองอ่าน Blog นี้ของผมนะครับ
 Full List Ingredient (Click เพื่อแสดง) Wrinkle Reducing Complex
  • Retinol และ RetinylPalmitate หรือวิตามินเอนั่นเองครับ เป็นสารที่ได้รับการวิจัยอย่างกว้างขวางว่าช่วยเรื่องของริ้วรอย กระตุ้นคอลลาเจนได้อย่างแน่นอน (ดีกว่าวิตซีนะในความคิดของผม)แต่ก็ตามมาด้วยข้อเสียนิดนึงนะครับ เพราะเจ้าวิตเอนั้น มีโอกาสก่อให้เกิดการแพ้ ระคายเคือง และทำให้ผิวไวต่อแสงมากขึ้นครับ ดังนั้น ถ้าใครเลือกเจ้าตัวนี้มาอยู่ใน Complex ล่ะก็ จำหวังผลริ้วรอยได้

    แต่ใช้ได้แค่

    กลางคืนเท่านั้นนะไว้เลยนะครับ ห้ามใช้ตอนกลางวัน ห้ามใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวอื่นๆ ครับ อย่างเจ้าตัวนี้ ตอนที่ผมไปเค้าก็บอกนะครับห้ามใช้กับ Quinua Serum ของคีลส์ หรือวันไหนมีการ Scrub หน้า เค้าก็ไม่ให้ใช้ครับผม แต่ส่วนตัวผมอยากได้ Serum ที่ใช้ได้ทั้งเช้าเย็น เพราะขี้เกียจมานั่งแยกครับ ก็เลยปิด Option เจ้าตัวนี้ไป แล้วไปเลือก Complex ตัวอื่นแทนครับผม

 Full List Ingredient (Click เพื่อแสดง) Visible Redness Neutralizing Complex
  • Sunflower Seed Oil เจ้าตัวนี้สามารถกระตุ้นให้ผิวสร้างพวก Lipid ที่ใกล้เคียงธรรมชาติขึ้นมาได้ครับ (น่าจะคุ้นกับคำว่า Ceramide นะครับผม) ซึ่งพอผิวแข็งแรง พวกการระคายเคืองก็จะดีขึ้นครับผม
 Full List Ingredient (Click เพื่อแสดง) Howto Use??? วิธีใช้ยากมั้ย หลายคนกังวลว่าต้องเอามาผสมเอง แล้วจะไม่ยากหรอ ผมจะค่อยๆ บอกทีละประเด็นละกันครับ
  • ไม่ต้องกลัวครับ เมื่อคุณซื้อกลับมาแล้วจะได้มาทั้งหมด 3 กล่องครับผม คือกล่องของตัวพื้นฐาน แล้วก็กล่องของเจ้าหลอด Complex เล็กๆ อีก 2 หลอดครับผม
  • มาถึงบ้าน ถ้าคุณจะยังไม่ใช้อย่าเปิดออกมานะครับ ให้เก็บไว้อย่างนั้นแหละ แต่ถ้าใครขี้เห่อเหมือนผม 555+ ก็แกะเลยครับ ทำการบีบเจ้าหลอดเล็ก ลงไปในขวดสีชาของตัวพื้นฐานได้เลยครับ พี่พนักงานบอกให้บีบไปพร้อมกัน แต่ส่วนตัวกลัวหก แล้วอีกมือก็ต้องถือกล้องถ่ายด้วยไรด้วย ก็เลยบีบทีละหลอดครับผม แล้วก็รีดจดหยดสุดท้ายอ่ะ เพราะราคาก็เอาเรื่องอยู่ 555+
  • เสร็จแล้วทำการปิดฝา แล้วเขย่าขวดแบบผู้ดีเบาๆ (แบบผู้ดีคือ ค่อยๆ พลิกขึ้น พลิกลงอ่ะ ไม่ใช่เหมือนเขย่าขวดน้ำปลาไรงี้) ประมาณ 20-30 วินาทีครับ เป็นอันเสร็จพร้อมใช้ครับ
  • เวลาใช้ก็ใช้เป็นขั้นตอนสุดท้ายของ Serum ก่อนพวก Emulsion, Cream ครับผม ใช้ครั้งละ 3-5 หยดแล้วแต่สภาพผิวหน้าเลยครับผม หยดใส่มือ แล้ววอร์มบนฝ่ามือทั้ง 2 แล้วประคบบนหน้าเรื่อยๆ ครับจนซึม เป็นอันเสร็จพิธีครับผม หรือใครจะใช้ผสมรวมกับ Mask ก็ได้นะ คือผมได้แนวคิดนี้จากไปร่วม Workshop กับทางแบรนด์ Aesop ครับผม เค้าให้เอา Oil ผสมกับ Mask หน้าแบบล้างออกแล้วทาทิ้งไว้บนหน้าครับผม
  • Resultของผมเลือกใช้ Complex Brightening กับ Texture Refine ครับผม ใช้แล้วสิ่งที่รู้สึกได้เลยนะครับ คือหน้าไม่มันเหมือนเดิมครับ (อย่างที่เกริ่นตั้งแต่ต้น) รู้ขุมขนดูกระชับขึ้น ส่วนเรื่องกระจ่างใส ก็ดูดีขึ้นเล็กน้อยครับ (เพราะส่วนตัวผมใช้พวก Whitening อยู่แล้ว คงไม่ขาวกว่านี้แล้วแหละครับผม) งั้นถ้าถามว่าคุ้มค่าคุ้มราคามั้ย? โดยส่วนตัวคิดว่า OK นะครับ เนื่องจากส่วนตัวต้องการหา Oil ใช้อยู่แล้ว แล้วถ้าได้ Oil ที่เป็นเหมือน Serum มีส่วนผสมอื่นๆ เข้าไปอีกนอกเหนือจากความชุ่มชื้น ก็ยิ่งตอบโจทย์ใช่มั้ยละครับผม ยังไงลองเดินเข้าไปสัมผัสตัวจริงได้ที่ Kiehl’s บางสาขานะครับ 555+ ส่วนสาขาไหนมีบ้าง ลองถามที่ Kiehl’s โดยตรงเลยครับ ของผมไปสาขาลาดพร้าวมา แต่ที่แน่ๆ ปิ่นเกล้าไม่มีครับผม“InConclusion”มากล่าวโดยสรุปคะแนนกันดีกว่าครับ ว่าในทั้ง 5 หมวดจะได้กันไปอย่างละกี่ดาว

    ส่วนประกอบน่าควักเงิน 3/5

    อ่อนโยนละมุนหน้า 4.5/5

    ความฟินตอนใช้ 3/5

    เห็นผลคาตา 4.5/5

    ‘MPOV’ หลงรักเป็นการส่วนตัว 4.5/5Over All 3.5/5

    Discussion (5)

    รีวิวละเอียดมากค่ะ
    ขอบคุณมากเลยนะคะ
    อ่านๆละอยากลองใช้เลย