ทัวร์ยุโรปแบบชิคๆ บอกหมดทุกอย่าง

natashajea

natashajea

ดู Profile

สวัสดีค่ะ วันนี้เราจะมา Review ทริปยุโรป 3 ประเทศกันก่อนอื่นอันนี้เป็นกระทู้แรกของเราเองเลย แนะนำตัวกันก่อนเนอะ เราชื่อ Araya นะจ๊ะทริปที่เราไปตั้งแต่ปลายปี 2559 ช่วงเวลเดินทางคือ 20-29 ธันวาคม 2559 เดินทางโดยสายการบินไทยวันที่1: ทุกคนเตรียมตัว Check in ที่ เคาวเตอร์การบินไทยเวลา 21:00 น. เผื่อเวลากันสักหน่อยจะได้ไม่ต้องรีบมากและมีเวลาเตรียมตัวก่อนขึ้นเครื่องกันด้วย เราเดินทางจาก สนามบินสุวรรณภูมิ ประมาณเวลา 23:45 น.ถึงสนามบินดาวินชีฯ ณ.กรุงโรม ประเทศอิตาลี ใช้เวลาบินประมาณ 13 ชม. และเมื่อไปถึงก็เป็นเวลาประมาณ ตี5 กว่าๆ ซึ่งแนะนำให้ล้างหน้า แปรงฟัน ทำตัวเสมือนกำลังจะเข้านอน บำรุงผิว และเมื่อขึ้นเครื่อง ทานยาแก้เมา หรือยาที่ทำให้หลับประมาณ 8 ชม. ผลที่ได้คือสดชื่นมาก หน้าตาสดใส ให้ตื่นก่อนเค้าเสริฟอาหาร คนจะยังหลับกันเป็นส่วนมากซึ่งหมายความว่าเราจะสามารถใช้ห้องน้ำได้นานนั่นเอง แนะนำให้ไปล้างหน้าแปรงฟัน บนเครื่องไปเลย และสำหรับใครที่รู้สึกผิวแห้งแนะนำให้ติดมาร์คบำรุงไปด้วย และเราก็แต่งหน้า เมื่อเครื่องลง หน้าพร้อม ผมพร้อม สวยๆจ๊ะวันที่ 2: เราเดินทางไป นครวาติกัน เป็นที่แรก แวะทานอาหารกลางวัน และไปเที่ยวที่น้ำพุเทรวี่ บันไดสเปน โคลอสเซียม ประตูชัยคอนสแตน โรมันฟอรัม และเดินทางไปพักที่เมือง Florence, Italyวันที่3: เดินทางไปยังเมือง Pisa เพื่อไปชมหอเอนเมืองปิซ่า อากาศก็หนาวระดับนึง และก็เดินทางไปยัง ซานตามาเรีย เดอฟิโอเร่ จตุรัสเตลลาซินญอเรีย สะพานเวคคิโอ (เดินผ่านอย่างรวดเร็วมากกก) ซึงวันนี่ที่่ไปเราเข้าเมืองเก่า ต้องเดินเข้าไปค่อนข้างลึกพอสมควร วันนี้ได้ทานพิซซ่าอิตาเลียนต้นฉบับ อร่อยและฟินมาก สปาร์เกตตี้ซีฟูด ซึ่งพอเติมน้ำจิ้มซีฟู้ดเข้าไปบอกเลยว่า Yummy สุดๆ 5555 และเดินทางไปยังเมืองเวนิส (ส่วนแผ่นดิน)วันที่ 4: นั่งเราไปยังเกาะเวนิส นี่แหละคะ Dream destination ใฝ่ฝันมาตั้งแต่ 9ขวบว่าอยากจะมาเมืองนี้ เมืองแรกที่อยากไป และก็ได้ล่องเรือกอนโดล่า ซึ่งในเกาะเวนีสเนี่ยก็มีสถานที่เที่ยวไม่ว่าจะเป็น จตุรัสซานมาร์โค สะพานถอนหายใจ (คือนักโทษประหารจะต้องเดินผ่านจุดนี้จากหลังวังผู้ปกครองเวนีสไปยังแดนประหาร) และอาหารกลางวันคือ สปาร์เกตตี้หมึกดำ และเสต็กค่ะ (อันนี้เราแอบไม่ชอบเสต็กเท่าไหร่) และเดินทางไปยังเมืองแฟชั่น ก็คือมิลานนั่นเอง นั่งรถ 3ชม. หลับยาวไปจ๊า ไปถึงเราก็ไปเที่ยวแกลลอเรียลิคเตอร์เอ็มมานูเอล ผ่านรูปปั้นลีโอนาโด ดาวินชีวันที่5: เราก็เดินทางข้ามประเทศ ซึ่งวันนี้เป็นวัน Chirstmas Eve ซึ่งห้างที่Switzerland จะปิดตอน 4โมงเย็น (คนจะเลิกงานกันครึ่งวัน) และเราก็เดินทางจากมิลานสู่เมืองลูเซิร์น สวิสเซอร์แลนด์ คำเดียวว่าสวยงามมากมาย อากาศบริสุทธ์สุดๆ คนก็น่ารักมาก สถานที่ที่เราไปก็คืออนุสาวรีย์สิงโตหิน สะพานไม้ชาเปล และ Shopping นาฬิกากันได้ตามอัธยาศัย ช๊อปเสร็จก็เดินเล่น ชมเมือง ถ่ายรูปเกร๋ๆกันเลย และคืนนี้เราจะไปนอนกันที่ เมือง Interlaken, Switzerland ขอบอกว่าหนาวมากนะจ๊ะและพรุ่่งนี้เราจะไปขึ้นเขากันวันที่6: Happy Chirstmas วันนี้เราไปขึ้นไปยัง Top of Europe นั่นก็คือยอดเขาจุงเฟรานั่นเอง วันนี้มีพายุเข้าด้านบนซึ่งเดินทางด้วยรถไฟขึ้นไป สนุกมากจ๊ะขาขึ้น เฮฮามาก พอไปถึงเราก็ทานอาหารกลางวันกันก่อนเลย ที่ภัตตาคารอาหารบนยอดเขาจุงเฟรานั่นเอง ซึ่งเราทานฟองดูว์ชีสแบบสวืส ซึ่งโดยส่วนตัวชอบมาก อาหารอร่อยทานหมดเกลี้ยง 5555 และก็ถึงเวลาขึ้นไปจุดชมวิวที่เต็มไปด้วยพายุหิมะ ซึ่งอุณหภูมิที่เค้าขึ้นไว้ ณ.ตอนนั้นคือ -10 องศา แต่บอกเลยว่ามากกว่านี้ก็เคยเจอมาแล้ว แค่นี้จิ๊บๆ 5555 กลับเข้ามา iPhone เดี้ยงไปเลย มองไม่เห็นวิว แต่สนุกจ๊า หลังจากนั้นก็มานั่งชิวๆ เดินเล่นถ่ายรูป และดูทัวร์จีนกัน และหลังจากนั้นก็นั่งรถไฟกลับลงมา คนมาเล่นสกีกันเยอะ และขากลับคนเยอะมาก ละมีความเหม็นมากกก กลับลงมาเราก็เดินทางไปยังเมือง Basel, Switzerland แต่วันนี้เราต้องข้าวไปทานอาหารเย็นกันที่ประเทศ เยอรมัน เนื่องจากว่าร้านอาหารปิดหมด !!!!1 -.-"วันที่7: วันนี่เรานั่งรถไฟความเร็วสูง รถไฟTGV ไปกัน ตลอดการเดินทางก็จะมีปัญหาเรื่องที่นั่ง แต่เราซื้อไปถูกต้องไม่มีปัญหา เราไปถึง เมืองน้ำหอม นั่นก็คือ Paris, France และนั่นแหละ my second destination dream มาถึงเราก็แวะไปเที่ยวที่ประตูชัยและที่นั่นคนในกรุ๊ปได้โดนขโมยมือถือไปแล้ว เฮ้อออ และเราก็ไปที่ หอไอเฟล และได้ไปทานอาหารบนหอไอเฟล 58 Resturant ชมวิวอันสวยงาม ซึ่งอาหารบอกเลยว่าทานไม่ได้ เพราะเนื่องจาก ฟัวกราวคาวไป ทานไม่ได้ แต่ของหวานนี่สุดๆ และที่นี่เค้าเสิร์ฟไวน์ให้ด้วย แต่ดื่มไม่เป็นเลยน้ำเปล่าวนไป หลังจานั้นเราก็ไปขึ้นเรือบาโตมูช ชมทิวทัศน์ ซึ่งคำเดียวว่าหนาววววว ขากลับขอลงไปนั่งข้างล่างเลย และเมื่อกลับขึ้นฝั่งเราก็ไปกันที่ พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ไปถ่ายรูป ซึ่งเราจะเจอคนผิวสีเค้ามาขายของ บกเลยว่าน่ารักมาก นิสัยดี และไม่ต้องกลัวเค้าขโมย เค้าประกอบอาชีพสุจริตค่ะ ใครไปก็ซื้อของกับเค้าได้ และเราก็ไปทานอาหารเย็น ซึ่งเป็น หอยเอสคาร์โก้ ความรู้สึกคือหอยหวานบ้านเราอ่ะ และนั่นแหละมีน้ำจิ้มซีฟู๊ด คำเดียว กี่จานก็ว่ามา และมีเสต็ก อร่อยมาก ขนมหวานเป็นเอแครล์ อร่อยทุกอย่างแต่อิ่มมากค่ะ ทานไม่หมดแทบอยากให้ใส่ห่อเลยวันที่8: วันนี้คือวันที่เราทุกคนรอคอยยย ตอนเช้ารีบออกกันแต่เช้าเราจะไปเปิดประตู พระราชวังแวร์ซายส์ ซึ่งมีไกด์ภาษาไทยแต่เค้าเป็นคน สปป.ลาว ขอบอกคำเดียวว่าเลิศและอลังการมากจนเกินไป ความรู้สึกเสมือนได้กลับบ้านอีกครั้ง (เชื่อว่าใครไปต้องเล่นแบบนี้) 5555 และเราก็ไปทานอาหารไทน ขอบอกว่าคิดถึงแบบสุดๆ ถึงแม้ทุกมือจะมี น้ำพริกกะปิ น้ำจิ้มซีฟู๊ด และน้ำจิ่มแจ่วก็เหอะ อร่อยและฟินมากแล้ว ก็ถึงเวลาออกกำลังกานสักหน่อย และเราก็ไป Shopping กันที่ ลาฟาแยต Shop แรกที่ไปคือ Chanel จ๊า แต่ตอนแรกไม่ประทับใจเลย เพราะด้วยความที่เราตั้งใจจะเข้าไปเลือกในร้านแต่พนักงาน นิสัยไม่ได้ ไม่ยอมมาดูแล พอเราเจออันที่ถูกใจก็ไม่มีใครให้บริการ ไม่พอใจมากจนต้องแจ้งกับ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของ Shop คนที่เค้ารับเราเข้าร้านนั่นแหละ และแป๊ปเดียวประมาณ 1-2 นาทีก็มีพนักงานและน่าจะเป็นหัวหน้ามาดูแลและบกเลยว่าดีมาก หากระเป๋าให้ ขนาดไม่ได้วางโชว์ยังไปหามาให้ สรุปได้กันไปหลายใบ แต่เวลาจะหมดสิคะ ไป LV คนอย่างเยอะ แต่ไกด์เราดีไงเลยลัดคิวเข้าไป Shop อย่างสบาย รีบซื้อรีบทำ Tax refund และคืนนี้เรามีนัดกับเพื่อนเราที่ี Paris สนุกสนานมาก คุยกันยาวนานจนลืมเวลาวันที่9: เดินทางกลับ เราก็ออกจากโรงแรม สิ่งแนะนำคือเอากระเป๋ามาสำรองไว้ด้วย สบายๆกันไป แต่บอกเลยว่า ตรวจคนขาออกนี่ยาวนานมากกกก หมดเวลากับจุดนี้ชั่วโมงครึ่งได้ และเดินทางกลับสู่ประเทศไทย บอกเลยว่าสนุกมายังไม่อยากกลับ เพราะอากาศดี อาหารอร่อย ทัวร์บริษัทนี้ดีมากและไกด์นี่เลิศสุดๆ ความรู้แน่น ดูแลดีสุดๆ ชื่นชมจากใจค่ะ แต่ขากลับบอกเลยว่าอาหารสายการบินไทยอันนี้ไม่โอเคเลย เราทานไม่ได้เลย ยังดีขนมอร่อยไม่งั้นหิวตายค่ะ ข้าวแฉะ ตัวอาหารก็ไม่โอเค T.T และสำคัญคือลำใยคนข้างหน้ามาก ปรับเบาะชนิดไม่เกรงใจใครเลย ดันมาจนติดเข่าค่ะ ขนาดเราทานยาให้หลับไป 4 เม็ดยังต้องตื่น และขนาดดันเบาะเพื่อให้รู้มีนิสัยแบบนี้ด้วยคือดันกลับ เรากระแทกไปเค้าก็ดันกลับค่ะ และนั่นแหละรู้เลยว่าเค้าตั้งใจ(คนในกรุ๊ปเนี่ยแหละ)  เราเดินทางแบบนี้ก็ต้องใจเค้าใจเรา มารยาทเป็นสิ่งสำคัญ เกรงใจคนอื่นบ้างเนอะ และเราก็เดินทางสู่เมืองไทยอย่างปลอดภัยจบทริปอันสนุกสนานของเรา

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย