เคล็ด (ไม่) ลับ ลงทุนอย่างฉลาด ไม่พลาดเป็นเม่าสาวปีกหัก

DokChanMoney

DokChanMoney

ดู Profile

มาพบกันอีกแล้ว กับ นักสืบดอกจัน* ถ้าเจอกันแบบนี้ให้รู้ไว้เลยว่า สาวๆ จะได้พบกับไอเดียการลงทุนแบบง่ายๆ ชิลๆ ไม่ใช่แบบว่าใส่สูท ผูกไทด์จับเข่าคุยแบบเครียดๆ พูดเรื่องตัวเลขซับซ้อนให้ต้องปวดหัวกันอย่างแน่นอน แต่พวกเราจะนั่งทาเล็บ … สปาผมกันในซาลอน … คุยกันแบบสบายๆ เรื่องการลงทุน (ช่วงมาส์กหน้าห้ามคุย…เด๋วหน้าเหี่ยว) เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เข้าเรื่องกันเลยนะคะ

ยุคนี้ สาวๆ คงจะได้ยินหลายๆ คนพูดถึงเรื่องการลงทุนกันมาบ้างแล้วใช่ไหมคะ? แต่คำถามคือ “ถ้าไม่มีประสบการณ์ลงทุนมาก่อนเลยล่ะ เริ่มจะเริ่มลงทุนยังไงดี ?” มาค่ะ เรามี เคล็ด (ไม่ลับ) ที่จะช่วยให้สาวๆ รอดพ้นจากการเป็นเม่าสาวปีกหัก และสามารถสบัดบ็อบเป็นนางพญาปลวกได้!!!

วิเคราะห์ตัวเอง

สเต็ปนี้นั่งหน้ากระจกนะคะ แล้วถามตัวเองแบบนี้นะคะว่า ชั้นน่าจะเป็นนักลงทุนประเภทไหน? ซึ่งโดยทั่วไป จะแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ

  • นักลงทุนระยะสั้น หรือ นักลงทุนแบบ “เก็งกำไร” ซึ่งถ้ามาแนวนี้ ก็ควรจะต้องไปศึกษาวิธีการวิเคราะห์ทางเทคนิคให้ดีก่อน (ถ้ายังไม่รู้จักการวิเคราะห์กราฟเทคนิค แต่จะเข้ามาเก็งกำไร ก็เสี่ยงมากๆ นะคะ อยากให้ลองเข้าคอร์สอบรม หรือ ซื้อหนังสือด้านการวิเคราะห์กราฟมาอ่านแบบเคลียร์ๆ) อ่อ ... ถ้าจะเลือกแบบนี้ ต้องมีเวลาเฝ้าจอ หรือส่องพอร์ตบ่อยๆ หน่อยนะคะ 

  • นักลงทุนระยะกลาง ถ้าอยากจะเป็นนักลงทุนที่ไม่ต้องซื้อๆ ขายๆ ทุกวัน ลงทุนแบบแช่เงินได้ยาวขึ้นมาอีกหน่อย มีเวลาที่จะอ่านข่าว ชอบศึกษาข้อมูลธุรกิจ สนใจที่จะหาความรู้เพิ่มเติมเบาๆ ด้านการวิเคราะห์กราฟ เพื่อหาจังหวะซื้อ-ขายหุ้น ที่ทำกำไรได้…ใช่เลยค่ะ! คุณเหมาะสมที่จะเป็นนักลงทุนระยะกลาง 

  • นักลงทุนระยะยาว กรณีที่ไม่มีเวลาจะจ้องจอบ่อยๆ อยากใช้ชีวิตลั้นลากิจกรรมอื่นๆ มากกว่า และเงินลงทุนที่มีก็พร้อมจะแช่ไว้ในบริษัทดีๆ ซักแห่ง เพื่อเน้นรับเงินปันผลเป็นหลัก … มาทางนี้ค่ะ! คุณ คือนักลงทุนระยะยาว

การวิเคราะห์ตัวเองแบบนี้ จะทำให้สาวๆ ตอบตัวเองแบบเบื้องต้นได้ว่า “รับความเสี่ยงจากการลงทุนได้แค่ไหน” ด้วยเพราะหากอยากเป็นนักลงทุนแบบ “ระยะสั้น” แสดงว่ารับความเสี่ยงได้มาก ส่วน “ระยะกลาง” และ “ระยะยาว” ก็อาจจะรับความเสี่ยงได้แบบลดหลั่นกันไป

ที่สำคัญ!!! ต้องห้ามลืมเลยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนประเภทไหนก็ตาม คุณจะต้องรู้จักอัตราส่วนทางการเงิน (https://www.set.or.th/th/market/files/SET_Formula_Glossary_Jun2015.pdf ) รวมถึงต้องรู้ด้วยว่า ตราสารทางการเงินที่จะลงทุน (เช่น หุ้น , ทอง , กองทุน , ตราสารหนี้ , อนุพันธ์) คือ อะไร มีความเสี่ยงแค่ไหน และต้องติดตามข่าวสารการลงทุนอย่างใกล้ชิด พอๆ กับที่ต้องรู้ว่าตอนนี้ห้างไหนเป็นจัดโปรโมชั่นเซลเลยนะคะ อิอิ  

สร้างพอร์ตลงทุน

ขั้นตอนนี้สาวๆ จะต้องมาเลือกแล้วว่า เราจะ “ช็อป” หุ้น ตราสารหนี้ ฝากเงิน ฯลฯ ยังไงเป็นสัดส่วนเท่าไหร่ … อ่อ ต้องขอบอกก่อนเลยนะคะว่า ไม่มีสูตรสำเร็จของการลงทุนที่ตายตัว เพราะบางคนอาจจะบอกว่า ชั้นอยากช็อปหุ้นเพิ่มอ่ะ เพราะชั้นรู้จักหุ้นตัวนี้เยอะ หรือ ชั้นอยากจะลดอันนี้ เพราะชั้นรู้ว่าจังหวะตลาดแบบนี้ ไม่ควรซื้อตราสารหนี้เยอะ…อันนี้ ฟรีสไตล์ …ทำได้ตามหัวใจปรารถนา แต่! ถ้าอยากมีไอเดียคร่าวๆ ก็ลองดูแนวทางนี้ไว้คร่าวๆ ก่อนได้เลยค่ะ

อ้อ!!! สำคัญมากๆที่สาวๆจะต้องรู้ คือ เงินที่เอามาลงทุนในตลาด ควรจะเจียดมาจาก “ส่วนเกิน” (เงินเหลือเก็บ) หรือ “แบ่งจากเงินเดือน เช่นลงทุน 10%-15% ของเงินเดือน” นะคะ ไม่ควรทุ่มเงินเยอะๆ เป็นอันขาด ไม่อย่างนั้น ถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน แบบว่า ตลาดหุ้นตกแรงๆอะไรแบบนี้ หัวใจวาย ไม่กล้าซื้อเครื่องสำอางไปอีกหลายเดือนแน่ๆ  น่อวววว….

เอาเป็นว่าเรื่องลงทุน เราคุยกันประมาณนี้ก่อน ครั้งหน้าเราจะมาแชร์ว่าทำยังไงสาวๆ ถึงจะได้เป็นนักลงทุนเต็มตัว แบบไม่ยากเกิน

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย