กระทู้พลีชีพ !!! กู้วิกฤตรักแร้ดำ

หนูเป็นคนตัวใหญ่ค่ะ ปัญหาผิวก็เยอะซะเหลือเกิน ไม่เว้นแม้แต่จุดซ่อนเร้นที่ควรเปิดเผย (หมายถึง รักแท้ เอ้ย! รักแร้) หลายคนคงมีปัญหาเดียวกันกับหนู เพราะต้องคอยถอนขน จนบางทีคิดอยากจะไปเลเซอร์ออกให้มันรู้แล้ว รู้รอดไปซะ แต่ปัญหาก็ยังไม่จบ เพราะปัญหาที่ว่า ไม่ใช่เส้นขน แต่มันคือ ความเข้มของสีผิว (หรือที่คนอื่นๆ เรียกว่า แร้ดำ บ้าจริง!)ถ้าไม่นับของสงวน...ก็คงเป็นอย่างเดียวที่อยากปกปิดเอาไว้ตลอดเวลา ไม่ค่อยกล้าใส่เสื้อกล้าม หรือโชว์วงแขน ไม่ว่าจะใช้ลูกกลิ้ง กลิ้งจนแทบจะเหมือนทาสีบ้าน  จะใช้สารส้มที่บาดผิวแล้วบาดอีก หรือครีมบำรุงผิว ที่เป็นเมือกเหลือเกินเวลาตีปีกตอนเจอหนุ่มๆ ใช้ครีมที่ผสมสาร Whitening มากี่ตัว ก็เปลี่ยนสีผิวน้องแร้ของหนูไม่ได้เลย

หนูคิดว่า รักแร้หนู มันก็เป็นแค่ผิวกายภายนอก ใครจะรัก ก็รักที่ข้างในหนูสิ.....เดี๋ยว...ดราม่าน้ำตานองไป....

อย่างที่บอก ผิวรักแร้ที่เป็นสีดำ มันเป็นแค่ผิวกายภายนอกจริงๆ มันคือเซลล์ผิวที่อยู่ชั้นนอกสุด หรือที่เรียกมันว่า เอพิเดอร์มิส (Epidermis) หาใช่ชั้นหนังแท้ (Dermis) แต่อย่างใด (ถ้าหนูเรียนมาไม่ผิด แบบว่าหลับๆตื่นๆ ตอนครูสอน เลยจำได้เท่านี้)

ดังนั้น หนูเลยคิดว่า หนูน่าจะเอาชั้นผิวดำๆข้างนอกของน้องแร้หนูออกไปได้สิ ด้วยวิธีการไหนล่ะ ถ้าไม่ใช่การ ขัด ถู กรีด ตัด หรือ น้ำกรด เดี๋ยวนะ!!! ขัด ถู น่าจะ หยุดที่ตรงนี้เถอะ Please, คิดได้ดังนั้น ความคิดของหนูแล่นขึ้นมาทันที ว่าต้องทำสปา เพื่อจัดการเซลล์ผิวชั้นนอกให้หลุดออกไป แต่ราคาก็สูงมาก จนมีโอกาสได้เหลือบไปเห็นของบางอย่างเข้า ที่ 7-11 ของที่ว่า นั่นคือ เกลือสปาขัดผิว ซองสีชมพู ใช่! มันคือเกลือ+สปา+ขัดผิว ที่สำคัญ มีคำว่า Whitening ด้วย และสำคัญที่สุดกว่านั้นราคา....ราคา...ราคา...!!! ถูกมากกกกกกกกกกกกก ไม่เสียดายเลยที่จะลอง (หลังจากลองมาเยอะ เจ็บมาเยอะ)

เกลือสปาขัดผิวที่ว่า คือ  เอ บอนเน่ (A Bonne’ Spa Milk Salt) ที่มีตัวบำรุง ไวท์เทนนิ่ง ทำให้ผิวเรียบ เหมือนผิวเด็ก...และนี่แหละคือสิ่งที่คนแร้ดำอย่างหนูต้องการ...

นี่คือ ผิวน้องแร้แรกเริ่ม ของหนู (เขินนะ อย่าจ้องนาน)

เห็นไหมว่าปัญหาหนูยิ่งใหญ่กว่าตัวของหนูอีก มาๆๆๆๆ เรามาเริ่มจัดการ มินิสปาขัดผิว ที่ทำได้ที่บ้านกันดีกว่า เริ่มต้นด้วยการ ฉีกซอง (เทน้ำ รอ 3 นาทีแล้วกิน....ไม่ใช่!!!)  หมุนๆๆๆๆ เป็นถุงที่มีฝาหมุนล็อคซะด้วย แสดงว่าไม่ต้องใช้หมดในทีเดียว แล้วยังเก็บได้ง่าย ป้องกันความชื้นได้ดีอีกด้วย ดีเลย!

  1. ก่อนอื่นเลย หนูต้องทำให้น้องแร้ของหนูเปียก ด้วยการล้างตัว และหนูก็เริ่มเทเกลือออกมาดูโฉมหน้า

ตายเถอะ นี่เกลือจริงเหรอเนี่ย เหมือนทรายที่เกาะเสม็ดเลย นุ่ม ละเอียดมาก คงไม่ต้องกลัวว่าจะคมแล้วบาดเหมือนสารส้มที่เคยใช้ จะเรียกว่าผงเกลือเลยก็คงได้สินะ เป็นผงสีขาวบริสุทธิ์ ผุดผ่อง

2. รออะไรล่ะ จัดให้น้องแร้ของหนูเลย ด้วยการขัดเบาๆ เป็นวงกลม (บางคนอาจมีสูตรผสมนู่น นี่ นั่น แต่ใจหนู ขี้เกียจหา เอามันสดๆแบบนี้แหละ สะดวกสุด ไม่ต้องหาส่วนผสมให้ปวดเฮด) ขัดๆๆๆๆๆ ถูๆๆๆๆๆๆ

3.ขัดถู ซักประมาณ 1 นาที แล้วทิ้งไว้ประมาณ 3 นาที เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเกลือ รู้สึกสบายมาก ไม่แสบ ไม่เจ็บ เหมือนได้ทำสปาราคาแพงๆ แต่เวลานั้นก็ผ่านไปเร็วเสมอ 555+ 5 นาทีคงพอแล้ว ก็ล้างออก รู้สึกได้เลย ตั้งแต่ครั้งแรก ว่าผิวน้องแร้หนู นุ่มลื่นมาก เหมือนเอาน้องแร้ไปแช่น้ำนมมา อ้าว! เพิ่งดูหน้าซอง ว่ามีน้ำนม 555+ นุ่มมากจริงๆ แต่ไม่ลื่นเป็นเมือกๆเหมือนพอกครีมแฉะๆ นะ อยากให้เพื่อนๆได้ลองมาสัมผัสน้องแร้ 555+ แต่ก็นะ....อย่าเลย....!!!

4. นี่แหละ ที่หนูว่ามันลื่น และนุ่มมาก ส่วนความขาว เดี๋ยวหนูใช้ซักอาทิตย์นึงแล้วมาเปรียบเทียบให้ดูเป็นข้อต่อไปนะคะ

5. สิ่งที่หนูทำต่อมาคือ การอาบน้ำ ฟอกสบู่ เอาขี้ไคลออกให้หมดเลย ทีนี้ล่ะ ผิวนุ่ม ชุ่มชื่นและสะอาดมากกกกก

6. หลังจากที่ใช้มาแล้วครบหนึ่งอาทิตย์ หนูแอบใช้ทุกวันเลย ทั้งที่จริง ใช้สัปดาห์ล่ะ 2-3 ครั้งก็เพียงพอแล้ว (แต่หนูอยากเห็นผลไว) หนูขอเอารูปมาเปรียบเทียบกันให้ดูเลยแล้วกันนะ ว่ามันเปลี่ยนไปยังไงบ้าง

อย่างที่เห็นเลย ขาวขึ้นอย่างชัดเจน และพวกรอยแตก หรือริ้วรอยก็หายไปเยอะ บอกเลยว่าประทับใจมากรอบต่อไป อาจจะเอาน้ำผึ้งมาลองผสมดูด้วย เผื่อจะนุ่มกว่าเดิมอีกหน่อย(อันที่จริง แค่นี้ก็ดีขึ้นเยอะแล้ว รอดจากอาการโคม่ามาแบบวิกฤตเร่งด่วน 555+) พอใจมาก กับผลที่ได้ ซื้อใช้ต่อ แน่นอนจ้า..................................................................

Discussion (1)