ได้เวลาตำ! มาดู “ไอเทมใหม่เด็ดๆ จาก Eveandboy” ในช่วงเดือนนี้ โอ๊ยชะนีเห็นแล้วต้องรูดบัตร!

เฮ่ลโหล้ววว หลังจากโหมงานหนักช่วงเดือนสองเดือนที่ผ่านมา ทำให้ไม่มีเวลาไปส่องหาเครื่องสำอางค์ใหม่ๆ กับเค้าบ้างเลยยเมื่อวานนี้ฤกษ์งามยามดี พอมีเวลาว่างแบบกรุบกริบ ต้องขอเข้าไปส่องร้านค้าคู่ใจอย่าง  Eveandboy  ซะหน่อยค่ะ ว่าช่วงเดือน สองเดือนที่ผ่านมามีอะไรแปลกหูแปลกตามาให้อัพสวยบ้างและหลังจากที่เดินวนวนซ้าย วนขวา ขึ้น-ลง จนหนำใจแล้ว ก็ได้พูดคุยกับพี่พนักงานค่ะ ว่ามี คสอ. หรือสเกินแคร์อันไหนบ้างน้าที่ออกใหม่และน่าตำ!พี่เค้าเลยพาไปรู้จักกับเจ้า 5 สิ่งนี้ค่ะ ที่พอรู้ตัวอีกที…ก็เผลอหยิบเข้าตะกร้ามาแล้วซะงั้นนไปค่ะ ไปดูอาณุภาพการทำลายล้างเม็ดเงินของแต่ละตัวกันดีกว่าาา <3มาเริ่มที่เชลฟ์แรก!

เริ่มต้นเชลฟ์แรกที่สเนลไวท์เลยละกันค่ะ เชลฟ์นี้นี่น้องหอยเรียงอัดแน่นเต็มไปหมด ทั้งครีม ทั้งมาส์ก ทั้งมิสท์ แต่ที่เห็นแล้วสะดุดตาหน่อยก็คงจะหนีไม่พ้น “เซรั่ม มิราเคิล” ที่เคยเห็นป้ายริมถนนเต็มไปหมด  เลยอยากรู้ว่าใช้แล้วจะดีจริงมะโอ๊ยอยากได้ อยากตำ!

ตำชิ้นที่  1 เซรั่ม NAMU LIFE SNAILWHITE MIRACLE INTENSIVE REPAIR(ราคา 1,190/ 30 ml.)

มาดูที่ชิ้นแรกค่ะ รูปร่างลักษณะจะเป็นกล่องติดโลโก้แบรนด์ขาวชมพูตามแบบของสเนลไวท์ (พักนี้ชองเห็นน้องหอยยี่ห้ออื่นทำตัวกลมกลืนเต็มไปหมด) แต่ส่วนที่ทำให้สะดุดตาเจ้ากล่องนี้ก็คงจะเป็นคำว่ามิราเคิลนี่แหละ หื้มม… อยากพบกับความอัศจรรย์แล้วคร้าา

แกะออกมาปุ๊ปจะเจอกับเจ้าขวดกระปุ๊กลุ๊กหน้าตาน่ารักน่าชังขวดนี้ค่ะ โดยส่วนผสมภายในตัวเซรั่มก็จะมี เมือกหอยทาก อัลฟ่าอาร์บูติน  กิ๊กกาไวท์ และ ซีราโมซายส์ เอชพีค่ะ โดนที่ส่วนผสมเหล่านี้เนี่ย เค้าบอกว่าจะเป็นตัวช่วยทำให้ผิวหน้ากระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ เต่งตึง เรียบเนียน กระชับรูขุมขน และเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวค่ะ

 สำหรับช่วงเวลาในการใช้ก็คือสามารถทาได้ทั้งตอนช่วงเช้าและก่อนนอน หลังล้างหน้าสะอาด ก็จัดการบำรุงด้วยเซรั่มตัวนี้ได้ทันที โดยวิธีการคือให้กดลงมาบนฝ่ามือประมาณ 1-2 หัวปั๊มค่ะ จากนั้นลูบฝ่ามือให้ทั่ว เเล้วเอาไปตบเบาๆที่หน้า เพื่อให้เซรั่มซึมเข้าไปในผิว ตัวนี้เค้าบอกว่าเห็นผลตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้ ไม่รู้ว่าจะจริงมั้ย ต้องไปลอง อิอิ

อะโชว์เนื้อเซรั่มให้ดูหน่อยดีกว่า สีของเซรั่มตัวนี้จะออกแนวขาวๆ ขุ่นๆค่ะ ส่วนกลิ่นก็ไม่เหม็นไม่หอม อารมณ์เป็นกลิ่นประจำของสเนลไวท์อ่ะแหละ ตบแล้วนางจะยืดๆ หน่อยตามสไตล์ หลังจากที่ลองใช้ครั้งแรกนะคะ (ย้ำว่าครั้งแรก) รู้สึกว่าเนื้อเซรั่มค่อนข้างซึมไวนะ มีความลื่นๆ ปนเหนียวนิดๆ เหมือนมีฟิล์มมาเคลือบหน้าเอาไว้อ่ะ ครั้งนี้เราทาตอนก่อนนอน ตื่นเช้ามารู้สึกว่ารูขุมขนกระชับขึ้นอ่ะ หน้านุ่มๆ เนียนขึ้นนิดหน่อย เอ๊ออ นางมิราเคิลสมชื่อ ส่วนเรื่องความกระจ่างใสอาจจะต้องลองใช้มากกว่า 1 ครั้งมั้งคะ ถึงจะเริ่มเห็นผล เอาไว้ยังไงเก๊ามาบอกอีกทีละกันน

ไปต่อกันที่เชลฟ์ที่สองโลดด เมบะลีน นิวหยวกก!!

ในส่วนของเมเบอลีนนั้น เมื่อก่อนเราติดใจในเเป้งพัฟของนางมากค่ะ และในฤดูกาลนี้ต้องบอกว่าเป็นยุคของคุชชั่นที่เข้ามามีอิทธิพลกับสาวๆ อย่างเราซะเหลื๊อเกินนน และครั้งนี้พี่เมเบอลีนตัวแม่เรื่องเครื่องสำอาง มีหรือจะเมินเฉย นางก็เข้าร่วมกระแส ปล่อยคุชชั่นของตัวเองออกมาเหมือนกัน!

ตำชิ้นที่  2 Maybelline Super BB Cushion( ราคา 399 บาท)

เฮลโหลวว แนะนำตัวให้น้องคุชชั่นอันนี้ซักนิด คือเราซื้อน้องมาในร่างเบอร์ 03 ค่ะ สี Naturalความพิเศษของเจ้ากล่องนี้ก็คือ เค้าว่ามีความซุปเปอร์! ใน 3 เรื่องด้วยกัน นั่นก็คือ

  • Super ปกปิด!  คือ ช่วยปกปิดได้เรียบเนียนมว๊าก แม้ในระยะ 3 เซนก็ไม่กลัวว
  • Super บำรุง! คือ มีมอยส์เจอไรซิงเอสเซ้นส์กว่า 60%
  • Super ป้องกัน! คือ ช่วยป้องกันแสงแดดได้ด้วย SPF 29 PA+++

จัดการแกะออกจากกล่อง ก็จะเจอตลับคุชชั่นสีน้ำตาลอมม่วงอ่อนๆ ด้านๆ แบบนี้ค่ะ ให้ลุคเรียบหรูดูโกลวว

เปิดมาส่องข้างในกันบ้างเนาะ เปิดออกมาจะเจอตลับสองชั้นค่ะ ชั้นเเรก (ชั้นบน) จะเป็นที่เก็บพัฟ ส่วนชั้นที่สอง (ชั้นล่าง) จะเป็นชั้นที่บรรจุคุชชั่นค่ะ เนื้อดูชุ่มฉ่ำครีมมี่มว๊ากกกกก น่าใช้สุดๆ ในส่วนของแป้งพัฟก็นุ่มๆ แต่แน่นดีค่ะ ดูน่าใช้ ดูไม่กินเนื้อคุชชั่นวิธีการใช้ก็คือเหมือนคุชชั่นทั่วไปค่ะ สามารถลงทีเดียวได้เลย (นางเป็นเหมือนแป้งที่รวมร่างกับรองพื้นมาแล้ว) โบกครั้งเดียวจบ

ว่าแล้วก็มาเทสให้ดูกันดีกว่า จากรูปคือหลังมือด้านบนคือส่วนที่ลงคุชชั่น ส่วนด้านล่างไม่ได้ลงเราจะเห็นว่าผิวในส่วนที่ลงเนี่ยเรียบเนียนกลืนไปกับผิวมว๊ากก ในส่วนของการทดลองใช้บนหน้าครั้งแรกนั้นพบว่า เรื่องผิวเนียนเรื่องการปกปิดนี่สมคำเคลมมากๆ ค่ะ คือเริ่ด! แต่ส่วนความโกลวนั้น รู้สึกว่าเฉยๆ มันไม่เชิงโกลว มันดูแบบหน้ามันๆ มากกว่า คืออารมณ์หน้าแมตต์แต่มันอ่ะค่ะ งงมะ? 5555 ส่วนเนื้อคุชชั่นเวลาทาแล้วจะเย็นๆ หน่อยๆ เนื้อบางเบาสบายหน้ามากกก เกลี่ยง่าย รวมๆ เลยคือทาแล้วหหน้าออกมาดูธรรมชาติค่ะ ดูใสๆแบบหลอกคนได้ว่า ไม่นะ! ชั้นไม่ได้ทาแป้งน้าาาา ถือว่าคุ้มราคาค่ะ แต่ถ้าใช้ตัวนี้แต่งไปออกงานคิดว่าไม่น่าจะเอาอยู่

เอาล่ะ มาต่อกันที่เชลฟ์ที่สามกับเอสโทรกันบ้าง

ลิปเอสโทรเนี่ย ก็ถือเป็นอีกแบรนด์นึงที่เม็ดสีแน่นมาก แซ่บสะใจคือเมื่อก่อนนางก็มีแต่ลิปแท่งเนื้อแมตต์ปกติค่ะ แต่ล่าสุดนางออกเวอร์ชั่นใหม่มาเป็นลิปจิ้มจุ่ม! แต่ยังเป็นเนื้อแมตต์เหมือนเดิม ที่เพิ่มเติมคือความแซ่บ! และเเซ่บกำลังสองเข้าไปอีกเพราะตอนนี้กำลังลด 50% อยู่ด้วยนะ

ตำชิ้นที่  3 ESTRO Oasis Liquid Matte Lip-Fix( ราคา 225 บาท)

หน้าตาแพ็กเกจนางก็จะเหมือนลิปจิ้มจุ่มทั่วไปค่ะ ด้านหน้าจะคลุมโทนขาวดำ เดี๋ยวเรามาดูข้างในกันดีกว่า ว่าวันนี้เก๊าสอยสีอะไรมาน้าาา

ท้าดาาาาาา #งานปากแดงก่ำต้องมาาาาาา #ลิปสีเข้มแบบที่เรารักแท่งนี้เป็นสี 106 Harsh ค่ะ หื้มมมม สีนี่แบบ อยากปาดแล้ว อยากปาดแล้ววว!!

ก่อนปาด ขอเปิดฝาออกมาให้ดูตัวแปรงกันก่อนค่ะ มีความก้านยาวเวอรรร์ (แต่นางไม่ใช่ทุเรียนนะ นางคือลิปอ่ะแหละ) มีความแอบกังวลว่าเวลาปาดจะถนัดมั้ยนะ นี่ตอนซื้อก็ไม่ได้คิดเล๊ยยยย เก๊าก็ดูแต่สีอย่างเดียว สำหรับวิธีการใช้เนี่ย เค้าแนะนำให้ปาดขึ้นปาดลงค่ะ อย่าปาดเเนวขวาง เพราะสีมันจะไม่เสมอกัน (เสี่ยงต่อการหนาเป็นจุดๆ ไม่สม่ำเสมอ) ใครไม่มั่นใจในฝีมือการวาดขอบก็สามารถใช้ดินสอเขียนขอบปากวาดก่อนก็ได้ แล้วค่อยลงลิปตัวนี้ แต่ถ้าใครชำนาญด้านการจิ้มจุ่ม ก็ตวัดมือไปเลยแรงๆ

โอเค มา! เปิดฝาออกมาแล้วก็ได้เวลา Swatchhhhhhhh นี่ๆๆ อันนี้คือปาดแค่ครัั้งเดียวนะคะ คือสีนางแบบเเซ่บนะ ให้ลุคผู้หญิงมั่นๆ ไม่ได้สีแปร๊ดแบบนางร้าย แต่จะออกแนวนางเอกร้ายๆ ไรงี้อ่ะแกรร เป็นสีที่ทาแล้วให้ลุคดูแกรนด์ ดูฉลาดด 55555 (คิดไปเอง) ส่วนผลในการทดลองใช้ครั้งแรกพบว่า นางมีความเหนียววว ทาแล้วต้องรอซักพัก (พักใหญ่ๆ) เพื่อให้นางแห้งสนิทค่ะ พอนางแห้งสนิทก็จะยังมีความเหนียวอยู่หน่อยๆ เวลาเม้มปากก็จะแบบ มีความต้องพยายามดึงปากบนออกจากปากล่าง แต่พอเวลาผ่านไปซักพัก 10-15 นาที นางก็จะอยู่ตัวค่ะ เม็ดสีเข้มแน่นดี ไม่มีหลุดลอกเลย อันนี้ต้องยอมให้จริงๆ จะจิบกาแฟ แทะไก่ กัดขนมปัง สีก็ยังอยู่ เวลาล้างก็ต้องใช้รีมูฟเวอร์หน่อยนะคะ ล้างธรรมดาไม่ค่อยออก แต่สามารถใช้มือลอกได้เบา ๆนางจะหลุดออกมาเป็นแผ่นๆ เลยล่ะ

ต่อค่ะ เดินค่ะ เดินวนไปเชลฟ์ที่สี่ Cezanne ค่ะ

ในส่วนของ cezanne นั้น คุณพี่พนักงานบอกว่า ณ ขณะนี้นางมีไฮไลท์กับเฉดดิ้งแบบสติ๊กออกมาใหม่ค่ะด้วยความที่อยากลอง แต่ก็อยากประหยัดงบ เลยต้องเลือกมาแค่ตัวเดียวงานนี้เลยเลือกตัวเฉดดิ้งละกันค่ะ (เพราะเป็นคนหน้าบาน) น่าจะคุ้มค่ากว่า

ตำชิ้นที่  4 CEZANNE Shading Stick( ราคา 270 บาท)

รูปร่างหน่าตาของน้องก็จะเป็นแท่งจิ๋วเล็กๆ คิวท์ๆ น่าพกค่ะ

พอแกะออกจากกล่องมาปุ๊ป หุ่นของน้องอาจจะเหมือนกาวยู้ฮูอยู่หน่อยๆ แต่เชื่อเถอะว่านางเป็นเฉดดิ้งจริงๆน้าาา 5555สำหรับตัวนี้เค้าบอกว่าเป็น เฉดดิ้งเนื้อครีมสีน้ำตาลธรรมชาติ เอาไว้ลงเพื่อสร้างมิติให้ใบหน้าดูเรียวเล็ก (เล็กลงแบบเห็นได้ชัด) และเหมาะกับทุกสีผิวค่ะ

เปิดฝาออกมาจะเป็นลักษณะแบบนี้ค่ะลักษณะเนื้อของเฉดดิ้งจะเป็นเนื้อครีมค่อนข้างนุ่มลื่น เกลี่ยง่าย สีจะน้ำตาลๆ กลมๆ ไม่ติ่งสีส้มหรือสีแดง สีไม่ค่อยหลอกค่ะมีความเป็นเงาสมจริงอยู่นะ สำหรับวิธีการใช้ก็คือสามารถใช้เจ้าแท่งน้อยๆ อันนี้ปาดลงที่หน้าได้เลย หรืออาจจะใช้เป็นแปรงมาเเตะเนื้อครีมก่อน แล้วค่อยเอาไปปาดๆลงที่ผิวหน้าก็ได้

อันนี้ลองปาดให้ดูก่อนนะคะ คือเนื้อสีอย่างที่บอกว่ามันจะเป็นสีน้ำตาลเนื้อๆ ไม่ส้ม ไม่แดง หลังจากที่ลองใช้ครั้งแรก เรารู้สึกว่าตัวนี้ไปทำหน้าที่เป็นเฉดดิ้งอัพเงา อัพสันจมูกได้เริ่ดมากกก แต่ว่าพวกโครงหน้าเบ้าหน้า คิดว่ายังเฉยๆค่ะ ยังไงก็แล้วแต่ ใครชอบงานเนรมิตดั้งพันล้านภายในพริบตาก็ไปสอยมาใช้ซะ นางเวิร์คค นี่ชี้เป้าแล้วน้าาาาา

อะๆๆๆ เดินวนมาเยอะแล้ว ขอจบที่เชลฟ์สุดท้ายกันละกันน้า

ว่ากันด้วยแบรนด์ฟรีดอม ตัวนี้ฟังนี้เผินๆ เหมือนมาจาก USA แต่จริงๆ แล้วนางข้ามน้ำข้ามทะเลมาจาก  ลอนดอน UK ค่ะ ชื่อเต็มๆ ของนางก็คือ Freedom Makeup London คือเคยได้ยินมาจากเพื่อนที่อังกฤษเหมือนกันว่าพาเลทตาของตัวนี้สีสวยแล้วก็ใช้ดี แต่ก็ไม่เคยลองซักที วันนี้เลยต้องจัดค่ะ!!

ตำชิ้นที่  5 FREEDOM House of GlamDolls SPIRIT DOLL Palette( ราคา 590 บาท)

ในส่วนของชิ้นที่ห้านี้มีความฟูลออปชั่นสุดๆเห็นแพ็กเกจชิ้นใหญ่ๆ แน่นๆ แบบนี้ลองเดากันดูซิว่าข้างในจะมีอะไรบ้างน้าาาา…:D

ลองแกะออกมาก็จะเจอกับตลับสีดำเงาๆ ค่ะ ดูสวย ดูแกรนด์อีกแล้ววว ไหนๆ ไปส่องข้างในกันซิ!

ท้าดาาาาาาา!!นี่มันคือพาเลททาตา ทาแก้ม ทาปาก เบ็ดเสร็จในตลับเดียวนั่นเองค้าาาโดยในนี้จะประกอบไปด้วย Eyebrow powder + Highlight + Eyeshadow + Blusher + Lipglossเรียกว่าขนกันมาแน่นๆ เต็มกล่องเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีแผงกระจกที่ใหญ่มากๆ มาให้ด้วยยรักเลยค่ะส่องแล้วได้อรรถรสสุด!

โอเค โยนแผ่นพลาสติกบอกชื่อสีออกไป แล้วมาซูมมม ซูมดูเม็ดสีแต่ละอันแบบชัดๆ กันดีกว่าส่วนบนจะเป็นงานคิ้วกับไฮไลท์นะคะ ตรงกลางเป็นอายแชโดว์ มุมล่างจะเป็นบรัช ส่วนริมขวาจะเป็นบรรดาลิปกลอสค่ะสำหรับพาเลทนี้ที่เราใช้ครั้งแรกจะเป็นกลุ่มอายแชโดว์ค่ะ (ทีเหลือยังไม่ได้ลอง) ใช้แล้วพบว่าเออเม็ดสีก็สวยดีนะ มีความวิ้งๆ กากเพชรเบาๆ ไม่ฟู่ฟ่าเกินไป ตลับนี้ส่วนมากสีเข้มค่ะ ต้องเบามือหน่อย แถมยังไม่เหมาะกับ everyday look  เหมาะกับการลงไปปาร์ตี้ยามค่ำคืนมากว่า อายแชโดว์ที่ทาตอนเช้าก็มีความหลุดลอย ปลิวไปบ้าง ถ้าทางที่ดีเพื่อความเซฟ ก่อนจะลงตัวนี้ให้ลง Eye primer ก่อนดีกว่าค่ะ จะได้ร้อนแรงได้ยาวนานขึ้น!

เป็นยังไงกันบ้างคะสำหรับรีวิวไอเทมใหม่น่าตำประจำเดือน May-June ที่ผ่านมาเห็นมั้ยคะว่าแต่ละตัวมันน่าตำแค่ไหน!สาวจีบันที่กำลังสนใจตัวไหน ก็ขอบิ้วแรงๆเลยว่าไปสอยมาใช้เลยยยแต่ละนางคือคุ้มค่า คุ้มราคาอยู่น้าาาแต่ถ้าใครมีคำถามอะไรเพิ่มเติมก่อนจะไปสอย ก็มาทิ้งคอมเมนท์ไว้ด้านล่างได้นะค้าาแล้วเก๊าจะแวะมาตอบน้าาาสำหรับวันนี้ขอลาละค่าาา ขอไปทำงานหาเงินมารูดบัตรก่อนนะตัวเองXoxo

พกจีบันไว้ใกล้ตัว

อ่านเรื่องที่ชอบ คุยกับเพื่อนต่อได้ในแอป

Download on the App StoreGet it on Google Play
รู้จัก Jeban.com App

Discussion (17)

ESTRO ลิปจิ้มจุ่ม ตำมาแล้วเริ่ดจริงอะไรจริงค่ะ แมตต์จริง สีสวย ติดทนเว่อร์ ขอบคุณที่ชี้เป้าค่ะ
ESTRO สีสวยจริงค่ะ ตอนได้ลองเทสหน้าเคาเตอร์ครั้งแรกดี๊ด๊ามาก สวยมาก แต่พอเอากลับมาใช้ ตอนมันแห้งที่ปากแล้วเราเม้มปากอ่ะค่ะ มันเหนียว แล้วมันตกร่องมากๆ เวลาทานอาหารจะหลุดแบบเป็นชิ้นๆซึ่งเช็ดก็ไม่ออก เพราะมันเหนียว ครั้งแรกพลาดแล้ว ครั้งสองไม่เข็ดหยิบมาทาใหม่ก็ยังเป็นเหมือนเดิมค่ะ ไม่รู้คนอื่นเป็นเหมือนเรามั้ย ยังไงรบกวน จขกท. รีวิวการใช้งานด้วยนะคะ