นั่งแท๊กซี่บ่อย ๆ ระวังนะคะ

mamujang

mamujang

ดู Profile

อ่าน ให้ จบ อ่าน ดีๆ โดย เฉพาะ คน ที่ ขึ้น แท็กซี่ บ่อย แบบ ไม่ ยั้ง คิด ไม่ รอบ คอบ ไม่ ระ วัง ตัว ...... 
 

 

อ่านเหอะนะ


> > อุทาหรณ์ ล่าสุด ...
> > ส่งต่อๆไป
> > เพื่อคนที่คุณรัก
> > (จากเวบพันทิบ)
> >
> > ****สังคมฟอนเฟะ....ฉันถูกแท็กซี่พาเข้าม่านรูด(เหตุการณ์ที่ไม่คิดเลยว่าชาตินี้จะเจอ***
> > **
> > ขอบอกก่อนว่าขณะที่พิมพ์

> > มือไม้ยังไม่หายสั่น
> > ใจยังหวิวๆ
> > และเต้นแรงอยู่เลยค่ะ
> >
> > มันเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยคิดว่าจะเกิดขึ้นในชีวิตนี้
> > เห็นเกิดกับคนอื่นแล้วยังรู้สึกแย่
> > สลดใจ
> > แต่นี่เกิดกับตัวเอง...หัวใจจะวายตายเสียให้ได้
> >
> > บ่ายวันนี้เองค่ะ
> > เราเรียกแท็กซี่จากหน้า
> > AUA (ราชดำริ) จะกลับบ้าน
> > เป็นแท็กซี่สีส้ม
> > วีออส
> > โตโยต้า....เชื่อไหมว่าจำได้เท่านั้นเอง
> > เป็นความสะเพร่าที่จะไม่มีวันให้อภัยตัวเองเลย
> >
> > เราแต่งตัวธรรมดานะ

> > ไม่โป๊เลย
> > แต่มันคงสะดุดตาพอดูมั้ง(สีสันเยอะ)
> > แท็กซี่ก็ถามทางค่ะ
> > เราก็บอกว่าไปสุทธิสาร
> > ให้ไปทางวิภาวดีนะ....บลาๆ
> >
> > เขาก็พูด มาก....พูดมากจริงๆ
> > หน้าตายิ้มอารมณ์ดีตลอดเวลา
> > แต่เราชักเริ่มรำคาญความพูดมาก
> > ถามทางบ่อย
> > ทั้งที่บอกไปแล้ว
> > อีกทั้งมองกระจกหลังตลอดเวลา
> >
> > ตำแหน่งเรานั่งเบาะหลังค่ะ
> > แต่ไม่ได้นั่งฝั่งเดียวกับคนขับ

> > เยื้องมาทางซ้าย...ชินเป็นนิสัย
> > เวลาขึ้นคนเดียวจะนั่งแบบนี้
> >
> > ขับไปแค่ถึงแถวๆ
> > ราชประสงค์เท่านั้นล่ะ
> > เรารู้สึกมึนหัวและง่วงมาก...ความไม่ไว้ใจทำให้เหลือบดูตรช่องแอร์โดยอัตโนมัติ
> > ว่ามีกระดาษทิชชู่ซับน้ำยาอะไรเสียบไว้รึเปล่า
> >
> > ไม่มีค่ ะ...แต่ใกล้ๆ
> > แถบเกียร์มีกระปุกอะไรบางอย่างตั้งอยู่
> > เป็นน้ำ
> > ที่เราก็ไม่รู้ว่ามันเป็นอะไร
> >
> > เราเริ่มโทรหาแฟน...เขาปิดโทรศัพท์หนีเรา
> > เพราะเราเพิ่งทะเลาะกันไปประมาณชั่วโมงก่อน
> > เรากดโทรเข้าบ้าน
> > โทรนิ้วหงิก
> > เขาก็ไม่รับ...
> >
> > คราวนี้เลยโทรหาแม่...ติดประชุม
> > พ่อ....ติดประชุม
> >
> > ต้องขอบอกก่อนนะคะว่าเราไม่ใช่คนที่รู้เรื่องถนนหนทางอะไรมากเลย....รู้แค่ทางกลับบ้าน
> > ไปสยาม
> > ไปมหาวิทยาลัยแถบท่าพระจันทร์
> > เพียงเท่านั้นเอง
> >
> > พอเขาเริ่มออกนอกเส้นทาง
> > เราก็เริ่มเอะใจอีกครั้ง
> > ถามไป....เขาก็บอกว่าทางลัด
> >
> > คราวนี้ประสาทเริ่มตื่นตัวเต็มที่แล้ว...แต่ด้วยความที่เขาขับรถเร็วมากๆ

> > เหมือนบิน
> > ปาดซ้ายป่ายขวาอย่างไม่กลัวตาย
> > ทำให้เราได้แต่นั่งตัวแข็ง
> > ต่อสู้กับความง่วงที่คืบคลานกัดกิน
> > จนในที่สุดทนไม่ไหว
> >
> > ขณะพยายามกดโทรศัพท์หาใครสักคน....เราก็ผล็อยหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้
> >
> > นานเหมือนชัวกัปล์ชั่วกัลป์...ความที่เราไม่สบายอยู่
> > เราจึงไอออกมา
> > อย่างรุนแรง....นั่นมันทำให้เราสะดุ้งตื่ น!!!
> >
> > แล้วหัวใจเราก็ห่ล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม
> > เมื่อภาพเบลอๆ
> > จากสายตาที่เห็นคือปากซอยตื้นๆ
> > ที่มีป้ายของม่านรูดแห่งหนึ่งโชว์หรา
> > และนั่นมันไม่ใช่ทางกลับบ้านเราแน่ๆ
> >
> > แท็กซี่เห็นว่าเราตื่นแล้ว
> > มันหันมาดูค่ะ...มันเป็นผู้ชายอายุประมาณสี่สิบกว่า
> > ผิวขาว หัวล้าน
> > หน้าตากริ้มกริ่มตลอดเวลา
> >
> > มันทำท่าเหมือนตะลีตะลานเล็กน้อย
> > ด้วยอารามตกใจมันเหมือนจะทำอะไรไม่ถูกไปพักหนึ่ง
> >
> > แต่นั่นก็มากพอแล้วสำหรับเรา....ไหวพริบที่เหลืออยู่น้อยนิด
> > ทำให ้เราคว้าประตูที่มันไม่ทันล็อคเปิดออก
> >

> > และทั้งๆ
> > ที่เราคิดว่าเราทำอย่างรวดเร็วที่สุดแล้ว....แต่อันที่จริงมันช้างุ่มง่ามจนน่าหัวเราะ
> >
> > แท็กซี่มันกระชากรถออกตัวทันที...เป็นเวลาเดียวกับที่เรากลิ้งโคโร่ลงมานั่งพังพาบกับพื้นซีเมนต์
> >
> > ตอนนั้นไม่สนใจแล้วว่าจะถลอกปอกเปิกหกล้มเจ็บตัวแค่ไหน....และก็สมพรปาก
> > เพราะมีมอเตอร์ไซค์วิ่งมาด้านหลัง
> >
> > เรายังนั่งมึนยา
> > เหมือนเบลอๆ อ่ะค่ะ
> > ภาพมันเหมือนขาวๆ
> > มัวๆ
> > ไปหมด....มอเตอร์ไซค์เบรกเอี๊ยด
> > สะบัด แล้วล้ม
> >
> > ....คงกำลังจะหันมาด่าเรามั้ ง
> > ตอนนั้นประตูแท็กซี่ยังเปิดค้างอยู่
> > คนขับมอเตอร์ไซค์เขาก็งงๆ.....กำลังจะถามว่าอะไร
> > แต่แท็กซี่นั่นล่ะ
> > ที่ทำท่าตะลีตะเหลือก
> > ให้เขารู้ความจริง
> >
> > เราได้ยินเสียงปิดประตูรถดังปัง
> > คิดว่ามันคงเอื้อมมาปิดเอง
> > เพราะว่าเราไม่เห็นมันลงมา
> > ก่อนที่รถจะหักลำและเลี้ยวผ่านไปอย่างรวดเร็ว
> > เราเลยบอกพี่มอเตอร์ไซค์ไปว่า
> >
> > 'พี่คะ
> > หนูจะถูกพาเข้าโรงแรม'
> >
> > เขาร้อง 'เฮ้ย'
> > ดังมาก

> > เรียกเอาคนแถวนั้นมาดูเรานั่งเต็มไปหมด
> >
> > มีคนมาห้อมล้อมเราสามสี่คนอ่ะค่ะ
> > จำไม่ค่อยได้
> > แต่มีคุณป้าใจดีๆ
> > คนนึง
> > และพี่มอเตอร์ไซค์เขาเป็นเมสเซนเจอร์มั้ง
> > แล้วก็พวกร้านค้าแถวนั้นอีก
> >
> > เขาพาเราไปนั่งกินน้ำกินท่าที่ร้านๆ
> > หนึ่ง
> >
> > เราโทรศัพท์ค่ะ....บอกให้พ่อมารับกลับบ้าน.....เล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟัง
> > พ่อตกใจมากกก....นอกจากด่าแท็กซี่เสียผู้เสียคนแล้ว
> > ยังดุเราที่สะเพร่าไม่จำป้ายทะเบียนรุ
> >
> > เราก็เสียใจนะ....กลัวด้วย
> > มากที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้มั้ง
> >
> > ขอบอกขอบใจทุกคนรอบข้างเสร็จ

> > นั่งรถ....กระทั่งกลับถึงบ้านนั่นล่ะ
> > เราถึงปล่อยโฮออกมาอย่างขวัญเสีย
> > ไม่อายใคร
> >
> > สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในชีวิตของลูกผู้หญิงคนหนึ่งคือการ
> > ถูกข่มขืน
> > มันจะเป็นตราบาปที่เลวร้าย
> > ติดอยู่ในความคิดคำนึงไปชั่วชีวิต
> >

> > ที่ถูกผู้ชายสกปรกๆ
> > ที่ไหนไม่รู้
> > ยัดเยียดความเป็น....ให้
> > ด้วยความหื่นกระหาย
> >
> > แค่คิดเราก็จะอ้วก
> > แค่คิดเราก็ขยะแขย งเสียจนขนลุกแล้ว
> >
> > ทำไมถึงต้องทำกับเราแบบนี้...เราอายุรุ่นราวคราวลูกสาวเขาด้วยซ้ำ(ถ้ามี)
> > ทำไมถึงเอาอารมณ์ความใคร่

> > ความอยากส่วนตัว
> > มาระบายกับผู้หญิงคนนึง
> > ที่คุณแค่เจอกันตามท้องถนน
> >
> > ลำพังแค่อ่านข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์
> > ก็ใจหายแล้ว
> > แล้วนี่
> > ต้องมาเจอกับตัวเอง....ด้วยอารมณ์
> > ความรู้สึกแบบนี้
> > มันแย่....แย่
> > จนฉันคงต้องจดจำมันไปชั่วชีวิต
> >
> > นี่ขนาดกลางวันแสกๆ....พวกสัน
> > ดานเลวๆ
> > มันยังกล้าทำกันถึงขนาดนี้
> > แล้วชีวิตและทรัพย์สิน
> > ของคนที่อยู่ในเมืองนี้
> > มันจะยังเหลือความปลอดภัยอยู่ไหม
> >
> >
> > เรื่องราวของฉัน
> > ขอให้เป็นอุทาหรณ์สำหรับสาวๆ
> > ที่ขึ้นแท็กซี่คนเดียว
> > ว่าให้เต็มไปด้วยความรอบคอบ
> > ระมัดระวัง มากๆ
> > ยิ่งขึ้นกว่าเดิม
> >
> > ผู้หญิง
> > เป็นเหยื่อได้ง่าย...ง่ายเสียจนอดคิดไม่ได้ว่า
> > ทำไมโกมันถึงโหดร้ายกันขนาดนี้
> >
> > ป.ล.ที่พ่อโกรธมากอีกอย่าง
> > คือพ่อซื้อ สเปรย์พริกไทยเอาไว้
> > แต่ไม่รู้จักใช้
> > อยากจะบอกเหลือเกิน
> > ว่าหนูจะใช้ตอนไหนล่ะคะ
> > พ่อ
> > **
> > ส่งต่อ
> > ไว้ให้คนอื่นๆอ่าน
> > เพื่อเป็นอุทาหรณ์
> > แก่คนที่นั่งแท็กซี่ด้วยนะครับ*

 

 

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย