แต่งหน้ารับปริญญาเอง ไม่ง้อช่าง สวยใสด้วยงบ 3,000 คร้า

เพื่อนๆ พี่ๆ เคยคิดเหมือนกันไหมคะ ว่าการรับปริญญาเป็นวันที่สำคัญของเหล่าบัณฑิต ยิ่งโดยเฉพาะสาวๆ ละก็ไม่พลาดแน่ทั้งหน้าทั้งผมต้องเต็ม ต้องพร้อม และคงมีสาวๆ จำนวนไม่น้อยที่อยากจะแต่งหน้ารับปริญญาเอง ด้วยเหตุผลทั้งปวง (เหมือนกับเรา) ขอออกตัวก่อนค่ะว่าการที่เราอยากแต่งหน้ารับปริญญาเองนั้น เกิดจากเมื่อปีก่อนพี่สาวเรารับปริญญาค่ะ แล้วนางจ้างช่างแต่งหน้าซึ่งแพงพอสมควร แต่งออกมาแล้วนั้นนนนน สวยค่ะ ยอมรับว่าสวยแต่มันดูเยอะไปสำหรับเรา ราวกับว่าจะไปขึ้นประกวดนางนพมาศค่ะ เราเป็นสาวแนวๆ ติสๆ เลยไม่ค่อยชอบการแต่งหน้าแบบเยอะๆ เช่นนั้น เราเลยลองหา How to ทั้งไทยและเทศ เพื่อใช้เป็นข้อมูล แล้วตัดสินใจที่จะแต่งหน้ารับปริญญาด้วยตัวเองค่ะ(เพื่อที่จะเก็บเครื่องสำอางที่เราซื้อมาไว้ใช้เองได้อีกยาวนานเลยค่า มองการณ์ไกล ฮ่าๆๆๆ) ที่เราจะมาแชร์วันนี้เป็นการแต่งหน้าสไตล์เราเองเลยค่ะ (ไม่รู้จะบอกว่าสไตล์ไหนดี) มาเริ่มกันเลยค่า

เครื่องสำอางที่เราใช้มีดังนี้ค่ะ

1.Touch in SOL No Poreblem Primer 770 THB

2.Touch in SOL Dark out Long Lasting Primer Base #Bright Purple

3.Revlon Colorstay #200 530 THB

4.Catrice 010 Eye Wide Matt

5.Touch in SOL Ideal Visual Multi Color Eye Shadow #2 Lovely Lady 1,050 THB

6.Maybeline Lash Sensational 380 THB

7.Touch in SOL Lip & Cheek Tint #05 Passion Orange

8.Sleek blush By 3 Palette Lace 367

9.Loreal Eye Liner

10.Nyx soft matte lip cream #02 Stockholm

11.essence bronzing compact powder matt

** ขอหมายเหตุไว้นิดนึงค่า บางอย่างใน List เราใช้ในชีวิตประจำวันอยู่แล้วค่ะ มีที่ซื้อเพิ่ม คืออันที่ใส่ราคาไว้ค่ะ ซึ่ง Touch in SOL นี่โดนใจเรามากเลยสอยมาทีเดียวพร้อมกันเลยค่ะ ยกเว้นตัวเบสซึ่งเราใช้อยู่แล้ว และปลื้มมากค่ะหน้าไบรท์สุดๆ

1.หลังจากล้างหน้าให้สะอาดแล้ว ก็ใช้ครีมที่ช่วยเรื่องความชุ่มชื้นของผิวนะคะ อย่าได้ลงอะไรที่หนักหน้าและทำให้เหนียวเป็นอันขาดค่ะ ถ้าใช้เป็นน้ำแร่ฉีดหน้าได้จะดีมากค่ะ หลังจากนั้นก็ลงครีมกันแดดค่ะ ครีมกันแดดควรเลือกตัวที่มีส่วนผสมของน้ำมันน้อยๆ นะคะ ยิ่งเลือกแบบบางเบามากๆ ยิ่งดีค่ะ เพราะเราต้องโบกเครื่องสำอางเยอะ และต้องพบเจอกับเหงื่อทั้งวันค่ะ ถ้าใช้แบบที่มีส่วนผสมของน้ำมันเยอะอาจจะทำให้เมคอัพที่เราแต่งไปหลุดออกได้ง่ายนะคะ

2.หลังจากลงกันแดดเรียบร้อยแล้ว ก็ให้ตามด้วยไพร์เมอร์หรือเบสตามสภาพผิวของแต่ละคน ซึ่งเราเลือกใช้ Touch in SOL No Poreblem Primer ค่ะ หลังจากลงไพร์เมอร์แล้วรูขุมขนเล็กลง หน้าเรียบเนียนขึ้นมากเลยค่ะ แล้วต่อด้วย Touch in SOL Dark out Long Lasting Primer Base #Bright Purple เบสเนื้อไพร์เมอร์ ช่วยให้หน้าสว่างใสเรียบเนียนขึ้นค่ะ ตัวนี้มีความดีงามตรงที่ช่วยบำรุงผิวด้วยนะคะ คุ้มค่าอะไรเบอร์นั้นนนน

3.ต่อด้วยการลงรองพื้น รองพื้นเราเลือกใช้ของ Revlon Colorstay #200 หลายเสียงจากกระทู้รีวิวว่าคุมมัน สีไม่ดรอป เลยลองซื้อมาค่ะ เราใช้คู่กับ Makeup Sponges ฟองน้ำรูปไข่นั่นเอง เพราะหลายๆรีวิวบอกว่ารองพื้นตัวนี้เนื้อค่อนข้างหนา ซึ่งเราไม่ชอบ แต่พอใช้กับฟองน้ำรูปไข่ สวยใส ดิวอี้เลยทีเดียวค่ะ สาวที่มีรอยคล้าใต้ตา หรือรอยสิวอย่าลืมใช้คอนซีลเลร์กลบให้มิดในขั้นตอนนี้ด้วยนะคะ

4.เซ็ตหน้าด้วยแป้งฝุ่น เราใช้ Srichan Translucent Powder ที่เค้าว่ากันว่าสรรพคุณละม้ายคล้ายคลึง Laura Mercier นั่นเอง โดยจะใช้แปรงพุ่มใหญ่ปัดบางๆ แค่ให้รองพื้นไม่หนึบผิวหน้าก็พอค่ะ หรือใครที่ต้องการปกปิดมากกว่านี้แนะนำให้ใช้แป้งผสมรองพื้นสีพอดีผิว ใช้แปรงปัดเบาๆจะทำให้ปกปิดได้ดีขึ้นและหน้าไม่หนาโบ๊ะด้วยค่ะ

5.มาที่คิ้วกันค่ะ เราเลือกใช้ Palette ของ Catrice 010 Eye Wide Matt สีเข้มสุดของพาเลท จริงๆเป็น Eye Shadow แต่เราเอามาใช้เขียนคิ้วค่ะ เพราะสีออกน้ำตาลเทาๆ ใช้แปรงหัวตัดวาดเป็นทรงคิ้วแล้วค่อยๆ ระบายค่ะ เสร็จแล้ว Blend ตรงหัวคิ้วให้ฟุ้งๆ นิดนึง หลังจากนั้นใช้ดินสอเขียนคิ้วสีใกล้เคียงกับที่เขียนคิ้วแบบฝุ่นเติมหางออกไปให้เข้มขึ้น ใช้แปรงปัดคิ้วให้เป็นทรงค่ะ หากใครอยากให้คิ้วอยู่ทรงนานๆ ให้ใช้มาสคาร่าคิ้วปัดเลยค่ะ แต่คิ้วเราค่อนข้างเยอะและเป็นทรงเราเลยไม่ใช้ค่ะ

6.มาที่ส่วนของตากันค่ะ เราใช้ Touch in SOL Ideal Visual Multi Color Eye Shadow #2 Lovely Lady สีสวย ถูกใจ สอยมาเลยค่า ดัดขนตาและปัดมาสคาร่าชนิดกันน้ำทั้งบนและล่าง เป็นอันเสร็จเรียบร้อยค่ะ ตรงส่วนนี้ถ้าใครอยากตาคมวิ้งให้ติดขนตาปลอมเพิ่มเข้าไปนะคะ ระวังอย่าเลือกแบบหนามากล่ะสาวๆ ไม่งั้นอาจจะทำให้ดูหน้าแน่นเกินไปได้นะคะ แต่เราขนตายาวเลยดัดแล้วปัดมาสคาร่าย้ำก็โอแล้วค่ะ ><

ดัดขนตาและปัดมาสคาร่าชนิดกันน้ำทั้งบนและล่าง เป็นอันเสร็จเรียบร้อยค่ะ ตรงส่วนนี้ถ้าใครอยากตาคมวิ้งให้ติดขนตาปลอมเพิ่มเข้าไปนะคะ ระวังอย่าเลือกแบบหนามากล่ะสาวๆ ไม่งั้นอาจจะทำให้ดูหน้าแน่นเกินไปได้นะคะ แต่เราขนตายาวเลยดัดแล้วปัดมาสคาร่าย้ำก็โอแล้วค่ะ ><

7.ในส่วนของปากนั้น เราใช้ Touch in SOL Lip & Cheek Tint #05 Passion Orange สีส้มค่อนไปทางส้มเข้มค่ะ ทาจากด้านในของปากแล้วใช้นิ้วเบลนอกมาดูดิวอี้ไปอีกกค่ะ หลังจากนั้นตัวทิ้นจะเซ็ตตัวไปทางแมทค่ะ เพราะตัวนี้สามารถทาเป็นบรัชออนได้อีกด้วยค่ะซื้อทีเดียวคุ้มค่ะ แล้วด้านนอกของปากเราใช้ Nyx soft matte lip cream #02 Stockholm ทาริมฝีปากแล้วเบลนเข้าหาปากด้านในที่ลงทิ้นไว้ค่ะค่ะ สีจะซอฟต์ลงดูนุ่มนวล ก็จะออกมาสวยงามเช่นนี้ (แอบเมาท์นิสนึงค่า ตั้งแต่ซื้อมาใช้ เราปลื้มตัวทิ้นของ Touch in SOL ตัวนี้มากค่ะ เพราะนางสวยติดทนค่ะ เราทาแล้วไปทานข้าวนางยังติดอยู่เลยค่ะถึงจะไม่เท่าก่อนทาแต่ก็ยังคงความเป็นสีส้มพีชระเรื่อ ดูไฮโซผู้ดีมากค่ะ หมดแล้วมีซ้ำแน่นอน )

8.ขาดไม่ได้!! สาวๆ อย่าลืมไฮไลท์และเฉดดิ้งนะคะ สำคัญมากเลยกับวันที่ต้องถ่ายรูปเยอะๆ เพราะจะทำให้ถ่ายรูปขึ้น ดูหน้าเรียว จมูกสันเป็นคม ซึ่งไฮไลท์ เราใช้สี (1) ใน Touch in SOL Ideal Visual Multi Color Eye Shadow #2 Lovely Lady นั่นเองค่ะ ส่วนตัวเฉดดิ้ง ใช้ของ essence bronzing compact powder matt ค่ะ(ไม่ได้ถ่ายรูปมาด้วยเพราะสภาพเยินมากแล้วค่ะ ><)

9.สุดท้ายค่ามาที่ส่วนของแก้มค่ะ เราใช้ Touch in SOL Lip & Cheek Tint #05 Passion Orange ตัวเดิมลงค่ะ ค่อยเบลนให้จางออกนะคะสีสวยมากออกไปทางพีชๆ ค่ะ แล้วเราปัดแก้มด้วย Sleek blush By 3 Palette Lace 367 สี Crochet สีจะออกส้มค่ะ ปัดเพิ่มไปหน้าจะละมุน ดูบ่มแดดเบาๆค่ะ เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

เป็นยังไงบ้างคะ จะว่าประหยัดงบไหมก็ไม่ค่อยเท่าไรค่ะแต่การได้เครื่องสำอางมาใช้เองไปอีกนานเรามองว่าคุ้มค่ะ แถมยังแต่งออกมาโดนใจตัวเองไม่ต้องมานั่งหงุดหงิดเสียอารมณ์ในวันสำคัญของเราด้วยค่ะ เบ็ดเสร็จแล้วเราหมดค่าเครื่องสำอางไป 2,700+ นิดๆ ค่ะ หวังว่าจะมีประโยชน์กับเพื่อนๆ พี่ๆ นะคะ

Discussion (6)

จขกท. จบม.กรุงเทพใช่ไหม เราก็เพิ่งรับไป แต่งหน้าเองเหมือนกัน