Review เปรียบเทียบแป้งผสมรองพื้น Chanel Perfection Lumber Extreme กับ Laura Mercier Foundation Powder

สวัสดีค่ะ ^^

นี่เป็นกระทู้รีวิวกระทู้แรกนะคะ ผิดพลาดประการใดต้องขออภัยมาล่วงหน้าด้วยค่ะ

สืบเนื่องจากรู้สึกว่า แป้งสองตัวนี้เป็นที่วอแวของสาวๆหลายคนมาก ว่าจะตัดสินใจซื้อตัวไหนดี ตัวไหนเริ่ดกว่ากัน เพราะแต่ละตัวแฟนคลับก็หนาแน่นพอๆกันทั้งคู่ เลยคิดว่า กระทู้นี้อาจจะเป็นเสียงหนึ่งที่จะมีประโยชน์ต่อการช่วยตัดสินใจของเพื่อนๆค่ะ ^^

สำหรับตัวเราเอง เป็นคนผิวผสมค่อนข้างมันค่ะ มีสิวบ้างในช่วงที่ประจำเดือนใกล้จะมา รอยสิวก็มีบ้างประปรายกันไปนะคะ ชอบใช้แป้งผสมรองพื้นเพราะมันสะดวกดีค่ะเนื่องจากไปเรียนก็ไม่ต้องการความหน้าเต็มอะไรมากกมาย เอาแค่พอไม่ผีก็โอเคแล้วค่ะ เรียนห้องแอร์ไม่มีประเด็นต้องสู้ชีวิตเท่าไหร่ แต่ก็ยังมีปัญหาผิวมันอยู่ทั้งๆที่ก็เรียนห้องแอร์ตลอด น่าเศร้าค่ะ ถถถถถถ

เรามาดูกันทีละประเด็นเลยนะคะ

ราคา : อันนี้ laura จะราคาถูกกว่า chanel นะคะ ซึ่งถ้าเป็นตลับ ตอนซื้อเนี่ย laura จะอยู่ที่ 1790.- ไม่มีรีฟิลแยกค่ะ (แต่ถ้าซื้อที่เซนทรัลมันก็จะได้ลดนู่นนี่นนั่นสะสมคะแนนบลาๆ เพราะงั้นตอนที่ซื้อก็จะไม่ใช่ราคานี้นะคะ) ส่วน chanel ราคาตลับพร้อมแป้ง จะอยู่ที่ 2400.- นะคะ แต่อันนี้จะมีรีฟิลแยกมาให้ ซึ่งรีฟิลก็จะมีแป้งกับพัฟให้ค่ะ ราคา 1800.- ค่ะ

แพคเกจ : จริงๆก็ไม่ได้ต่างกันมากนะคะ เหลี่ยมๆ laura ก็จะป้อมๆหน่อย chanel ก็จะแบนๆ ก็โอเคทั้งคู่นะคะสำหรับเรา อันนี้แล้วแต่ความชอบของแต่ละคนแล้วกันค่ะ

พัฟ: อันนี้เราชอบของ laura มากกว่า มากกๆๆๆ55555 เนื่องจาก 1. พัฟขอบมุมแหลมและเล็ก และตัวพัฟบาง ทำให้ควบคุมการเก็บรายละเอียดตรงส่วนที่อยากจะปกปิดมากพิเศษได้ง่ายกว่าchanel ที่หนาและมุมมนไป 2.พัฟ laura คือไม่กินแป้งเลยยยย แต่chanel คือกินแป้งอย่างชัดเจนมาก

สรุปเรื่องพัฟ laura ชนะขาดค่าาา

เนื้อแป้ง : เราว่าไม่ต่างกันมาก แต่แอบรู้สึกว่า chanel จะละเอียดกว่านิดนึงนะแล้วก็มีกลิ่นหอมอ่อนๆด้วย

สีแป้ง : ประเด็นนี้จะต่างกันชัดเจนมาก คือเราใช้ laura no.1 และ chanel 10 Beige ซึ่งเป็นสีที่ขาวสุดของทั้งสองอัน ก้จะเปรียบเทียบไปเลยนะคะ คือ laura จะโทนเหลืองมาเต็มค่ะ ใครที่ผิวโทนเหลืองจ๋าๆ อันนี้ก็น่าจะเหมาะกว่า ส่วน chanel จะมี hint ของสีชมพูเจืออยู่นิดนึงค่ะ แต่ทาแล้วหน้าก็ไม่ลอยนะคะ โดยส่วนตัวรู้สึกว่ามันทำให้หน้าดูสดใสขึ้นอีกต่างหาก ไม่ซีดเซียว อันนี้เราก็ชอบของทั้งคู่เลยค่ะ ถ้าอยากมาทางสดใสๆ ก็ chanel แต่ถ้ามาแนวธรรมชาติ ก็ laura ค่ะ (แต่ก็แนะนำให้ไปลองเองอยู่ดีนะคะ)

การปกปิด : เป็น sheer-medium ทั้งคู่นะสำหรับเรา พอไหวทั้งคู่ แต่โดยส่วนตัวเราจะใช้คอนซีลเล่อแต้มเฉพาะจุดอยู่แล้วเลยจะไม่ค่อยได้ซีเรียสกับประเด็นนี้มากนัก แต่ถ้าให้เทียบกันจริงๆ chanel จะปกปิดดีกว่าค่ะ แบบ เนียนสนิทกับผิวไปเลยยย แต่ลอร่าก็ไม่ได้ไม่ดีนะคะ พอไหวอยู๋ๆ

ความติดทน : อันนี้ เราเองก้ยังไม่เคยทาลอร่าไปผจญภัยนะ แต่คอนเฟิมได้ว่า chanel นี่ ติดหน้าทนสภาพอากาศมากกกก แบบไปวัดพระแก้ว(ซึ่งร้อนมากกก) ไปดูคอนเสิร์ตoutdoor(ตอนนั้นไปดู cocktail กระโดดพื้นยุบ) กลับมาหน้ายังเด้งค่าา(คือมันนะ แต่ยังเนียนอยู่5555) เลยแบบ สุดยอดมั่กๆ

finish look : อันนี้ก็สำคัญเน้อะ 55555 ซึ่งของแป้งสองตัวนี้ก็ต่างกันค่ะ ถึงแม้มันจะเป็นรุ่นที่ให้ความ matte กับใบหน้าทั้งคู่ แต่ตัว laura นี่จะแมตแบบ แมตสนิท ส่วน chanel จะมีความ velvet เจืออยู่เล็กน้อย ส่วนตัวชอบฟินนิชลุคของ chanel มากกว่านะ ดูธรรมชาติมากกก

การคุมมัน: อันนี้ก็สำคัญ เป็นประเด็นหลักในการเลือกซื้อเลยก็ว่าได้ สำหรับเรา ตัว ลอร่าคุมมันดีกว่าค่ะ แต่อันนี้รู้สึกว่ามันแล้วแต่คนนะ แบบแต่ละคนใช้ก็ได้ผลลัพธ์ที่ไม่เหมือนกัน ยังไงก็ไปลองที่ counter ดูก่อนเน้อะ

ปล. BA ของ laura แนะนำว่า ถ้าอยากให้คุมมันดีๆ หลังลงสกินแคร์ กันแดด primer บลาๆ concealor อะไรแล้ว ให้ลงแป้งฝุ่นก่อน เพื่อ neutralize ความมันจากพวกครีมต่างๆ จากนั้นค่อยลงแป้งผสมรองพื้นทับ(วิธีนี้เป็นขั้นตอนที่ใช้กับแป้งผสมรองพื้นตัวอื่นก็ได้นะ) แป้งจะไม่จับเป็นคราบ และจะมันช้าลงจ้า

จบแลหวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆที่กำลังตัดสินใจอยู่นะคะ

ขอบคุณค่ะ ^^

Discussion (6)

เราไม่เคยลอง Laura เลยค่ะ ใช้ชาแนลมาตลอด
หน้าเรามันมากๆๆๆ แต่ใช้ชาแนลไม่ต้องคอยเติมแป้งเลยค่ะ แค่ซับหน้าก็เอาอยู่
เคยอยากลองใช้ลอร่าเหมือนกัน แต่กลัวสีไม่เข้ากับผิว เพราะชาแนลตรงกับผิวมากๆๆๆๆ