Review - Bourjois Rouge Edition Velvet

26 2

เป็นแฟน Bourjois Rouge Edition Velvet มานานค่ะ ซื้อมาเกือบทุกสีที่ออกมาเพราะเหตุผลดังนี้

  • Pigment สีดีมาก ทาปืดเดียวปิดสีปากที่แท้จริงได้ดีมาก (เป็นคนริมฝีปากคล้ำ) ไม่ว่าจะเป็นสีอ่อนหรือสีเข้ม ปิดได้หมด
  • สีไม่แวววาว เหมาะสำหรับต้องการสีบนปากแต่ไม่ต้องการ effect แบบ lipgloss
  • สีติดทนนานตั้งแต่เช้ายันกลับบ้านนอน แม้ช่วงระหว่างวันจะทานอาหารมันๆหรือเม้มไอศครีมก็ตาม สีก็ยังติดดีอยู่
  • มีสีมากมายให้เลือกทั้งสี permanent และ limited edition ที่คอยออกมาตาม season ให้รอคอย และเป็นสีที่ใช่ได้จริงในชีวิตประจำวัน
  • ทาแล้วปากไม่แห้ง ไม่เหมือน long lasting lip color ยี่ห้ออื่นๆที่เคยใช้มาในชีวิต

คำอธิบายของแต่ละสี ขอแบ่งตามลักษณะของสี

The Nude

10 - Don't pink of it - สีนูดโทนชมพูเหมาะกับคนผิวขาว

17 - Cool brown (LE) - สีนูดโทนน้ำตาลเหมาะสำหรับคนผิวสองสี

The Everyday

07 - Nude-ist - สีที่เขาเรียกว่า MLBB My Lips but Better สีนี้ไม่นูดตามชื่อเท่าไหร่ แต่น่าจะเหมาะกับวันสบายๆไปทำงาน เป็นสีชมพูอมน้ำตาล (สี rose) และมี undertone ม่วงนิดๆ

11 - So hap'pink (LE) - สีนี้คล้าย Nude-ist แต่จะเป็นสีชมพูแบบมาตรฐานคือชมพูที่ไม่เข้มไปหรืออ่อนเกินไป เหมาะกับ weekend

12 - Beau brun (LE) - สีอิฐ ส้มน้ำตาล เหมาะมากสำหรับคนผิวสองสี มันเหมาะมากๆสำหรับทาไปทำงาน ทาแล้วรู้สึกมีพลังขึ้นมาทันที สีนี้ใช้บ่อยสุดในทั้งหมด

The Bold

08 Grand cru - สีแดงอมม่วงมะเหมี่ยว สำหรับลุค goth

15 Red-volution (LE) - สีแดงเข้ม undertone น้ำเงิน เหมาะกับออกงานสุดๆ ดูแพง และทำให้ฟันดูขาวขึ้น (effect undertone สีน้ำเงินช่วยได้)

ราคาแท่งละประมาณ 400-500 ซื้อแต่ะหนราคาไม่เท่ากันเพราะ Watson บางครั้งมี Promotion

Reference : สีผิว NC35


somohlala

somohlala

FULL PROFILE