(ทู้นี้เพื่อเธอ สาวผิวมัน)รีวิวพิสูจน์โคลนมาร์คหน้าเกาหลี VS โคลนไทยอะไรเลิศกว่ากัน

Kiffaiam

Kiffaiam

ดู Profile

สวัสดีค่ะ กิ๊บนะคะ วันนี้จะมารีวิวเอาใจสาวผิวมันกัน ตัวกิ๊บเองนี่แหละค่ะที่เป็นหนึ่งในสาวผิวมัน

มันเกินกว่าคำว่าดิวอี้ไปไกล มองมุนไหนก็เยิ้มมมม

รีวิวนี้เป็นรีวิวมาร์คถือว่าเป็นสกินแคร์เสริมตัวนึงสำหรับสาวๆเนาะ เพราะงั้นขอบอกสภาพผิวก่อนเพื่อจะเข้าใจถึงผลลัพธ์การรีวิวมากขึ้นนะคะ ผิวแบบอื่นก็จะได้ผลลัพธ์ที่ต่างกันไป แม้ผิวแบบกันก็ใช่ว่าจะเหมือนกันทั้งหมดเนาะ

ผิว ผสมถึงมัน และบางวันมันมาก รูขุมขนกว้างบริข้างจมูก มีหลุมสิวเล็กน้อย

รอยดำแดงจากสิวพอควร และมีสิวผด ผิวอักเสบนิดหน่อย

นี่คือหนังหน้า เอ้ยย ผิวหน้าสดใสในยามเช้า ไม่ใช่จานดาวเทียมบ้านใครนะ กลมแท้

ทู้นี้เป็นการพลีชีพเบาๆด้วยการถ่ายหน้าตรงแบบจะๆ หลายๆรูป ปกติฮาวทูจะหน้าตรงแค่รูปเดียว หรือแอบเอียงบ้าง แอบอายนะเนี้ยะ

Innisfree Super Volcanic Pore Clay Mask คงคุ้นหน้าคุ้นตากันดีเนาะ
"Innisfree Super Volcanic Pore Clay Mask คงคุ้นหน้าคุ้นตากันดีเนาะ"

เริ่มที่ฝั่งเกาหลีก่อนแล้วกันเนาะ เราเป็นเจ้าบ้่นที่ดี ตัวนี้เราได้มาตอนสมัครสมาชิกค่ะ ฟรีค่ะ ช่วยเรื่องควบคุมความมันกระชับรูขุมขน

ต่อกันที่หน้าตาโคลนไทย

สบันงา โวคานิค เคลย์มาส์ค ราคา 25 บาท ช่วยคุมความมัน และผลัดเซลล์ผิว
"สบันงา โวคานิค เคลย์มาส์ค ราคา 25 บาท ช่วยคุมความมัน และผลัดเซลล์ผิว"

เนื่อของอินนิสฟรีจะเป็นโคลนมาส์คเนื่อครีมข้นแน่นๆเหมือนดินเหนียว สีเทา มีกลิ่นนิดๆไม่ฉุน กลิ่นธรรมชาติๆเบาๆ

ส่วนสบันงา จะเป็นผงต้องผสมน้ำก่อนทาค่ะ ค่อยๆใสน่ำทีละนิด ให้ได้ความข้นที่ทาหน้าได้ค่ะ จะมีกลิ่นหอมๆหวานๆ แต่เราไม่ค่อยชอบเครื่องสำอางกลิ่นน้ำหอมค่ะ

ระหว่างนี้ซ้อมทำหน้านึ่งๆไปด้วย

เพื่อไม่เสียเวลาล้างหน้าซับให้แห้งแล้วทาเลยค่ะ อันนี้แบ่งครึ่งๆเนาะ

จะเห็นว่าตอนทาสีสบันงาเข้มกว่า ตอนทาจะรู้สึกร้อนวูบๆ สลับเย็นๆนิดๆ บอกไม่ถูกจะร้อนหรือเย็นดี แต่ไม่นานก็หาย อินนิสฟรีจะหายวูบๆเร็วกว่า ทั้งสองตัวเกลี่ยไม่ยากค่ะ แต่สบันงาด้วยความที่เป็นผงแล้วผสมน้ำจึงเหลวทาง่ายกว่าค่ะ

ระหว่างนี้เราก็ทำตัวหยิ่งๆไปค่ะ ใครทักใครทายก็ไม่ตอบ

ระหว่างนี้เราก็ทำตัวหยิ่งๆไปค่ะ ใครทักใครทายก็ไม่ตอบ

ตัวกิ๊บนั้นก็ไปรดน้ำต้นไม้ค่ะ ไม่ต้องพูดกันให้เมื่อยหน้า

แต่เดชะกรรมที่ทำไว้รถข้ายขนมก็ดันขึ้นมาขายที่บ้าน(หลังจากพอกผ่านไปซัก 10 กว่านาที)

ลืมบอกว่ารดน้ำต้นไม้หน้าบ้าน (ด้วยสภาพแบบนี้ นี่นะ) ค่ะ

วินาทีนั้น ซวยแล้ว ซวยแล้ว

ไม่อยากจะพูดแต่ก็ต้องพูด อร้ายย หน้าชั้นแตกหมดละสิ ซื้อเสร็จใจเราอยากให้รีบๆได้แล้วโว้ย

ไป ไป ไปขายต่อไป ชวนชั้นคุยอยู่ได้ โธ่ๆอุส่าไม่ขยับหน้าตั้งนาน

ได้แต่ยิ้มรับทั้งที่ใจปวดร้าว
"ได้แต่ยิ้มรับทั้งที่ใจปวดร้าว"

เห้อออ หน้าแตกเลยในด้านฝั่งไทย หักคะแนนความเป็นภัยต่อรอยเหี่ยวย่นบนหน้า

และแล้วเราก็ผ่าน 30 นาทีมาได้อย่าง เอิ่ม ทุลักทุเล นิดหน่อย

หลังล้าง วิ้งๆ
"หลังล้าง วิ้งๆ"

จริงจะทาแค่ 20 นาทีแต่เพลินไปหน่อย สองตัวนี้ก็ล้างไม่ยาก ฝั่งไทยจะล้างง่ายกว่า ฝั่งเกาหลีต้องวนๆนิดนึงก่อน

ล้างเสร็จก็ไม่แห้งตึงทั้งสองด้าน สำหรับผิวมันเลเวลเรานะ มองภาพรวมไม่ต่างกันค่ะ ในด้านความชุ่มชื่นอิรนิสฟรีชุ่มชื่นกว่าค่ะ

ลองเอามาเปรียบเทียบแบบซูมๆ มันก็เห็นความแตกต่างยากอะนะ เรียกว่าเป็นความรู้สึกซะมากกว่าอะ การกระชับรูขุมขนเราว่าใช้ในครั้งเดียวมันไม่เห็นผลขนาดนั้นค่ะ ต่อให้ใช้ต่อเนื่องเรายังไม่ค่อยเชื่อเลย ฮ่าๆ แต่อันนี้ก็ดูเล็กลงจากผิวมันน้อยลง ผิวดูสะอาดขึ้น เลยมองว่าผิวกระชับขึ้นไปด้วย

ปล.พยายามจะภ่ายมุมเดียวๆกันนะคะ แต่กล้องเราจอมันหันไม่ได้ตอนถ่ายเลยไม่เห็น

ต่อไปเรามาพิสูจน์ความมันโดยการทาแป้งแล้วใช้ชีวิตไปตามปกติค่ะ

และแล้วก็ผ่านไป 6 ชม. ความมันก็มาเยือนจนต้องหลั่งน้ำตา

หน้าเราปกติก็มันมากอยู่แล้วค่ะ ป้าลอที่ว่าแน่ๆยังยกธงขาวไม่กล้าสู้หน้ากิ๊บอีกเลย

ใช้ตัวย่อ n และ s แทนนะคะ ความขี้เกียจมาเยือน

เราจะวัดความมันด้วยสายตาก็กระไรอยู่ ใช้กระดาษซับมันแล้วกันเนาะ

แปะๆมันลงไป

และนี่คือผลความมันที่ออกมาจากหน้า ใช้แค่ข้างละแผ่นนะคะ

สลับตำแหน่งวางซ้ายขวาให้ดูเฉยๆ เพื่อเป็นที่แสง

ดูจอกผลค่อนข้างชัดเราะเรื่องควบคุมความมัน

สรุปที่ละอย่างแล้วกันเนาะ

การใช้งานง่ายกกให้ อินนิสฟรีชนะคะ เปิดมาก็ป้ายได้เลย

กลิ่น ก็ยกให้อินนิสฟรี

เป็นมิตรต่อรอยตีนกา ยกให้อินนิสฟรีอีกเช่นกันค่ะ ขยับหน้าได้หน้าไม่แตกค่ะ

ล้างออกง่าย ยกให้สบันงาค่ะ แค่โดนน้ำก็ละลายแล้ว

ความชุ่มชื่นให้ อินนิสฟรีค่ะ แต่จริงๆมันก็ไม่ได้ต่างกันมากนะ นิดนึงอะนิดนึง

กระชับรูขุมขน อินนิสฟรี หลังจากการเพ่งอย่างบ้าครั้ง

ควบคุมความมัน สบันงา ชนะใสๆเลยค่ะ

ราคา สบันงา ราคาสบายกระเป๋ามากมายกดไลค์เลย

จบแล้วคร่า หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆโดยเฉพาะสาวผิวมันนะคะ มาส์คไว้ก่อนแต่งหน้าช่วยควบคุมความมันระหว่างได้อีกทางหนึ่งค่ะ

สรุปแบบสั้นๆอีกนิดเนาะ อินนิสฟรีเหมาะกับผิวมันไม่มาก ส่วนสบันงาเหมาะกับคนผิวมันมาก ต้องการควบคุมความมันระหว่างวันค่ะ

สำหรับกิ๊บใช้ได้ทั้งสองตัวค่ะ ถึงสบันงาจะให้ความชุ่มชื่นไม่เท่าแต่เราก็บำรุงกันทางอื่นด้วยอยู่แล้วเนาะ อย่าลืมของไทยๆกันนะคะ กิ๊บมีมาส์คหน้าไทยๆอีกหลายตัวเลยค่ะไว้จะมาแบ่งปันประสบการณ์ใช้ใหม่นะคะ วันนี้ลาไปก่อนค่ะ เลือกใช้ให้เหมาะกับผิว มีผิวสวยใสกันทุกคนนะค้าาา

สวัสดีค่ะ

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย