คนญี่ปุ่นน่ารักคนข้างๆน่ารักกว่า : เที่ยวญี่ปุ่นแบบขำๆ EP.3

cartoonkantika

cartoonkantika

ดู Profile

สรุปการเดินทางตลอด 5 วัน

EP.1 : Narita - Osaka - Namba

EP.2 : Universal - Osaka

EP.3 : Tokyo - Asakusa - Ueno - Ameyoko

EP.4: Tsukiji - Ginza - Shinjuku - Shibuya

EP.5: Tokyo SkyTree - Asakusa - Harajuku - Shibuya - Tokyo

เปิดถึงช๊อปจากญี่ปุ่น : ไม่เยอะเท่าไหร่ แค่ 20 กว่าชิ้น

บล๊อกนี้ของวันที่ 3 แต่ขอแอบต่อวันที่ 2 นิดนึงน้า บล๊อกที่แล้วเขียนไม่จบ

หลังจากที่เดินตะลอนในแฮวรี่หลายชั่วโมง ก็เดินไปที่อื่นๆบ้าง มาเจอมินเนียนมาร์ทเข้าไป โอโห เหลืองๆ เต็มไปหมดเลย

ตูนไม่ค่อยอินกับเจ้าตัวนี้เท่าไหร่นะคะ แต่พอมาเจอโชว์มินเนี่ยนหน้ามินเนี่ยนมาร์ทก็ทำให้รู้ว่า เออ เจ้าตัวนี้ก็น่ารักดีเหมือนกันนะ

เป็นโชว์เต้นจากเจ้ามินเนี่ยนทั้งหลายแหล่ คนนั่งรอยืนรอเป็นระเบียบมากๆ รอสักพักนึงก็มีรถบรรทุกเจ้ามินเนี่ยน ออกมาเต้นๆๆ เริ่งร่ากันใหญ่

เดินเรื่อยๆนี่เป็นบรรยากาศรอบๆค่ะ ส่วนใหญ่จะเป็นร้านขายของที่ระลึก เสื้อผ้า อะไรทำนองนี้

สรุปความประทับใจต่อยูนิเวอร์แซลคือ มีร้อยให้ร้อย มีล้านให้ล้าน เพราะโซนแฮรี่เลย รักหมดใจ บ้าหนังเรื่องนี้มากๆๆ ดูแล้วดูอีกเป็นสิบรอบได้

พอได้เข้าไปแล้วมันเหมือนแบบ ทำตามความฝันของเราให้เป็นจริงสักที เย้!! เครื่องเล่นก็ดีมากๆ ได้เลนเร็ว เพราะรีบวิ่งเข้าไป 555

ส่วนเครื่องเล่นในนั้นโซนอื่นๆตูนได้เข้าไปที่ cyberdyne จากเรื่องคนเหล็ก รอไม่นานมาก ประมาณครึ่งชั่วโมงได้ ไม่ได้ถ่ายรูป เพราะเค้าไม่ให้ถ่าย จะเป็นเหมือนเรานั่งดูหนังในโรง แต่มีคนออกมาเล่นจริงๆ มีให้ใส่แว่นด้วย เพราะบางฉากจะเป็นแบบ 3 มิติ สนุกดีค่ะ ทำไว้ดีเหมืนกัน

ส่วนเครื่องเล่นอื่นๆไม่ได้เล่นเลย เพราะต่อคิวนานมาก อย่างสไปเดอร์แมนรอคิวไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง เครื่องเล่นอื่นๆก็เช่นกัน

เราเลยตั้งใจว่าไม่รอละกัน ไปเดินเล่นที่อื่นต่อดีกว่า เลยเอาพวกของที่หอบหิ้วมาจากยูนิเวอร์แซลไปเก็บที่ห้องพัก และนั่งรถไฟไปลงสถานี Osaka เดินเล่นที่ Kiddy Land โอ้โหววววว เหมือนเสียสติไปชั่วขณะ แต่ละอย่างน่าซื้อทั้งนั้น ตูนไม่ได้ถ่ายรูปมานะ แต่ไม่ต้องเศร้าไป เพราะตูนไป Kidyland ที่โตเกียว ถ่ายรูปมาเยอะมากค่ะ ไว้มาดูบล๊อกหน้าละกันนะ

เดิน Kiddy Land เสร็จก็มานั่งพักหาไรกินแถวๆนั้น เป้นร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วไปค่ะ รสชาติก็ธรรมดาเฉยๆ อาจเป็นเพราะไม่หิวด้วยมั๊ง นี่ๆ ขออวดเคสคาปิบาร่าของเราหน่อย :D

หลังจากนั้นตูนก็กลับไปเดินเล่นที่ย่าน Namba อีกรอบ แล้วกลับห้องพัก เก็บของ เพื่อวันรุ่งขึ้นจะต้องนั่งชินคันเซ็นจากโอซาก้าไปโตเกียวค่า

วันต่อมาก็ตื่นแต่เช้า ขนของเดินไปที่สถานี Dobutsuen-mae(คนละ 280Y) ลง Shin Osaka เพื่อไปต่อชินคันเซ็นไปโตเกียว ตั้งใจจะชมภูเขาฟูจิเต็มที่ สรุปหลับ ตื่นมาคือ เห็นแล้วแหล่ะว่าคล้ายฟูจิเลย ไม่แน่ใจว่าใช่ไหม สรุปคือใช่ ถ่ายรูปไรไม่ทันละ บายจ้า!!

ซื้อเบ็นโตะไปกินบนรถไฟเช่นเดิม โอเคถึงแล้ว นั่งกันเมื่อยมาก เหนียวตัวด้วย บอกตรงๆ ไม่ได้อาบน้ำตอนเช้า เพราะตื่นเช้ามาก อากาศที่โอซาก้าค่อนข้างเย็น เลยไม่อาบซะเลย ><

ถึงสถานีโตเกียว เราจะไปเก็บของที่ที่พักของเรา ตูนจองไว้ที่ Asakusa Hotel Fukudaya การเดินทางคือ

จากสถานี Tokyo ไปลง Ueno ต่อสาย Hibiya เพื่อไปลง Minami Senju แล้วเดินต่อไปยังที่พัก

อันนี้เป็นตู้กดบัตรโดยสารค่ะ กดเลือกเป็นภาษาอังกฤษก่อน หยอดเหรียญลงไป กดเลือกสถานีที่จะไป เลือกจำนวนตั๋ว แล้วกด OK บัตรโดยสารจะออกมาค่ะ

ภายในรถไฟจะคล้ายๆบ้านเราเลยค่ะ แต่จะมีเสียงประาศอยู่เกือบตลอดเวลา ถ้าไม่อยากพลาดก็ฟัง หรือมองป้ายดีดีนะคะ จะมีบอกอยู่ว่า รถถไฟสายนี้คือขบวนไหน สิ้นสุดที่ไหน และสถานีต่อไปคือสถานีอะไร ถึงแล้วสถานี Shin Imamiya ก็เดินออก เสียบตั๋วกลับคืนไปค่ะ

ที่พักนี้ค่อนข้างไกลจากสถานีพอสมควร ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีได้ แต่คือขาเดินไปขนของไปด้วยไง รู้สึกไกลมากกกก แดดก็ร้อน ตัวก็เหนียว โอ้ยยยย อะไรจะเหนื่อยขนาดนี้ 555

มาถึงโรงแรมเท่านั้นแหล่ะ คุณลุงต้อนรับดีมากกก พูดภาษาอังกฤษได้ดี ห้องพักสะอาด ทุกอย่างดีหมดนะ เสียดายตรงที่ไกลจากสถานีรถไฟไปนิด เก็บของอะไรเสร็จ อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ตั้งใจจะไปวัด Asakusa กันค่ะ

พาทัวร์ที่พักค่ะ เป็นห้องน้ำ - ห้องอาบน้ำแยก ด้านบนคือห้องอาบน้ำ จะอยู่ชั้นล่างค่ะ ด้านล่างเป็นห้องน้ำ ซึ่งจะมีทุกๆชั้นค่ะ

อันนี้เป็นห้องนอนค่ะ ดูดีกว่าคืนแรก กว้างกว่านิดนึงค่ะ มีแอร์ด้วย ฮี่ๆ

ด้านบนเป็นที่เก็บของค่ะ มาญี่ปุ่นนี่ขาดไม่ได้อีกอย่างคือ ปลั๊กไฟค่ะ เพราะลั๊กที่มีให้น้อยมาก ถึงมากที่สุด อันนี้พี่ที่ออฟฟิศให้ยืมมาค่ะ เป็นปลั๊กแปลงไฟ สำหรับเสียชสจนู่นนี่นั่น ดีตรงที่มีรูเสียบ USB ด้วย สะดวกไปอีก

บริเวณอื่นๆของที่พักค่ะ มีไดร์เป่าผมให้ยืมใช้ด้วย ก่อนออกจาที่พัก ยืนคุยกับคุณลุง ว่าสถานีที่ใกล้ที่พักที่สุดคือสถานี Shin Imamiya ใช่ป่าว คุณลุงแกน่ารักมากค่ะ วาดเป็นแผนที่ให้ รสบงรสบัส สถานีรถไฟมาหมด แกเล่าให้ฟังอีกว่าเคยไปประเทศไทยมาแล้วด้วย อยากจะบอกว่า คุณลุงหนูหิว หนูรีบ 55555 ขอบคุณคุณลุงนะคะ น่ารักมากๆเลย

คุยกับคุณลุงเสร็จก็เดินออกจากที่พักเพื่อไปสถานี Shin Imamiya ค่ะ เราจะไปย่าน Asakusa กัน !!

*โดยการเดินทาง 3 วันต่อจากนี้ตูนซื้อ Tokyo Metro 1 Day ค่ะ (600y)

นั่งรถไฟมาลง Asakusa หาไม่ยากเลยค่ะ มาถึงขอเติมพลังกันหน่อย เจอร้านไหนอยู่ใกล้ก็เลือกร้านนั้นเลย เปิดดูเมนูอ่านไม่ออก เลยจิ้มมั่วได้มาเป็น ข้าวหน้าปลาดิบรวมซีฟู๊ด รสชาติดีเลยแหล่ะ ปลาสด ไม่คาวเหมือนบ้านเรา 555 มีวาซาบิพอให้ฉุนกำลังดี แถมมีขิงด้วย เลิฟเลย <3

มาถึงวัดคนค่อนข้างเยอะทั้งคนที่นี่ นักท่องเที่ยว ทัวร์ เต็มไปหมดแดดร้อนด้วย เห็นเค้าทำอะไรเราก็ทำตามตักนำมาล้างหน้ าจุดธูป ปัดควันธูป ทำตามเค้าหมด ถ่ายรูปสักนิดเป็นแลนด์มาร์คว่า "ฉันมาถึงแล้วนะ"

หลังจากไหว้พระเสร็จ ก็มาเดินตลาดหน้าวัดค่ะ ของกินของฝากเยอะแยไปหมด แถวนี้ได้ฟิลคล้ายๆสำเพ็งบ้านเรา เจอขนมที่เค้าบอกว่าถ้ามาแถวนี้ต้องลองชิม มันเป็นแป้งลายการ์ตูน ข้างในสอดไส้ถั่วแดง

เดินพอหอมปากหอมคอ ก็มูฟไปยังตึก Takeya หรือตึกม่วงนั่นเอง โดยนั่งรถไฟมาลง Ueno

ของขายเยอะมาก มีทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นของกิน ของใช้ในบ้าน ยา เครื่องสำอาง เสื้อผ้า อุปกรณ์กีฬา รองเท้า ของแบรนด์เนม ละลานตาไปหมด เดินอยู่สักพักก็ได้ของ(เครื่องสำอาง)ติดไม้ติดมือมาหน่อย ^^

จากนั้นเราก็มุ่งหนีไปตลาด Ameyoko

เป็นเหมือนตลาดสด มีอาหารสด ผลไม้ ร้านอาหาร ร้านขนม ร้านรองเท้า เยอะแยะมากมายเต็มไปหมด ติดใจขนมปลาอันนี้ สอดไส้ครีมและไม่หวาน

เดินเล่นจนถึงสองทุ่ม ร้านก็เริ่มปิดก็เลยกลับที่พัก เพื่อเติมพลังต่อสู้กับวันพรุ่งนี้!!

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย