❥ Review : 2 รองพื้นขั้นเทพ

Kanya Lifestyle

Kanya Lifestyle

ดู Profile

สวัสดีอีกครั้งค่าา สาวๆชาวจีบันทุกคน

กลับมาตามสัญญาจากกระทู้ที่แล้ว ที่รีวิวเครื่องสำอางที่ถูกและดี๊ดีของ Mistine ไป

https://www.jeban.com/viewtopic.php?t=201148

ขอบคุณมากกับผลตอบรับที่ดีมากๆเลยนะค่ะ

วันนี้เป็นการหยิบยกรองพื้นในตำนาน 2 แบรนด์มาเจอกัน

เป็นรองพื้นที่สาวๆทุกคนน่าจะรู้จักเป็นอย่างดี

เพราะมีทั้ง beauty blogger และ makeup artist

ยกให้รองพื้นสองตัวนี้เป็นรองพื้นขั้นเทพเลยก็ว่าได้

จะเทพหรือไม่เทพ ตามมาดูกันเลยดีกว่าค่ะ

แท๊แด

รองพื้นที่ว่านั้นก็คือ.......

Estee Lauder Double Wear และ Revlon Colorstay (หรือรองพื้นฝาดำในตำนาน) นั้นเอง

ขอพูดถึงรองพื้นสองตัวนี้ก่อนนะคะ ก่อนจะรีวิว

มาที่ตัวแรกเลยนะคะ นั่นก็คือ

Estee Lauder Double Wear

แค่ขวดก็น่าใช้แล้วว ^_^

คุณสมบัติของตัวนี้ก็คือ สามารถอยู่ติดทนนานบนใบหน้าได้ถึง 15 ชั่วโมงเลยทีเดียว

ไม่ว่าจะโดนน้ำ โดนเหงื่อ ก็ยังคงอยุ่ (มันเลิศตรงนี้แหละ)

และช่วยปกปิด รอยแดงจากสิว รวมไปถึงริ้วรอยบนใบหน้าได้อีกด้วย

นอกจากนั้นยังสามารถควบคุมความมันบนใบหน้าของเราด้วยค่ะ

คนหน้ามันใช้ได้ค่ะ ไม่ต้องกลัวเยิ้มเลยค่ะ

มีหลายโทนมากกกกกกกกกกกกก

ไม่ว่าจะผิวขาว ผิวเหลือง ผิวสองสี หรือผิวเข้ม นี่มีครบค่าาาา ปลื้มปริ่ม

ต่อมานะคะ

Revlon Colorstay หรือที่รู้จักกันในนาม เรฟลอนฝาดำนั่นเอง

ด้านบนจะเป็นรุ่นเก่า ด้านร่างจะเป็นรุ่นใหม่ ซึ่งแตกต่างกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้นนนน

ตัวนี้สาวๆหลายคนคงจะเคยลองใช้กันมาบ้างแล้วสินะ ^_^

เพราะชื่อเสียงมันโด่งดังมากกกกกกกกกกกกกก

เค้าบอกว่ารองพื้นตัวนี้ติดทนนานถึง 24 ชั่วโมงกันเลยทีเดียว (นานไปไหน)

แต่เราว่าอย่าปล่อยให้นานถึง 24 ชั่วโมงดีกว่าหน้า เพราะหน้าอาจจะพังได้ 55

อีกอย่างที่เค้าบอกกันมา คือรองพื้นตัวนี้สามารถคุมมันได้ดี

รวมทั้งการปกปิดที่ยอดเยี่ยมมากๆ

เป็นรองพื้นที่มีให้เลือกหลายสีเหมือนกันค่ะ

แต่ว่าในไทยจะมีอยู่ประมาณ 5 โทนสีนะคะ (ถ้าจำไม่ผิด)

ต่อมามาดูรีวิวที่เราได้ทดลองด้วยตัวเองเลยค่า

เนื่องจากเราเป็นคนผิวสองสีนะคะ รองพื้นที่เลือกมาจะเป็นสีกลางๆค่ะ

Estee ตัวนี้ เป็นเบอร์ 2W0 Warm Vanilla #82

ตัวนี้มี SPF 10/PA++

Revlon ตัวนี้เป็นเบอร์ 240 Medium Beige

ซึ่งรู้สึกพลาดค่ะตอนที่ลองที่ห้างคือทาแล้วดีอ้ะค่ะ แต่พอมาเจอแดดแล้วมันหมองๆ

เพราะเราผิวออกเหลือง แต่รองพื้นมันออกชมพู 555555555 พลาดดดดดด

แต่ก็โอเคค่ะ นานๆหยิบมาใช้สักครั้ง

ตัวนี้มี SPF 15 ค่ะ

ลองมาดูเนื้อรองพื้นกันดีกว่า......

เปรียบเทียบให้ดูเลยค่ะ เนื้อรองพื้นของ Estee จะเหลว กว่า Revlon นะคะ

ขอบอกว่า Estee ตัวนี้แห้งเร็วมากค่ะ ไม่เหมาะกับการแต้มลงบนหน้า 5 จุดเลยค่ะ

เพราะถ้าเกลี่ยไม่ทัน จะเป็นคราบได้นะคะ

แต่มีเคล็ดลับนิดนึงสำหรับรองพื้น 2 ตัวนี้ แนะนำให้ใช้นิ้วลงรองพื้นให้ทั่วใบหน้าก่อนค่ะ

แล้วค่อยใช้ฟองน้ำชุบน้ำ แล้วค่อยๆกดลงไปให้ทั่วใบหน้าค่ะ

รับรอง เนียนกริ๊บบบบ !

ตามภาพด้านบนนี้ เป็นการทาด้วยนิ้วนะคะ ค่อยๆเกลี่ย

จะเห็นได้ว่า Estee จะเข้ากับสีผิวเราได้มากกว่า Revlon

Revlon จะออกไปทางอมชมพูนิดๆ

ต่อมาเป็นการทดสอบความมันของรองพื้นนะคะ

เราทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีค่ะ

จะเห็นได้ว่า Revlon จะมีความมันมากกว่า Estee นะคะ

สรุปกันเลย

Estee Lauder Double Wear

  • เกลี่ยง่าย : 3/ 5
  • คุมมัน : 4.5/ 5
  • ปิกปิด : 5/ 5
  • ไม่เป็นคราบ : 4.5/ 5
Revlon Colorstay

  • เกลี่ยง่าย : 3.5/ 5
  • คุมมัน : 4/ 5
  • ปิกปิด : 4.5/ 5
  • ไม่เป็นคราบ : 4/ 5

ทั้งสองตัวนี้มีข้อเสียนิดนึงค่ะ ตรงที่มีกลิ่นแอลกอฮอล์แรง

บางคนอาจจะไม่ชอบ แต่ถ้าทนได้ก็โอเคค่าาา

ขอบอกว่ารองพื้นสองตัวนี้ไม่เหมาะกับ Everyday Look ค่ะ

น่าจะเหมาะกับงานที่ต้องท้าแดด ท้าลม ท้าฝน ท้ากล้อง

อย่างเช่น งานรับปริญญาหรืองานเลี้ยงต่างมากกว่า

หาซื้อได้ที่ไหน ราคาเท่าไหร่ ?

Estee Lauder Double Wear :

หาซื้อได้ตามเคาท์เตอร์ตามห้างเซ็นทรัล, โรบินสิน, เดอะมอลล์

หรือสั่งทางเว็บเครื่องสำอางค์ แต่หาร้านที่เชื่อถือได้นิดนึงนะคะ(แนะนำให้ได้ค่ะ) อีกที่นึงคือ Duty Freeที่สนามบินค่ะ

สนามบินสุวรรณภูมิก็มีนะคะ ที่ฝั่งผู้โดยสารขาออก เที่ยวบินระหว่างประเทศค่ะ

ราคาตามกล่อง 1,750 บาท (ตอนนี้น่าจะลดอยู่นะคะ)

ราคาสูงไปนิด แต่คุ้มกับคุณภาพและปริมาณนะคะ เพราะใช้แค่นิดเดียวเท่านั้นค่ะ

Revlon Colorstay :

หาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป, Watson, Boots

ราคาอยู่ที่ประมาณ 450-550 บาท

ตัวนี้ถือว่าถูกมากเลยค่ะ ถ้าเทียบกับคุณภาพ คุ้มมากกกก

ขอบคุณที่ติดตามจนจบนะคะ ไว้มีอะไรดีๆเด็ดๆ จะหยิบมารีวิวอีกน้า

ทั้งท้ายด้วยรูปเรา กับรองพื้น Estee Lauder Double Wear
ค่าาา

ติดตามผลงานได้ตามลิ้งด้านล่างเลยนะค่าาา

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย