ใครเป็นผื่นแพ้ พี่มีสิ่งจะมาแชร์เจ้าค่ะ

NuPear

NuPear

ดู Profile

บอกก่อนว่ากระทู้เกิดจากน้องสาว จขกท ค่ะ นางมีงานที่ทำให้ต้องสัมผัสผ้าเป็นประจำ แต่คาดว่านางจะแพ้ฝุ่นผ้า อาการคือ เกิดปื้นสากๆด้านๆตรงฝ่ามือ ตอนแรกนางก็นึกว่ามือนางไม่ละมุนเพราะขาดฟามชุ่มชื่น เลยไปหา Hand cream มาทา ก็ไม่มีทีท่าว่าจะยุบ แถมยังคันเป็นระยะ สุดท้ายนางเลยยอมมาปรึกษาพี่สาว เปิดออกมา อุว๊าก นี้มันฝ่ามือชายกาก แต่เนื่องจากกระทู้นี้เกิดหลังเหตุการณ์มาพอสมควรเลยไม่ได้มีภาพให้ดูนะคะ

สำหรับใครที่อาจจะผิวดี มิมีพันธุกรรมไม่ชนะ(แพ้)แบบครอบครัวข้าเจ้า สารอาจจะไม่เคยหาข้อมูลของเรื่องผื่นแพ้สัมผัส จึงขออธิบายคร๊าวๆ แบบนี้ค่ะ

ผื่นแพ้สัมผัส เรียกภาษาประกิจว่า Contact dermatitis เป็นปฏิกิริยาของภูมิคุ้มกันของร่างกายเราที่ตอบสนองต่อสิ่งที่มากระตุ้นค่ะ แบ่งออกเป็น 2 ชนิดจากสาเหตุที่มากระตุ้น

1. การสัมผัสสารที่ผู้ป่วยแพ้ (Allergic contact dermatitis) สารที่ก่อภูมิแพ้อธิบายง่ายๆ คือเป็นสารที่คนนั้นๆแพ้ ชาวบ้านชาวช่องเค้าอาจจะไม่เกิดการแพ้กัน เช่นบางคนแพ้ต้มหูที่มีนิเกิล บางคนแพ้ยาง บางคนแพ้ฝุ่นเก็บของแล้วคันยิบๆ อะไรประมาณนี้ ดังนั้นเรื่องสารก่อการแพ้ จึงไม่ได้เป็นกันทุกคน เวลาคนมาถาม จขกท ว่าใช้อะไรไม่แพ้ เลยกล้าๆกลัวๆ ที่จะตอบไป เพราะเราไม่รู้ค่ะว่าเราไม่แพ้ แล้วเค้าจะแพ้ไม๊ หรือในทางกลับกัน ถ้าเราแพ้เค้าก็อาจจะไม่แพ้ก็ได้ เอ่อมันชักจะยาวไปแระ

2. การสัมผัสสารที่ ระคายเคือง (Irritant contact dermatitis) มักเกิดจากการสัมผัสสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง เช่น กรด ด่าง สารทำความสะอาดบางกลุ่ม คือไอ้เจ้าสารนี้ทุกคนสามารถระคายได้หมดนะคะ แต่คนแต่ละคนจะทนต่อสารที่ระคายเคืองได้ไม่เท่ากัน บางคนทนได้มาก บางคนทนได้น้อยค่ะ

อาการของ 2 อันคล้ายกันคือ จะเกิด บวม แดง คัน ผื่น บริเวณที่สัมผัส นานๆไปผิวหนังบริเวณนั้นอาจจะเป็น สากๆ ปื้นๆ ค่ะ

สิ่งที่ดีที่สุดในการดูแลผื่นแพ้สัมผัสคือ

1. การสังเกตุ ว่าเราสัมผัสโดยอะไรแล้วจะเป็นค่ะ การแพ้แบบนี้ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นในทันทีนะคะ พอสัมผัสซ้ำ ก็จะค่อยเกิด และรุนแรงขึ้น

2. หลีกเลี่ยง เช่น เราแพ้ต้มหูนิเกล ก็หันมาใส่ทองแท้ซะเลย เงี้ย

3. ป้องกัน คือ ถ้าเลี่ยงไม่ได้ก็ต้องป้องกันค่ะ เช่นใส่ถุงมือหากต้องสัมผัส

ปัญหาที่เกิดก็คือ....ใส่ถุงมือแล้วไม่ถนัด ...........ใส่บ้างไม่ใส่บ้าง..........มากมายหลายสิ่ง

ทำเอาพี่สาวอารมณ์กระตุก

เลยต้องไปเอาพระรองคนนี้ (ขอนิยามว่าเป็นพระรองเพราะอยู่เบื้องหลัง คอยช่วยนางเอก แต่ไม่ได้เป็นตัวหลัก ย้ำไม่ได้เป็นตัวหลัก เพราะๆหลักควรแก้ด้วย 3 ข้อด้านบน) มาค่ะ

Ezeshield cream จัดเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์เคลือบปกป้องผิว หรือ Barrier cream เราซื้อที่ร้านขายเวชภัณฑ์ รพ จุฬา ราคาประมาณ 300 - 400 จำไม่ได้แระ
"Ezeshield cream จัดเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์เคลือบปกป้องผิว หรือ Barrier cream เราซื้อที่ร้านขายเวชภัณฑ์ รพ จุฬา ราคาประมาณ 300 - 400 จำไม่ได้แระ"

สารประกอบมันก็ต้องเป็นอะไรที่เคลือบผิว ไม่ซึมผิวจนหายไปหมดเบย สำคัญต้องไม่ละลายในน้ำ และในน้ำมัน อธิบายง่ายๆคือ ถ้าใช้สารที่กันน้ำอย่างเดียว ถ้าเจอเคมีที่ละลายน้ำมันก็จะผ่ายแพ้ป้องกันไม่ได้ เพราะมันก็จะละลายฟิลม์ไปสัมผัสกับผิวอยู่ดี

สารประเภทนั้นก็จะเป็นพวก Polymer ที่ก่อฟิลม์บางๆค่ะ ยี่ห้อนี้ใช้

Polyperfluoromethylisopropyl Ether (PFPE) ซึ่งพอทาแล้วก็จะเคลือบผิวป้องกันการสัมผัสสารที่เคมี แต่ต้องไม่เป็นเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อนสูงนะคะ เช่น ทาไอ้เจ้านี้แล้วไปเอามือจุ่มในน้ำกรด น้ำด่าง อันนี้จะเยินได้

เนื้อครีมก็จะเหมือนครีมตัวไปค่ะ
"เนื้อครีมก็จะเหมือนครีมตัวไปค่ะ "

หลังจากทา จะเห็นว่ามันเหมือนไม่มีอะไรมาปกคลุมค่ะ คือคนใช้จะรู้สึกสบายกว่าการใส่ถุงมือ บางทีก็จะเห็นผุ้จำหน่ายหลายเจ้าเรียกว่า invisible gloves แต่ระยะเวลาในการป้องกันจะเป็นช่วงสั้นๆนะคะ ประมาณ 4 ชม. แล้วแนะนำให้ทาซ้ำ

จริงๆผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ในเมืองไทยก็มียี่ห้ออื่นนะคะ เท่าทีรู้ก็มี gloves in the bottle ตัวเคลือบผิวจะใช้กลุ่มซิลิโคน ก็ลองเลือกหากันดู แต่เนื่องจากไป รพ จุฬาช่วงนั้น แล้วเจอพระรองของพี่นี้พอดี

ทาแล้วก็จะรู้สึกว่ามีอะไรมาเคลือบผิวเพียงเล็กน้อย ไม่เหนียวเหนอะหนะแต่อย่างใด
"ทาแล้วก็จะรู้สึกว่ามีอะไรมาเคลือบผิวเพียงเล็กน้อย ไม่เหนียวเหนอะหนะแต่อย่างใด"

อื่นๆที่สนใจก็คือ จะมี Shear butter , Argan Oil , Spent Grain wax 3 ตัวนี้คือน้ำมันจากธรรมชาติ ให้ความชุ่มชื่น แล้วก็ลดอาการระคายเคือง

ไม่มี พาราเบน และน้ำหอม ดูสูตรแล้วเป็นไปตามเนื้อผ้า คือเหมาะสมสำหรับผิวที่เกิดอาการแพ้อยู่

ภาพเบลอไปขออภัยคร้า
"ภาพเบลอไปขออภัยคร้า"

บอกก่อนว่าหากเกิดอาการแพ้จนผิวหนังอักเสบแล้ว ต้องใช้ยากลุ่มเสตอรอยด์ ซึ่งควรปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชโลดเด้อค่ะ บ่ ให้ความเห็นในเรื่องยี่ห้อยาใดในที่นี้ สำหรับน้องสาวก็ทาสเตรอยด์ก่อน 3 - 4 วันแรก แล้วทาพระรองเคลือบไปอีกชั้น เวลาสัมผัสสาร พออาการแพ้ดีขึ้นแล้วก็หยุดการใช้สเตอร์รอยด์ มาใช้พระรองในการป้องกันเวลาทำงานกับผ้าอย่างเดียวค่ะ ผลการใช้กับตัวน้องสาวมันก็ป้องกันการกลับมาแพ้ได้ดีค่ะ ก็เลยมาแนะนำเพื่อนๆ เผื่อใครประสบพบเจอปัญหาแบบเดียวกันจ้า

FAQ

1. ใช้ในการป้องกันการแพ้เครื่องประดับได้ไม๊

คำถามนี้ได้จากเพื่อน จขกท ที่เป็นคนที่แพ้นิเกิลในต้มหู แต่อยากจะสวยฟรุ้งฟริ้งในบางโอกาส เช่นไปงานแต่ง 2-3 ชม ไรงี้ ซึ่งนางก็ไม่แน่ใจว่าไอ้ต้มหูที่เราจะใส่มันมีนิเกิลรึเปล่า จริงๆเจ้า barrier cream ก็พอช่วยได้ค่ะ โดยให้ทาครีมเคลือบทั้งตัวแป้น และก้านนะคะ แล้วทาที่ใบหูเราด้วยหละ แต่ก็ไม่ควรใช้ประจำเพราะเวลาใส่ต้มหูในชีวิตประจำวันเราใส่นานอยู่ใช่ไหมค่ะ

2. ใช้ในการป้องกันฝุ่นละออง และมลภาวะได้หรือไม่

อันนี้ตอบเลยว่า จขกท ใช้เวลาเก็บกวาดห้อง เพราะเป็นคนแพ้ฝุ่นค่ะ ก็ป้องกันการคันยิบๆ เวลาเก็บห้องที่แสนสกมกได้นะ แต่ไม่แนะนำทาแทนครีมบำรุงหน้าทุกวัน เพราะไม่ทราบข้อมูลการทดสอบ Comedogenic Effect ถ้าเราล้าง Film ที่เคลือบไม่ดีอาจจะเกิดสิวอุดตันได้ค่ะ

เป็นไงจ๊ะ อ่านจนเมื่อยตาละสิ ตอนแรกกะเขียนกรุบกริบ ไปๆมาๆ ยาวเฟื้อย

ขอบคุณที่อ่านจบจนถึงบรรทัดนี้นะเคอะ จุ๊บๆ

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย