รีวิว : Elan by Nature Edition ครีมออร์แกนิค สวย ไม่แพ้ !!

Thanathanat

Thanathanat

ดู Profile

รีวิว : Elan by Nature Edition

สวย ... ไม่แพ้ !!

ส่วนตัวแล้วดิชั้นชอบทดลองครีมใหม่ ๆ หลาย ๆ แบรนด์เพื่อหาอะไรใหม่ ๆ ที่ถูกอกถูกใจที่สุด (ถึงแม้ความเป็นจริง จะมีอะไรที่ถูกจริตกับผิวติดโต๊ะเครื่องแป้งที่บ้านตลอดเวลาก็ตาม) ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเลยได้ลองสอยครีม Elan by Nature Edition มาทีเดียวครบเซ็ตฉลองเงินเดือนออก (เฮ้ !!) หลังจากใช้มาได้ซักพัก ... ดิชั้นขอถือโอกาสนี้ทำรีวิวให้เพื่อนสาวชาวจีบันให้ดูเป็นทางเลือกใหม่ ๆ กันดูค่ะ :)

หมายเหตุกันนิดนึงนะคะ

  • ดิชั้นเป็นคนผิวมัน รูขุมขนค่อนข้างกว้างค่ะ
  • ดิชั้นแต่งหน้าทุกวันค่ะ
  • ดิชั้นเป็นคนนอนดึก ดื่มน้ำน้อย ชอบทานชาและกาแฟค่ะ
  • เพื่อให้การทดลองวัดผลได้ชัดเจนที่สุด ... ดิชั้นจึงพักการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ใช้อยู่เป็นประจำทั้งหมด และทดลองใช้แต่ผลิตภัณฑ์ของ Elan เพื่อวัดผลให้เห็น "จะจะ" กันไปเลยทีเดียวค่ะ
  • ความรู้สึกที่ดิชั้นมีต่อผลิตภัณฑ์เป็นความคิดเห็นส่วนตัวทั้งสิ้นค่ะ ผลิตภัณฑ์บางตัวอาจไม่ได้เหมาะสมกับทุกคนเสมอไปค่ะ

Elan by Nature Edition

  • Inspired by Natural Organic Source
  • ผลิตภัณฑ์มีส่วนผสมจากธรรมชาติ ออร์แกนิค เหมาะกับผิวบอบบางและแพ้ง่าย
  • สารสกัดทุกตัวนำเข้ายุโรป และได้รับมาตรฐาน GMP
  • ผลิตภัณฑ์ ไม่มีส่วนผสมของ Parabens สุภาพสตรีที่กำลังตั้งครรภ์สามารถใช้ได้อย่างปลอดภัยค่ะ
  • ไม่ทดลองในสัตว์
  • Packaging สามารถเข้าสู่กระบวนการ Recycle ได้ 100%

ดูคำเปรยของผลิตภัณฑ์ด้านบนแล้ว อิชั้นก็รู้สึกมั่นใจขึ้นมาว่าผลิตภัณฑ์ที่อิชั้นกำลังจะใช้ ไม่ได้ทำร้ายโลกของเรามากมายจนเกิดความจำเป็น ซึ่งถือเป็นเรื่องดีมาก ๆ ในความรู้สึกเดี๊ยนค่ะ ... อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ความรู้สึกและผลที่ได้หลังใช้ ดังนั้น เราไปลุยกันเลยค่ะว่าตลอด 1 สัปดาห์ของดิชั้น กับ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว Organic น้องใหม่ Elan by Nature Edition จะให้ผลลัพธ์และความรู้สึกเป็นอย่างไรกันบ้าง ... ไปค่ะ !!

1. Perfecting Sunscreen CreamMakeup Base, SPF 50 PA+++

with Broad-spectrum UVA/UVB Filter

(15 ml./ 590 Baht)

มาถึงตัวแรกสุด เป็นครีมกันแดด SPF 50 พร้อมค่ากันรังสี UVA ที่ PA+++ ในรูปแบบกระปุก อันนี้เป็นกันแดดแบบ Physical นะคะ คือใช้หลักการของการมีชั้นบาง ๆ ช่วยสะท้อนรังสี UV ออกไป โดยที่เนื้อผลิตภัณฑ์เป็นมูสสีเนื้อ จึงสามารถใช้แทน Makeup Base ได้เลยค่ะ

Effect หลังใช้คือ "หน้าผ่องมากค่ะ !!" อันนี้ส่วนตัวแล้วรู้สึกว่าอาจจะวอกเกินไปสำหรับดิชั้น (ผิวอิชั้น NC-35 MAC) แต่หลังจากปล่อยให้กันแดด Set Up ซักพัก สีจะดรอปลงเล็กน้อย ไม่ถึงขั้นพอดีกับสีผิว แต่ก็ไม่ได้วอกเกินไปเหมือนตอนเพิ่งทาใหม่ ๆ ค่ะ ... สำหรับสาว ๆ (ทั้งแท้และเทียม) ที่แต่งหน้าทาแป้งหลังจากขั้นตอนนี้ ดิชั้นคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไรกับสีผิวของคุณค่ะ

ทีนี้หลังใช้ครีมกันแดดตัวนี้ครั้งแรกสุด ดิชั้นประสบปัญหา "ครีมกันแดดตกหลุมรูขุมขนบนใบหน้าดิชั้นค่ะ !!" ซึ่งความรู้สึกวันแรกที่ใช้ไม่ค่อยประทับใจในจุดนี้เท่าไหร่ แต่หลังจากที่ใช้ประกอบกับครีมและเซรั่มตัวอื่น ๆ ที่จะเล่าต่อไป ช่วง 2-3 วันต่อมา รู้สึกว่า "เนื้อมูสของครีมกันแดดไม่ได้ตกหลุมมากเท่าช่วงวันแรกที่ใช้" จึงค้นพบปัญหาส่วนตัวของตัวเองเพิ่มเติมว่า "เป็นเพราะผิวของดิชั้นขาดความชุ่มชื่น" นั่นเองค่ะ ...

ดิชั้นใช้ชีวิตแบบไม่ได้ผจญภัยตรากตรำอะไรมากนัก ... คือนั่งทำงานหน้าคอม อยู่ในห้องแอร์ รู้สึกว่าครีมกันแดดตัวนี้ "ควบคุมความมัน" ค่อนข้างดีเลยทีเดียวค่ะ คือหลังจากทาไปประมาณ 4-5 ชั่วโมง เริ่มมีน้ำมันดิบไหลบริเวณหน้าผากกะจมูกเงา ๆ เล็ก ๆ อิชั้นใช้กระดาษทิชชู่ในส้วมออฟฟิศซับความมันทีนึง Makeup ก็กลับมาผ่องเด้งเช้งกระเด๊ะเหมือนเดิม รวมทั้งตกเย็นก็ไม่ได้มีเครื่องสำอางไหลย้อย ถือว่าทำหน้าที่ควบคุมความมัน และ Makeup Base ได้เป็นที่น่าพอใจเลยทีเดียวค่ะ :D

สิ่งที่ชอบ

  • คุมความมันได้ดีค่ะ และไม่ทำให้หน้าหมองเหมือนโดนของเขมรระหว่างวัน
  • เครื่องสำอางติดทนขึ้น เช้งกระเด๊ะเช้ายันเย็น
สิ่งที่ไม่ค่อยชอบ

  • แอบวอกไปสำหรับอิชั้น (NC-35 MAC) ต้องใช้เวลาให้ Set Up ประมาณนึงหากทาเดี่ยว ๆ ค่ะ
  • สำหรับสาว ๆ ที่มี "ผิวมันที่สุด" หรือ "หน้าแห้งขาดความชุ่มชื้นที่สุด" บำรุงผิวของคุณให้ดีเชียวค่ะ เพราะ มีโอกาสที่ครีมกันแดดจะตกร่อง รูขุมขนค่ะ

2. White Radiant Day CreamWith UVA/UVB Filter,

Simmondsia Chinensis Seed Oil,

Vitamin C, Vitamin E, Allantoin

(30 ml./ 1,190 Baht)

อันนี้เป็นครีมไวเทนนิ่งสำหรับตอนกลางวันที่มาในรูปแบบกระปุกค่ะ ทางแบรนด์เคลมว่าช่วยบำรุงผิวให้ขาวสว่างกระจ่างใสขึ้น เพราะ ผสมสารสกัดจาก "ทับทิม" ซึ่งเป็นแหล่งของ Vitamin C ที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ พร้อมทั้ง Alpha-Arbutin ที่สกัดจากรากของต้น Mulberry ช่วยเรื่องของความขาวให้ผลทาง Whitening บวกกับ UV Filter ช่วยกันแสงแดดทั้ง UVA และ UVB จึงเป็นที่สุดจริง ๆ สำหรับครีม Whitening กระปุกนี้ค่ะ

โดยส่วนตัวดิชั้น "เป็นสาวผิวแทน" ตามเทรนด์ผิว Glow บ่มแดด California Girl (สลัดผ้าท้าสายตาหมาข้างบ้าน) ดิชั้นจึงไม่ได้อินกับผลลัพธ์เรื่อง "ความขาว" ซักเท่าไหร่ แต่สาว ๆ สายงานเหลา งานเกาหลี อาจจะถูกอกถูกใจกันดีทีเดียวเชียวค่ะ ... อิชั้นใช้ครีมกระปุกนี้หลังจาก Serum ของ Elan อีกที คาดหวังผลเรื่องลบเลือนจุดด่างดำจากหลุมสิวอุดตันรากยาว 3 มิลลิเมตรที่มักผุดขึ้นมาบนหนังหน้าของอิชั้นให้ขุดเล่น !! ... แต่ด้วยระยะเวลาทดลองใช้ไม่นาน (สัปดาห์เดียว) จึงยังไม่ได้เห็นผลทางด้านนี้ซักเท่าไหร่ค่ะ

สิ่งที่ได้จากครีมกระปุกนี้ในความรู้สึกส่วนตัวของดิชั้น คือ "การให้ความชุ่มชื้น แบบไม่ได้มันแพร่บ ๆ"ซึ่งถือเป็นอะไรที่ตอบโจทย์สาวผิวมันอย่างดิชั้นมาก เพราะถ้าคุยกันแฟร์ ๆ "ผิวมันหาครีมกระปุกใช้ยากค่ะ !!" ส่วนมาก "ครีมกระปุก" มักจะมันเกินไปสำหรับดิชั้น แต่ครีมกระปุกนี้สอบผ่าน พร้อมให้ความชุ่มชื้นกับผิวของดิชั้นมากขึ้นระหว่างวัน ที่จริงพอผิวชุ่มชื้นขึ้น การแต่งหน้ามักจะได้ผลที่ดีตามไปด้วย คือ "ไม่ตกร่อง หรือ ตกร่องน้อยลงเยอะ" (จริง ๆ ด้วยค่ะพี่ PearyPie) ... ดังนั้นนี้ถือว่าโอเคสำหรับเดี๊ยนเลยค่ะ

แต่อย่างที่บอกไปว่าเดี๊ยนมาทางสาย "ผิวแทน" อันนี้อาจจะไม่ได้เป็นลูกรักของเดี๊ยนที่สุด ส่วนสำหรับสาว ๆ ที่มองครีมไวเทนนิ่งที่มีส่วนผสมออร์แกนิค ไม่ทำให้ผิวแพ้ ดิชั้นคิดว่า Whitening กระปุกนี้ของ Elan ถือเป็นทางเลือกที่ดีทางเลือกหนึ่งของคุณเลยค่ะ :)

สิ่งที่ชอบ

  • ให้ความชุ่มชื้นกับคนผิวมันได้ดี โดยไม่ทำให้ผิวมันเพิ่มขึ้น
  • เป็น Whitening ที่ไม่ทำให้รู้สึกผิวระคายเคือง ไม่มีอาการแพ้ค่ะ
สิ่งที่ไม่ค่อยชอบ

  • ด้วยความสัตย์จริงคือ "ไม่มีค่ะ" ... แต่ยังไม่ใช่ที่สุดที่ดิชั้นต้องการ

3. UpLifting & Firming SerumWith Hyaluronic Acid,

Cucumis Sativus Fruit Extract,

Allantoin and Alpha-Arbutin

(20 ml./ 1,590 Baht)

มาถึง Serum ตัวโปรดของดิชั้น ... ขอเรียกว่าเซรั่มโบท๊อกซ์ค่ะ !!

เมื่อกาลเวลาผ่านไป ผิวของดิชั้นต้องเจอมลภาวะ สารพิษ ชีวิตเศร้า ความเหงา ความเจ็บปวด และอื่น ๆ อีกมากมาย ... เป็นปัจจัยค่ะ !! สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยให้ผิวของดิชั้น AGED !!!

ดิชั้นต้องการสิ่งที่ช่วยทวงคืนความสาวของอิชั้นให้กลับมาสะพรั่งเบิกบานใจอีกครั้ง !! ... โดยไม่กระทบกับเงินในกระเป๋าของดิชั้นเกินไป และต้องข้องเกี่ยวกับการเดินเอาหน้าไปชนเข็มที่คลีนิคคุณหมอน้อยที่สุด

ดิชั้นพบแล้วค่ะ Serum ที่ช่วยให้ผิวของดิชั้นรู้สึกสาวสดใสขึ้นอีกครั้งนึง (เสียงโฆษณาชวนเชื่อมาก) ... อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวจริง ๆ ค่ะ เพราะว่า "ชอบมาก" กับ Serum ของ Elan ตัวนี้ ... ก่อนอื่นค่ะ ทางแบรนด์เคลมว่า Serum ตัวนี้มีส่วนผสมของ Hyaluronic Acid ซึ่งช่วยเรื่องการกักเก็บความชุ่มชื้นให้กับผิว ช่วยคืนสภาวะผิวให้พร้อมต่อการบำรุงอย่างล้ำลึก พร้อมกระตุ้นให้ผิวเกิดการสร้างคอลลาเจน (โอ้ววว) ... บวกกับสารสกัดจากแตงกวาช่วยสมาสสนธิกำลังกันเติมความชุ่มชื้น ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นและเต่งตึงขึ้น ... ทางแบรนด์เคลมเพิ่มเติมอีกว่า หากใช้ในระยะยาวอย่างต่อเนื่อง จะช่วยเรื่องการเติมเต็มริ้วรอยเล็ก ๆ ให้ตื้นขึ้นได้อีกด้วย (บ้าจริงพี่ชายยยยย !!)

สารภาพค่ะว่าตอนอ่านใบคำเปรยของแบรนด์นี้ ... ดิชั้นหยิบตัวนี้มาใช้เป็นตัวแรก ๆ แบบไม่คิดอะไรอีกแล้วค่ะ (ผิวเดี๊ยน Aged ... ผิวเดี๊ยน Aged ...) โดยเซรั่มตัวนี้มาใช้รูปแบบขวดปั๊ม เนื้อเซรั่มใส ไม่มีสี Texture คล้ายเจลใส ๆ ให้ความรู้สึกสดชื่นทันทีที่ทาค่ะ และเซรั่มตัวนี้ "ซึมซาบเร็วมาก" ไม่หลงเหลือความมันเหนอะหนะเลยค่ะ ... หลังทาครั้งแรก ดิชั้นสัมผัสได้ถึงความ "ตึง" ที่ผิวหน้า รู้สึกผิวกระชับขึ้นตั้งแต่ครั้งแรก ซึ่งเดี๊ยนรู้สึกดีกับ Effect นี้มากค่ะ :)

ดิชั้นใช้เซรั่มโบท๊อกซ์ตัวนี้เป็นประจำ เช้า - เย็น หลังใช้เป็นระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์ ... สิ่งที่ดิชั้นชอบเกี่ยวกับเซรั่มตัวนี้คือ "นางช่วยปรับสภาพผิวให้เรียบเนียนขึ้น" ... ไม่ว่าก่อนหรือหลังแต่งหน้า ขณะที่ผิวไม่ได้มันมาก ดิชั้นเห็นว่าผิวของดิชั้นเรียบเนียน ใส และ Glow ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด !! ผิวดู Dewy ดูชุ่มชื้นตลอดเวลา

ส่วนตัว ... หากเทียบกับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวในข่ายราคาใกล้เคียงกัน ดิชั้นไม่เคยเจอผลิตภัณฑ์ตัวไหนที่ให้ผลลัพธ์และความรู้สึกได้เท่ากับเซรั่มตัวนี้มาก่อน ถึงแม้ว่าราคาเทียบกับปริมาณ อาจจะแลดูเป็นปัญหากับกระเป๋าสตางค์ของดิชั้นเล็กน้อย แต่เซรั่มขวดนี้ถือเป็น "ลูกรักของดิชั้นค่ะ" :D

สิ่งที่ชอบ

  • Effect ที่ให้ความรู้สึกเต่งตึงและยกกระชับทันทีที่ทา
  • ผิวรู้สึกชุ่มชื้นขึ้นหลังใช้เพียง 1 สัปดาห์
  • ผิวดูเรียบเนียนขึ้น Glow ขึ้น และดิชั้นรู้สึกว่าดิชั้น "สวยขึ้น" ค่ะ
สิ่งที่ไม่ค่อยชอบ

  • ปริมาณเทียบกับราคา ค่อนข้างสูงในความรู้สึกของคนเต้นกินรำกินอย่างเดี๊ยนค่ะ

4. Age-Perfecting Signature SerumWith Alpha-Arbutin, Hyaluronic Acid,

Glycyrrhiza Glabra Extract

and Pearl Powder

(30 ml./ 2,000 Baht)

อีก 1 สิ่งที่ใช้ตามทันทีหลังทาเซรั่มโบท๊อกซ์ตัวบนค่ะ โดยทางแบรนด์เคลมว่า เซรั่มตัวนี้เป็น All-in-1 Serum ที่เปรียบเทียบได้กับ "อาหารผิว" ... โดยเซรั่มตัวนี้มีทีเด็ดตรงที่มี Amino-Peptide ที่ถูกย่อยมาในรูปแบบโมเลกุลขนาดเล็ก ซึมซาบเข้าสู้ผิวได้เร็วขึ้นและช่วยเร่งกระบวนการซ่อมแซมผิว ผนวกกับสารสกัดจากยีสต์ รูปแบบคล้ายคลึงกันกับ "น้ำวิเศษ" ที่ช่วยเติมเต็มริ้วรอยเล็ก ๆ ให้ตื้นขึ้น !! ... ยังไม่พอค่ะ นางยังมีสารสกัดจากรากชะเอม ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับผิว พร้อม "ผงไข่มุก" ที่ใช้เป็นส่วนผสมหลักใน Whitening หลาย ๆ แบรนด์ แน่นอนว่าช่วยเรื่อง "ความขาวกระจ่างใส" และสุดท้ายคือ Hydrolyzed Collagen หรือคอลลาเจนที่ผ่านกระบวนการย่อยให้มีขนาดโมเลกุลเล็กที่สุด เพื่อให้สามารถซึมซาบและบำรุงเข้าสู่ชั้นผิวได้ง่ายและรวดเร็ว ให้ผิวเต่งตึง เด้งดึ๋ง ดูมีสุขภาพผิวที่ดีค่ะ

ดังนั้นสรุปคำเปรยของเซรั่มขวดนี้ คือช่วยเรื่อง "เติมความชุ่มชืัน. ช่วยเรื่องริ้วรอย, ขาวสว่างกระจ่างใส, All-in-1 Serum" จริง ๆ ค่ะ

เมื่ออ่านคำเปรยของแบรนด์แล้ว ... ดิชั้นไม่รอช้าที่จะทดลองใช้เซรั่มอาหารผิวตัวนี้ตามทันทีหลังจากเซรั่มโบท๊อกซ์ รูปแบบของเซรั่มตัวนี้จะเป็นเนื้อสีขาว ไม่เหลวมากนัก ลักษณะคล้าย Emulsion ของหลาย ๆ ยี่ห้อค่ะ ปั๊มใช้ประมาณ 2 ปั๊ม ก็ทั่วทั้งใบหน้าและลำคอแล้วล่ะค่ะ

Feeling หลังทาเซรั่มตัวนี้ ดิชั้นรู้สึกว่าเซรั่มไม่ได้เข้มข้นเกินไปจนทำให้อึดอัดใบหน้าเหมือนกับ Emulsion หลาย ๆ ยี่ห้อที่เคยใช้ ค่อนข้างให้ความรู้สึกที่ดีเลยทีเดียวค่ะ และเซรั่มตัวนี้ไม่ได้ทิ้งความมันไว้บนใบหน้า สามารถซึมเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว ถือว่าเหมาะกับสาวผิวมันอย่างดิชั้นอีกหนึ่งตัวเลยล่ะค่ะ

ดิชั้นใช้เซรั่มตัวนี้แค่ช่วงเย็น เพราะเกรงว่าจะหนักหน้าไปนิดนึงระหว่างวัน ... ตลอดระยะเวลา 1 สัปดาห์ที่ทดลองใช้ ถ้าเทียบกับเซรั่มโบท๊อกซ์ตัวบน ดิชั้นยังให้คะแนนความชอบที่เซรั่มโบท๊อกซ์มากกว่า ด้วยความรู้สึกส่วนตัวที่ว่า "เซรั่มตัวนี้ไม่ได้มี Effect อะไรชัดเจนไปทางด้านใดด้านหนึ่ง" การที่ผิวของดิชั้นเรียบเนียนขึ้น ดูชุ่มชื้นขึ้น หรือไม่มันเท่าแต่ก่อน ดิชั้นไม่แน่ใจว่าได้ผลลัพธ์มาจากเซรั่มตัวนี้ด้วยหรือไม่ ส่วนตัวคิดว่า หากคุณมีครีม มีเซรั่ม มีอะไรต่อมิอะไรเยอะแยะ "เซรั่มตัวนี้อาจจะไม่ได้เหมาะกับคุณ"

... แต่ถ้าคุณเป็นคนที่เร่งรีบ ไม่ชอบพิธีกรรมการปรนนิบัติผิวหน้าหลังอาบน้ำ หรือเป็นคนขี้เกียจทาครีมหลายขั้นตอน "ดิชั้นแนะนำให้คุณทดลองใช้เซรั่มตัวนี้แค่ตัวเดียว แล้วจบปึ๊งออกไปสวยซิ่งในขั้นตอนเดียวเลยค่ะ"

สิ่งที่ชอบ

  • เนื้อเซรั่มไม่มัน ไม่เหนียวเหนอะหนะ และซึมซาบเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็วค่ะ
  • All-in-1 Serum ทาจบได้ครบทุกสิ่งอันในหนึ่งเดียว เหมาะกับคนที่ไม่ชอบทาครีมมากขั้นหลายตอนเลยล่ะค่ะ
สิ่งที่ไม่ค่อยชอบ

  • จากการใช้ 1 สัปดาห์พร้อมผลิตภัณฑ์ตัวอื่น ๆ ... ดิชั้นไม่เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนจากเซรั่มตัวนี้
  • ปริมาณเทียบกับราคาค่อนข้างสูงสำหรับเดี๊ยน อาจเป็นภาระด้านการเงินของดิชั้นในอนาคตได้ค่ะ

5. Rejuvenating Sleeping MaskWith Royal Jelly,

Macadamia Ternifolia Seed Oil

Hydrolyzed Milk Protein,

Oryza Sativa (Rice) Bran Oil

and Hydrolyzed Collagen

(30 ml./ 790 Baht)

อันนี้เป็นอีก 1 ผลิตภัณฑ์ใน Set ที่ดิชั้นสุดแสนจะแนะนำให้คุณ ๆ ได้ลองค่ะ !!

ผลิตภัณฑ์นี้เป็น Sleeping Mask หรือครีมที่เรา ๆ สามารถทาพอกไว้หนา ๆ แล้วนอนตากแอร์เย็น ๆ หลับได้อย่างสบายใจเฉิบ ปล่อยให้นางทำหน้าที่ที่นางควรทำกับผิวสวยใสของเราไปขณะที่เราหลับค่ะ ... ซึ่ง Feeling ของมาร์กตัวนี้ ดิชั้นช๊อบชอบ :D

ทาง Elan เคลมไว้ว่า Sleeping Mask ตัวนี้มีส่วนผสมของ Royal Jelly หรือ "นมผึ้ง" ซึ่งเป็นหนึ่งในอาหารผิวที่ดีที่สุด ผสานพลังกับ Macadamia Oil ช่วยเรื่องคืนความชุ่มชื้นให้กับผิวขณะนอนหลับ ฟื้นฟูผิวที่ขาดน้ำให้อวบอิ่มขึ้น พร้อมทั้ง Hydrolyzed Milk Protein โปรตีนจากน้ำนมวัวที่มีส่วนผสมของกรด Lactic ช่วยให้ผิวขาวสว่างใสอีกหนึ่งทาง และช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้นทันทีภายใน 1 คืน !!

เนื้อของมาร์กเป็นครีมเจลเนื้อสีขาวขุ่นมาในขวดปั๊ม ขนาด 30 ml. ดิชั้นปั๊มค่อนข้างหนักมืออยู่ที่ 3 ปั๊มเพื่อ "มาร์กแรง ๆ" ทั่วใบหน้าและลำคอ นอนกดมือถือจนง่วงได้ที่ มือถือตกกระแทกหน้า 1 ที แล้วก็หลับ ... !!

จากที่เล่าให้ฟังเรื่องครีมกันแดดเนื้อมูส ที่วันแรกนางดันมาตกหลุมสิวจำนวนมากของดิชั้น ... ดิชั้นใช้ Combination ของ เซรั่มโบท๊อกซ์ + Sleeping Mask ตัวนี้แหละค่ะที่ช่วยให้ดิชั้นรู้ว่าผิวของดิชั้นขาดความชุ่มชื้นและต้องการการดูแลที่ดีขึ้น ... ดิชั้นจึงมาร์กหน้าของดิชั้นด้วย Sleeping Mask ตัวนี้ทุกคืน และค้นพบว่า "มันเลิศมากในทุกกรณี" ดิชั้นรู้สึกว่าผิวของดิชั้นเนียนเรียบขึ้น !! ชุ่มชื้นขึ้นชัด ๆ !! และทำให้ครีมกันแดดเนื้อมูสตัวนั้นตกหลุมสิวน้อยลงตั้งแต่วันที่ 2 ที่ 3 ที่เริ่มใช้มา และผิวของดิชั้นไม่ว่าจะก่อนหรือหลังแต่งหน้า ... ก็สวย !!

ที่สำคัญ ... มาร์กตัวนี้ราคาอยู่ที่แค่ 790 บาทเองค่ะคู๊ณณณณณ !!

ถ้า 1 เดือน มี 30 วัน (ก็ใช่น่ะสิ่) ... ดิชั้นใช้มาร์กนี้วันเว้นวัน ตีว่าดิชั้นมาร์กหน้า 15 วันต่อเดือน ... ประมาณต้นทุนชีวิตเพื่อความสวยของดิชั้นต่อมาร์กครั้งนึงอยู่ที่แค่ครั้งละ 52 บาทและดิชั้นมั่นใจว่ามันไม่ได้หมดในเดือนเดียว ... ราคาถูกไม่ต่างกับ Sheet Mask ที่ขายกันใน Watson และ Boots ... และที่สำคัญ ... มันเห็นผลค่ะ !!

คุณไม่ต้องเชื่อปอล์ก็ได้ ... แต่ปอล์อยากให้คุณเปิดใจ ...สิ่งที่ชอบ

Rejuvenating Sleeping Mask ตัวนี้ ช่วยเรื่องความชุ่มชื้นกับผิวดิชั้นได้จริง ดังนั้น ...

  • สำหรับดิชั้น ... มันเลิศค่ะ !!
  • สำหรับดิชั้น ... มันถูกค่ะ !!
  • สำหรับดิชั้น ... มันดีกว่าในทุกกรณีค่ะ !!
สิ่งที่ไม่ค่อยชอบ

  • ไม่มีค่ะ ... ดิชั้นรักคุณคนนี้ :)

อย่างที่เกริ่นไว้ข้างต้น ... ผลลัพธ์เหล่านี้เป็นความเห็นส่วนตัวของดิชั้นเท่านั้น ไม่ว่าสิ่งใด ๆ บนโลกที่เกิดขึ้นมาจะดีจะร้ายมากน้อยเพียงใด ... ดิชั้นบอกไว้คำเดียวว่า "คุณต้องเป็นคนที่ทดลองด้วยตัวเองค่ะ" ทั้งนี้ทั้งนั้น ดิชั้นก็หวังว่ารีวิวผลิตภัณฑ์เหล่านี้ จะเป็นหนึ่งในข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจสำหรับ "คุณที่อยากลองเปลี่ยน" ค่ะ ... :)

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย