Jeban's Lab เทสต์รองพื้นเนื้อเซรั่ม 5 แบรนด์ ใครพลาดไป #ร้องไห้หนักมาก!

allearth

allearth

ดู Profile

สวัสดีค่ะสาวๆ ห่างหายไปนานกันเลยทีเดียวกับ Jeban's Labของเรา เค้ากลับมาแล้วน้าา และจะไม่หายไปไหนนานๆ อีกแล้ว สัญญาาา <3

แต่สำหรับคนที่ยังงงๆ อยู่ว่าJeban's Labคืออะไรกันน้า ก็ไม่ต้องสงสัยกันแล้ว เพราะ Lab ของเราก็คือการนำไอเท็มต่างๆ ที่น่าสนใจมาทดสอบประสิทธิภาพต่างๆ ของเค้ากัน ว่าแต่ละตัวเป็นอย่างไรกันบ้าง แบบชี้ชัดๆ กันไปเลย!

อย่าง Lab รองพื้นต่างๆ จีบันของเราก็เคยนำมาทดสอบกันนะจ๊ะ ดูได้ที่ท้ายกระทู้เลย

Lab ครั้งนี้ ขอบอกเลยว่าไม่ธรรมดาแน่นอน เพราะเราขออินเทรนด์กับกระแสรองพื้นที่ดังมากๆ แบบฉุดไม่หยุดในช่วงนี้ กับ " Serum Foundation หรือว่ารองพื้นเนื้อเซรั่ม " เทรนด์รองพื้นจากฝั่งอเมริกาและยุโรปที่หลายค่ายต่างออกผลิตภัณฑ์มาให้เราเล่นกันมากมายจนทำเอางงไปหมดเลยว่า มันต่างจากรองพื้นชนิดอื่นๆ อย่างไร แล้วตัวไหนกันนะที่เหมาะกับเรา โอ๊ยยย สับสนสุดๆ จนต้อง #ร้องไห้หนักมาก TT

แต่สาวๆ จ๋า ไม่ต้องเสียน้ำตาให้กับเรื่องนี้กันจ๊ะ เพราะเอิร์ธจะมาชี้แจง แถลงไขกันแบบหมดเปลือกเลยว่า มันคืออะไร กัน?

รองพื้นเนื้อเซรั่มต่างกับรองพื้นธรรมดาอย่างไรนะ?

ปกติแล้วรองพื้นธรรมดาทั่วไป ก็จะมีให้เลือกหลายรูปแบบทั้งแบบ ลิควิด หรือครีม ซึ่งเจ้าเนื้อเซรั่มเนี่ย เค้าก็ถือว่าเป็นรองพื้นลิควิดแหละแต่ว่าเนื้อของเค้าจะบางเบากว่ารองพื้นปกติ สามารถซึมเข้าสู่ผิวได้ง่ายกว่า ให้ความรู้สึกเบาสบาย ไม่มีหนักจนแทบจะรู้สึกว่าเราไม่ได้ทารองพื้นเลยนะแต่การปกปิดนั้นก็ประสิทธิภาพเจิดไม่แพ้รองพื้นทั่วไปเลย หรือสรุปง่ายๆ ก็คือ เนื้อเหมือน เซรั่มในสกินแคร์ที่เราใช้อยู่ทั่วไปนั่นแหละจ้า

ซึ่งรองพื้นเนื้อเซรั่มที่เอามาทดสอบให้ทุกคนดูในครั้งนี้ก็มีด้วยกัน 5 ตัว ที่เพิ่งจะออกมาใหม่ล่าสุด! ในช่วงปลายปีที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้เลย ได้แก่....

ส่วนวิธีการทดสอบของเราครั้งนี้ก็ขอบอกว่า เข้มข้นมากๆ เพราะ

เราทดสอบกันถึง 6 ด่านด้วยกัน!

1. สังเกตเนื้อของผลิตภัณฑ์โดยการปาดรองพื้นลงที่แขนเปรียบเทียบกันจ้า

2. ทดสอบการปกปิดริ้วรอยโดยการทารองพื้นลงบนใบไม้ที่เปรียบเหมือนกับริ้วรอยบนใบหน้าเราจ้า ซึ่งใบไม้ที่เลือกมาจะเป็นใบไม้ที่ไม่เงามาก เน้นให้มีลักษณะคล้ายกับผิวเรามากที่สุด

3. ทดสอบการปดปิดจุดด่างดำ โดยการใช้อายไลเนอร์ทั้งสีดำ สีน้ำตาลมาแต้มที่แขนเหมือนกับเป็นจุดด่างดำบนหน้าเรา จากนั้นก็ใช้รองพื้นทาทับลงไป เพื่อดูการปกปิด

4. ทดสอบความมัน

จับ 3 นางแบบสาวแห่งบ้านจีบันมามาทารองพื้นทั้ง 5 ตัว ทีละตัว โดยที่ไม่ทาแป้งทับ จากนั้นก็ซับหน้าเป็นเวลา 3 ครั้งด้วยกันคือ

  1. หลังทาทันที
  2. หลังทารองพื้น 1 ชม.
  3. หลังทารองพื้น 3 ชม.
ช่วงระหว่างนั้นก็ใช้ชีวิตปกติทั้งทำงาน หม่ำข้าวหน้าบ้านร้อนๆ ค่ะ

ซึ่งนางแบบสาวสวยทั้ง 3 คนของบ้านจีบัน ที่เป็นตัวแทนแห่งดวงจันทร์ เอ๊ย! ไม่ใช่ ตัวแทนของผิว 3 ลักษณะ นั่นก็คือ

  1. พลอย - โปรแกรมเมอร์สาวผิวแห้ง
  2. กร - เออีบ้านสปริงมีผิวผสม
  3. เอม - กราฟิคดีไซน์เนอร์ผิวมัน

5. #ร้องไห้หนักมาก ทดสอบการติดทนและกันน้ำของรองพื้น

การกลั่นแกล้งให้บุคคลทั้ง 3 ร้องไห้! โดยการใช้น้ำตาเทียมมาหยด ให้น้ำตาลไหลออกมาเป็นสาย แล้วดูว่า รองพื้นจะหลุดไหลออกมากับน้ำบ้างหรือเปล่า โดยจะโชว์ขั้นตอนทั้งหมด 3 ขั้นคือ

  1. ร้องไห้หนักมาก : โชว์ให้เห็นถึงน้ำตาที่ไหลเป็นสาย ว่าหน้าของเราโดนน้ำจริงๆ นะ ฮืออออ
  2. ร้องไห้เบาแล้ว : โชว์น้ำตาที่เหลืออยู่ เพื่อสังเกตว่ารองพื้นจะหลุดมาผสมกับน้ำไหม
  3. หยุดร้องไห้แล้ว : โชว์ให้เห็นผิวว่ามีรอยด่างจากน้ำบ้างไหม หรือว่าผิวยังสวยเรียบเนียนเหมือนเดิม

Yves Saint Laurent - Fusion Ink Foundation

มาเริ่มกันที่ตัวแรกกับรองพื้นที่เข้ามาในไทยแค่ 100 ขวดแรกก็เป็นกระแสฮอตฮิตจนสาวๆ หลายคนถึงกับพุ่งตัวไปซื้อมาไว้ครอบครองกันเลยทีเดียว

คำเคลมของตัวนี้ก็คือ เค้าเหมือนเป็นน้ำหมึกที่จะมาเคลือบผิวหน้าของเราให้สวยเนียนยาวนานถึง 24 ชม. ให้ความรู้สึกเบาสบายเหมือนขนนก พร้อมมี SPF 18 มาช่วยปกป้องเราจากแสงแดดด้วยจ้า

ขนาด 25 ml.

ราคา 2,400 บาท

การปกปิดริ้วรอย : ปิดปิดได้พอสมควร ยังพอเห็นริ้วรอยของใบไม้อยู่บ้าง

การปกปิดจุดด่างดำ: สามารถปกปิดจุดด่างดำได้เล็กน้อย โดยอายไลเนอร์สีดำเข้มดูจางลง ส่วนสีน้ำตาลถูกกลบไปหมด

ทดสอบความมัน : ผิวแห้งแทบจะไม่มีความมันเลยหลังใช้ ส่วนผิวผสม และผิวมัน จะมีความมันมากกว่าผิวแห้งตามลำดับ แต่ก็ยังถือว่าในไม่มันเยิ้มมากค่ะ

#ร้องไห้หนักมาก :

  • สำหรับผิวแห้ง น้ำไหลออกมาเป็นสายที่แก้ม แต่ก็ไม่มีรองพื้นหลุดออกมาเลยจ้า แถมไม่ทำให้ผิวด่างด้วยน้า หน้ายังแน่นอยู่
  • ส่วนผิวผสมก็เหมือนกับผิวแห้งค่ะ คือทั้งตอนที่น้ำไหลเป็นสาย กับน้ำหยุดไหลแล้ว ก็ไม่มีรองพื้นไหลออกมาผสมกับน้ำเลยเลยค่า ผิวก็ยังเรียบเนียนสวยเหมือนเดิม
  • ผิวมันก็ไม่แตกต่างจากผิวอื่นๆ เลย ที่ไม่มีรองพื้นหลุดมาเช่นกัน หน้าก็ยังเนียนเป๊ะไม่เปลี่ยน แหมม เด็ดจริงๆ นะเนี่ย

Bobbi Brown Intensive Skin Serum Foundation SPF 40

ต่อกันด้วย รองพื้นที่เพิ่งจะจัดงานเปิดตัวไปสดๆ ร้อนๆ รองพื้นเนื้อบางเบาที่ได้แรงบันดาลใจมาจากสกินแคร์ยอดฮิตอย่าง Intensive Skin Serum ที่ช่วยรับสภาพผิวให้เรียบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมผสมสารบำรุงผิวเพื่อเติมความชุ่มชื้นและ SPF 40 ที่ช่วยปกป้องแสงแดดอีกด้วย

ขนาด 30 ml.

ราคา 2,400 บาท

การปกปิดริ้วรอย : ค่อนข้างปกปิดได้พอสมควร ยังเห็นริ้วรอยของใบไม้อยู่บ้างเล็กน้อย

การปกปิดจุดด่างดำ : สามารถปกปิดจุดด่างดำได้พอสมควร สังเกตได้จาดอายไลเนอร์สีดำเข้มดูจางลง ส่วนสีน้ำตาลถูกกลบจนหมด

ทดสอบความมัน : สำหรับผิวแห้งช่วงที่ซับหน้าหลังจากทารองพื้นทันที พบว่าไม่ค่อยมีความมันเลย ส่วนผิวผสมและผิวมัน จะค่อนข้างเยิ้มพอสมควร แต่หลังจากผ่านไป 1 ชม. เมื่อรองพื้นเริ่มเซ็ตตัว ความมันก็จะลดลงเลย ส่วนหลังจากทา 3 ชม. ก็จะยังมีความมันเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจ้า

#ร้องไห้หนักมาก :

  • ผิวแห้ง เนื่องจากน้องแบบของเราผิวค่อนข้างแห้งมาก จึงมีเนื้อรองพื้นหลุดมาผสมกับน้ำเล็กน้อย ตอนที่น้ำไหลผ่านหน้า แต่พอซับหน้าแล้วก็พบว่าผิวก็ยังสวยเรียบเนียน ไม่เป็นรอยด่างค่า
  • ผิวผสมนี่ไม่มีเนื้อรองพื้นหลุดมาผสมกับน้ำเลยซักช่วง ถึงน้ำจะไหลรุนแรงแค่ไหนหน้าก็ยังสวยเนียนอยู่
  • ผิวมันคล้ายกับผิวผสมเลยคือต่อให้น้ำไหลเป็นสายก็ไม่มีเนื้อรองพื้นหลุดมาผสมกับน้ำเลย และผิวยังเนียนสวยเหมือนกัน

Sephora Teint Infusion Ethereal Natural Finish Foundation

รองพื้นตัวนี้ใหม่สุดๆ เพราะเค้ากำลังจะวางขายในไทยช่วงปลายเดือนนี้พอดี จุดเด่นที่เค้าเคลมมาก็คือ เรื่องของเนื้อที่บางเบา เมื่อทาไปแล้วก็จะเคลือบลงบนผิวให้เรียบเนียน แต่ไม่หนาหนักจนเกินไป ให้ผิวที่เป็นธรรมชาติค่ะ

ขนาด 20 ml.

ราคา Coming Soon

การปกปิดริ้วรอย : ค่อนข้างปกปิดได้ดี แต่ก็ยังพอเห็นริ้วรอยของใบไม้อยู่บ้างเล็กน้อย

การปกปิดจุดด่างดำ : สามารถปกปิดจุดด่างดำเล็กน้อย ยังเห็นจุดของอายไลเนอร์สีดำ

ทดสอบความมัน : สำหรับผิวแห้งจะมีความมันแค่นิดเดียวจนแทบจะไม่มันเลย ไม่ว่าจะซับในช่วงเวลาไหนๆ ส่วนผิวผสมและผิวมัน จะมีความมันเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในปริมาณที่ไม่ต่างกันมากจ้า

#ร้องไห้หนักมาก :

  • ผิวแห้ง แหมรองพื้นเนื้อเซรั่มนี่มันเนียนจริงๆ เพราะทดสอบกันมาถึง 3 ตัวแล้วแต่ผลของตัวนี้ก็พบว่าไม่มีรองพื้นไหลมาผสมกับน้ำเลยจ้า และหลังจากร้องไห้ หน้าก็ไม่เป็นคราบค่ะ
  • ผิวผสมก็ไม่ต่างอะไรจากผิวแห้งเลยค่ะ เพราะรองพื้นสามารถกันน้ำได้ดีเลยทีเดียว ไม่ไหลมาผสมกับน้ำ แล้วก็หน้ายังสวยเป๊ะอยู่เลย นอกจากนี้ยังสังเกตได้อีกอย่างก็คือน้ำจะเป็นหยดๆ อยู่ที่หน้าเพราะเนื้อรองพื้นกันน้ำอยู่ น้ำจึงไม่ซึมไปที่ผิว เหมือนเวลาที่ใบไม้หยดใส่น้ำ
  • ผิวมันคล้ายกับทั้ง 2 ผิวที่เล่ามาตอนแรกเลยจ้า คือไม่มีเนื้อรองพื้นหลุดมาผสมกับน้ำเลย กันน้ำสุดๆ และ ถึงรูปของผิวมันจะไม่มีหยดน้ำที่หน้า แต่น้ำที่ตรงแก้มก็มีรอยน้ำเกาะอยู่เป็นสาย พอซับแล้วผิวยังเด้งสวยเหมือนกัน

Laura mercier Smooth Finish Flawless Fluide

อีกตัวหนึ่งที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้นั่น เพราะหลายคนชื่นชอบแล้วก็รอคอยที่จะเล่นกัน ด้วยคุณสมบัติที่เค้าเคลมมาว่า "มากกว่า คำว่า บางเบา" แต่ให้ผิวที่เนียนเรียบอย่างน่ามหัศจรรย์ พร้อมควบคุมความมัน 12 ชั่วโมง

ขนาด 30 ml.

ราคา 1,700 บาท

การปกปิดริ้วรอย : สามารถปกปิดใบไม้ได้พอสมควร แต่ก็ยังพอเห็นริ้วรอยของใบไม้อยู่

การปกปิดจุดด่างดำ : สามารถปกปิดจุดด่างดำได้ดีพอสมควรจ้า เพราะยังเห็นจุดของอายไลน์เนอร์สีดำอยู่บ้าง แต่อายไลน์เนอร์สีน้ำตาลถูกกลบไปหมดแล้วจ้า

ทดสอบความมัน : สำหรับผิวแห้งจะมีความมันเพิ่มขึ้นตามช่วงเวลาแต่ก็ยังถือว่าไม่มันมาก ส่วนผิวผสมและผิวมันก็เหมือนกับผิวแห้งค่ะ คือจะมีความมันเพิ่มขึ้นเล็กน้อยตามช่วงเวลาจ้า

#ร้องไห้หนักมาก :

  • ผิวแห้งก็ได้ผลไม่ต่างจากรองพื้นตัวอื่นๆ เลยค่ะ ตอนที่กำลังจะหยุดร้องน้ำจะเป็นหยดเกาะอยู่ที่หน้าเหมือนใบไม้ที่กันน้ำได้ดี ทำให้ไม่มีรองพื้นไหลมาผสมกับน้ำและหน้าไม่มีรอยด่างค่ะ
  • ผิวผสมก็ได้ผลไม่ต่างกับผิวแห้งอีกแล้วจ้า ผลนี่เหมือนกันเป๊พเลยคือไม่มีรองพื้นไหลมาผสมกับน้ำเลยจ้า แต่สำหรับตัวนี้หน้ายังคงใสเด้งอยู่
  • ผิวมันคล้ายกับทั้ง 2 ผิวที่เล่ามาตอนแรกเลยจ้า คือไม่มีเนื้อรองพื้นหลุดมาผสมกับน้ำเลย กันน้ำสุดๆ และผิวยังเนียนสวยเด้งเหมือนกันค่าา

NARS All Day Luminous Weightless Foundation

ปิดท้ายกันด้วยรองพื้นที่เรียกเสียงฮือฮาได้ไม่แพ้ตัวอื่นๆ ที่ถึงเค้าจะไม่ได้ออกตัวอรงว่าเป็น รองพื้นเนื้อเซรั่ม แต่คุณสมบัติของเค้าก็เข้าค่ายเทรนด์นี้ ทั้งเนื้อที่บางเบา ลื่น เกลี่ยง่าย แต่ติดทนนานกันแบบ All Day สามารถปกปิดได้ดี เผยผิวสวยอย่างเป็นธรรมชาติจ้า

ขนาด 30 ml.

ราคา 1,850 บาท

การปกปิดริ้วรอย : สามารถปกปิดใบไม้ได้ดีเลย ริ้วรอยของใบไม้ดูจางลงไปเลยจ้า

การปกปิดจุดด่างดำ : สามารถปกปิดจุดด่างดำได้ดีเลยจ้า เพราะอายไลเนอร์สีน้ำตาลถูกกลบจนมิดเลยจ้า ส่วนอายไลเนอร์สีดำก็จางลงไปเยอะเลยจ้า

ทดสอบความมัน : สำหรับผิวแห้ง ผลออกมาเป็นเหมือนเดิมกับหลายๆ ตัวอีกแล้วจ้า คือมีความมันเพิ่มขึ้นตามระยะเวลา แต่ก็มีความมันในปริมาณที่น้อยมากจ้า ส่วนผิวผสมและผิวมัน มีน้ำมันติดออกมาเพิ่มขึ้นตามระยะเวลาเหมือนกัน แต่สำหรับตัวนี้แอบมีรองพื้นติดออกมากับกระดาษด้วยเล็กน้อย

#ร้องไห้หนักมาก :

  • ผิวแห้ง แอบสังเกตว่าหลังจากทารองพื้นแล้วหน้าจะเป็นขุยนิดๆ ทำให้เวลาที่ทำไหลออกมา จะไหลเป็นสายเลย ไม่ตกค้างเป็นหยดๆ เหมือนตัวอื่นๆ และพบว่ามีรองพื้นหลุดออกมาผสมกับน้ำเล็กน้อย จึงทำให้หน้าแลดูเป็นคราบจ้า
  • ผิวผสม ได้ผลลัพธ์คล้ายกับพลอยที่ผิวแห้งเลย เพราะเวลาที่ทำไหลออกมา จะไหลเป็นสายเลย ไม่ตกค้างเป็นหยดๆ และมีรองพื้นหลุดออกมาผสมกับน้ำเล็กน้อย จึงทำให้หน้าแลดูเป็นคราบแต่ไม่เห็นชัดเจนเท่าผิวแห้งค่ะ
  • ผิวมันก็ได้ผลไม่ต่างจากผิวแบบอื่นๆ เลยค่ะ คือมีเนื้อรองพื้นไหลมาผสมกับน้ำอยู่เล็กน้อย จนทำให้ผิวดูเป็นคราบนิดนึงค่า

เต็มอิ่มกันมั้ยจ๊ะ กับ Jeban's Lab ในครั้งนี้

ซึ่งเอิร์ธก็จะขอย้ำกันอีกซักนิดว่า การทดลองนี้เป็นการทดสอบง่ายๆ ด้วยวิธีที่เอิร์ธคิดขึ้นมาเองนะจ๊ะ และผิวของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันด้วย ความจริงไม่ใช่แค่ผิวนะ แต่ความชอบของแต่ละคนก็ต่างกันด้วย

ดังนั้นรองพื้นทั้ง 5 ตัวที่เอามาทดสอบกันในครั้งนี้ ขอบอกเลยว่าดีพอๆ ทุกตัวในแง่ปกปิดเบาบาง ดูเป็นธรรมชาตินะคะ ส่วนจะเลือกตัวไหนนั้นก็ขึ้นอยู่กับความชอบของสาวๆ แต่ละคนจ้า (:

หรือถ้าใครอยากจะหาข้อมูลเพิ่มเติมก็สามารถเข้าไปดูได้ที่ User Review ได้เลยน้า นอกจากรองพื้นทั้ง 5 นี้ ก็ยังมีข้อมูลตัวอื่นๆให้ทุกคนได้ดูกันเพียบเลย

หรือใครอยากจะดู Lab ครั้งก่อนทั้ง 2 version ก็สามารถคลิกไปดูกันโลดด

แล้วครั้งหน้าเอิร์ธจะเอาอะไรมาทดสอบให้ทุกคนได้ดูกันอีก ต้องห้ามพลาดเลยนะคะ

แล้วเจอกันค่าาาาาาาา

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย