Review แต่งหน้าผู้ประกาศข่าว หรือลุคหน้าแน่นและแบบผมสวยๆ จ้า ^^

Beautydewiz

Beautydewiz

ดู Profile



ก่อนอื่นแนะนำตัวเองก่อน เราชื่อบิวตี้นะคะ ไม่รู้ว่าสาวๆ jeban จะเคยเห็นหน้าค่าตากันมาก่อนหรือเปล่า 



เราทำงานเกี่ยวกับวงการบันเทิง-สื่อ เป็นผู้ประกาศข่าว พิธีกร MC event นักร้อง นักดนตรี แล้วก็เคยเป็นหนึ่งในสาวโสดใน take me out Thailand season3 (นานโฮก 555) ไม่รู้มีใครเคยเห็นเราในทีวีหรือตามร้านอาหารที่เราร้องเพลงบ้างหรือเปล่า หรือเราอาจจะเคยไปร้องเพลงในงานแต่งงานของคุณ ถ้าเคยเห็นหรือจำกันได้ คอมเม้นต์ทักทายกันได้นะคะ ^_^



ok เรามาเริ่มรีวิวกันเลยดีกว่าค่ะ ปกติเวลาไปทำงาน บางที่ก็มีช่างแต่งหน้าให้ บางที่ก็ไม่มี หรือบางที่มีก็แต่งไม่ถูกใจ โดนช่างแต่งหน้า-ช่างทำผมฆ่ามาบ่อยแล้วค่ะ (แต่งหน้า-ทำผมไม่เข้ากับหน้า/หน้าแก่ หรือปลวกไปเลยก็มี เส้า T_T)  



"ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน" 



วันนี้เราจะมาโซโล่ให้ดูกันค่ะ ไปกันเล้ยยยยย 


เริ่มจาก Before & After 






1. before แบบจริงๆ ไม่อิงนิยาย ฆ่าตัวตายสุดๆ 

2. After หลังจากแต่งหน้าเสร็จ

3. After หลังจากทำผมเสร็จ



เดี๋ยวเราไปติดตามแต่ละขั้นตอนกันค่ะ  



 
งานตา


 


 


เราเป็นคนตาสองชั้นแบบไม่เท่ากันค่ะ อายุเริ่มเยอะ หนังตาเริ่มห้อย ก็เลยต้องพึ่งสติกเกอร์ติดตาสองชั้นค่ะ เราจะแนะนำว่า ยี่ห้อ Malain เวิคนะคะเทอออ ราคาไม่แพง หาซื้อได้ตามตลาดนัด(แต่ต้องเป็นสีใสนะ ไม่ใช่สีเนื้อที่ขายกันเยอะๆ คือ แผ่นที่แปะสติ๊กเกอร์ จะเป็นแผ่นใสอ่ะค่ะ แต่หายากอ่ะ เราตามหาอยู่นานมากกกกกก กับยี่ห้อที่ขายในไดโซะสีเนื้อ ก็โอเริ่ดอยู่  แต่อีกยี่ห้อที่เป็น 3D อะไรนั่นไม่เวิคสำหรับเรา 





 


อ่ะไปดูความแตกต่างกัน


 



จะสังเกตได้ว่าตาข้างซ้ายเราเห็นชั้นตาได้ชัดขึ้น แต่ก่อนเราติดข้างเดียว แต่เดี๋ยวนี้ติดสองข้าง เพราะอยากแบ๊ว อิอิ





PS ต้องติดตอนหน้าสดเท่านั้นนะคะ อย่าเพิ่งลง skin care/ รองพื้นใดๆ  คือ ล้างหน้า เช็ดลำสี ปาด toner รอแห้ง แล้วติดเลยค่ะ เพราะถ้าติดตอนลง skin care/ รองพื้นแล้ว สติ๊กเกอร์จะไม่ค่อยติด หรือ หลุดง่ายค่ะ




งานฉาบหน้า/รองพื้น



คือจริงๆแล้วหลายๆคนคงต้องทาครีมกันแดดกันใช่ไหมคะ แต่สำหรับเรา ไม่ค่ะ เพราะเราเป็นคนเป็นสิวง่าย หน้ามัน หนังหน้าไม่ดี สิวขึ้นทีละเป็นหลุม รอยแดงสามชาติกว่าจะหาย 



คือเคยคุยกับคุณหมอ คุณหมอบอกว่า สาเหตุนึงของการเกิดสิว มาจากครีมกันแดดเนี่ยแหละค่ะ เค้าบอกว่า ครีมกันแดดประสิทธิภาพจริงๆ กันได้แค่ 4-5 ชม แต่เราออกจากบ้านตั้งแต่เช้ายันมืด(เพราะร้องเพลงกลางคืนด้วย) สารกันแดดที่หมดสภาพไปแล้ว ไม่ได้ช่วยอะไรแถมยังคงความมันค้างอยู่ในผิวด้วยค่ะ  เราเลยบายกับครีมกันแดดไปเลย  หมอบอกว่าให้พกร่ม หรือจริงๆ แค่กระดาษแผ่นเดียวมาบังหน้าไม่ได้แดดโดนหน้าแค่นี้ก็พอแล้วค่ะ เค้าบอกว่าเราโดนการตลาด โฆษณาเล่นงาน ปลูกฝังความเชื่อแบบผิดๆ   เอาเป็นว่า นานาจิตตังละกันนะคะ บอกไว้เป็นข้อมูล ^_^ 



มาดูผู้ช่วยของความสวยงามกันดีกว่าค่ะ 


 

ท้าดาาาาา ผู้ช่วยความงามของเราในวันนี้(และหลายๆวัน) ของเราได้แก่

 

1. ฺBase KISS ค่ะ ตัวนี้คุมมันเริ่ดดดดดดดดดดดดดด ราคา 600 กว่าบาท (ร้านหิ้ว) ตัวนี้มี spf 26 ด้วย ก็กันๆแดดกันไปในตัว 

2. รองพื้น Estee double wear ตัวนี้ก็เริ่ดดดด อีกเช่นเดียวกัน เป็นลูกรักที่สุด แต่เหมาะกับงานที่ต้องการลุคแน่น ลุคเป๊ะ งานเนี๊ยบ เช่น ดารา ออกอีเว้นท์ งานรับปริญญา งานแต่งงาน แนะนำเลยค่ะ คุมมันเริ่ดเฟ่อ แต่หน้าจะดูโบกๆ หน่อยนะคะ เหมือนฉาบหน้าไปเลยอ่ะค่ะ เริ่ดอีกอย่างคือ เราไม่แพ้ เย้ๆๆๆ ราคาประมาณ 1600 บาทใน shop 

3. concealer 3 หลุมของ Oriental Princess ราคา 199 มั้ง ไม่รู้จำไม่ได้ ปกติไม่ค่อยหยิบมาใช้ แต่วันนี้ดันใช้แล้วก็เอามาถ่ายรูป แล้วก็ fail -.- คือปกติเราไม่ใช้ไง พอจะมารีวิวลองใช้ดูหน่อย เอามาปาดใต้ตาปุ๊ป รองพื้น estee เราหลุดเลยจ้า สงสัยต้องใช้แปรงช่วย(รึเปล่า?) ช่างมัน เอาเป็นว่า ถ้าใครจะใช้ ตัวนี้ก็ใช้ได้ ในราคาน่ารักๆ สบายกระเป๋า คุณภาพเหมาะสมกับราคา 

4. แปรง buffing blush ของ real technique  แปรงนี่เป็นตัวช่วยสำคัญจริงๆนะคะ ให้รองพื้นที่เราทาดูเรียบเนียนดูดี  ใครยังไม่มีไปหาครอบครองซะ!! แล้วจะหาว่า พี่ไม่เตือน หุหุ ฮ่าๆๆ 



เราจะบอกว่าแปรงของ RT เรามีหมดเลย ทั้ง core collection ทั้งแปรงปัดแก้ม แปรงปัดแป้ง ชุดทาตา ขาด spong อย่างเดียวนี่แหละ เค้าว่า sponge ก็เริ่ด ใครเคยใช้ทั้งแปรงทั้ง sponge มาแนะนำหน่อยนะคะ ว่าอันไหนเริ่ดกว่ากัน 



5. แป้งฝุ่น luara สี translucent ด้วยค่ะ ลืมถ่าย แหะๆ 


เราไปดูกันดีกว่าค่ะว่าผลลัพท์ออกมาเป็นไง 




ขอลงรูปใหญ่หน่อยนะคะ อย่าตกใจกลัวเค้าล่ะ >.< จะให้เห็นความแตกต่าง ครึ่งนึงลงรองพื้น กับอีกครึ่งนึงยังค่ะ จะเห็นได้ว่า หน้าสดจะแดงๆ หน้าฝั่งลงรองพื้นจะเหมือนฉาบๆไปเลย แล้วแต่คนชอบนะคะ รองพื้นตัวนี้จะไม่ได้ natural look นะคะ คืองานหนา เนี๊ยบค่ะ



 
งานคิ้ว

 

ผู้ช่วยของเราคือ


1. ดินสอสีน้ำตาลแดงจาก beauty buffet ใช้มาเป็นแท่งที่ 5 จริงๆใช้แท่งนี้แท่งเดียวก็พอแล้วนะคะ ราคาประมาณเหยียบๆ 300 อ่ะค่ะ

2. สีเขียนคิ้วจาก nice shop ซื้อตามตลาดนัด 50 บาท เห็นเค้าว่าดี+ช่างแต่งหน้าแนะนำเลยไปหาซื้อมา สีชัด สีแน่น เอาไว้เกลี่ยๆ เติมๆหัวก็ได้ค่ะ




1. วาดกรอบคิ้ว โดยเว้นช่วงหัวไว้ค่ะ

2. เอาฝั่งแปรง มาปัดๆ โดยวิธีการปัดของเรา ไม่ได้ปัดปรืดๆ นะคะ  แต่เป็นการค่อยๆกด ไล่ๆ เกลี่ยๆค่ะ ส่วนช่วงหัวคิ้วก็ให้เบามือหน่อยนะคะ

3. เปรียบเทียบทั้ง 2 ข้างค่ะ



จริงๆเราก็เขียนคิ้วไม่ค่อยเป๊ะนะคะ ไม่ค่อยคมเท่าไหร่ น่าจะเป็นเรื่องของความคมของหัวดินสอด้วย  วันนี้เลยออกมาได้เท่านี้อ่ะคะ แหะๆ



บิวตี้สไลด์คิ้วด้วยนะคะ มันจะไม่ใช่สัก 3 มิติ คือถ้าสักมันจะติดตัวไปเลยใช่มั้ยคะ  บิวตี้เลยเลือกสไลด์แทน เพราะปี-2ปีมันก็จะหายไปแล้วอ่ะค่ะ แล้วก็ต้องไปสไลด์ใหม่ ที่ทำแบบนี้เพราะว่า บิวตี้เคยไปเป็นพิธีกรงานนึงสัมภาษณ์อาจารย์เรื่องโหวงเฮ้งหน้าอ่ะค่ะ เค้าบอกว่า พวกที่ชอบไปสักคิ้ว พอแก่ไปแล้วคิ้วก็ห้อย คิ้วก็ตก ทำให้โหวงเฮ้งไม่ดี เลยไม่กล้าสัก



แต่เอาจริงๆ เราแอบเสียดายตังนะ ตั้ง 4000 (ไม่รู้ขึ้นราคารึยังนะคะ) สุดท้ายก็ต้องเขียนคิ้วเองอยู่ดี  ร้านที่บิวตี้ทำอยู่ที่ยูเนี่ยนมอลล์ ร้านดูสภาพไม่ได้ไฮโซอ่ะค่ะ มีเตียงสระผมและก็มีเครื่องสัก  ร้านนี้พริตตี้ทำกันเยอะค่ะ ได้ข่าวมาอีกทีเหมือนกันเลยไปทำดู





 
งานเปลือกตา

 

ผู้ช่วยของเราคือ 


ขออนุญาติเรียงตามลำดับวิธีการใช้นะคะ 



 


1. ลง Primer ของ Kate ทั่วเปลือกตาก่อน ราคาประมาณ 450 บาท+ มีให้เลือก 2 แบบ แบบมีกลิตเตอร์กับไม่มี   ของดี อายแชร์โดว์ติดทน แต่การใช้งานลำบาก เพราะ ถ้าใช้นิ้วปาด เวลาเล็บยาวมันจะใข้ไม่ได้อ่ะค่ะ อาจต้องเอาแปรงปาดเอา แต่ผลลัพท์ที่ออกมาจะไม่เวิคเท่าเอานิ้วปาด เห็นเค้าว่า Too face ดี จะรอสอยอยู่ แต่อันนี้ไม่หมดสักที ใช้งานได้นานมากๆๆๆๆ เลยค่ะ 

2. eye palette สุดฮิตอย่าง Naked 3 ...เราใช้สีที่ 6 (trick) กับสีสุดท้าย (blackheart) ซึ่งสามารถทดแทนได้กับ KMA รุ่นนี้ ราคาจำไม่ได้แต่ไม่แพง สีจะอ่อนกว่า Trick หน่อยนึง แต่จะน้ำตาลอ่อนลุคใสๆกว่า  ส่วน blackheart ก็เอาสีน้ำตาลและดำผสมกัน  ทาตาโทนนี้สามารถแต่งได้ทุกวันค่ะ  ถ้าไม่อยากซื้อ naked ก็ลองเอา KMA เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกก็ได้ค่ะ 






3. บรรดาแปรงหัวต่างๆ ที่แตกต่างกันออกไป


4. ดินสอเขียนขอบตา จาก KMA อีกเช่นเดียวกันค่ะ  



เราเป็นคนนีงที่ตาแพ้ดินสอเขียนขอบตา เคยใช้ in2it ที่เค้าว่าดีก็แพ้ ลองมาใช้ตัวนี้ดูไม่แพ้ค่ะ ลองดูนะคะ เผื่อเป็นอีกทางเลือกค่ะ

 





 


ขั้นตอนการแต่ง

1. ทา primer ทั่วเปลือกตา และทาสี trick ลงไปกลางตา เว้นหัวตา 

2.  คัดเบาด้วยสี blackheart 

3. หลับตาแล้วจะเป็นแบบนี้

4. ลืมตาจะเป็นแบบนี้ 

5. เอาสีน้ำตาลของ KMA ทาใต้ขอบตา โดยใช้แปรงหัวกลมๆ 

6. ลักษณะที่ได้หลังทาเสร็จ

7. เขียนขอบตาด้วย KMA  และเอาแปรงหัวแบนมาจิ้มสีขาวชมพูมุขจาก KMA มาทาหัวตาทั้งข้างล่างและบนหัวเปลือกตา (ที่เมื่อกี้เว้นไว้)



 


 

งานตาฟรุ้งฟริ้ง กะดุ๊งกะดิ๊ง



 
1. ขนตายี่ห้อ "บอกต่อ" โอ้ยยย คุณเทอขาาาา เริ่ดอีกแล้วค่ะ ขนตาจากจีน ฮ่องกงอะไรทั้งหลายเหล่ มาเจอขนตาไทยยี่ห้อนี้ บอกได้เลยว่า เริ่ดลืมจ่ะ  ด้วยลักษณะของบอกต่อ ที่จะโค้งงอน เด้ง ไม่ทิ่มลง เราเลยเป็นแฟนของบอกต่อมีเป็นสิบๆกล่องเลยจ่ะ ส่วนเบอร์นี้ที่เราใช้คือ P-048 ค่ะ 



2. ถ้าอยากจะฟรุ้งฟริ้งจัดเต็ม ต้องปัดๆๆๆๆๆมาสคาร่าเข้าไปเยอะๆนะคะ โดยเฉพาะขนตาล่าง เอาให้แน่น ซึ่งมีตัวช่วย 2 ตัวคือ 

2.1 ของลอริอัล รุ่นนี้ จะปัดแล้วยาว เรียงตัวดี

2.2 รุ่นอ้วนดำของเมเบอลีน อันนี้เอาไว้ปัดรอบ 2 จะทำให้ขนตาหนาาาขึ้นไปอีก ถ้าไม่อยากติดขนตาล่าง ปัดๆๆๆๆมันเข้าไปค่ะ 



3. ที่ดัดขนตาของ shisedo อันนี้ก็เริ่ดพอๆ กะ shu แต่เราว่า shi ดีกว่านะ มี refill แถมด้วย 400 กว่าบาทร้านหิ้ว หนีบให้ขนตาเด้งๆ ก่อนปัดมาสคาร่าและติดขนตาจ้า 



4. อันนี้ลืมถ่ายรูปลงไป  

4.1 eye liner ของ Lifeford ถือว่าโอค่ะ ใช้มาเกือบ 10 แท่งแล้ว 

4.2 กาวติดขนตา duo สุดโด่งดัง คือ ติดทน แน่นนาน จริงๆ  แต่เราถามคนใช้ duo หน่อยสิคะ กลิ่นมันเหม็นเค็มๆ ป่ะ  เราเคยคิดว่าของเราเสีย พอไปซื้อใหม่ กลิ่นเหมือนกันเลย แต่เราซื้อร้านเดิมนะ  เลยอยากจะรู้ว่าของคนอื่นเหม็นเค็มๆ มั้ยคะ 

 

งานฟรุ้งฟริ้งมาแบ้วววววววววววว
1. กรีด eye liner 

2. ปัดขนตาแน่นๆ

3. ติดขนตา



สเตปนี้เป็นสเตปที่ต้องจัดหนักๆนะคะ เพื่อความแน่น ความฟูค่ะ ขั้นตอนนี้เป็นคีย์เวิร์ดสำคัญที่จะทำให้ตาดูโตเลยนะคะ



 




งาน contour/ hilight/ ปัดแก้ม/ ไล้ดั้ง

 




1. ตัว shading หน้า 2 ยี่ห้อ 

1.1 อันใหญ่จะให้ความ glow 

1.2 อันเล็กของ catrice จะให้ความแมท



2. แป้ง stay matte เราเอามา hilight ใต้คิ้ว ใต้ตา ร่องแก้ม 



3. แปรง มี 2 อัน คือ 

3.1 แปรงหัวแบนปลายปาด เพื่อเอาไว้รับกับความโค้งคิ้ว

3.2 contour blush จาก RT เอาไว้ shading กรามละกรอบหน้า 



4. ที่ปัดแก้ม ของ MTI เพราะมีทุกสี ผสมกันได้ อยากได้แดงหน่อยก็ปัดเข้มหน่อย ถ้าระเรื่อๆก็ผสมกับชมพูอ่อน

5. ที่ปัดแก้มของ KMA  ที่เราไม่ใช้ RT ปัดทั้งๆที่มีเพราะ เราหน้าเล็ก แปรง RT เวลาปัดแล้วแอบใหญ่ไปหน่ยสำหรับหน้าเราค่ะ  คุณภาพไม่ได้เริ่ดนะคะ ไม่ได้นิ่มเท่า RT แต่ size มันได้แค่นั้นเอง

 


โอเคไปดูกันเลยค่ะ ^^




1. ปัดแก้ม

2. ปัด catrice ลงบริเวณกราม

3. ไล้ดั้งด้วย catrice 

4. เอาตัว glow ปัดๆ บริเวณที่เรา shading ซ้ำเบาๆ อีกทีค่ะ และก็ปัดๆ ทั่วหน้าด้วย เพราะเราอยากให้หน้าเราแทนๆหน่อยค่ะ เวลาเข้ากล้อง หน้าจะได้ไม่วอก ลอย ^^





งานปาก

 


ด้วยความขี้เห่อ เราไปเพิ่งไปสอย wet n wild มา ราคาแท่งละ 130 บาท สี think pink กับสี peachy 






ด้วยความเห่อ เราเลยจับทั้งสองสีมาผสมกันเลยดีกว่าาาาาาา ได้ออกมาเป็นแบบนี้ 




เกร๋ๆ 







และนี่ก็คือ Before และ after ไฟในห้อง








ไฟแดด + ปล่อยผมไปก่อน




 


 



งานผม (ช่างที่ช่องทำให้นะคะ) เผื่อใครอยากเอาไปเป็นแบบผม

 






ด้านหน้า/ด้านหลัง








ด้านซ้าย-ด้านขวา 








เมื่อเสร็จเรียบร้อยก็จะเป็นแบบนี้  ^^ 






และในจอก็จะเป็นแบบนี้ 




เย้ๆๆ จบแล้วกับการรีวิว 

ขอบพระคุณทุกท่านสำหรับการติดตามรับชม สำหรับวันนี้ลากันไปก่อน บายยยยย



คราวหน้ามีอะไรมารีวิวอีกอย่าลืมติดตามด้วยนะคะ ^^ 




 



 





 







 

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย