[Powder-Review] 12plus Miracle Double Aura Lucent BB Powder

greenmelon

greenmelon

ดู Profile









เนื่องจากได้ไปร่วมกิจกรรม workshop กับทาง 12plus มาเมื่อวาน



เลยได้ของเล่นใหม่มาจำนวนมหาศาลลองดูจากสมาชิกท่านอื่นที่นำมาโพสได้จ้า



แต่นางเอกของงานนี้ก็คงเป็นแป้งตัวนี้แหละค่า



"12plus Miracle Double Aura Lucent BB Powder SPF25 PA++"



เออก็ไม่ค่อยเข้าใจนะทำไมเครื่องสำอางค์มันต้องตั้งชื่อยาวๆกัน เหอะ ๆ ๆ















อันนี้คุณสมบัติตามที่ทางแบรนด์ได้บอกสรุปง่ายๆเป็นภาษาชาวโลก คือ



- เนื้อแป้งช่วยกระจายแสง ให้หน้าเปล่งประกาย มีประกายวิงค์ผสมในเนื้อแป้ง (จะเป็นหลอดไฟมั้ยเนี่ยยย)



- ควบคุมความมันและติดทนนาน 10 ชม.



- มีวิตามิน C&E บำรุงผิว



- ผสม BB cream และกันแดด















ส่วนผสมในเนื้อแป้งไม่มีน้ำหอมด้วย ถูกใจ 555















หน้าตาตลับเป็นแบบนี้ค่ะ บอดี้ทรงเดียวกับรุ่น photogenic 



แต่เปลี่ยนสีให้ออกแนวเซเลอร์มูน สงสัยใช้แล้วจะแปลงร่างได้ ว๊ากกกกกกก 555



ตลับแป้งมีสองชั้นด้านล่างเอาไว้ใส่พัฟฟ์ มีรูระบายอากาศด้วย



ไม่ต้องกังวลเรื่องพัฟชื้นและมีราขึ้น (เคยมาแล้วตัดใจทิ้งไปทั้งตลับ 555)















เทียบเบอร์แป้งทั้งสองสีนะคะ



C1 จะออกแนวขาวชมพู ๆ



C2 เป็นโทนกลาง ๆ เข้มกว่าและออกโทนเหลืองมากกว่า















ลองเทสเนื้อแป้งลงบนผิวนะคะ เนื่องจากเราอันเดอร์โทนผิวเหลืองงงง



จะเห็นเลยว่าเบอร์ 2 มันกลืนกับผิวเรามากกว่าเบอร์ 1 ซึ่งจะดูลอย ๆ



เรืองเนื้อแป้งก็ไม่หนักมากนะ ออกแนวบางเบามีประกาย แต่ก็ไม่บางเหมือนแป้งอัดแข็ง















ขอแสดงความเสียใจกับท่านใดท่ชอบผิวแมทไร้ประกายเพราะรุ่นนี้มันวิงค์ๆจ้า



เป็นวิงค์ประกายเงินละเอียดๆ แต่ก็ผสมเยอะอยู่เหมือนกันนะเนี่ย















อันนี้ลองปาดแป้งลงบนหนังหน้าโทรม ๆ ได้ผลลัพธ์ออกมาดังภาพเรยยย



แป้งปกปิดในระดับปานกลางยังไม่เนียนเทพเท่าแป้ง cezanne



สังเกตได้ว่าหลังทาแป้งหน้าจะดูใสขึ้นไม่หมองเหมือนก่อนทา



เนื้อแป้งช่วยกระจายแสงได้ดีตามคุณสมบัติที่เขียนไว้



ส่วนตัวประกายถ้าอยู่กลางแดดหรือที่สว่างๆมันเห็นประกายเป็นเกล็ดๆเลย - -"



ลุคที่ได้จะออกแนวดิวอี้หน้าเงาๆหน่อยแบบที่หลายๆท่านเห็นแล้วขัดใจ



แต่ส่วนตัวชอบลุคที่ดูเงาๆนิดนึงมากกว่าหน้าแบบเรียบแมทดูแห้งๆนะ















ภาพด้านซ้ายเป็นภาพหลังทาหน้าจะผ่องๆเงาๆไม่ได้แห้งแมท



จากนั้นก็มาทดสอบว่ามันก็ติดทนนานควบคุมความมันมั้ยนั่งรอไป 4 ชม.



และก็ได้ผลปรกฎออกมาดังภาพด้านขวาเลยค่ะ



สังเกตได้ชัดว่าแป้งสีดรอปลงออกแนวกลืนไปกับสีผิวเดิมของเรา



และก็ไม่ได้ควบคุมความมันอะไรนักอาจจะเป็นเพราะแป้งเป็นแบบประกายด้วย



เลยทำให้หน้ายิ่งดูเงาไปกันใหญ่ บางคนเห็นแล้วอาจจะไม่ชอบ



แต่ส่วนตัวเราโอเคนะ ชอบหน้าที่ดูเงา ๆ มีมิติแบบนี้มากกว่าหน้าขาวๆแมทๆ



ตอนลองเติมแป้งแบบไม่ได้ซับมันก่อน (ขี้เกียดง่ะ) ก็ไม่เป็นคราบนะผ่านนน







ปล.อย่าไปใส่ใจคิ้วนะคะไม่ได้เขียนนอนอยู่บ้านง่ะ 555















อันนี้เทียบเนื้อแป้งกับรุ่นเก่าที่มีประกายเหมือนกันค่ะ



สังเกตได้ว่ารุ่นใหม่จะประกายละเอียดกว่าและน้อยกว่ารุ่นเก่า



รุ่นเก่านี่ทาทีเหมือนเอาหน้าไปจุ่มกากเพชรมาเลย เว่อร์เกิ๊นนนน















เทียบสีแป้งเบอร์ 2 ของรุ่นที่เคยใช้นะคะ



รุ่นใหม่และรุ่นวิงค์จะออกโทนส้มกว่าผิวเราไปนิดนึง



ส่วนรุ่นออริจินอลจะออกโทนส้มชมพูเวลาเราทาจะลอยๆ



รุ่น cc เนื้อแป้งจะเหลืองที่สุดแต่ก็ยังแอบขาวกว่าผิวเราประกอบกับมันหนาด้วย







สรุปเลย!!



แป้งตลับนี้เหมาะกับคนที่ชอบผิวเงาๆลุคดิวอี้ เนื้อแป้งเบาไม่หนักหน้า



แต่ก็ปกปิดได้ไม่เนียนกริ๊บ และไม่ค่อยคุมมันเท่าไหร่



และใครที่ไม่ชอบผิวที่มีประกายกากเพชรๆแนะนำว่าลองใช้ตัวอื่นดีกว่า



เพราะแม้รุ่นนี้จะลดความวิงค์จากรุ่นเก่าแล้วแต่ก็ยังถือว่าเยอะ!!










Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย