รอดตายปาฏิหาริย์(เป็นแผลเป็น)

ืnaniiz

ืnaniiz

ดู Profile

 

 

วันที่ 31 มีนาคม 2555 ,,

 

เวลาประมาณ 12.00 ข้าพเจ้าได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนสาว โทรมาปลุกให้ไปทานข้าวด้วย

ซึ่งเพื่อนคนนั้นอยู่ ห้างสรรพสินค้าลีกาเด้นส์ พลาซ่า หาดใหญ่

 

ทั้ง ๆ ที่คืนก่อนหน้านั้น ข้าพเจ้ากลับบ้านก็เกือบเช้าเพราะไปงานสังสรรค์กับเพื่อนมา

แต่ด้วยความที่เพื่อนคนนี้นานๆเจอกันหนนึง ในระยะหลัง ๆ ตามตัวยาก ข้าพเจ้าจึงอยากเจอ

จึงตอบตกลงไปว่า โอเค เดี๋ยวอาบน้ำแล้วออกไปเจอกัน !

 

เวลาประมาณเที่ยงกว่า ๆ ข้าพเจ้าก็ทำธุระส่วนตัวเสร็จ

จึงเดินลงด้านล่างบ้านเพื่อเอารถยนต์ออกจากบ้านตามปกติ

แต่วันนี้ แม่ของข้าพเจ้าจอดรถขวางทางออกรถยนต์ของข้าพเจ้าซึ่งอยู่ในรั้วบ้าน

แต่รถยนต์ของแม่ข้าพเจ้าจอดบังเต็ม ๆ ข้าพเจ้าจึงบอกกับแม่ว่าให้เลื่อนรถถอยหลังให้หน่อยจะไปข้างนอก

 

แม่ถามว่าไปไหน ข้าพเจ้าบอก ไปลีกาเด้นส์ แม่บอก ทำไมไม่เอามอเตอร์ไซด์ไป

ข้าพเจ้าบอก ร้อนหน่าแม่ ซื้อรถยนต์มา ก็ขับหน่อยสิ จอดไว้ทำไมเฉย ๆ แดดเปรี้ยง ๆ ,, 

นั่นคือ ประโยคก่อนที่ข้าพเจ้าจะขับรถยนต์ของข้าพเจ้าออกจากบ้าน

 

ซึ่งระยะทางบ้านข้าพเจ้าไปยังห้างสรรพสินค้าลีกาเด้นส์ น่าจะไม่เกินราว ๆ 5-7 นาที เป็นปกติ

เพราะ ข้าพเจ้าเป็นคนขับรถเร็ว และ ระยะทางไม่ได้ไกลจากกันมากเท่าไหร่

ข้าพเจ้าเข้าห้างสรรพสินค้าลีกาเด้นส์เวลา 12.53 น. (ตามบัตรจอดรถระบุ)

 

 

 

ข้าพเจ้าวนลงที่จอดรถชั้น B2 ถึงสองหน แต่ก็ไม่มีที่จอดรถ เพื่อนของข้าพเจ้าโทรมาอีกที

ถามว่าอยู่ไหนแล้ว ข้าพเจ้าบอก ถึงแล้วนี่ กำลังอยู่ที่จอดรถหาที่จอดเลย เอ้อ แค่นี้น่ะ เจอที่จอดพอดี

( เวลาขณะที่เพื่อนโทรมาเป็นเวลา 12.58 น. เพื่อนมาบอกหลังจากข้าพเจ้ารักษาตัวที่ รพ.แล้ว)

 

ข้าพเจ้ารอรถคันนึงจะออก แต่ปรากฏว่าไม่ออก อารมณ์เสีย จึงวนรถไปที่ชั้น B3

ซึ่งมีรถเก๋งสีดำจอดผิดรูปทรงกินเลนส์ชาวบ้าน ข้าพเจ้าบ่นในใจ อิมาเลย์ขี้เมาเปล่าว่ะจอดเพี้ยนชิหาย !

ไม่ได้สนใจอะไร มีที่วางข้างๆ จึงจอดทันที แอบสงสัยเล็กน้อยทำไมไม่มีคนจอด เอ๊ะ คงเพราะที่มันแคบ

กลัวอิเก๋งประสาทบ้านี่ถอยชนแน่ ๆ ไม่เป็นไร นิสสันมาร์ชเราเล็ก กระดึ๊บจอดเข้าไป อึ๊บๆ *

 

 

* เราไปจอดตรง ลูกศรสีแดง รถคาร์บอม คันดำ civic นั้นเรยย - - *

 

 

( ต้องบอกว่า B2 กับ B3 แทบจะไม่ได้ต่างอะไรเลย แค่มีทางลงเตี้ย ๆ ต่ำลงมาคือชั้น B3 โดยมีราวเล็ก กั้นให้รู้ เพียงแค่ว่า นี่แหละ B2 นี่แหละ B3 ถ้าใครที่เคยไปจอดรถที่ห้างนี้จะนึกภาพออก)

 

และข้าพเจ้าก็คิดที่จะเปลี่ยนรองเท้าส้นสูงที่ท้ายรถน่ะ เป็นกิจลักษณะนิสัยที่ผู้หญิงหลายๆคน

น่าจะเข้าใจกันดี แต่วันนั้น เหมือนมีอะไรดลใจ ให้ข้าพเจ้าก้าวเท้า ฉับฉับฉับ ขึ้นทางเดินลงรถ 

แล้วก็ตรงไป แล้วก็เลี้ยวขวา เปิดประตูกระจก ยืนรอลิฟต์ จะกดลิฟต์ ไม่ทันกด พี่ยามชื่อเทิง

 

ใครไปลีกาเด้นส์จอดรถแล้วขึ้นลิฟต์น่าจะจำกันได้ดี มาดยาม นิสัยดี ทักทายแขก ต้อนรับแขก

ข้าพเจ้าก็ กำลังจะหันหน้าไปขอบคุณพี่ยาม ไม่ทันจะอ้าปาก ทันใดนั้น มันเหมือนพื้นสั่นไปหมด

แรงซักอย่าง ดังสนั่นหวั่นไหวมาก ตู๊มมมมมม !! ภาพเปลี่ยนไปหมด จังหวะนั้น เห็นแล้วกระจกประตูแตก

พี่ยามหัวเลือดออก เราก็คงโดนเหมือนกัน หมอบบ นาทีนั้น หมอบ !

 

เคยถามพ่อ เล่น ๆ ว่า ถ้าเจอระเบิดให้ทำไงถึงจะรอด พ่อบอก หมอบสิ มันทแยงมุมเฉียง ๆ 

ถ้าหมอบจะเจ็บน้อยกว่า ไม่คิดเลย วันนั้น จะได้ใช้จริง ๆ หมอบจริงจัง ยังกับท่า แพลงกิ้ง ยังไงอย่างนั้น !

 

ตอนนั้น ทุกอย่างวุ่นวายไปหมด มันมืด ทุกอย่างมันพัง ไซเรนรถก็ดังหลายคัน 

แตร๋แตร๋แตร๋ ปี๊บปี๊บบปี๊บบบ แล้วก็มีเสียง ตู๊มด้วยน่ะ อาจจะมาจาก ล้อระเบิด รถมีแก๊ส ฯลฯ

คิดในใจ ยังกับอยู่ในสงครามอิรัก ยังไงอย่างนั้น จะรอดไหมว่ะ อึ๊บ ! ลุกยืนขึ้น

จากนั้นเช็ค ว่ายังครบ 32 ไหม ปรากฏว่าครบ แต่โดนกระจกเยอะ เลือดเยอะมาก 

 

แล้วก็ กลัวตาบอดมาก เพราะรู้สึกเหมือนเลือดมันลงตาด้านขวา พยายามเช็ด ๆ

และก็มอง เอ้อ มันยังไม่บอด ปิดตาไว้ข้างนึง เหล่ ๆ ตา พยายามมองทาง

 

แล้วก็คิดต่อ ไปทางไหนดี ประตูซ้าย ประตูขวา ,, ถ้าขวา มันกว้างไป เดินน่ากลัว เด๋วมีอะไรอีก แย่

ไปทางซ้ายดีกว่า แคบนิดนึง วิ่งเร็ว ๆ ไม่น่าจะเป็นไร จึงตัดสินใจ วิ่งไป นาทีนั้น วุ่นวายหมด

พี่ยามก็หายไป เด็กผู้หญิงที่ยืนข้างหลังก็หายไป มาเจออีกที ตอนยืนตรง กำแพงหลังลิฟต์อีกฝั่ง

 

พี่ยาม น้องผู้หญิงผมสั้น ๆ พี่ผู้ชายอีกสองคน คนแก่อีกสองคน (เท่าที่จำความได้)

ยืนกันตรงนั้น เราบอกชี้ นั่นบันไดหนีไฟ ไปทางนั้นไหม โอ๊ะ มันไปไม่ได้ ควันไฟดำมาก ทึบ 

มองไม่เห็นอะไรเลย แล้วก็มีความร้อนระอุมาก ๆ คลืบคลานตามมาด้วย

 

มีลิฟต์ตรงนี้แตก มีอากาศหายใจ มีเสียงคนนึงพูด ขึ้นมา พวกเราหลาย ๆ คน

มายืนออ รวมกันตรงหน้าลิฟต์ขนของตัวนึง ยืนเพื่อ มีอากาศหายใจดำรงอยู่

ตอนนั้น คิดจริงๆน่ะว่าจะตายแล้วแน่ ๆ เลือดเต็มตัวเลย กระเป๋ายังอยู่ติดตัวตลอด

 

คิดในใจแล้วน่ะ ถ้าตายจริง ๆ ก็ตายแบบให้รู้แล้วกันฟ่ะ ว่าศพเป็นใคร 

กระเป๋าหนังนี่ สะพายกอดติดตัวไว้แน่นเปรี๊ยะ !!*

 

เป็นเวลาที่หลายคน พยายามโทรศัพท์ หลายคนพยายามเรียกร้องความช่วยเหลือ

หลายคนสวดมนต์วิงวอนสิ่งศักสิทธิ์ทั้งหลายทั้งปวง .. นาทีนั้น เชื่อเลยว่า ที่ตรงนั้น ไม่มีใครลืม

 

ตอนนั้น ไม่มีไฟฉาย พวกเราถามว่าใครมีไฟฉายมั่ง ? แล้วเราก็นึกขึ้นได้ Samsung gt-e1055t

รุ่นกาก ๆ เกรียน ๆ ตกยังไงก็ไม่พัง ทนมาก อึดมาก แข๊งแร๊งงง มาก ๆ มีไฟฉายนี่หว่า 

เราก็เลย ยกมือบอก มีๆค่ะ ไฟฉายมือถือ เปิดกระเป๋า ปึ๊ก หยิบมือถือออกมา ,,

 

 

ไฟฉายส่อง เป็นเพียง ไฟเดียว ที่ทำให้ เห็นแนวสันเหล็กของลิฟต์ 

ใครที่ดูหนังแอคชั่น ๆ บ่อย ๆ น่าจะนึกภาพออกน่ะ .. ไฟฉายมือถือที่ส่องได้แค่เมตรนึงเมตรนิด ๆ

มี ผู้ชาย 2 คนที่ไม่ได้บาดเจ็บอะไรมาก ปีนขึ้นไป เพื่อจะขอความช่วยเหลือจากด้านบน

ปรากฏว่า คนนึงหล่น ปึ๊กกก ตกใจเลย ( แต่รู้ตอนหลังไม่เป็นอะไรมาก อึดมากค่ะ )

 

และแล้ว กู้ภัย ก็มาถึง หย่อนบันไดลิงอันเตียน ๆ มาให้ หย่อนอ๊อกซิเจนแบบนักปะดาน้ำมาให้

เอิ่มมม !! - -* %#*@^!(#))! ... ทำไมไม่ลงมาช่วย !! 555

 

ณ เวลานั้น ปีนก็ต้องปีน คนเจ็บ เด็กผู้หญิง พี่ยาม ปีนกันขึ้นไปก่อน

ทยอย ๆ ปีน ทำใจอยู่แป๊ปนึง เพราะการปีน เราต้องก้าวขาเฉียง ๆ (พยายามนึกภาพตามน่ะ)

เฉียง ๆ เพื่อจะไปเหยียบเหล็ก ซึ่งชั้นที่เราอยู่ B2 ต้องปีนไป ชั้น G ขึ้นไปสองชั้น

แล้วอย่าลืม ข้างล่าง มันก็ หวิว ๆ น่ะจ๊ะ !!

 

ปีนก็ปีนฟ่ะ ... เลือกไม่ได้แล้ว รีบปีนซะ เพราะ แม่โทรเข้ามือถือตลอดเวลา

ในใจคิดแล้ว ออกไปเจอแม่แน่ ๆ ต้องมาดักรอแล้วแน่ ๆ ต้องรีบออกไป ก่อนเขาจะบุกเขามา

บุกเข้ามา ตึกถล่มจะยุ่งน่ะ หรือมีระเบิดอีกแย่แน่ คิดไปต่างๆนานา

 

และก็ปีน ปีนเร็ว จนกู้ภัย บอกว่า ปีนช้า ๆ ก็ได้ครับ 

( ในใจ .. เสียวโว้ย เสียวโว้ย ข้าคือ แองโจลิน่าโจลี ปีนๆๆๆๆ )

แล้วก็เป็นช๊อต เพียงเสี้ยววินาทีต้องตัดสินใจ จุดสิ้นสุด คือ 

เราต้อง เหยียบขาพี่กู้ภัยคนนึง เพื่อเด้งตัวเฉียง ๆ ทแยงมุม เพื่อออกหน้าลิฟต์ชั้น G

 

พยายามนึกภาพตามน่ะ ... ถ้าพลาด ข้างล่างนี้ เปรียบได้ดั่งเหว

เลือดเต็มตัวโชก ๆ กระเป๋าก็สะพายอยู่ รองเท้าแตะก็ยังใส่น่ะ ตัดสินใจ เหยียบและเด้งตัว

พี่กู้ภัยข้างนอก ส่งมือมามือเดียว ( เชร้ดดดดดดดด น้ำหนักข้าพเจ้าไม่ใช่น้อย ๆ )

 

ตะโกนทันที พี่ค๊าาาา อีกมือค๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา !!*

มีอีกมือเอื้อมมา .......... เชร้ดดดดดดดดดด กูรอดแล้วววววววววววววววววววววววว

 

ภาพที่เห็นคือคนวิ่งวุ่นลงบันไดหนีไฟ หนีตายอลม่าน เราก็เดิน ๆ ไปสองสามก้าว

ก็เป็นเตียงรถเข็น เราก็ขึ้นไปนั่งเอง ในใจรู้ว่า เลือดเต็มตัว ไม่รู้หรอกเยอะแค่ไหน

แต่เหยียบ ๆ รองเท้าแตะ รู้ว่า เลือดไปกองออกันที่รองเท้าเพียบ นั่งบนรถเข็น กู้ภัยลาก ๆ

 

 

 

กู้ภัยบอกให้นอน เราก็ไม่อยากนอน เพราะกลัวไม่เจอพ่อกับแม่ เพราะเขาน่าจะรู้แน่ ๆ

แต่ด้วยความที่กู้ภัยบอกให้นอน อันตราย เลือดมันจะไม่ขึ้นหัว ก็เลยนอน 

 

 

 

 

 

แล้วพ่อกับแม่เราก็เจอเรา เพราะจำเสื้อผ้าเราได้ ทั้งๆที่เลือดเต็มตัว

สภาพเขม่าก็เต็มตัวเช่นกัน แต่เลือดเยอะกว่า โดนกระจกเพียบ 

 

 

 

 

 

 

คนด้านขวาสุด เสื้อขาว-แดง คือ พ่อของแนน ส่วนแม่ เข้าไปนั่งในรถกู้ภัย เพื่อจะไป ที่ รพ พร้อมเรา

เราก็ลุกขึ้นเอง เปลี่ยนเตียงเข้า รถกู้กัย แล้วก็บอกแม่ว่า แม่ออกไปเถอะ ไปเจอที่ รพ พร้อมพ่อ

พ่อหน้าซีดความดันขึ้นหมดแล้ว แม่บอกไม่ต้อง ไปพร้อมมึงนี่แหละ สภาพหนักกว่า

 

 

และไปถึง รพ เจอเพื่อน สิ่งแรกที่ทำ คือ ขอไอโฟน อัพ facebook

เพราะคนโทรมาเยอะเหลือเกิน แล้วก็ เข้าห้อง ICU รอเข้าห้อง ผ่าตัด

 

 

 

 

ซึ่งเข้าห้องผ่าตัดไป 3 ชั่วโมง โดนยาสลบและมอร์ฟีนไปจำนวนหนึ่ง 

ฟื้นมา เราก็ตามข่าวใน facebook ตลอด ว่า อะไรยังไงเป็นยังไง 

 

 

 

 

 

 

สภาพตอนออกจากห้องผ่าตัดอยู่ ICU โดนพันเต็มไปหมด เย็บไปสองร้อยกว่าเข็ม

ถามว่า เจ็บไหม การเล่น facebook ช่วยได้เยอะ บำบัดจิต ไม่ให้นึกถึง

 

 

 

 

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย