หลายสิ่งเพื่อการบำรุง
kaewwara3สวัสดีจ้าาาาา.......
มาเปิดตู้เก็บครีมบำรุงประเภทต่างๆ ในวันเลขสวยหน่อยจ้า
การให้สัญลักษณ์เป็นความคิดเห็นส่วนตัวคร้า
ผิวหน้าเจ้าของกระทู้เป็นผิวผสม แบบเหียกขาดน้ำด้วย ก่อนหน้านี้เคยผสมถึงมันแล้วพอเราท้องก็กลายเป็นแห้งมาก ตอนนี้กลับมาเป็นผสมละ ของที่เราใช้เลยจะมีทั้งมัน ทั้งแห้ง ปนๆกันไป
สำหรับผิวกาย แห้งโดยกำเนิดค่ะ เคยแห้งขนาดว่าผิวมันหลุดออกมาเป็นชิ้นๆ เลือดซิบๆ
มาเปิดตู้เก็บครีมบำรุงประเภทต่างๆ ในวันเลขสวยหน่อยจ้า
การให้สัญลักษณ์เป็นความคิดเห็นส่วนตัวคร้า
ผิวหน้าเจ้าของกระทู้เป็นผิวผสม แบบเหียกขาดน้ำด้วย ก่อนหน้านี้เคยผสมถึงมันแล้วพอเราท้องก็กลายเป็นแห้งมาก ตอนนี้กลับมาเป็นผสมละ ของที่เราใช้เลยจะมีทั้งมัน ทั้งแห้ง ปนๆกันไป
สำหรับผิวกาย แห้งโดยกำเนิดค่ะ เคยแห้งขนาดว่าผิวมันหลุดออกมาเป็นชิ้นๆ เลือดซิบๆ
เจ็บมาก
เราเลยลองผลิตภัณฑ์มากมาย เพื่อทำให้มันดีขึ้น
เข้าเรื่องดีกว่า..........
ขอเริ่มต้นจากคลีนซิ่งก่อนเลยนะคะ
ซ้ายไปขวาค่ะ
เราเลยลองผลิตภัณฑ์มากมาย เพื่อทำให้มันดีขึ้น
เข้าเรื่องดีกว่า..........
ขอเริ่มต้นจากคลีนซิ่งก่อนเลยนะคะ
ซ้ายไปขวาค่ะ
ขวดแรก เป็นของ Etude O2 White ไม่สารารถให้ความเห็นได้ เพราะยังไม่ได้เปิดใช้เลยจ้า ราคาไม่รู้ จำไม่ได้ด้วยว่าได้มายังไง 55+
ขวดที่ 2 เป็นคลีนซิ่งออยล์ Olive มีขายที่วัตสัน Watson ราคาประมาณ 2-300 บาทไทย ใช้ดีระดับเฉยๆ เราว่ามันหนัก
ซื้ออีกไหม๊ ไม่เอาแล้ว
ขวดกลาง เป็นคลีนซิ่งครีม ของ Nu skin สำหรับผิวแห้ง ป้าคนที่มาขายเราเค้าสั่งมาให้เราผิด แต่เราก็เออๆ เอาเหอะ
ผลการใช้ เราว่าเช็ดได้หมด จนหยาดหยดสุดท้าย ก่อนจะไปล้างหน้าซ้ำ ที่เห็นเกือบหมดขวดนี่ใช้ครั้งเดียวตอนแต่งงาน
โอ้ แม่เจ้า โบกซะ ล้างกันหมดแรง เหลืออยู่เป็นติ่งง่อยๆ อยู่นี่ก็เอาไว้เช็ดขอแล้วล่ะ เสียดายของ
ซื้ออีกไหม๊ ไม่ซื้อแล้วจ้า ไม่ปลื้ม
ขวดที่ 4 Cleansing oil by Bobbi Brown อันนี้ชอบที่สุดเลยอ่ะ ไม่มีน้ำหอมแล้วก้อไม่เหนียวหน้า ราคาในห้างถ้าจำไม่ผิด 1200 นะ เราว่าแพงอยู่ รอซื้อเวลาไปตปท ดีกว่า แต่ของเค้าดีจริงๆ มันรู้สึกสะอาดถึงจะไม่ได้ล้างหน้าซ้ำ ปกติถ้าใช้ออยล์ล้าง แล้วล้างไม่หมด ปล่อยผิวแห้งแล้วค่อยไปล้างหน้า อันนี้มันจะอุดตันเข้าไปแล้ว ทำให้หนังหน้าเราแย่กว่าเดิมอีก
(ถ้ามั่นใจว่าตัวเองนวดดีพอ ก็ไม่ต้องล้างหน้าซ้ำก็ได้) สำหรับเรา เราล้างหน้าอีกครั้ง เพื่อความสะอาดชัวร์
ซื้ออีกไหม๊ ซื้อแน่นอน รอคุณสามีกลับถึงบ้านเราจะได้ขวดสำรองเก็บไว้อีก 1 ขวด
(เห็นว่าซื้อให้รอบนี้ไม่ถึงพันนะ แต่เค้าจำไม่ได้ว่าเท่าไหร่)
ขวดที่ 5 Deep clean by Nutrogena สูตรน้ำไม่มีแอลกอฮอล์ ไว้เช็ดเครื่องสำอางค์ ใช้ไปแล้วรู้สึกว่าแสบหน้าอ่ะ ถึงจะบอกว่าไม่มีแอลกอฮอล์ก็ตาม
ซื้ออีกไหม๊ ไม่เอาแล้วอ่ะ เราไม่ชอบ
ช่องถัดมาของตู้มาดูกันสิ คืออะไร
มันคือ เจลและครีมสครับ สำหรับล้างหน้านั่นเอง
ตัวแรกเป็น Nutrogena for all skin type ใช้แล้วหน้าไม่แห้งตึง อันนี้เราไว้ใช้ช่วงเย็นหลังจากคลีนซิ่งเมคอัพเรียบร้อยแล้ว
ตัวที่สอง จากผู้ผลิตเดียวกัน เราใช้ล้างหน้าตอนเช้า เพราะรู้สึกว่ามันเบากว่าตัวแรก ใช้แล้วหน้ายังนิ่มๆอยู่
ตัวสุดท้าย Scrub by Seacret แบรนด์นี้ดังตัวโคลนจากเดดซี เรามีชุดนึงเป็นเจลตา ครีมทาหน้า และโคลนมาร์กหน้า ปัจจุบันถูกเก็บอยู่ในตู้เย็นไม่ได้ใช้
กลับมาๆ ว่าถึงสครับจัวนี้อ่อนโยนนิ่มมากๆ คนขายบอกใช้ได้ทุกวัน แต่เราเข้าไปอ่านในเวปผู้ผลิตบอกว่า 3-4 วันครั้ง
สำหรับเรา เราใช้ประมาณ 2-3 วันครั้ง ไม่ทำให้รู้สึกหน้าแห้ง เพราะมันเป็นคล้ายๆครีม มีแอพพริคอทเป็นบีดท์เล็กๆ
ก็ถือว่าชอบ แต่ไม่มากมาย
อ้อ แล้วเรายังมีเอสเต้ อันที่เป็นไวท์อะไรสักอย่าง หลอดสีฟ้าซึ่่งเราว่าใช้แล้วแห้งตึงมาก ไม่ชอบเลย ปัจจุบัน เอาไว้ใช้ล้างแปรงไปละ
ตอนนี้ก็ยังไม่เจอผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่แบบถูกใจใช่เลยสักที ก็ยังหากันต่อไป
ช่องถัดมา เมื่อล้างหน้าเสร็จแล้ว เราก็จะเช็ดด้วยโทนเนอร์ เพื่อการเตรียมผิว
ช่องนี้เรามีด้วยกัน 3 ขวดได้แก่......
L'Real Revital lift อันนี้ไม่เอาเลย ใช้แล้วหน้าแสบ
Toner alcohol free by Nutrogena อันนี้ยังพอได้ แต่ก็ไม่ได้ประทับใจ
O2 White by Etude ถ้าภายใน 3 ตัวนี้ เราว่าอันนี้ดีสุด ตอนนี้ก็ใช้อันนี้บ่อยที่สุด
แต่อย่างไรก็ตาม หลังน้ำลด เราก็จะหาผลิตภัณฑ์ใหม่ เพราะ ยังรู้สึกว่าไม่ใช่ ไม่โดน
หลังจากโทนเนอร์เรียบร้อยแล้ว เราก็มาลงผลิตภัณฑ์ เพื่อการบำรุงกันดีกว่า....
เริ่มต้นจาก
SK-II Essence ใช้มาได้ตั้งแต่น้ำท่วมหมู่บ้าน 3 อาทิตย์ละ แม่ทักว่าหน้าดูวิ้งขึ้น
SK-II signature skin ใช้พร้อมกันกับน้ำ ซึมลงผิวง่ายดีค่ะ ไม่เหนียว เค้าว่าช่วยป้องกันไม่ให้ผิวเหี่ยว ผิวเราเริ่มมีรอยละ ได้มาเลยรีบใช้เลย เดี๋ยวต้องรอดูต่อไปว่าจะดีได้แค่ไหน สามีมีคอมเม้นว่ายี่ห้อนี้ใช้แล้ว ถ้าหยุดใช้ก็จะไม่เด้งแล้ว ไม่รู้จริงปล่าว
Lamer Essence อันนี้ก็ชอบนะ ช่วงที่ใช้ก็รู้สึกว่าหน้านิ่มขึ้น
Lamer Cream เราใช้ช่วงที่หน้าแห้งมากๆ แค่สามวัน หน้าหยุดลอกเลย แต่เสียเวลาวอร์มครีมนี่แหละ
สำหรับลาแมร์ เราว่ามันแพงฆ่ากันตาย เลิกกินข้าวเลยล่ะ ถ้าไม่ได้มีใครซื้อมาฝากเราคงต้องเลิกกันไปเพียงเท่านี้
เพราะพี่หมดตัวแล้วจ้าน้อง
O2White by Etude หอมดี แต่ไม่ได้ช่วยเรื่องความชุ่มชื่นเท่าไหร่ ซื้อเองคงไม่ซื้อรู้สึกว่าไม่คุ้ม
หลังจากนั้น เราก็มาที่ผิวตากันดีกว่า
ตัวแรกเป็นของ Estee Advance Night Repair ถ้าเทียบกับราคาแล้ว เราว่าเฉยๆนะ มันก็ดีในระดับนึงแต่ก็ไม่ได้แบบฮู้ฮา มีอยู่สองตลับ ซื้อมาแล้วก็ใช้ไป เด๋วหมดค่อยหาซื้อใหม่
อีกตัวเป็นคล้ายๆ บาล์ม ของBobbi Brown ช่วงที่เราหน้าแห้งเนี่ย มันแย่มาก แค่ขยับหน้าผิวก็หลุดแล้ว พี่บีเอ เลยแนะนำแันนี้มาให้ลอง ใช้ประมาณ 2-3 วันก็เห็นผลละ ว่าเปลือกตาและคิ้วไม่ลอกแล้ว ในเรื่องราคาเราว่าแพงไปนิด ถ้าใช้วาสลีนน่าจะให้ผลเดียวกัน แต่ไม่เคยลอง อันนี้น่าจะใช้ได้เป็นปีนะ เพราะใช้เฉพาะกลางคืน แล้วก้อนิดดดดเดียวเอง อ้อ อันนี้ไม่ช่วยรอยคล้ำ ริ้วรอยนะจ้ะ ช่วยเรื่องความชุ่มชื่นเพียงอย่างเดียว
ตบท้ายด้วยผลิตภัณฑ์เพื่อผิวกาย
อย่างที่เกริ่นไปว่าผิวหนังเราแห้งมาก แล้วช่วงนี้ก็กำลังท้องด้วย เลยต้องประโคมกันไปใหญ่
ปกติเราจะเริ่มจากตัวที่ 2 Tonic Oil by Clarins เข้มข้นแต่ไม่เหนียว หอมกลิ่นธรรมชาติ อาบน้ำเสร็จ ปาดน้ำออกแล้วก็นวดเลย แล้วตามด้วยน้ำเย็นอีกที จากนั้นก็ ตัวที่ 4 ในรูป เป็นตัวควบคุมรอยแตกลาย เสริมความยือหยุ่นให้ผิว ไม่มีน้ำหอม ดีมากกกก ผิวจะชื้นเลย ไม่เหนียวเนอะหนะ เราใช้ทาทั้งตัวยกเว้นแขนกะขวาล่าง เพราะมันเปลือง แขนกะขาล่างเราจะใช้ตัวสุดท้ายของ Seacret ที่เหนียวมาก เราว่ามันไม่ค่อยเข้าผิว แต่เราก็ใช้จะหมดละ เอามาใช้เพราะของเก่าหมด มีเหลืออย่างเดียวในตู้ เซ็ง
ข้อสังเกตุคือ ถ้าผลิตภัณฑ์ซึมเข้าผิวเวลาเราล้างจะไม่ลื่น ถ้าลื่นคือเคลือบอยู่เฉยๆ อันนี้ของไม่ดี ใช้ให้หมดไปแล้วอย่าได้ซื้อมาอีก
ถ้าอยากจะหอมขึ้นมาก็เอาตัวตรงกลาง
มาถ้าเพิ่มนิดหน่อยก็หอมละ เป็นของวิคตอเรีย ซีเคร็ท
และขวดเหลืองๆอันแรกเป็นสเปรย์น้ำมัน เวลาคันท้องเอามาพ่นๆก็หายละ
สำหรับใครที่ท้องอยู่เราขอแนะนำให้ใช้ออยล์และครีมของคลาแรงส์ เราว่ามันช่วยป้องกันท้องลายได้จริง แต่สำหรับเราท้องแรกเรามาใช้ตอนท้ายที่เราเห็นว่าลายแล้ว ตอนแรกคิดว่าแค่เขีย บัทเทอร์ ที่ใช้อยู่อัดเยอะก็น่าจะพอ (มันเคยช่วยเราไว้ได้ตอน เราตัวลอกมากๆ) แต่คิดผิด เต็มตัวเลย แล้วคันด้วยเพราะหนังจะขยายเยอะ
รอบนี้เราใช้ตั้งแต่คลอดคนแรกเสร็จ ผิวท้องเราโอมาก ไม่ลอก ไม่คัน ไม่แห้ง
ถ้าในส่วนราคาก็จัดหนักอยู่ แต่ถ้าเทียบว่าลายแล้วมาแก้ เราว่าใช้เลยดีกว่า
จบแล้วนะ ยาวจัง เด๋วมีเวลาจะมารีวิวฝั่งคอสเมติคกันบ้าง
ไปแล้วนะจ้ะ แล้วเจอกันใหม่ ณ เจบัน
และขวดเหลืองๆอันแรกเป็นสเปรย์น้ำมัน เวลาคันท้องเอามาพ่นๆก็หายละ
สำหรับใครที่ท้องอยู่เราขอแนะนำให้ใช้ออยล์และครีมของคลาแรงส์ เราว่ามันช่วยป้องกันท้องลายได้จริง แต่สำหรับเราท้องแรกเรามาใช้ตอนท้ายที่เราเห็นว่าลายแล้ว ตอนแรกคิดว่าแค่เขีย บัทเทอร์ ที่ใช้อยู่อัดเยอะก็น่าจะพอ (มันเคยช่วยเราไว้ได้ตอน เราตัวลอกมากๆ) แต่คิดผิด เต็มตัวเลย แล้วคันด้วยเพราะหนังจะขยายเยอะ
รอบนี้เราใช้ตั้งแต่คลอดคนแรกเสร็จ ผิวท้องเราโอมาก ไม่ลอก ไม่คัน ไม่แห้ง
ถ้าในส่วนราคาก็จัดหนักอยู่ แต่ถ้าเทียบว่าลายแล้วมาแก้ เราว่าใช้เลยดีกว่า
จบแล้วนะ ยาวจัง เด๋วมีเวลาจะมารีวิวฝั่งคอสเมติคกันบ้าง
ไปแล้วนะจ้ะ แล้วเจอกันใหม่ ณ เจบัน
Discussion (3)
แบบเจล เราว่าไม่ค่อยชุ่มชื่น ไม่รู้คิดไปเองหรือปล่าวอ่ะค่ะ
ถ้าไม่กลับไปหน้าแห้งอีก เราคงพอไว้ก่อนดีกว่า เพราะราคาโหดซะ ยังลุ้นอยู่ว่า SK-II จะช่วยในเรื่องความชุ่มชื่นได้เท่าไหม๊ค่ะ
ถ้าไม่กลับไปหน้าแห้งอีก เราคงพอไว้ก่อนดีกว่า เพราะราคาโหดซะ ยังลุ้นอยู่ว่า SK-II จะช่วยในเรื่องความชุ่มชื่นได้เท่าไหม๊ค่ะ
เห็นแม่วอร์มครีม La mer แล้วเสียเวลาแทนเหมือนกันคะ 55 เลยบอกให้เค้าเปลี่ยนไปใช้
แบบเจล จขกท เคยใช้แบบเจลมั้ยคะ? ดีเหมือนกันมั้ยเอ่ย?
แบบเจล จขกท เคยใช้แบบเจลมั้ยคะ? ดีเหมือนกันมั้ยเอ่ย?
มิ้นเคยแอบไปใช้ของแม่ 55 รู้สึกรัก moisture surge ของตัวเองมากกว่ามันเยอะไปสำหรับเด็กอย่างเรา 55555