How to "หวานละมุน...จนแทบหยุดหายใจ"


 How to "หวานละมุน...จนแทบหยุดหายใจ"

 
ดีค่า ^^ วันนี้ผึ้งจะมาในลุคหวานๆ  ฟุ้งๆ  
How to นี้ถ่ายหลายรอบนะคะ แสงเลยต่างกัน…
ครั้งนี้อาจจะไม่เป๊ะเท่าไหร่ ก็ต้องขอโทษด้วยนะคะ แต่หวังว่าจะชอบกันน๊า






 
 






 Make up
1. Artistry Balancing Foundation # Soilel
2. M.A.C studio sculpt concealer # NC30
3. Clinique blended face powder #20 invisible blend
4. E-Funkhouser face palette
5. Kate eyebrows color
6. Etude Dear Darling Tint #03
7. Etude Proof 10 Auto Pencil #1 (black)
8. Lifeford hi-precise eye pen
9. Clinique lash power curling mascara #01 (black)
10. Tony Moly lip balm
11. Revlon #011 Stormy Pink
12. Tony Moly lip gloss
13. ขนตาปลอม
14. Shu Uemura กาวติดขนตาปลอม 
15. Shu Uemura ที่ดัดขนตา
- 88 eye shadows palette


Before



พอดีผึ้งไม่ได้ถ่ายรูป before มานะคะ เลยขอเอารูปเก่ามาใช้ ><"

มาเริ่มกันเลยดีกว่า!!!



 


วิธีลงรองพื้นผึ้งจะลองรองพื้นทีละจุด คือแก้ม หน้าผาก จมูกและคางค่ะ จากนั้นใช้นิ้วเกลื่ยรองพื้น
ให้ทั่วใบหน้าและใช้ฟองน้ำค่อยๆ กดเนื้อรองพื้นให้เนียนไปกับผิว

จริงๆ ก่อนลงแป้งฝุ่นผึ้งทา Etude Dear Darling Tint #03 ที่แก้มก่อน
เวลาทาให้ยิ้มแล้วทาบริเวณพวงแก้ม, ,, ตรงที่เนื้อเยอะๆ อะค่ะ 55
ไม่รู้จะอธิบายยังไงเหมือนกัน :p

การทา tint ก่อนลงแป้งฝุ่นจะทำให้แก้มดูมีเลือดฝาดและจะติดทนกว่าการให้ brush on
ชนิดฝุ่นอย่างเดียว และการลงแป้งฝุ่นทับจะทำให้สี tint ที่เราทาไม่ดูแดงมากจนเกินไป




เขียนคิ้วผึ้งใช้ eye shadow สีน้ำตาลสองสีนะคะ สีอ่อนคือบริเวณหัวคิ้วถึงกลางคิ้ว
และสีเข้มคือบริเวณหางคิ้วค่ะ เบลนให้เนียน







หลังจากกรีดอายไลเนอร์ที่ขอบตาในทั้งบนและล่างด้วย Etude Proof 10 Auto Pencil แล้ว
ผึ้งอยากให้ดูตาโตอีกนิด เลยใช้ Lifeford hi-precise eye pen กรีดทับขอบตาบน
โดยหางลากยาวออกมานิดเดียวเป็นแบบ cat eye ค่ะ



จากนั้นดัดขนตาและปัดขนตาด้วย Clinique lash power curling mascara
ผึ้งได้มาจากกิจกรรม Fall in Love with Clinique กับจีบัน ขอบคุณจีบันมากๆ เลยนะคะสำหรับกิจกรรมดีๆ  

มาสคาร่าอันนี้ดีมากกกกกกสำหรับคนที่ขนตางอนอยู่แล้ว เพราะมันหนา+ยาวมากๆ
แต่ว่าถ้าใครที่ขนตาไม่งอนหรือขนตาตกอาจจะปัดไม่ค่อยขึ้น เพราะมันหนา+ยาวอย่างเดียวแต่ไม่ค่อยเด้งค่ะ
(ความคิดเห็นส่วนตัวค่า)

หลังจากปัดมาสคาร่าก็ติดขนตาปลอม
 
Tip: ก่อนติดขนตาปลอมให้ดัดขนตาและปัดมาสคาร่าก่อน เพื่อที่ขนตาจะได้ไม่ดูแยกชั้นกันเวลาเราติดขนตาปลอม
ก่อนติดขนตาให้เอาขนตามาทาบที่ตาก่อนว่าขนาดความยาวพอดีมั๊ย
ถ้ายาวเกินไปให้ใช้กรรไกรตัดบริเวณหัวตาออก (ด้านที่ขนสั้นสุด)
ถ้าเราติดขนตาปลอมที่ยาวเกินไปจะทำให้มันเลยออกมาจากหางตาและดูตาเศร้า/ตาตกค่ะ
เวลาทากาวทาน้อยๆ ถ้าทาเยอะเกินไปจะเลอะ กดขนตาปลอมไว้สักพักจนกาวแห้ง
กาวแต่ละยี่ห้อจะมีความเร็วในการแห้งต่างกัน ของ Shu จะแห้งค่อนข้างช้าแต่ว่าติดดีค่ะ :))



(แอบอายพาเลตเน่ามากกกก >< พาเลตนี้ดีมากๆๆๆ รักสุดๆ)

ลุคนี้ผึ้งอยากให้แก้มดูมีสุขภาพดี ออกชมพูหวานๆ จากที่ตอนแรกได้ลง tint ไว้แล้ว แก้มก็จะดูมีสีชมพูระเรื่อๆ
มาถึงตอนนี้ผึ้งจะปัดแก้มสีชมพูทับบางๆ ด้วย Palette E-Funkhouser ใช้สองสีผสมกันนะคะ




Revlon #011 เป็นเนื้อ matte เลยต้องทาลิปมันก่อนไม่งั้นปากจะดูแห้งเป็นคราบ
ผึ้งทา Revlon นิดเดียวนะคะเพราะถ้าทาเยอะจะดูเป็นสี Barbie เกินไป
เสร็จก็ทาทับด้วย lip gloss ของ Tony Moly ลิปมันกับลิปกลอสผึ้งได้มาจาก
"Sweet Pie Workshop by Pearypie ♥"
 
หอมมากกกกกกกกก!!! อยากจะนั่งดมแทนยาดมทั้งวันจริงๆ 555
ใครอยากจะไป workshop กับพี่แพร (Pearypie) ที่อยากจะบอกว่าคุ้มมากกกกก!!!
ให้ติดตามได้ในเพจพี่แพรเลยนะคะ :D



แต่งหน้าเสร็จแล้วค่า ^^




ทาเล็บสีม่วงหวานๆ ที่ได้จาก Sweet Pie Workshop เหมือนกันนน
ยาทาเล็บเป็นของ Etude #PP903 ทาแล้วหวานสุดๆ




เท่านี้ก็เสร็จแล้วค่า!! ไม่รู้ว่าจะ "หวานละมุน...จนแทบหยุดหายใจ" ได้รึเปล่า? :))










Photographers: P'Kwad (tutorial) & P'Aim (portrait)


หวังว่า How to นี้จะถูกใจสาวๆ กันน๊า :)
ขอบคุณที่ติดตามชมค่า~



ติดตามผลงานได้ที่เพจผึ้งเลยค่ะ
 
 



Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย