How to แต่งหน้ารับปริญญาแบบ Natural look

Lathae

Lathae

ดู Profile

 ใกล้ช่วงรับปริญญากันแล้ว สาวๆหลายๆท่านก็กังวลว่าจะแต่งหน้ายังไงดีกับวันสำคัญแบบนี้ บางคนก็กลัวจะกระเป๋าฉีกถ้าต้องจ้างแต่งทุกวัน 

วันนี้เต้มาทำ"ฮาวทูรับปริญญา"ให้ชมกันนะครับ เรียกว่าเป็นการช่วยตอบคำถามแบบเห็นภาพก็คงไม่ผิด เป็นฮาวทูในรอบปีก็ว่าได้(แหะๆ) แต่งด้วยตัวเองง่ายๆ ไม่ยาก 

 

 

 

*หมายเหตุ ภาพสีอาจจะแปลกๆบ้างบางช่วง เนื่องจากขณะทำฮาวทูก็ฝนตกแดดออก สลับไปมา รีบๆเร่งๆทำเองถ่ายเองขณะรอไปรับรูปที่ล้างไว้ ขาดตกอะไรขออภัยนะฮะ















Natural look เต้ใช้โทนสีน้ำตาล-เทา  ผิวสวยดูเป็นธรรมชาติ เสมือนโชว์ผิว "ผิวสวยไม่จำเป็นต้องขาวนะฮะ"





สาวๆส่วนนึงเข้าใจว่า Natural look คือการใช้เมคอัพให้น้อย เหมาะในวันที่อยู่บ้าน

จริงๆมันคือการแต่งหน้าแบบอิงความเป็นธรรมชาติโทนสีธรรมชาติมากที่สุด ใกล้เคียงสีผิวของเรามากที่สุด จะไม่ใช่การเปลี่ยนลุคไปเลย แต่ดึงเอาจุดเด่นของเรามาเสริมให้โดดเด่นมากขึ้นครับ





พอดีเพื่อนแวะมาหา เลยจับเพื่อนแต่งหน้าซะ ออกไปไหนก็ไม่ได้ฝนตก ซ้อมไว้รับปีหน้า ฮ่าๆ 

 

คำถามที่พบบ่อยๆนะครับ เต้คะทำไมรองพื้นไหลเยิ้ม/ ทำไมไลเนอร์เลอะ/ รับปริญญาแต่งสีโทนไหนดี/ สีโทนสุภาพคือประมาณไหน/

อยากได้ตาคมๆแต่ไม่เวอร์ สามารถกรีดไลเนอร์ได้ไม๊คะ/ งบไม่เยอะช่วยแนะนำของที่จำเป็นหน่อยคะ....ล้วนเป็นคำถามที่พบบ่อย

 

วันนี้เป็นวันที่เราต้องดูดีในแบบของเรา สวยในแบบของเรา ไม่จำเป็นต้องสวยแปลกแหวกพิศดาลปากสามมิติแบบปรุงฉัตรแต่อย่างใด

 

 

เริ่มกันที่การวิเคราะห์ทุกสิ่งอย่าง โดยรวมนะครับ 

สภาพผิว : ผิวมัน ผิวแห้ง ผิวผสม มีรอยสิวมากน้อยแค่ไหน

สภาพอากาศ : ร้อนถึงร้อนมาก ต้องลงเมคอัพที่มั่นใจว่าติดทน (ติดทนกับหนา คนละความหมายนะฮะ)

โทนสีที่จะใช้ : กาละเทศะเป็นสิ่งสำคัญมาก สวยแรงแบบผิดที่ผิดทางจะโดนครหาว่าไม่มีมารยาทได้ครับ โทนน้ำตาล-เทา เต้ว่าเบสิคแต่ดูสุภาพทางการ เข้ากับชุดทุกสี









Before & After ตามธรรมเนียม










เริ่มที่ Make up base

 

 



เต้เลือกใช้เบสเขียวตรงส่วนรอยแดง เบสเขียวช่วยปรับสีผิวส่วนที่แดงให้สว่างขึ้นขึ้น เบสไม่ได้มีคุณสมบัติปกปิดนะครับ 

เต้ลงบริเวณขอบจมูก รอยสิว ส่วนแดงๆบนใบหน้าครับ ตัวนี้ช่วยให้ผิวเรียบลื่นด้วย เต้จึงข้ามขั้นตอนการลง Foundation Primer ไป



*ค่อยๆกดๆย้ำๆเพื่อความติดทน ไม่จำเป็นต้องลงทั้งหน้าครับ เพราะเดี๋ยวเราจะลงตัวอื่นต่อด้วย เอาแค่ส่วนที่มันแดงๆนั่นแหละ









 

กันแดด & Base


 



เต้เลือกใช้กันแดดและเบสในตัวของCoffret d'or เป็นเบสและกันแดด มี spf 50 PA+++

เป็นเบสเนื้อบางเบา ปรับผิวให้สว่างสดใสขึ้น ช่วยให้ผิวเรียบลื่น ทารองพื้นแล้วไม่เป็นคราบ และช่วยให้เครื่องสำอางติดทนด้วยนะฮะ



*ค่อยๆกดๆแตะๆให้ทั่วหน้าและคอครับ โดนแดดตลอดวันขนาดนี้ เคลียร์ปัญหาเรื่องหน้าหมองหลังงานจบ หรือลงกันแดดแล้วเหนอะ ตัวเดียวจบ







 

Concealer




เต้ลงคอนซีลเลอร์ก่อนรองพื้น เพราะถ้าลงรองพื้นบางส่วนที่เป็นสิวแล้วคอนฯสีขาวไป ก็จะใช้รองพื้นมากลบสีอีกทีได้ครับ 

เต้ลงแค่บริเวณใต้ตาและร่องแก้มครับ เพื่อปกปิดรอยคล้ำต่างๆ จริงๆเทคนิกไม่ตายตัว แล้วแต่ถนัดเลยนะ



*ค่อยๆกดๆย้ำ อย่าปาดหรือถูเดี๋ยวเป็นคราบ อุณหภูมิของมือจะช่วยให้เกลี่ยง่ายขึ้นครับ ถ้าใช้แปรงจะช่วยให้ลุคที่บางเบากว่า แล้วแต่ถนัดและระดับที่อยากปกปิดนะ



 

Foundation


รองพื้นเต้เลือกใช้ของRevlon ซึ่งเนื้อค่อนข้างหนา เป็นระดับการปกปิดที่สูง รองพื้นเนื้อหนาจะมีปัญหาเรื่องเป็นคราบและเกลี่ยลำบาก การลงหนาๆไม่ได้ช่วยให้ปกปิดได้มากมาย และจะยิ่งทำให้พื้นผิวหน้าดูไม่เรียบเนียนและไม่เป็นธรรมชาติ เต้เลือกใช้นิ้วค่อยๆกดๆแตะๆ และเก็บรายละเอียดด้วยฟองน้ำซับส่วนที่เกินออกไป ให้ได้ลุคที่ดูบางเบาแต่เรียบเนียนที่สุด 



*เต้เลือกใช้สองสี คือสีแรกเป็นสีเดียวกับผิว สีที่สองคือเข้มกว่าผิวสักสองเฉด 

สีเดียวกับผิว ใช้ปกปิดรอยสิวเบื้องต้น และช่วยให้สีผิวสม่ำเสมอ 

สีเข้ม ใช้เฉดดิ้ง ช่วยให้หน้าดูมีมิติ ไม่แบน และพอเราปัดเฉดดิ้งอีกครั้ง จะทำให้มิติของหน้าชัดขึ้นไม่ลบเลือนระหว่างวัน





Highlight & Powder



เต้ใช้คอนซีลเลอร์ตัวเดิมที่ใข้ลงใต้ตา มาเป็นไฮไลท์ลงส่วนที่อยากให้โดดเด้ง หน้าผาก สันจมูก ปลายคาง โหนกแก้ม ช่วยให้หน้าพุ่งวิ้งมีมิติสวยงาม(ฮา)



เต้ปัดแป้งผสมรองพื้นด้วยแปรงเพื่อให้แป้งกระจายตัวเนียนบางสม่ำเสมอ และใช้พัฟกดๆย้ำๆอีกทีเพื่อให้ติดทน



*แป้งควรใช้สีเดียวกับผิว เพราะเราลงไฮไลท์และเฉดดิ้งอยู่แล้ว เพื่อความเป็นธรรมชาติ ดูเหมือนผิวดีตั้งแต่เกิด เสมือนไม่ได้โบ๊ะอะไรมากมาย



 

"ผิวเนียนสว่างกระจ่างใส ไม่จำเป็นต้องขาวนะจ๊ะ"











ใช้แป้งไฮไลท์เนื้อละเอียด ปัดบนผิวเบาๆสำหรับส่วนที่อยากให้โดดเด้ง(หน้าผาก สันจมูก ปลายคาง โหนกแก้ม) เพื่อความเด้งขึ้นไปอีกเวลาถ่ายภาพ

ใครผิวมันมากๆหรือรูขุมขนกว้างข้ามขั้นตอนนี้ไปก็ได้ เปลี่ยนเป็นแป้งที่สีสว่างขึ้น เพื่อไม่ให้รูขุมขนมีชิมเมอร์ไปเต้นระบำอยู่ข้างในค




เฉดดิ้งหรือบรอนเซอร์ ปัดส่วนที่อยากให้ดูลึกหรือหายไป เช่น สันกราม ใช้สร้างจมูกให้ดูโด่งขึ้น ปัดเบาๆทีละน้อยๆ

ค่อยๆปัด ค่อยๆเพิ่มทีละนิด ถ้าเข้มไปจะดูหน้าตอบแบบเป็นโรคได้นะฮะ ส่วนของสันจมูกก็ค่อยๆไล่ตั้งแต่ช่วงหัวคิ้วลงมา และจากปลายจมูกด้านล่างขึ้นไปให้บรรจบกัน ไม่ควรลงลากเข้มเป็นแท่งตรง จะดูเป็นลุคนางโชว์ไม่เป็นธรรมชาติครับ



*ใช้แปรงแตะที่เนื้อผลิตภัณฑ์แล้วเคาะออก เพื่อให้เนื้อแป้งกระจายตัว ช่วยให้ไล่น้ำหนักได้ทีละสเต็ปอย่างเบาๆ ไม่เป็นปื้ดเข้มๆซึ่งแก้ลำบาก เข้มไปจะดูเหมือนโดนตบตีมา 









Eyes brown




คิ้ว ให้ใช้ดินสอเขียนโครงสำหรับคนที่ไม่มีคิ้ว ปัดทับด้วยมาสคาร่าคิ้วสีน้ำตาล เพื่อให้ติดทน สีน้ำตาลยังช่วยให้หน้าดูซอฟลงอีกด้วย

ใครคิ้วเข้มอยู่แล้วก็ใช้ดินสอหรือแบบฝุ่นเติมช่องว่างให้เต็มและทับด้วยมาสคาร่าจัดทรงคิ้วแบบใส เดี๋ยวเวลาถ่ายรูปแล้วคิ้วหายหมด 










มากันที่ตา อย่าพึ่งตกใจว่าทำไมต้องใช้หลายพาเลตขนาดนี้ 
   ใช้พาเลตละไม่กี่สีเองจ้า

ใครมีสีที่คล้ายกัน ใช้อันนั้น หรือจะหาพาเลทที่มีการจัดคู่สีไว้แล้วก็ได้ ประหยัดกว่า ได้ใช้ทุกสีด้วยจ้า




ลง eyes primer ให้เรียบร้อย เพื่อไม่ให้อายชาโดว์และทุกสิ่งที่ลงไปตกร่องเป็นเส้นๆที่หนังตา ช่วยให้อายชาโดว์ติดทนด้วยครับ

 

สเต็ปการลงสี ตามรูปเลยจ้า

(1)ลงสีน้ำตาลอมเทา หรือเทาอ่อน (เนื้อแมท) อ่อนกว่าสีผิวสักหน่อยลงเป็นเบสทั่วทั้งเปลือกตา

(2)ใช้สีสว่างมีประกายลงตรงหัวตาเพื่อให้ตาดูสดใสไม่ล้า

(3) ใช้สีน้ำตาลเข้มลงที่หางตาเข้ามา1ใน3 เพื่อให้ตาดูมีมิติ ดูคมขึ้น ใช้เพียงสีน้ำตาลเข้มไม่ถึงดำ จะดูซอฟกว่าสีดำมากครับ

(4) ใช้สีทองเป็นประกายเนื้อละเอียด ลงตรงกลางเบ้าตา 

(5) ใช้สีที่พอดีกับผิว(หรือใช้แป้งพัฟที่ทาหน้าก็ได้) คัดตรงโหนกคิ้ว ไล่มาถึงหัวทา เบรนส่วนที่เลอะเขรอะออกไป(Clean up)



*ส่วนที่เป็นพื้นที่ใหญ่ๆ ใช้นิ้วสีจะชัดกว่า ส่วนที่แคบหรือเล็กเต้ใช้แปรง, ใช้แป้งฝุ่นลงใต้ตารองไว้ป้องกันผงอายชาโดว์ร่วงลงมาด้วยจ้า พอแต่งตาเสร็จก็ปัดแป้งออก










Eye liner



อายไลเนอร์ เต้เขียนให้ชิดขอบขนตามากที่สุด และไม่เขียนเส้นใหญ่ เพราะจะทำให้ดูหลอกตา การเขียนแบบนี้จะได้ลุคที่คมแต่ไม่ดุ ดูเป็นธรรมชาติกว่าการลากและตวัดยาวๆหนาๆ



*ในภาพฝั่งซ้ายเต้เปรียบเทียบให้ดูระหว่างข้างที่เขียนและไม่เขียนด้วยนะ










ปัดขนตาและติดขนตาปลอม



*ขนตาปลอม ควรเลือกที่ขอบก้านบางๆไม่หนา เพราะถ้าขอบก้านหนาเวลาติดมันจะแข็งและขนตาจะทิ่มลงมาครับ ขอบก้านบางๆจะโค้งงอได้มากกว่าด้วย ไม่หนักไม่เจ็บไม่เคืองระหว่างวันด้วยนะ



ความยาวของขนตาก็สำคัญ ไม่ใช่ว่าเป็นคนขนตาสั้นแล้วจะจัดแบบไซส์เบิ้มๆล้นๆมาเลย เอาแค่ให้ยาวกว่าขนตาจริงนิดหน่อยพอ จะดูธรรมชาติกว่า ไม่เหมือนนางโชว์จนหลอกตา 



สีของกาวติดขนตาก็มีคนถามเต้มาเยอะครับ เต้แนะนำให้ใช้แบบสีขาว(เวลาแห้งจะใส)มากกว่า เพราะกาวสีดำ ถ้าไปเลอะตาส่วนอื่นๆจะค่อนข้างลบลำบากนะ










Lip liner : เขียนขอบปาก







ลิปไลเนอร์ช่วยกลบสีปาก(บางคนสีปากคล้ำ) และช่วยให้สีของลิปสติกชัดและติดทนขึ้น ทาลิปแล้วได้ลิปคล้ายสีจากแท่งมากที่สุด กำหนดขอบปากได้ชัดเจนไม่เบลออีกด้วย 



*สีของลิปไลเนอร์ ควรเป็นสีโทนเดียวกับปากและลิป ไม่ใช่ลิปสีนู๊ด ลิปไลเนอร์สีแดง จบเลยจ้า~~











Lipstick



ลิปสติก ถามว่าทำไมต้องใช้ถึงสามแท่ง? ก็มันผสมกันแล้วสวยหงะ 5555 


สีแรกที่ลงจะแมทหน่อย เพื่อให้ติดทน และเต้ผสมสีที่สองและสาม ซึ่งเป็นประกายหน่อยตรงกึ่งกลางปาก ช่วยให้ปากดูมีมิติ



*ทาลิปแล้วซับออก แล้วใช้แป้งฝุ่นตบเบาๆ แล้วทาซ้ำ จะได้สีที่ชัดึ้นและติดทนครับ (เพราะเราคงไม่สามารถเติมได้บ่อยๆเนอะ)

แนะนำก่อนวันจริงให้บำรุงปากเยอะๆ สครับปากด้วย ทาลิปจะได้เนียนไม่เป็นขุยๆจ้า











Brush on






 

ปัดบริเวณโหนกแก้ม ไม่เกินปลายจมูก เพื่อไม่ให้ดูแก้มห้อย ถ้ากลัวเลือนระหว่างวัน เต้แนะนำให้ลงทิ้นก่อนหลังจากลงรองพื้นครับ



*บรัชออนจะปัดช่วงแก้มไม่เกินปลายจมูก แต่เฉดดิ้งจะอยู่ในส่วนติ่งหูถึงกราม อย่าปัดทับที่เดียวกันเข้มๆเน้นๆ จะดูบอบช้ำคล้ายไม่สบาย แต่เบรนให้กลืนกันนะ ไม่ใช่ปัดแก้มมาสองแถบสี งิ้วทีเดียวครับ (ฮา)



 



แปรงที่เต้ใช้ก็ประมาณนี้นะครับ เพื่อไม่ให้สีปนกัน 









เสร็จแล้วววว
เปรียบเทียบให้เห็นกันชัดๆ สังเกตุดูจะเห็นว่า ทั้งที่ผิวลงเมคอัพโบกไปหลายชั้น แต่ดูไม่หนาจากสเต็ปการเกลี่ยแบบค่อยๆแท็ปลงไป และไม่ได้ดูผิวขาวไปมากกว่าเดิม แต่ดูสว่างและถ่ายรูปขึ้นกว่า สีแก้ม สีปาก ยังคงดูเป็นธรรมชาติด้วยการคลุมโทนสี








ลองถ่ายกับแสงหลายๆแบบดูครับ






แถมทรงผม เต้เน้นง่ายๆ รวดเร็ว(จริงๆคือรีบ 555
) อากาศร้อนใครจะปล่อยผมก็ต้องใช้ความอดทนสูงสักหน่อยหละ










จบแล้ว 

สงสัยอะไรสอบถามได้ที่กระทู้นี้เลยจ้า เดี๋ยวมาตอบให้น้า 



หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับสาวๆที่กลัวแต่งร้านแล้วไม่ถูกใจ หรืออยากประหยัดงบ เราไม่ได้รับกันบ่อยๆ ไม่ควรมีอะไรต้องกังวลหรือเครียดสำหรับวันนี้



ฝากไปถึงเรื่องกาละเทศะด้วยนะครับ สีสันควรอยู่ในกรอบ สวยในแบบของเรา ไม่จำเป็นต้องสวยแปลกจากคนอื่นๆ

ทรงผมแหวกๆควรใช้ในวันซ้อม วันถ่ายเล่นๆกับเพื่อนๆ วันจริงก็ควรเก็บเนี๊ยบให้ดูเรียบร้อยนิดนึง

ดูไม่น่ายากใช่ไม๊เอ่ย สาวๆจีบันเก่งอยู่แล้ว สู้ๆนะตัวเอง 






 

ปล.คอนแทคเลนส์นางแบบใส่มาเอง เค้าไม่รู้เห็นว่าสีอะไรของอะไรนะ ฮ่าๆ

 

 

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย