:: รีวิวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดจาก ESTEE LAUDER (รางวัลจาก Jeban) ::

aiwa

aiwa

ดู Profile

สวัสดีค่ะสาวๆ Jeban.com วาไม่ไ่ด้ตั้งกระทู้อะไรที่นี่เลยร่วมปีแล้ว
พอดีได้ร่วมกิจกรรมของทาง Jeban ไป ที่ Link นี้ >> https://www.jeban.com/viewtopic.php?t=115947

และวาก็เป็น 1 ใน 6 ผู้โชคดี ที่ได้รับผลิตภัณฑ์ในไลน์ใหม่ล่าสุด
จาก ESTEE LAUDER มาทดลองใช้ก่อนใครเลย 2 ตัวค่ะ คือ

Idealist Cooling Eye Illuminator (15ml)  มูลค่า 2400 บาท [ มีวางจำหน่ายแล้ว ]
Ideal Even Skintone Illuminator (50ml) มูลค่า  3800 บาท
[ เริ่มจำหน่ายเดือนสิงหาคม ]


วันนี้ก็จะมารีวิวให้ชมกันนะคะ ทั้งตัวผลิตภัณฑ์ เนื้อผลิตภัณฑ์ วิธีใช้
พร้อมทั้งผลการทดลองใช้ประมาณ 2 สัปดาห์ค่ะ
วาไม่่ไ่ด้ทำรีวิว หรือ How To มานานมาก ผิดถูกอะไรยังไง ขออภัยด้วยนะค๊า
ถ่ายรูปอะไรก็ หลงลืมไปหมด แอบเป็นมือใหม่เลยทีเดียว แหะๆ


ผลิตภัณฑ์

สำหรับตัวแรกตัว Idealist Even Skintone ตัวนี้เป็น Serum บำรุงผิว นะคะเป็นขวดสี่เหลี่ยมสไตล์ Estee
ขวดสีเขียวอ่อน ฝาสีทองเป็นผลิตภัณฑ์ทึบแสง หัวเป็นขวดกดปั๊มนะคะ


 อีกตัวนึงตัว Idealist Cooling Eye นะคะ เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับทาใต้ตา โดยจะอยู่ในรูปหลอด
พิเศษตรงที่ปลายหลอดทำจากเซรามิก ซึ่งเมื่อสัมผัสลงบนผิว เราจะรู้สึกเย็น แม้ไม่ได้แช่เย็น
และเซรามิกเป็นผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ จะทำให้ไม่เกิดอาการแพ้ค่ะ วาใช้มาซักพักแล้ว
ตรงสีทองๆเลยเยินนิดนึง พกตลอดค่ะ แหะๆ


มาดูที่เนื้อผลิตภัณฑ์กันค่ะ วาบีบลงบนแขนทั้ง 2 ตัวเลยให้เห็นเนื้อผลิตภัณฑ์เทียบกัน
ทั้ง 2 ตัวจะออกสีขาวมุก ตัว Serum (ด้านล่าง) จะสีอ่อนกว่า และเนื้อเหลวกว่า
ตัว Eye จะเนื้อข้นกว่าเล็กน้อย และสีออกเหลืองมากกว่า
 


จะสังเกตุเห็นได้เลยค่ะว่า เนื้อครีมทั้ง 2 ตัวจะเหมือนมีวิ้งละเอียดผสมอยู่ด้วย
ตัวนี้ไม่ใช่ผงชิมเมอร์ หรือกากเพชรนะคะ แต่เป็น เทคโนโลยีเฉพาะ คือ

Triple Optic คือเป็นส่วนผสมที่ช่วยสะท้อนกระจาย หักเหลำแสง
ช่วยให้สีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ ดูเรียบเนียนขึ้นทันที และส่งประกายระยิบระยับ ดูผิวสวยเป็นธรรมชาติ


และอีกเทคโนโลยีหนึ่งที่สำคัญก็คือ Triple action complex ค่ะ
- เป็นส่วนผสมที่ช่วยลดจุดด่างดำ ประกอบด้วย ส่วนผสม โมเลกุลกลูโคซามีน -DP เข้มข้น,
วิตามินซี และสารสกัดจากพืช ที่จะทำงานร่วมกันอย่างอ่อนโยน เพื่อช่วยลดเลือนจุดด่างดำ
- สารแอนตี้ออกซิแดนซ์ทรงพลัง ประกอบด้วยสารสกัดจากรำข้าว และวิตามินอี
- สารช่วยในการปลอบประโลมผิว ประกอบด้วยชะเอมเทศ และ เจนเทียน
ที่ช่วยปลอบประโลมผิวที่มีรอยจ้ำแดง ที่อาจก่อให้เกิดรอยด่างดำได้ในอนาคต


* ข้อมูลข้างต้น เป็นข้อมูลจากทางแบรนด์นะคะ *
 


 


เทียบกันแล้วจะเห็นได้ชัดเลยค่ะว่ามีวิ้งๆ และเนื้อผลิตภัณฑ์ ข้น เหลวต่างกัน 
ทั้ง 2 ตัวมีกลิ่นหอมอ่อนๆไม่ฉุนนะคะ เมื่อเกลี่ยผลิตภัณฑ์ลงบนผิว จะซึมเข้าผิวทันที
ไม่ทิ้งคราบใดใด และจะเห็นได้ชัดว่า ผิวดูสุขภาพดี เหมือนคนผิวเด้งเงาๆ ผิวดีขึ้นมาซะอย่างงั้นล่ะค่ะ 

การทำงาน และ ผลลัพท์ หลังใช้ผลิตภัณฑ์

จะทำให้รอยจ้ำแดง ลดเลือนลง ผิวหน้าดูเปล่งประกายภายในทันที
และ ลดเลือนทุกๆปัญหาที่ทำให้สีผิวไม่สม่ำเสมอ เช่น รอยจุดหมองคล้ำ รอยไหม้จากแดด
และรอยแผลเป็นจากสิว เราจะเห็นได้ทันทีหลังใช้ว่าหน้าเรากระจ่างขึ้น จุดด่างดำถูกปิดไว้
ด้วยเทคโนโลยีการหักเหแสงนั่นเอง พูดง่ายๆ คือ เหมือนจะอำพราง รอยด่างดำบนผิวให้เราหลังใช้
และจะบำรุง ฟื้นฟูลึกภายในผิว ช่วยให้รอยดังกล่าว ลบเลือนไปเรื่อยๆเมื่อใช้เป็นประจำต่อเนื่องค่ะ
 


ต้องบอกก่อนค่ะว่า พูดว่ามันวิ้งๆ บางคนกลัวว่า เอ๊ะ..แบบนี้ทาแล้วหน้าเราจะดูวิ้งลิเกรึเปล่า
จริงๆแล้วไม่ใช่นะคะ อย่างที่บอกด้านบนว่า เป็นการหักเหแสง เราเลยรู้สึกว่าหน้าเราวิ้ง ดูเงา
แต่จริงๆแล้วผลลัพท์ที่ออกมา มันจะดูผิวดีมากกว่าผิวมีวิ้งอ่ะค่ะ ต้องไปลองเองที่เคาท์เตอร์แล้วจะเข้าใจค่ะ

ส่วนเรื่องสีผิว ขาว คล้ำ ใช้ได้ทุกสีผิวนะคะ ไม่มีวอกแน่นอน แต่ในรูปสำหรับตัว Eye วาบีบออกมาเยอะเกินไป
เพื่อทำรีวิว เลยเกลี่ยวแล้วยังดูขาวๆ ดูวอกๆ แต่จริงๆแล้วเราใช้ใต้ตา เพียงนิดเดียวเท่านั้นค่ะ

อ้อ อีกอย่าง ตัวนี้ คือ Skin Care ไม่ใช่ Make Up นะค๊า
ทาลงไปก็ซึมหายไป ไม่ใช่ชิมเมอร์ หรือ เบส หรือ ไฮไลท์ อะไรทั้งนั้นนะคะ ^^


วิธีใช้ผลิตภัณฑ์


สำหรับตัว Cooling Eye นะคะ เราจะบีบครีมออกมานิดเดียว แล้วกดๆ แตะๆ ไปที่ใต้ตาเบาๆ
ทาง Estee บอกว่าแนะนำให้ กดเบาๆ หรือ นวดเบาๆเท่านั้น เพราะถ้านวดเพลินแล้วแรงเกินไป
ก็อาจจะทำให้ใต้ตาเหี่ยวได้ แต่ด้วยความสัตย์จริง วานวดอย่างเมามันส์ตลอดเลยค่า เย็นดี เพลิน แหะๆ
 


 

อีกตัวคือ Even Skintone นะคะ วิธีใช้ของวาก็คือ เช็ด Toner ทั่วหน้าก่อน แล้วก็ลง ตัว Idealist Even Skintone
ตามลงไป เสร็จแล้วก็ ต้องตามด้วย มอยซ์เจอร์ไรเซอร์ ด้วยนะคะ เพราะ Serum ตัวเดียว จะไม่ครอบคลุม
การบำรุงพื้นฐานปกติของเรา
 


ทดลองใช้

วาได้ของมาวันที่ 10/7/2011 ก็จัดการถ่ายรูป Before ไว้ก่อน
จะบอกว่าผิววา เป็นผิวผสม มัน T-zone นิดหน่อย นะคะ แก้มค่อนไปทางแห้ง
ทาครีมบำรุงแค่ตอนเช้า ก่อนแต่งหน้าเป็นประจำ ส่วนก่อนนอน ทาเท่าที่จะขยัน
หรือนึกออกว่า ต้องทา (อย่าเอาเยี่ยงอย่างนะคะ) มาดูความหลอนก่อนใช้กัน
 


มีสิวขึ้นประปราย อาจจะเพราะผิวแห้ง และสิวฮอร์โมน สีผิวกระดำกระด่าง

หลังจากผ่านไป  6 วัน ก็มาถ่ายรูปเก็บรายละเอียดผลการใช้อีกครั้งค่ะ
วาไม่ได้ขาวขึ้นนะคะ แต่แสงในห้องมันไม่เท่ากัน ครั้งแรกที่ถ่ายคือบ่ายๆค่อนไปทางเย็น
เลยมืดกว่า ครั้งนี้ถ่ายรูปสายๆ แดดจัดเลยสว่างกว่า ตัวนี้ไม่ช่วยเรื่องขาวนะคะ
 


อีกรูปนึง หลังจากใช้ไปได้ 6 วัน โดยรวมวาว่าพวกรอยดำ รอยด่างจากที่สิวกลางหน้าผาก
จางลงรวดเร็วมาก วาโบกครีมเยอะพอสมควร ช่วงทดลองใช้นะคะ ได้มาฟรี เลยไม่ประหยัด แหะๆ (^^)
 

มีรูปให้ดู หลังจากทาครีมแล้วหน้าจะเงาๆนิดนึง แบบนี้ค่ะ


หลังจากที่ได้ทดลองใช้ รู้สึกว่าผิวหน้าดูสุขภาพดีขึ้นนิดนึง
ที่รู้สึกได้คือ แต่งหน้าแล้ว รองพื้นและแป้งดูติดหน้ามากขึ้น ปกติมันจะแห้งๆไม่ชุ่มชื้น
น่าจะเพราะขาดวินัยในการบำรุงผิวของวาเองด้วยค่ะ


หลังจากทดลองใช้ 2 สัปดาห์


ตามกิจกรรมของ Jeban เมื่อครบ 2 สัปดาห์แล้ว จะต้องไปสัมภาษณ์ความรู้สึกหลักทดลองใช้
ที่โรงแรมศิวาเทล แถวๆเพลินจิตค่ะ เช้าวันที่ 23/7/2011 วาก็ตื่นมาถ่ายรูปอีกครั้ง
* * เน้นว่า วาไม่ได้ขาวขึ้นนะคะ ผลิตภัณฑ์ไม่ได้ทำให้ขาวขึ้นค่ะ เป็นที่แสงนะคะ * *


จะเห็นได้ว่า พื้นผิวดูดีขึ้นกว่าวันแรกๆมาก เมื่อใช้อย่างเป็นประจำต่อเนื่อง 2 สัปดาห์
และจะได้ผลมากขึ้นถ้าใช้ต่อเนื่องถึง 4 สัปดาห์ขึ้นไปนะคะ


ใครที่ควรจะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ 2 ตัวนี้บ้าง?

Idealist Even Skintone
ผู้ที่มีความกังวลเรื่องสีผิวไม่สม่ำเสมอ หรือมีจุดด่างดำ
ไม่ใช่ผู้ที่ต้องการให้ผิวขาวนะคะ ตัวนี้ไม่ใช่ไวท์เทนนิ่ง

Idealist Cooling Eye
ผู้ที่มีความกังวลเรื่อง รอยหมองคล้ำใต้ตา แพนด้า
ผู้ที่ตาบวม จากปัจจัยต่างๆที่ไม่ใช่กรรมพันธุ์ ตัวนี้ไม่ช่วยเรื่องริ้วรอยค่ะ

ก็จบรีวิวคร่าวๆ เพียงเท่านี้ค่ะ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านกระทู้
เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงใจ ควรไปปรึกษา BA ที่เคาท์เตอร์ Estee Lauder
เพื่อค้นหาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผิวคุณนะค๊า ขอบคุณค่ะ (^^)

ปล. ผลิตภัณฑ์ข้างต้นได้มาจากทางแบรนด์ ไม่ได้ซื้อเองค่ะ 

-----------------------------------------------------------------------------------------------------

ไหนๆก็ตั้งกระทู้ซะยาวเหยียด ขอเห่อไปด้วยเลยค่ะ วาก็แต่งหน้าเต็ม แบบที่ไม่เคยแต่งมาก่อน
ในรอบ 2-3 เดือนที่ผ่านมา แหะๆ เพื่อไปงานนี้กัน แอบใส่บิ๊กอาย + ติดขนตาปลอมด้วยค่ะ อิอิ
ในรูปเพิ่งแต่งหน้าเสร็จ ยังไม่ไดร์ผมเลย


ไปถึงที่โรงแรม ศิวาเทล ก็ขึ้นไปที่ชั้น 8 ห้องอาหารของโรงแรมค่ะ
วิวดีมากมาย เป็นชั้นสระว่ายน้ำพอดี น่าอิจฉาคนที่พักที่นี่มากๆค่ะ มองสระตาละห้อยเลย เอิ๊กกก
 


วันนี้ ก็มีการพูดคุยถึงเรื่องผลิตภัณฑ์ ที่ได้เอาไปทดลองใช้กัน ร่วมกับผู้โชคดีอีก 5 คนนะคะ
หลังจากที่ได้ทดลองใช้กันแบบไม่รู้อะไรเลย เพราะใหม่มากจริงๆ เราก็ได้ข้อมูลตัวผลิตภัณฑ์เพิ่มมากขึ้น
จากคุณตาโต น่าจะเป็น เทรนนิ่ง เมเนเจอร์ ของ ทาง Estee นั่นเองค่ะ ถ้าจำตำแหน่งผิดขออภัยนะค๊า

ที่นี่มีอาหารสวยๆ ไว้ให้ทานรองท้องกันด้วยค่ะ
 



หลังจากสัมภาษณ์กันเสร็จเรียบร้อย ใช้เวลาไม่นาน ก็มาถ่ายรูปร่วมกันค่ะ
ในรูป 3 คน ข้างซ้ายและขวาเป็นผู้โชคดีทั้ง 6 คนนะคะ
ส่วนคนที่ 4 และ 5 นับจากซ้าย คือ คุณหนู และ พี่ตาโต จากทางแบรนด์ Estee ค่ะ
ทั้ง 2 คนเป็นกันเองมาก ได้ความรู้และความสนุกสนาน เยอะเลยค่ะ
ส่วนอีกคนก็คือ ฟะร้า พิธีกร คนสวยของเรานั่นเองค่ะ



ป้าจีนมาเป็นกำลังใจด้วยค่ะ สีปากเลิศมาก



สองรูปล่าง วาไปขโมยมาจาก Facebook ของ Jeban นะค๊า แหะๆ
สุดท้ายนี้ ก็ต้องขอบคุณ กิจกรรมดีๆจาก Jeban.com และขอบคุณทาง Estee Lauder
ที่ให้โอกาสพิเศษๆครั้งนี้กับวาค่ะ ขอบคุณมากๆค่า



ก่อนกลับทาง Estee ใจดี แจกของติดไม้ติดมือกลับบ้านอีกคนละชิ้นด้วยค่ะ
เป็น ลิปกลอสแท่งนี้ .. 



ทาบนปาก แบบแสงหนักๆที่ออฟฟิส ได้แบบนี้
จริงๆ สีเข้มกว่าในรูปนิดนึงนะคะ แต่วาก็ทาบางๆด้วยล่ะ สีสวยเชียวค่ะ



จบจริงแล้วค่ะ บ๊าย บาย ............... 

 

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย