Bride to be (4) : กับคอร์สเจ้าสาว นวดหน้า นวดตัว

ฟะร้า

ฟะร้า

ดู Profile

ฮัลโหล  หลายๆ คนคงแอบเห็นงานแต่งฟะร้าไปบ้างแล้วจากกระทู้ งานแต่งแสนเก๋ กับธีมขาวแดง แรงที่สุด!!   ของน้องเต้  เดี๋ยวฟะร้าจะอัพเองมั่งแบบละเอียดนะคะ  (อย่าเพิ่งเบื่อ แหะๆ)

 

แต่ตอนนี้ขอเล่าเบื้องหลังกว่าจะเป็นเจ้าสาวไปพลางก่อน ....

 

เอาล่ะหลังจากเลือกเสื้้อผ้า หาสถานที่ เป็นอันเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อมาของการเตรียมตัวเป็นเจ้าสาว นั่นก็คือเรื่องความสวยความงาม จากปกติฟะร้าก็เป็นห่วงเรื่องนี้อยู่พอสมควร  พอจะได้เป็นเจ้าสาวกับเค้าทั้งทีก็อยากจะสวยเป็นพิเศษสักครั้งในชีวิต จึงไปสรรหาคอร์สนวดหน้า นวดตัวต่างๆ นานาสารพัด  และวันนี้จะขอมาแชร์ข้อมูลให้เพื่อนๆ ได้อ่าน เผื่อใครที่หาข้อมูลเรื่องนี้อยู่จะได้เป็นทางเลือกนะคะ

 

ด้วยความที่ทำงานเกี่ยวกับเครื่องสำอาง จึงได้มีโอกาสไปนวดหน้ากับเคาน์เตอร์เครื่องสำอางชั้นนำหลายแบรนด์ ทำให้ได้นวดหน้าอาทิตย์ละแบรนด์เลยล่ะช่วงนั้น ฮี่ฮี่ 


เริ่มต้นแบรนด์แรกกับเครื่องสำอาง "เกอร์แลง"  (Guerlain)

 

วันนั้นฟะร้าได้รับการนวดหน้าด้วยเครื่องสำอางกลุ่ม  Abeille Royale ที่มีน้ำนมผึ้งเป็นตัวหลัก ที่ช่วยฟื้นฟูผิวให้กลับคืนสภาพ  ช่วยลดเลือนริ้วรอยต่างๆ ใช้เวลาในการนวดประมาณ  60 นาที เริ่มตั้งแต่ทำความสะอาดผิว สครับผิว ต่อด้วยนวดหน้า จากนั้นก็ลงบำรุงตามขั้นตอน นวดเสร็จแล้วรู้สึกว่าผิวชุ่มชื้่นมากๆ  ผลิตภัณท์เค้าช่างเข้มข้นได้ใจจริงๆ 

พอนวดหน้าเสร็จ ทางเกอร์แลงก็ไม่ยอมให้เรากลับบ้านแบบหน้าตาโป๊เปลือยทำร้ายประชาชน  คุณพี่บีเอได้บริการแต่งหน้าแปลงโฉมให้ใหม่จนสวยปิ๊ง พร้อมออกงานด้วยค่ะ และนั่นเป็นจุดหักเหที่ทำให้ฟะร้ามีโอกาสได้ลองไพร์เมอร์ผสมทองคำของเค้า  มันเริ่ดอ่ะ อยากได้ ดิ้นๆ  กิเลสบังเกิด

 (ไม่เกี่ยวกับนวดหน้าแต่อย่างใด ๕๕๕)

สำหรับแบรนด์เกอร์แลงเนี่ย เค้าไม่มีคอร์สนวดหน้าจำหน่ายเป็นคอร์สๆ เพราะจะสงวนสิทธิ์ไว้ให้เฉพาะลูกค้าของทางเกอร์แลงเท่านั้น  ซึ่งถ้าใครสนใจอยากจะทดลองนวดหน้า ก็แค่ซื้อเครื่องสำอางกลุ่ม Abeille Royale ครบตามจำนวนที่กำหนด ก็ได้สิทธินวดหน้าและบริการแต่งหน้าฟรีจากทางเกอร์แลงแล้วค่ะ
 


อาทิตย์ที่สองกับ "ดาฟาง" (Darphin)  สุดยอด....ดดด แห่งการนวดหน้า 

หลังจากหน้าเนียนสบายไปหนึ่งสัปดาห์ ก็ถึงคิวของดาฟางบ้าง การนวดหน้าของแบรนด์นี้เป็นอะไรที่ขึ้นชื่อมากๆ ลองแล้วสมคำร่ำลือจริงๆ

อันดับแรกสุดเลย ทางดาฟางจะเลือกสรรผลิตภัณท์ให้ตรงกับสภาพผิวและปัญหาที่กังวล หลังจากที่ทำความสะอาดและสครับหน้าเสร็จ  ฟะร้าก็หลับไป แสดงว่านวดเพลินมาก เพราะปกติฟะร้าเป็นคนหลับยากอยู่  จนมาตื่นเอาตอนที่พี่เค้านวดด้วยการกดจุด 10 แห่งที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะบริเวณศีรษะ ใบหน้า และฝ่าเท้า ช่วงเวลานั้นช่างสบายสุดๆ เป็นการนวดหน้าที่ตัวเบาสบายไปด้วยเลยในคราวเดียว เริ่ด อิอิ

 

นวดเสร็จแล้วรู้สึกผ่อนคลาย บรรเทาอาการเหนื่อยเมื่อยล้าได้อย่างดี  .... เขียนถึงแล้วก็รู้สึกเมื่อยขึ้นมาทันที อยากไปนวดอีกจริงๆ

 

สำหรับคอร์สนวดนี้ไม่มีขาย แต่ให้สิทธิ์สำหรับลูกค้าที่ซื้อเครื่องสำอางดาฟางครบ 12,000 บาท นวดฟรี  3 ครั้ง หรือซื้อครบ  20,000 บาท ได้นวดฟรี 6 ครั้ง  จริงๆ แล้วคุ้มมากๆ นะ เทียบกับบริการถือว่าโอเคเลยค่ะ (แต่ว่าช่วงนี้ช็อตนิดนึงเลยต้องอาศัยคูองที่มีไปก่อน ๕๕๕)

 

อ้อ ปกติเวลาไปนวดแทบทุกที่ ก็จะมีการเสิร์ฟชาเป็นอันปิดท้าย ซึ่งที่นี่มีจุดเด่นอีกอย่าง ก็ตรงชาที่เสิร์ฟที่แหละ เค้าช่างเลือกได้เหมาะกับช่วงเวลาและอากาศในขณะนั้น อย่างตอนฟะร้าไปถึงตอนราวๆ 6 โมง-ทุุ่มนึง เค้าก็เสิร์ฟชาร้อนกลิ่นคาโมมายล์ เพื่อให้ลูกค้าผ่อนคลายและหลับสบาย กลับบ้านปุ๊บสลบปั๊บเลยว่างั้น
 

 
สวยเฟิร์มที่สถาบัน "คลาแรงส์" (Clarins)


อาทิตย์ต่อมากับการนวดหน้านวดตัวที่ สถาบันคลาแรงส์  สาขาเซ็นทรัลชิดลม ที่นี่เค้ามีทั้งบริการนวดหน้า นวดตัว รวมถึงแว๊กซ์ด้วย  ต้องบอกก่อนว่า ที่นี่แยกบริการกันกับเคาน์เตอร์เลยค่ะ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้บริการในสถาบันจะไม่มีขายตามเคาน์เตอร์ จะมีเฉพาะทำทรีตเม็นต์ที่สถาบันเท่านั้น  ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ให้บริการจะมีความเข้มข้นกว่าผลิตภัณฑ์ที่วางขายถึง 10 เท่า (เค้าบอกมา) 

 

วันนั้นฟะร้าได้มีโอกาสทดลองนวดหน้าด้วยโปรแกรม The Radiance Reviver  เพื่อปรับสมดุลผิว ผ่อนคลายความอ่อนล้าจากการใช้ชีวิตที่วุ่นวาย ฟื้นฟูผิวจากรอยเหี่ยวย่นที่เกิดก่อนวัย ให้ผิวเนียนนุ่ม สะอาดหมดจด และกระจ่างใส (ช่วงก่อนแต่งงานนอนดึกทุกวัน แถมเครียดมาก หน้าโทรมสุดๆ ค่ะ เค้าเลยเลือกโปรแกรมนี้ให้) 

และฟะร้ายังได้ทดลองโปรแกรม Rising Sun Gentle Exfoliation คือการขัดตัวด้วยสครับแบบละเอียด ต่อด้วยการทำบอดี้ทรีตเม็นต์ โปรแกรม Silhouette from the Andes (Express) – 4 Hands  (4 Hands = 4 มือ คือใช้คนนวด 2 คนรุมนวดเราคนเดียวค่ะ )  ก็จะมีคนเห็นเราโป๊ทีเดียวสองคนเลย อร๊ายยยย 

 

นั่นไม่ใช่ประเด็น .......  ข้อดีก็คือเราสามารถประหยัดเวลาไปครึ่งนึงต่างหาก เหมาะกับสาวๆ ที่มีเวลาน้อย แต่อยากทำทรีตเม็นต์ตัว อันนี้ฟะร้าทำตัวกระชับสัดส่วน เริ่ดมากค่ะ รู้สึกว่ากระชับขึ้นเลยนะคะ ไม่เจ็บ ไม่ระบมด้วยค่ะ 

 

เรื่องของการนวดตัวนี่ ต้องยกนิ้วให้คลาแรงส์เลยค่ะ ฟะร้าว่าสุดยอดนะ ผลิตภัณท์เกี่ยวกับตัวเค้าก็เริ่ดมาก ใครที่รักการดูแลผิวและรูปร่าง ที่นี่โอเคเลยค่ะ ราคาสมเหตุสมผลกับผลิตภัณฑ์ที่ใช้ด้วย เพราะถ้าเทียบขั้นตอนกับคลินิกอื่นๆ ที่เน้นนวดเหมือนกัน ถ้าซื้อเป็นครั้งก็ราคาสูงพอๆ กับที่นี่ เผลอๆ จะแพงกว่า แถมผลิตภัณท์ที่ใช้ก็อาจไม่ได้มาตรฐานเท่าที่นี่ด้วย 

แต่มีข้อควรระวังคือ อย่าให้เค้าแต่งหน้าให้นะคะ ให้เค้าทาแป้งฝุ่นแล้วเรามาเติมๆ เองดีกว่าค่ะ แหะๆ 
 

 


ครบสูตรความงามกับสถาบัน "ลังโคม" (Lancome)


อาทิตย์ถัดมามาฟะร้าก็ยังวนไปที่เซ็นทรัลชิดลมเหมือนเดิม ชั้นเดิม แต่คราวนี้เป็นสถาบันข้างๆ กัน นั่นก็คือ สถาบันลังโคม ที่นี่มีบริการที่ครบวงจรกว่าที่อื่น คือไม่เน้นแค่ผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่จะมีเครื่องมือมากกว่าที่อื่น อย่างเช่นการนวดหน้า ซึ่งวันนั้นฟะร้าได้ทดลองโปรแกรม Youthful Radiance Treatment เป็นการนวดหน้าแบบชิอัตสุ ที่จะช่วยในเรื่องของการไหลเวียนเลือดเป็นหลัก

 

ทางลังโคมก็ยังมีเครื่องผลักวิตามิน (คล้ายๆ กับในคลินิคผิวหนังเวลาที่ทำทรีตเม็นต์) เสริมไปด้วย คือได้ทั้งความผ่อนคลาย จากการนวดหน้า และบำรุงอย่างล้ำลึกด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ 

ส่วนทรีตเม็นต์สำหรับผิวกาย ก็มีหลายโปรแกรมให้เลือกค่ะ ฟะร้าได้ทดลองขัดผิวที่เรียกว่า Velvet Skin Treatment ไป ซึ่งจะช่วยให้ผิวเนียนเรียบ ขัดตัวเสร็จก็ต่อด้วย Cellulite Control Treatment ช่วยลดเซลลูไลท์ กระชับสัดส่วน จบด้วยการนวดผ่อนคลายที่เรียกว่า Serene Treatment  วันนั้นนวดอย่างจุใจ เล่นเอาหลับยาวเลยค่ะ

 

อ๊ะ ! อย่างที่บอกว่าที่นี่เค้าครบวงจร ก็เลยลองแบบครบวงจรมั่ง อิอิ วันนั้นฟะร้าก็เลยได้ทดลองแวกซ์ด้วย ที่สถาบันลังโคมมีบริการแวกซ์ทุกส่วนเลยนะคะ ฟะร้าเลยขอทดลองคิ้ว หนวด และก็ขาละกัน ส่วนอื่นเว้นไว้ก่อน อับอาย ๕๕๕  

 

ราคาที่นี่เทียบกับที่อื่นถือว่าปกติเลยค่ะ ไม่ได้แพงอย่างที่คิดไว้ในตอนแรกเลย แถมยังมีโปรโมชั่นอยู่ตลอดอีกด้วย สำหรับใครที่หาคอร์สเจ้าสาวอยู่ ลองไปใช้บริการดูค่ะ ที่เดียวได้ค่อนข้างครบนะคะ

 

แต่ขอแนะนำนิดนึงว่า ใครมีแผนจะไปแวกซ์พร้อมบริการต่างๆ  ให้เริ่มต้นด้วยการแวกซ์ก่อนสิ่งอื่นใด เพราะถ้าเราทำทรีตเม็นต์ก่อน แล้วค่อยแวกซ์ทีหลังผิวเราจะนิ่ม และทำให้เกิดแผลได้ง่ายมาก เพราะฤทธิ์แรงแวกซ์ ตอนดึงอาจทำให้หนังกำพร้าหลุดติดออกมาได้ค่ะ (โดนมาแล้ว

)  
 


จบท้ายที่นวดแบบผ่อนคลายสไตล์ "ออริจินส์" (Origins)
 
ฟะร้าตระเวนนวดกันไปถึง 4 ที่ ผิวพรรณใบหน้าน่าจะสวยเกินพอจะเป็นเจ้าสาวแล้ว แต่เหลียวไปเห็น Beauty Offers ของจีบันเมื่อเดือนก่อน ที่บรรจุคูปองนวดหน้ากับออริจินส์ ฟรีสำหรับ 100 ท่านแรก ที่สาขาสยามพารากอน และเซ็นทรัลชิดลม ฟะร้าเองก็ขอใช้สิทธินั้นด้วยคน อิอิ 

 

ง่ายๆ แค่โทรไปตามเบอร์ของสาขาและจองคิวนวดหน้า จากนั้นก็ไปนวดหน้าตามนัด สบายๆ ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ แต่ถ้าติดใจแล้วอยากนวดอีกนี่ก็ไม่เกี่ยวกันนะ ๕๕๕  

 

เครื่องสำอางเค้าดีค่ะ สาวๆ ที่มีปัญหาเรื่องผิวแพ้ง่ายน่าไปลองค่ะ  สำหรับฟะร้าไปลองนวดที่สาขาพารากอนค่ะ ช่วงที่ไปนวดก่อนวันงานไม่กี่วัน แอบมีสิวขึ้น ก็ค่อนข้างเครียด ทางออริจินก็จัดการนวดหน้ารักษาสิวให้ด้วยเลย คือใช้ผลิตภัณฑ์ที่ลดการอักเสบของสิวร่วมกับการบำรุงผิวหน้าให้ชุ่มชื้น เพราะหน้าตาอิดโรยมาก นวดสบายจนฟะร้าหลับปุ๋ยไป  คร่อก  Zzz

 


แอบยืดยาวนิดนึง กว่าจะสวยได้ หวังว่าจะมีประโยชน์บ้างเน้อ  แหะๆ

 

ถ้าสาวๆ คนไหนใครสนใจเส้นทางสู่เจ้าสาว (อย่างฟะร้า) ติดตามได้จาก Bride to be ตอนก่อนหน้าค่ะ 

Bride to be (1) : ตอน งานเช้าแบบฉุกละหุก : หาสถานที่

- Bride to be (2) ตอน ใส่ใจเรื่องชุด part 1

- Bride to be (3) ตอน โฉนดรัก อิอิ

 

คราวนี้ขอลาไปเท่านี้ดีกว่าค่ะ ส่วนคราวหน้าจะขอพาสาวๆ ไปเลือกเพชร และเครื่องประดับให้เหมาะกับชุดเจ้าสาวกันค่ะ



อย่าลืมติดตามกันนะคะ  จ๊วบบบบบบบบ

 

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย