สองป้าพาเที่ยว : Shek O ปีนเขาที่ฮ่องกง ใครเค้าไปกั๊นนน

กุ๊ดจัง

กุ๊ดจัง

ดู Profile

วันสุดท้ายก่อนบินกลับประเทศไทยตอนกลางคืน ตื่นเช้ามาโอดโอยๆๆ จากทริปมาเก๊าเมื่อวาน แต่จำเป็นต้องตื่นแต่เช้า เพราะแผนการณ์วันนี้ แน่นเอี๊ยด!! 



ตื่นเกือบ 8 โมง แต่งตัวสบายๆ พร้อมลุย

8.30 น. เดินออกมากินอาหารเช้าแถวโรงแรม

จาก Marcopolo Canton Rd. เลี้ยวเข้าถนน Haiphong ขวาถนน Ashley....อร่อยอ๊าาาา.....หมูแดงเปื่อยๆ หอมๆ นุ่มๆ น้ำซุบกระดูกหมูรสอ่อนๆ เหมาะกับอาหารเช้าเบาๆ ไม่อิ่มมากจนเกินไป




กินเสร็จ ซื้อสเบียง แซนวิช คนละชิ้น ที่ร้านตรงข้ามสถานนี Tsim Sha Tsui ใส่กระเป๋าไปด้วย และออกเดินทาง นั่ง MTR ข้ามเกาะไปฝั่งฮ่องกง



เป้าหมายวันนี้ คือ......ทะด๊า... 



Shek-O หมู่บ้านเล็กๆ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะฮ่องกง เพื่อไปเดินป่า ปีนเขา ไปตามเส้นทางที่เรียกว่า Dragon's back เซริชหาข้อมูล ของฝรั่ง ก็มีพอประปราย คู่มือเที่ยวบอกว่า เคยเป็น the best trail in asia เลยเชียวน๊า

เว็บของไทย พอมีแต่ค่อนข้างน้อย เพราะคนไม่ค่อยไปกัน ก็แหม๋ ไปฮ่องกงทั้งที ไปช็อปปิ้งดีกว่าชะมะ...



แต่สำหรับเรา พิเศษที่ ทริปนี้ไม่มีลูกมากวนใจ ช็อปปิ้งไว้เดี๋ยวก็ได้มาใหม่ เมื่อไหร่ก็ได้ ป้ากุ้งก็เที่ยวฮ่องกงจนปรุแล้ว ขอตามใจตัวเองหน่อยเถอะ 

(ทีแรกก็ลังเล จะไปดีไม่ไปดี ป่าไม้เมืองไทยอุดมสมบูรณ์ เขาใหญ่ใกล้ๆ จอดรถลงไปเดินสบายๆ แต่ยิ่งหาข้อมูล ดูรูปแล้ว รู้สึกว่า..เอาน่ะ สักครั้งนึง ป่าเมืองไทย กะป่าฮ่องกง จะเหมือนกันได้ยังไง๊ ชิมิ ชิมิ)



Zoom out






อุปกรณ์ที่สำคัญ

1.น้ำดื่ม ให้พกไปด้วย ถ้าลืมพกมาจากโรงแรม หรืออื่นๆ จุดสุดท้ายที่จะซื้อได้ คือ 7-11 ที่ MTR Shau Kei Wan และ สุดท้าย ของท้ายสุด คือ ท่ารถเมล์ Shau Kei Wan ตรงเกาะกลางจะมีตู้หยอดเหรียญ ไม่สังเกตดีๆ ก็หาไม่เจอ เพราะต่อจากนี้ไป จะไปอยู่ที่สถานที่ ที่ in the middle of no where มากๆ

2.เสบียงอาหาร เช่น แซนวิช (ถ้าหลงป่า ก็ยังไม่อดตายอะนะ) ลูกอม ไว้แก้หิวน้ำ เจ็บคอ คอแห้ง อ่อนเปลี้ย เพลียแรง

3. รองเท้าผ้าใบ

4. ผ้าเช็ดหน้า/หมวก/เป้

5. กล้องถ่ายรูป ตามกำลังศรัทธา จะแบกไหว

งดขนสมบัติหนักๆ ทั้งหลาย หนังสือท่องเที่ยวไร ถ้าไม่จำเป็น ก็ไม่ต้องหอบเอามาหมดทุกเล่ม (รึกลัวหลงป่า จะขนไปไว้ทำเชื้อไฟ??)

6. ยาดม ยาหม่อง ยาประจำตัว(ถ้ามี)



แผนที่...อืมม...แผนที่ท่องเที่ยวทุกอันที่มี ไม่มี Shek O แบบละเอียด อยู่ในแผนที่ เพราะงั้น พกไปก็เท่านั้นอะ ยกเว้นเสียแต่ว่า จะมี GPS จะเริศมาก เพราะจะได้รู้พิกัดตัวเอง ถ้าว่างก่อนไป ลองเปิด กูเกิ้ล ดูแผนที่ดาวเทียมเล่นไปพลางๆ 



วิธีเดินทาง ตามหนังสือคู่มือท่องเที่ยวฮ่องกงของ TIB คือ

นั่งรถ MRT หรือ รถรางก็ได้ ไปลงสถานนี Shau Kei Wan ทางออก A3 จากนั้นต่อรถเมล์สาย 9 ไปลงที่ป้าย To Tei Wan และเรื่มเดินตามป้ายไป dragon's back มุ่งหน้า Big Wave Bay สั้นๆ แค่เนี๊ยยยยย ที่เหลือไปงมเอาเอง



เส้นประสีแดง เป็นเส้นที่ "คิดว่า" เราได้ใช้เดินทางกันมา (ตอนที่เดิน ก็ไม่รู้เหนือ รู้ใต้ รู้แต่ว่า มั่วๆ ไงมะรู้ -_-'') ไม่ได้ตามหนังสือท่องเที่ยวเป๊ะ แต่ก็เป็นเส้นทางที่ โอเคอยู่ เบาะๆ น่าจะสัก 4 กิโล ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่งโมงเป๊ะๆ ด้วยอัตราการเดินแบบอาม่าๆ อย่างเราและป้ากุ้ง




MTR ใช้เวลาประมาณ ครึ่งชั่วโมง ถึงสถานนีนี้




แล้วก็มาออกทางออก A3 เพื่อจะไปขึ้นรถเมล์สาย 9 ว่าแต่ ท่ารถเมล์อยู่ตรงไหนหว่า 

มองหา ถามทางได้ความว่าให้เดินไปตามทาง โค้งไปเรื่อยๆ จนสุดเลยจ้า




ถ้าขึ้นรถรางมา สถานนีจะอยู่ไกลจากท่ารถไปอีก




9.30 น. ในที่ซู๊ดด ก็เจอป้ายรถเมล์




ค่ารถ คนละ 6.9$ ให้บอกคนขับว่าจะลงที่ To(อ่านว่าโถว) Tei Wan เค้าจะได้จอดให้ 




Note : Cape Collinson, Shek O Road จะเป็นป้ายที่ถึงก่อน To Tei Wan แต่ จะเป็นป้ายที่เราเดินมาสิ้นสุด และขึ้นรถเมล์กลับตรงนี้ ตรงป้ายรถเมล์ จะมีป้ายไม้เขียนว่า Shek O Country Park ซึ่ง คิดว่า คนส่วนใหญ่ อาจจะใช้ทางนี้ ขึ้นไปหลังมังกร เพราะระหว่างทางที่เดิน ทุกคนเดินสวนทางกับเราหมดเลย 

(เห็นฝรั่งที่นั่งรถเมล์ สาย 9 มาด้วยกัน ก็โดดลงรถเมล์ตรงป้ายนี้ก่อน ทีแรกที่เค้าลง เราก็เอะ ใจ ว่าถึงแล้วหรอ เพราะท่าทางฮีก็มาไต่เขาเหมือนกัน แต่ คนขับบอกยังไม่ถึงป้ายที่เราจะลง เลยนั่งต่อไป) 



ที่ป้ายรถเมล์ มีอาแปะแต่งตัวเยินๆ ขาสั้นเสื้อยืด น่ากลัวเลเวล 4 เห็นท่าทางเอ๋อๆ so tourist ของเรา ก็เข้ามาชักชวนให้ไปด้วย บอกจะไป Skek O เดี๋ยวจะไปส่ง มาทางนี้ๆๆ มาเลยค่ารถ 7$ พยายามจะให้เราเดินตามไป คะยั้นคะยอ ชวนแล้วชวนอีก คนที่ท่ารถเมล์ก็มองๆ ส่งสายตาประหลาดมาให้เราเลยตัดสินใจ ไม่ไปดีกว่า ยิ่งสวยๆ กันอยู่ด้วย 55555



วิวข้างทาง เลาะเลียบริมเขาและทะเล ดูแปลกตา สวยดี อาแปะใจดีบนรถชวนคุย ช่วยบอกทางให้ด้วย ^_^

ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15-20 นาที ลงรถเมล์ทีแรกก็ต๊กกะใจ..ห๊า...นี่มัน....กลางป่า กลางเขาเลยนี่หว่า ไม่มีคนเลย มันไม่ใช่อย่างที่คิ๊ดดด (คนละเรื่องกับเมืองไทยเลยอะ ทางเดินไปถ้ำพระยานคร ก่อนเดินมีร้านขายข้าว ขายส้มตำ เดินไปครึ่งทาง มีขายไอติมด้วย ไอ่เราก็กะจะมาซื้อน้ำแถวนี้ เพราะป้ากุ้งไม่ได้พกน้ำมาด้วย มิน่า เป็นที่มาของสุภาษิต หวังน้ำบ่อหน้า เป็นอย่างนี้นี่เอง) ละจะไปทางไหนดีล่ะเนี่ย






จะต้องเดินไกลไม๊นะ....ถ้าไกล แล้วเดินไม่ไหว จะเดินหน้ารึ จะถอยหลังดี...ระยะทางตามแผนที่ รวมทั้งสิ้น 8.5 กิโล ระยะทางพอๆ กะเดินขึ้นภูกระดึงเลยนะ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ



To Tei Wan to Tei Long Wan ใช้เวลาประมาณ 2 3/4 hrs. 


แผนที่




เริ่มต้นออกเดินทางเวลาประมาณ 10 โมง ไหนๆ ก็มาแล้ว....คงไม่ถึงกะตายหรอกมั้ง ไม่ไหวค่อยถอยกลับ 




จากแผนที่ จะเห็นว่า ณ จุดที่เราลงรถ To Tei Wan เดินขึ้นหลังมังกร เป็นเหมือน ตัดขึ้นสันเขา เพราะฉะนั้น ทางก็น่ะ....ชันๆ สลับกับทางลาด เป็นระยะๆ แต่ส่วนใหญ่จะชัน แต่เดินไม่ยาก ไม่ถึงกับต้องปีนป่าย ห้อยโหน



เป็นกังวลอยู่อย่างเดียว ขออย่าให้มันหนักหนากว่านี้เลย...เพราอะไรอะหรอ....




ก็หน่ะ...กะจะมาซื้อรองเท้าผ้าใบที่นี่ เพราะ ขี้เกียจขน แต่ไม่เจอรองเท้าถูกใจเลย หวังรองเท้าบ่อหน้า ไปๆมาๆ ไม่มีเวลาซื้อ ฟิตฟลอบปีนเขาจะเป็นยังไงบ้างเนี่ย




หนทางข้างหน้า.....จะอีกยาวไกลไม๊ แดดเริ่มร้อน






ไต่ขึ้นมาเรื่อยๆ 10 นาที






บางช่วงมีขั้นบันได (แต่ก็ไม่ช่วยให้หายเหนื่อย หรือเหนื่อยน้อยลงเลย) แดด 10 โมง ร้อนนนมากกกกกก แล้วสองป้า ก็ใส่เสื้อดำมาปีนเขาหน้าร้อน....โว๊ะ..โอ...โอ....




ไม้พุ่มเตี้ยๆ ไล่ไปตามทาง สวยไปอีกแบบ (แต่นาทีนั้น ไม่ได้ซึมซาบความสวยเท่าไหร่นะ ก้มหน้าก้มตาเดิน พร้อมกัยคิดในใจว่า คิดดีละหรอวะเนี่ย กลับดีมะ)







เดินมาถึงทางแยก....ป้ายเขียนว่า Hongkong trail ด้านหลังที่เรามา คือ Shek O Road.




เดินมาเรื่อยๆ เริ่มเห็นวิวชัดขึ้น




เห็นทางลิบๆ 




ทีแรก ก็ไม่คิดว่าจะต้องเดินไปตามทางนี้ น่าจะมีทางลัดตัดลงเขาละมั้งนะ...เพราะไอ่ที่มองเห็นอยู่ไกลๆ นั่น ข้ามเขาสัก 4 ลูกได้



มิน่าเล่า เขาถึงเรียกว่า หลังมังกร...นี่เราคงอยู่แถวๆ สะโพก รึเปล่านะ 55555




อินางหารู้ชะตากรรมไม่




จากสวยๆ เป็นไอ่โม่งแล้ว เพราะ ยิ่งสูง ยิ่งร้อน ไม่มีต้นไม้ให้หลบร่มเงาเลยสักกะติ๊ด......ถ้ามาหน้าหนาวนะ...หูยยยยย ชีลลลลลลลล




ผ้าอ้อมมิวมิว สารพัดประโยชน์ ถึงตัวจะไม่ได้มา ส่งผ้าอ้อมมา ซับเหงื่อ บังแดด โพกหัว เหงื่อโทรมกาย







ข้ามเขาลูกแล้ว ลูกเล่า....นี่ แหละ Dragon's Back ณ จุดนี้ อยากได้เลนส์ Wide......แง๊




ณ จุดนี้ เริ่มเห็นมีคนเดินสวนไปทางที่เราเดินมา 1-2 กลุ่ม ส่งยิ้ม ทักทายกันไป ดูท่าทาง จะเริ่มเดินกันมาแต่เช้า



วิวด้านซ้าย




วิวด้านขวา จะเห็นสนามกอล์ฟ Shek O Village และเกาะเล็กเกาะน้อย




จากหลังมังกร ที่เป็นจุด peak จะเริ่มเดินลงซะส่วนใหญ่ ขึ้นบ้างนิดหน่อย ตามสันเขา จนมาถึงทางแยก ให้ตามป้าย Tai Tam Gap ไปทางขวาใช้เวลาเดินมาทั้งสิ้น 1 ชั่วโมง (11.00 น. โดยประมาณ) เหลืออีก 1 ชั่วโมง

ถ้าไปทางซ้ายจะเป็น Shek O Road เขียนว่า 2 กิโล 1 ชั่วโมงเหมือนกัน (น่าจะเป็นเดินย้อนกลับไปทางที่เรามา ณ จุดนี้ ถ้าให้กลับไปทางนั้นก็ไม่เอาละนะ...เหนื่อยชิบหาย....ขอเสี่ยงไปตายเอาดาบหน้าดีกว่า มันน่าจะลงเขาได้แล้วนะ)






ลงเขามาเรื่อยๆ จนแทบจะเป็นเดินทางราบ เลาะไหล่เขา ใช้เวลานานจนลืม มีร่องรอยธารน้ำตกเป็นระยะๆ ถ้ามาหน้าน้ำ คงจะมีน้ำเยอะอยู่ อ่านเจอบล็อคคนอื่น เดินกัน เจอธารน้ำขวางทางเลยก็มีอะ แต่ตอนเรามา นี่แห้งตลอด แห้งสนิท  



เดินด้วยอัตรา อาม่าเรท...45 นาที จนมาเจอถนนปูน  




โอวเย่..จะเที่ยงแล้ว ขอเลือก Tai Tam Gap 15 นาทีละกันนะ อีกชั่วโมงนึง สงสัยจะตายกลางทาง 




ปวดฉี่แล้วดั๊ว...แต่ เห็นสภาพห้องน้ำแล้วขอหวังส้วมบ่อหน้าละกัน




เดินตามทางมาเรื่อยๆ จะมาโผล่ตรงนี้ Shek O Country Park ป้ายรถเมล์ที่เราผ่านมาทีแรก ฝรั่งและคนอื่นๆ ที่เดินสวนทางขึ้นไปน่าจะขึ้นหลังมังกรไปจากทางนี้แหละ



ป้ายรถเมล์ อยู่ฝั่งตรงข้าม




เรานั่งรอรถเมล์สาย 9 แต่ว่า อยู่ดีๆ ก็มีรถเมล์เล็กผ่านมา เขียนว่า Shau Kei Wan สายอะไรไม่ได้มอง กระโดดขึ้นไปก่อนล่ะ...จะถึงเปล่าไม่รู้ นาทีนี้ ต้องการเจอผู้คน 55555



ค่ารถ คนละ 7$ จ่ายกับคนขับ เค้าก็พากลับมาส่งที่ MRT Shau Kei Wan ณ จุดที่เราเริ่มต้น



สรุปคือ ถ้าอยากลำบากก่อนแล้วค่อยสบาย ให้เดินจาก 1-->2 ถ้าอยากสบายก่อน แล้วค่อยลำบากเดินลง ให้เดินจาก 2-->1 

หรือ ถ้าอึดหน่อย จะเดินไป Big Wave Bay ก็คงเป็นเส้นทางที่น่าสนใจไม่น้อย คราวหน้าถ้ามีโอกาส จะไปใหม่แบบเตรียมพร้อมกว่านี้ เห็นวิวแล้วหายเหนื่อย ^_^



ปิดท้ายความหิวโหย ที่ causeway bay ช็อบปิ้งหยดสุดท้ายที่ H&M เซนทรัล ก่อนกลับไปแพคกระเป๋า รอรถมารับไปสนามบิน และกลับบ้าน ลั๊ลลา ลั๊ลลา.....อร่อยมากกกกกกกก




ขามา กระเป๋า 10 โล ขากลับ 19 โล พร้อมออกลูกอออกหลานมาอีก 2 ใบ ใบละ 7 โล ส่วนใหญ่ก็ของเราทั้งน๊านนน เอิ๊กกกกกกกกกก



จบจริงๆ แล้วเจอกันใหม่ Trip หน้าจ้า....






Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย