.. นอกเรื่อง.. พี่ๆคนไหนเรียน " คณะ นิติศาสตร์ " บ้างคะ

 ขอคำปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องเรียนทีคะ ตอนนี้กลุ้มใจและลังเลมากๆ
กำลังจะไปสมัครเอแบคคะ แต่ ยังเลือกคณะไม่ได้
ระหว่าง art eng กับ law 

ส่วนตัวหนูชอบ law คะ เคยอ่านหนังสือกฎหมายแล้วรู้สึกว่าชอบ
เวลาเรียนเรื่องกฎหมายในวิชาสังคมก็จะสนุกมาำก ชอบคิด ชอบวิเคราะห์
ชอบอ่าน รู้สึกว่ามันคือตัวเรา ใจหนูก็เอาไปทางนิติ แต่ก็ ไม่อยากทิ้งภาษา

แต่คุณพ่อกับคุณแม่เชียร์ อาทอิ้งค์คะ เพราะ ท่านบอกว่าเรียนนิติเป็นผู้หญิง
หางานทำยาก สายงานก็ไม่กว้างเท่าอาทอิ้งค์ ยังไงอาทอิ้งค์จบมาก็
ได้ภาษาแน่นอน ส่วนนิติ ถ้าไ้ด้เป็น ผู้พิพากษา อัยการ ก็ดีไป
แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นกันได้ง่ายๆ แต่้โดยส่วนตัวหนูอยากทำงาน พวก law firm
มากกว่าเป็นผู้พิพากษา อัยการ คะ

เลยมีคำถามมาถามพี่ๆที่เรียนนิติหน่อยค่า หนูจะได้เอาไปพูดกับที่บ้่านได้บ้าง แหะๆ
1. จบนิติศาสตร์มาสามารถทำงานอะไรได้บ้างคะ
2.ตอนนี้พี่ๆทำงานตำแหน่งอะไรกันอยู่เอ่ย
3. นิติเอแบค เป็นยังไงบ้างคะ เรียนภาษาอังกฤษเยอะ้ิป่าวเอ่ย
จบมาพอจะสื่อสารภาษาอังกฤษได้หรือป่าว (พี่ๆที่เรียนนิติเอแบค)

รบกวนหน่อยนะคะ ลังเลมากๆเลยคะ มันเป็นตัวกำหนดอนาึคตเลยนี่เนอะ การเลือกคณะเนี่ย
ขอบคุณมากๆๆคะ 

Discussion (13)

พี่อาจจะมาช้าไปเจ้าของกระทู้อาจจะจบ คณะใดคณะหนึ่งไปแล้ว แต่อยากมาแนะนำเป็นวิทยาทานให้กับ น้อง รุ่นใหม่ๆที่คิดหรือกำลังจะเอ็นหรือสมัยนี้เรียก แอดมิชชั่น ไรเนี่ย ขอยกประโยคข้างต้นจากพี่ satanยิ้ม จากที่แกได้ให้คำแนะนำใว้ ว่า "นิติ พี่ก็เรียนเหมือนกันค่ะ มันอาจจะไม่ได้คิดซะทีเดียวอย่างที่น้องคิดนะ เพราะว่ามันมีธง และมีฏีกาที่น้องต้องอ่าน เวลาตอบก็ไม่เชิงคิดวิเคราซะทีเดียว เพราะต้องตอบให้ถูกตามธงที่อาจารย์คิดไว้ และมีแนวฏีกาไว้แล้วจะแหวกก็ไม่ค่อยได้ค่ะ" สิ่งที่พี่เขาพูดนั้น ถูกต้องแล้วครับ แต่ที่ยกคำพูดพี่เขามาเกิ่นให้ฟังเพื่อให้น้องได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า การเรียนนิติศาสตร์นั้น มันไม่เชิงคิด "ถ้าการเรียนนิติศาสตร์อิงจากความคิดตัวเองเป็นไหญ่นั้นเป็นสิ่งที่ที่ไม่สมควรจะพึงกระทำ เพราะการเรียนกฎหมายคุณจะต้องมีความคิดของตัวเองส่วนหนึ่ง และ + มันเข้าไปกับความคิดของสังคม นั่นคือกฎหมาย ยกตัวอย่างนะ ลูกความของคุณเล่าเหตุการณ์คดีที่เขาตกเป็นจำเลยในคดีฆ่าคนตายให้แก่คุณซึ่งเป็นทนายฟังคุณฟังแล้ว โดยปกติมนุษย์เมื่อได้ยินจากปากได้เห็นอารมณ์ ของเขาเราก็จะเชื่อแทบสนิทใจว่าเขาคือผู้บริษุท เขาโดนฝ่ายผู้ตายด่าพ่อล่อแม่ก่อนจึงทำให้ตนบรรดาลโทษะ จึงเดินกลับไปหยิบปืนที่บ้านมายิง ใช่ตามรูปการ ทุกคนคิด ว่ามันคือ บรรดาลโทษะแน่นอน แต่เมื่อนำความคิดของคุณที่มานำมา+เข้ากับกฎหมายแล้ว มันกลับกายเป็นว่าพฤติการณ์ที่จำเลยเดินกลับไปบ้านแล้วหยิบปืนมายิงโจทก์นั้น ไม่ถือเป็นบรรดาลโทษะเพราะความกฎหมายได้ระบุไว้เกี่ยวกับ คำว่า บรรดาลโทษะ มีหลักสำคัญอยู่ว่า จะต้องเกิดในทันใดหรือทันทีหรือไม่เกินชั่วระยะเวลาหนึ่งแต่การที่จำเลยเดินกลับไปบ้าน จำเลยมีเวลาพอทีจะระงับอารมณ์ในต้นเหตุแห่งการบรรดาลโทษะนั้น ฉนั้น กล่าวเลยว่า ผมอาาจะพูดไปในเชิง สบประมาทพี่ satanยิ้ม ว่า คนเรียนนิติศาสตร์ที่ดี ต้องมีประมวลอยู่ในใจ มี ป.วิอยู่ในสันดาล มีธงใว้เป็นแนวทาง และ มี ผู้พิพากษาไว้เป็นกรรมการ อย่าใช้คำว่ายึดธงของอาจารย์ แต่ทุกๆคนที่ยึดธงของอาจารย์เป็นหลักเพราะ เป็นการป้องกัน ตัวเอง เพราะก็กลัววว่า สิ่งที่เราคิดมันอาจจะไม่ถูก แต่จำไว้เลยนะครับ สิ่งที่เราคิดหนะท่าเราสามารถอธิบายได้ ว่าเพราะอะไรและมีสิ่งที่อ้างอิงคือมาตรา ยัใงอาจารย์ก็ไม่ให้ตกแน่นอนครับ มิเช่นนนั้น นศ. นิติศาสตร์ไทย ด้อยกว่าประเทศอื่นมากในด้านนนี้เพราะคิดแต่ว่าจะต้องอิงตามธงคำตอบตอบนอกเหนือไม่ได้ อาจารย์ผมพูดเลยนะว่าท่าคุณคิดว่าธงผมไม่ถูก งั้นคุณก็ฟันธงคุณมา แล้วอธิบายให้ได้ และอธิบายแย้งมาด้วยว่าทำไมธงของผมจึงไม่ถูก นี่แหละคือการวิเคราะห์ นิดติศาสตร์ ใช้ความคิดตนเองครึ่งนึง กฎหมายครึ่งนึง อันนี้เบๆๆ แต่ตัวผมกับคิดว่าการวิเคราะห์และการสื่อความหมายออกมาให้ผู้อื่นเข้าใจ นั้นสำคัญที่สุดสำหรับการเรียนกฎหมาย ผมฝากไว้นะครับ กฎหมาย นั้นสำคัญ คณะอื่นๆเขาทำไห้คุณมีอาชีพได้มีเงินได้ แต่เขาไม่ได้สอนให้คุณเอาตัวรอดได้ นั้น กฎหมายนั้นสำคัญ คุณจะจบอะไรมาก็ช่างผมฝากเลยและแนะนำไปถึงเด็กรุ่นใหม่ๆด้วยว่า ท่าพอจะสละเวลา มาทำการศึกษามันได้ ก็ขอให้ทำสังคมเรามันเสือสิงกระทิงแรด ครับ กฎหมายคืออาวุธชั้นดี ขอให้น้องๆทุกคนมีความสุขกับการเรียนกฎหมายครับ หรือ คณะนิติศาสตร์ ตามที่น้องๆฝันครับ และน้องจะรู้ว่านิติศาสตร์ให้อะไรมากกว่าธงและมากกว่าตัวหนังสือในประมวล ท่าคุณ อยู่เป็น วิเคราะห์ให้หนัก และหัดสื่อสารมันออกมาให้ได้ แค่นี้คคุณก็จบได้นิติศาสตร์ ความขยันไม่ต้องพูดถึงมันคือจิตวิญญาณของการเรียนอยู่แล้ว ดังนั้น สู้ๆๆครับ เด็กสายนิติศาสตร์ทุกคน
ถ้าอยากเรียนlaw firmก็เรียนไปสิคะเพราะพี่ว่านะเรียนสิ่งที่ตัวของเราเองชอบดีกว่าเรียนสิ่งที่เราไม่ชอบนะคะเพราะถ้าเราเรียนสิ่งที่ตัวเองชอบก็จะประสบผลสำเร็จมากกว่านะคะเเล้วอีกอย่างนึงเดี๋ยวนี้ก็มีผู้หญิงเป็นนักกฏหมายตั้งเยอะเเยะออกจะตายไป
ตอนนี้อัยการหญิง ผู้พิพากษาหญิง เยอะค่ะ ^^
 ถ้่าเรียนไหวก็เรียนอาร์ทอิ้ง ควบไปกับเรียนนิติของรามหรือมสธพร้อมกันก็ได้นี่คะ 
1. จบนิติศาสตร์มาสามารถทำงานอะไรได้บ้างคะ?
- แล้วแต่สายด้วยนะคะ ว่าเป็นสาย แพ่ง-อาญา : จบมาก็ ไปทางอัยการ ศาล นิติกร ทนายความ
สายธุรกิจ : Law firm , In-house (ที่ปรึกษากม.ของบริษัทเอกชน)
สายมหาชน, สายระหว่างประเทศ : กระทรวงต่างประเทศ , คกก.กฤษฎีกา
แต่ทั้งนี้ก็ไม่เสมอไปนะคะ เพราะจบมาแต่ละสายก็ใช่ว่าต้องทำตามนี้เสมอไป
เพียงแต่ว่า เรียนสายไหน มันก็จะเน้นไปแต่เฉพาะรายวิชาเท่านั้นเองค่ะ (แล้วแต่มหา'ลัย ด้วยแหละ)

2.ตอนนี้พี่ๆทำงานตำแหน่งอะไรกันอยู่เอ่ย
-เรียนอยู่ค่ะ ขึ้นปี 4 แล้ว กำลังจะฝึกงาน ที่ Law firm ค่ะ แต่เรียนสาย แพ่ง-อาญามา  ^^

3. นิติเอแบค เป็นยังไงบ้างคะ เรียนภาษาอังกฤษเยอะ้ิป่าวเอ่ย
- รอผู้รู้ค่ะ ไม่ได้จบ ABAC ค่ะ ^_^

ขอเสริมนึดนึงนะคะ..
เห็นด้วยกับหลายๆความเห็นว่า เรื่องเพศไม่เกี่ยวเลย ผู้หญิงก็เป็นนักกฎหมาย ไม่ใช่แค่เป็นได้ แต่เป็นได้ดีด้วย
เพราะละเอียดอ่อนกว่า แต่ ก็แล้วแต่ตัวคนด้วยแหละนะ เพราะต้องอ่านเยอะมาก อาศัยเหตุผล
ท่องจำเป็นส่วนใหญ่ (ใครว่าไม่จำ) อาศัยความเข้าใจ และที่สำคัญคือ ฉันทะ ซึ่งน้องมีอยู่แล้ว
แต่เส้นทางนี้ มันยาวไกลมากเลย สอบตลอด อยู่เฉยๆไม่ได้ เหมือนจะเหนื่อย แต่ก็คุ้มค่านะคะ