ใช้สกินแคร์นานแค่ไหนถึงจะเห็นผล? | Jeban x SkinX

by

DaisyOfficial

สกินแคร์กลุ่ม “Moisture” เติมความชุ่มชื้น ผิวยืดหยุ่น

สกินแคร์กลุ่มมอยส์เจอร์ควรใช้ต่อเนื่องเป็นระยะเวลาประมาณ 3 เดือนขึ้นไปถึงจะเห็นผล เพราะสกินแคร์กลุ่มนี้ต้องใช้เวลาเป็นหลักเดือนถึงจะเริ่มเห็นผลการเปลี่ยนแปลง หากต้องการเพิ่มความยืดหยุ่น เติมคอลลาเจนในชั้นหนังแท้

สกินแคร์กลุ่ม “Brightening” และ “Whitening” ผิวกระจ่างใส

สกินแคร์กลุ่มเรื่องความกระจ่างใส จึงต้องใช้เวลาอย่างน้อยประมาณ 1 เดือนถึงจะเริ่มเห็นผลเนื่องจากสกินแคร์แต่ละชนิดจะออกฤทธิ์ขึ้นอยู่กับโครงสร้างผิวของคนแต่ละคน เช่น ผิวจากหนังกำพร้า ผิวหนังชั้นล่าง จนถึงชั้นบน จะใช้เวลา 28 วันในการสร้าง และผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิว เพราะฉะนั้นเมื่อสกินแคร์ออกฤทธิ์กับชั้นหนังกำพร้า ถึงจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลง

สกินแคร์กลุ่ม “Anti-aging” ลดเลือนริ้วรอย ผิวกระชับ

สกินแคร์กลุ่ม Anti-aging ต้องใช้เวลาถึง 3 เดือนถึงจะเห็นผลการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับผิว แต่ส่วนใหญ่สกินแคร์กลุ่มนี้จะเห็นผลกับผิวหนังชั้นบน สำหรับผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดเรื่องความกระจ่างใส และความเรียบตึงจะใช้เวลาประมาณ 28 วัน

สกินแคร์กลุ่ม “Exfoliator” ผลัดผิว กระชับรูขุมขน

สกินแคร์กลุ่ม Exfoliator เป็นกลุ่มที่ช่วยผลัดเซลล์ผิว กระชับรูขุมขน ต้องใช้เวลาตั้งแต่ 4 – 8 สัปดาห์ขึ้นไป

สกินแคร์กลุ่ม “Acne” สำหรับผิวเป็นสิว

สกินแคร์กลุ่ม Acne ที่ต้องการดูแลรูขุมขนที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากสิว ต้องใช้เวลาตั้งแต่ 2 อาทิตย์ไปจนถึง 3 เดือนขึ้นไปจึงจะเห็นผล โดยผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นยังขึ้นอยู่กับโครงสร้างผิวของแต่ละคนด้วย

สกินแคร์กลุ่ม “Anti-Oxidant” สารต้านอนุมูลอิสระ

กลุ่ม Anti-Oxidant จะใช้เวลาประมาณ 3 เดือนถึงจะเห็นผล แต่สำหรับชั้นผิวหนังด้านบนมักจะเห็นความกระจ่างใส และความเรียบตึงได้ใน 28 วัน

ส่วนผสม (ingredient) ตัวดังในสกินแคร์ที่ไม่ควรใช้พร้อมกัน

  • AHA และ Retinol ห้ามใช่คู่กับ Vitamin C

    ถึงแม้ AHA / Retinol กับ Vitamin C จะออกฤทธิ์คล้ายกัน แต่เรตินอล และวิตามินซีจะทำงานในค่า pH ที่ต่างกัน หากใช้คู่กันจะลดประสิทธิภาพลง

    • ถ้าต้องการใช้ AHA และ Retinol ควบคู่กับ Vitamin C สามารถแบ่งเวลาใช้ได้ เช่น ใช้ Vitamin C ในตอนเช้า และใช้ AHA หรือ Retinol ในตอนกลางคืน เพื่อหลีกเลี่ยงเรื่องผิวไวต่อแสงแดดนั่นเอง
  • BHA และ Vitamin C

    BHA ห้ามใช้คู่กับ Vitamin C เพราะส่วนผสมนี้เป็นกรดทั้งสองตัว นอกจากจะเป็นการรบกวนผิวแล้ว ยังอาจจะทำให้ผิวระคายเคือง และก่อให้เกิดปัญหาอื่นๆ เช่น ผิวไวต่อแสงแดดจนเป็นฝ้า ผิวบาง หรือสิวเห่อ

    • ถ้าต้องการใช้คู่กันจริงๆ สามารถสลับกันใช้แบบวันเว้นวันได้
    • ห้ามลืมทาครีมกันแดด เพื่อปกป้องผิวจากแสงแดดด้วยทุกครั้ง
  • Niacinamide และ Vitamin C

    Niacinamide หรือวิตามินบี 3 เป็นส่วนผสมที่ช่วยเติม และล็อกความชุ่มชื้นให้ผิว ถ้าใช้คู่กับ Vitamin C จะทำให้วิตามินซีเกิดปฏิกิริยาเปลี่ยนสีจากเดิม ส่งผลให้เกิดการระคายเคืองผิว และยังทำให้ประสิทธิภาพการบำรุงลดลง

  • Retinol และ Benzoyl Peroxide

    หากใช้คู่กัน จะลดทอนประสิทธิภาพของกันเอง และยังทำให้เกิดความระคายเคืองผิวอีกด้วย

  • Salicylic และ Glycolic

    Salicylic และ Glycolic เป็นกรดที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวทั้งคู่ หากใช้คู่กันจะเป็นการรบกวนผิวมากเกินไป ควรเลือกใช้เพียงตัวเดียวเท่านั้น ไม่ควรใช้ควบคู่กัน

ส่วนผสม (ingredient) ตัวดังในสกินแคร์ที่ใช้คู่กันแล้วยิ่งดี

  • Retinol และ Hyaluronic Acid

    2 ส่วนผสมที่ใช้ด้วยกันยิ่งดี ช่วยเสริมเรื่องการเติมความชุ่มชื้น และลดการระคายเคืองผิว เพราะเรตินอลมีคุณสมบัติในการผลัดเซลล์ผิว ที่อาจทำให้ผิวระคายเคือง แต่ Hyaluronic Acid จะเข้ามาช่วยเติมความชุ่มชื้น ลดอาการระคายเคืองที่เกิดจากการใช้เรตินอล

  • AHA หรือ BHA และ Ceramides

    Ceramides เป็นส่วนผสมที่ช่วยดูแลผิวให้มีความชุ่มชื้น แข็งแรง ซึ่ง AHA และ BHA อาจเป็นตัวผลัดเซลล์ผิว จึงอาจทำให้น้ำมัน และความชุ่มชื้นบนผิวหายไป การเติมเซรามายด์เข้าไปเสริมจึงเข้ามาช่วยให้คงความชุ่มชื้น ให้ผิวดูอิ่มน้ำ

  • สกินแคร์กลุ่ม Exfoliator ใช้เวลาตั้งแต่ 4 – 8 สัปดาห์ขึ้นไปถึงจะเห็นผลการเปลี่ยนแปลง
  • สกินแคร์กลุ่ม Brightening / Whitening ต้องใช้เวลาอย่างน้อยประมาณ 1 เดือนถึงจะเริ่มเห็นผล
  • สกินแคร์กลุ่ม Acne ต้องใช้เวลาตั้งแต่ 2 อาทิตย์ไปจนถึง 3 เดือนขึ้นไปจึงจะเห็นผล
  • สกินแคร์กลุ่ม Moisture, Anti-aging และ Anti-Oxidant ต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 3 เดือนขึ้นไปถึงจะเห็นผลการเปลี่ยนแปลง
  • ผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงที่ใช้แล้วเห็นผลของสกินแคร์แต่ละประเภท นอกจากระยะเวลาแล้วยัอยู่กับโครงสร้างผิวของแต่ละคนด้วย

มีเรื่องผิวกวนใจ ปรึกษาปัญหาด้านผิวหนัง ได้ทุกเรื่อง ได้ทุกที่

กับคุณหมอผู้เชี่ยวชาญ SkinX แอปพบแพทย์ผิวหนังออนไลน์

daisy-skinx.png

ขอบคุณข้อมูล :
นายแพทย์สาโรช สุวรรณสุทธิ แพทย์ผิวหนังโรงพยาบาลสมิติเวช