ขอความช่วยเหลือหน่อยค่ะ น้องฟิน เด็กหญิงผู้มีความพิการทางหู


น้องฟิน เด็กหญิงผู้ที่มีความพิการทางหู ไม่ได้ยินเสียง

ชื่อจริง      เด็กหญิง ธัญชนก  ชิตเครือ
ชื่อเล่น      น้องฟิน
เกิดวันที่    20 เดือนธันวาคม พ.ศ.2547
ปัจจุบันอายุ 5 ปี 6 เดือน

น้ำหนัก           11.3 กิโลกรัม
ส่วนสูง            94 เซนติเมตร
โรคประจำตัว   - Russell-Silver syndrome เป็นโรคที่เกี่ยวกับการเจริญเติบโตของร่างกายที่ผิดปกติ
                      - มีความผิดปกติทางหู บกพร่องทางการได้ยินระดับ 4 หูตึงรุนแรงทั้งสองข้าง
     น้ำหนักแรกเกิดของน้องฟิน 1,750 กรัม คลอดตอน 35 สัปดาห์ มีความผิดปกติตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ตอนคุณแม่ตั้งครรภ์ได้ประมาณ 22 สัปดาห์ ได้มีเลือดออก ตรวจพบว่ารกเกาะต่ำ
และน้ำคร่ำน้อย ซึ่งมีภาวะที่เสี่ยงต่อการแท้งมาก เวลาทานอาหารเข้าไป เด็กก็จะได้รับไม่เต็มที่ คุณหมอต้องทำการผ่าออกก่อนกำหนดเพราะ
น้ำคร่ำแห้งมากจนเด็กไม่สามารถที่จะอยู่ต่อได้ พอคลอดออกมาก็อยู่ในตู้อบประมาณ 3 สัปดาห์
     
จน กระทั่ง 6 เดือน พัฒนาการช้า ไม่สามารถคว่ำเองได้ และตัวเล็ก จึงพาไปพบแพทย์ที่ รพ.จุฬา คุณหมอก็ตรวจดูทุกอย่างก็ไม่พบอะไร ไทรอยด์ก็ปกติ จึงส่งไปตรวจที่แผนกต่อมไร้ท่อ ตรวจกับ ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ คุณหมอได้ตรวจเลือดและเอ็กซเรย์กระดูกมือ ผลเลือดและยีนส์ปกติ แต่กระดูกจะเท่ากับเด็ก 6 เดือน ซึ่งตอนนั้นน้องฟินอายุจะเข้า 2 ขวบแล้ว น้ำหนักช่วงนั้นประมาณ 7 กิโลกรัม เพราะแต่ละครั้งคุณหมอจะนัดห่างกัน 6 เดือน พร้อมทั้งให้พบคุณหมอทางด้านโภชนาการร่วมด้วย เพื่อที่จะได้รู้จักวิธีการโภชนาการที่ดีและถูกต้อง รักษาอยู่ซักพัก คุณหมอก็บอกว่าเป็น โรค Russell-Silver syndrome เป็นโรคที่เกี่ยวกับมีการขาดฮอร์โมนเจริญเติบโตร่วมอยู่ด้วย ซึ่งคุณแม่ไม่แน่ใจว่าเข้าใจในโรคนี้ถูกต้องทุกอย่างหรือเปล่า เพราะตนเองไม่มีความรู้ในด้านนี้เลย คุณหมอบอกว่าการรักษามีวิธีเดียวคือการฉีดยา ไม่มียารับประทาน เป็นการให้ฮอร์โมนทดแทน ซึ่งจะต้องฉีดยาทุกวัน สัปดาห์ละประมาณ 6-7 วัน โดยใช้เข็มเล็ก ๆ ฉีดเข้าใต้ผิวหนังหน้าขา แต่ยามีราคาค่อนข้างแพง คุณหมอแจ้งว่าจะต้องฉีดจนถึงอายุ 20 ปี การรักษาเด็กแต่ละรายต้องใช้เงินหลายหมื่นบาทต่อเดือน ซึ่งปัจจุบันน้องฟินจะมีรูปร่างเทียบเท่ากับเด็กอายุประมาณ 2-3 ขวบ
     
คุณ หมอได้อธิบายลักษณะของผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้ จะมีความกว้างของหน้าผากด้วยใบหน้ารูปสามเหลี่ยมขนาดเล็กและขนาดเล็กแคบคาง นิ้วก้อยจะโค้ง เติบโตช้า เนื่องจากมีความผิดปกติของกระดูกร่วมด้วย การรักษาด้วยวิธีฉีดยาจะได้ผลมากน้อยเท่าไหร่ คุณหมอไม่สามารถที่จะบอกได้ จะต้องติดตามผลเป็นระยะ พร้อมทั้งจะต้องตรวจผลเลือด เพื่อดูระดับน้ำตาลในเลือด เพราะฮอร์โมนที่ฉีดเข้าไปอาจจะไปทำให้ฮอร์โมนตัวอื่นในร่างกายเพิ่มมากขึ้น ทุก 6 เดือนคุณหมอจะตรวจกระดูกและตรวจเลือด เพื่อดูผลข้างเคียงอื่นที่อาจจะเกิดขึ้น
     ระหว่าง ที่รักษาเรื่องตัวเล็กอยู่นั้น ได้ไปตรวจเรื่องการได้ยินด้วย เพราะ 2 ขวบแล้วยังไม่พูดเลย วิธีตรวจครั้งแรกใช้วิธีทานยานอนหลับ และตรวจด้วยคลื่นความถี่ไฟฟ้า ผลออกมาหูข้างซ้ายได้ 70-80 เดซิเบล ข้างขวา 90-100 เดซิเบล เป็นลักษณะของคนหูตึงอย่างรุนแรง ระดับ 4 สาเหตุไม่สามารถระบุแน่ชัดได้ เพราะเด็กที่คลอดก่อนกำหนด หรือน้ำหนักตัวน้อยกว่าปกติ อาจมีความผิดปกติของระบบการได้ยินร่วมด้วย การคลอดที่ผิดปกติหากมีการขาดออกซิเจนระหว่างคลอด เด็กที่มีตัวเหลืองมากๆ และเป็นเวลานานก็ทำให้เส้นประสาทหูเสื่อม คุณหมอจึงให้ใส่เครื่องช่วยฟังตั้งแต่ ตุลาคม 2550 ตอนนั้นอายุ 2 ขวบ 10 เดือน คุณแม่จึงไปหาที่เรียนฝึกพูดสำหรับเด็กพิเศษ โดยให้ไปเรียนฝึกพูดและฝึกหู ที่ศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษาที่1 ที่ อ.สามพราน จ.นครปฐม ทุกวันอังคาร ครั้ง ละ 1 ชม. วันอื่น ๆ ก็ไปโรงเรียนตามปกติ เพราะต้องการให้เด็ก ๆ ด้วยกันคอยกระตุ้นและสื่อสารกัน และให้รู้จักการใช้ชีวิตอยู่ในสังคมอื่น นอกจากที่บ้าน
    
ปัจจุบัน น้องฟิน พึ่งจะเริ่มพูดเป็นคำติดกัน 2 ได้ เช่น ของใคร ไม่เอา ไปไหน แต่ก็ไม่ชัดเท่าไหร่ เนื่องจากได้ยินที่พูดไม่ชัด จะใช้วิธีการดูจากปากเรา คุณหมอได้แนะนำว่า ถ้าได้เข้ารับการผ่าตัดฝังประสาทหูเทียมเข้าไป จะได้ยินได้ดีขึ้นเหมือนคนปกติทั่วไป ซึ่งตอนนี้น้องยังเด็กอยู่ และกำลังหัดพูดจึงมีความจำเป็นอย่างมาก เพราะถ้าปล่อยไปนาน ๆ ประสาทหูอาจจะเสื่อมลงกว่านี้อีกก็ได้  คุณแม่จึงได้เข้าไปติดต่อสอบถามที่ศูนย์ประสาทหูเทียม รพ.ราชวิถี จึงทราบว่าราคาเครื่องและราคาค่าผ่าตัดสูงมาก อยู่ที่ข้างละประมาณ 1 ล้านบาท ทางบริษัทฯ แจ้งว่าถ้าทำงานราชการก็จะสามารถเบิกได้ แต่คุณแม่ทำงานเป็นพนักงานอยู่บริษัทฯ เอกชนแห่งหนึ่งที่ ไม่สามารถเบิกได้ จึงไม่สามารถที่จะหาเงินมาทำการผ่าตัดรักษาให้น้อง ทางโรงพยาบาลเห็นว่าน้องฟินน่าจะได้รับการผ่าตัดฝังประสาทหูเทียมทางมูลนิธิ ของโรง-พยาบาล จึงช่วยออกค่าใช้จ่ายให้ซึ่งค่าใช้จ่ายที่เหลือ ครอบครัวต้องจ่ายเองประมาณ 450,000 (สี่แสนห้าหมื่นบาท) แต่ทางครอบครัวไม่สามารถหาเงินได้ เพราะเป็นเงินจำนวนมากสำหรับครอบครัวเรา และน้องฟินยังมีพี่อีก 2 คน รวมทั้งตา ยาย ของน้องฟินซึ่งป่วยอยู่ ที่คุณแม่จะต้องดูแล จึงมีค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ต่อเดือนสูงอยู่แล้ว จึงไม่สามารถที่จะเก็บเงินเพื่อมารักษาน้องฟินให้ได้ยินและเติบโตให้เหมือน เด็กคนปกติอื่น ๆ ได้
    
ดิฉัน จึงนำเรื่องราวของน้องฟินมาลงในอินเตอร์เน็ตเพื่อขอความเมตตา จากท่านคนละเล็กคนละน้อย ก็สามารถเปลี่ยนชีวิตใหม่ให้กับน้องได้ โปรดเมตตา สงสารน้องช่วยให้น้องหลุดพ้นจากการเป็นคนพิการทางการได้ยิน และโรคที่น้องฟินเป็นอยู่ด้วย
ดิฉันขอสัญญาว่าจะเลี้ยง และดูแลให้น้องเป็นคนดีตลอดไป ขอขอบพระคุณทุกท่านที่เมตตากับน้อง
สามารถติดต่อได้ที่
จันทรา  โรจนี  081-355-8449  (คุณแม่ของน้องฟิน)

สามารถสอบถามข้อมูลของ น้องฟินเพิ่มเติมได้จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ แผนกต่อมไร้ท่อ และแผนกหู ตา คอ จมูก
สมุดประจำตัวคนพิการ 209018/2550
บัตรประจำตัวผู้ป่วย โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ 130599-47

หากท่านมีจิตเมตตา สามารถ บริจาคเงินช่วยเหลือน้องฟินได้ที่
ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาเดอะมอลล์ บางแค ประเภทออมทรัพย์  เลขที่บัญชี 162-240416-5

ชื่อบัญชี น.ส.จันทรา  โรจนี เพื่อ ด.ญ.ธัญชนก  ชิตเครือ

ดิฉันขอรับรองว่าข้อความทุกอย่างเป็นความจริงทุกประการ สามารถตรวจสอบได้จริง


สมุดประจำตัวคนพิการ ของน้องฟิน
 
บัตรผู้ป่วย  โรงพยาบาลจุฬาฯ

ช่วยๆกันนะคะ เพื่อให้น้องเขามีโอกาสได้ยินเสียง และ มีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่านี้
น้องคนนี้เป็นลูกของป้าเราเองค่ะ
 

แสดงความคิดเห็น

Incorrect please try again