จริงๆหน้าตาไม่ได้มีสิวอะไรมากมายเลยค่ะ มีแค่สัปดาห์ก่อนวันนั้นของเดือนเท่านั้นเอง
และสิวเสี้ยนประปราย ซึ่งสามารถกำจัดได้ด้วยการ scrub และดูแลอย่างถี่..บวกกับ
อาการอยากลอง Toner ใหม่ เพราะของ Kiehl's หมดไปแล้ว หยดสุดท้าย
จึงตัดสินใจลองใช้ยี่ห้อ Paula's Choice ดู
เข้าไปอ่านที่เวปของ Paula's Choice มา มีรีวิวที่เรทค่อนข้างจะสูงหลายตัว (4-5ดาว)
เลือกระหว่าง Healthy Skin Refreshing Toner กับตัว Skin Balancing Toner
ตัว
Healthy Skin Refreshing Toner ป้าแกว่าเหมาะกับคนผิวธรรมดา-มัน/ผิวผสม
* โทนเนอร์สูตรบางเบา act ให้ผิวเป็นผิวธรรมดา (ไม่แห้งไม่มัน)
* มีตัวต่อต้านอนุมูลอิสระในปริมาณที่พอเหมาะ เพียงพอที่จะไม่ให้ผิวถูกทำลายจากสภาพแวดล้อม
* ลดรอยแดง ลดความหยาบกร้าน
* สูตรอ่อนโยน
* ปรับสภาพผิวก่อนลงทรีทเมนต์ตัวอื่นๆ
* ไม่ใส่น้ำหอม แอลกอฮอล ไม่ผสมสี
ส่วนตัว
Skin Balancing Toner ป้าแกว่าเหมาะกับคนผิวธรรมดา-มัน/ผิวผสม
* สูตรโดดเด่นที่ปรับสภาพผิวให้เป็นผิวธรรมดา
* ต้านอนุมูลอิสระและ train ผิวให้ปรับสมดุล
(โอ้วววว แน่มาก)
* ลดความแห้งของสภาพผิวที่ค่อนข้างจะแห้ง
(อยากใช้มาก)
* สูตรอ่อนโยน
*
ลดขนาดรูขุมขนให้แลดูเล็กลง และปรับสภาพผิวก่อนลงทรีทเมนต์ตัวอื่นๆ
* ไม่ใส่น้ำหอม แอลกอฮอล ไม่ผสมสี
และในที่สุดด้วยประการทั้งปวง ก็สอยเจ้า Skin Balancing ตัวหลังมา เพราะน่าจะเหมาะ
กับคนผิวค่อนข้างแห้ง และอยากดูว่าผิวมันจะปรับสมดุลย์ได้จริงๆไหม
ตัวโทนเนอร์เป็นน้ำชนิดใส สีออกเหลืองๆ กลิ่นก็... บรรยายไม่ถูก จะไม่ใส่ใจกลิ่นละกัน
เพราะป้าแกว่า ไม่ใส่น้ำหอม ดังนั้น กลิ่นที่ได้ก็คงเป็นกลิ่นชนิด original จริงๆ (เชื่อป้า)

เช็ดครั้งแรกแทบตกใจ ไม่ใช่ว่าหน้าวูบวาบแต่อย่างใด (ไม่มีอาการใดๆ 5555) ตกใจเพราะ
นึกว่าล้างหน้ามาสะอาดแล้ว พอเช็ดหน้าเบาๆ กริ๊ซซซซซ คราบสีน้ำตาลมาจากไสหว่า...
สกปรกสิ้นดี ลมแทบจับ แถมมีขุยที่หลุดมาจากผ้าเช็ดตัวอีก โอว..วันรุ่งขึ้นรีบซักผ้าเช็ดหน้า/ตัว
ปลอกหมอนทันที ไอ้เราว่า ล้างหน้าหลายขั้นตอนน่าจะสะอาดหมดจดแล้ว เห้อออออ
ขอบคุณป้า ที่ช่วยลากไอ้คราบๆนั่นออกมา ก่อนขั้นตอนการลงครีมบำรุงนะค้า
จากปากต่อปาก คนจะบอกว่าของป้าพอลล่า แกดีจริง แต่กว่าจะเห็นผล (เรื่องสิว) ต้องใช้เวลา
บางคนสามารถเปลี่ยนสภาพผิวไปทางที่ดีขึ้น บางคนแพ้กระจุยสิวเห่อ แล้วแต่คนนะคะ
ต้องรอดูกันต่อไป แต่เรื่องความพึงพอใจในการกำจัดเศษซาก ยกความดีให้ป้าเค้านะคะ

ใช้แล้วเป็นอย่างไร.. ถูกใจมากๆ ไม่หนักหน้า วันไหนไม่ใช้ จะเกิดอาการ
พารานอยว่าหน้าไม่สะอาด ใช้ของ Paula แล้วหน้าจะไม่มันระหว่างวันเลย ชอบมากๆ
ตัวต่อมา Exfoliating 2% BHA Liquid ป้าแกว่าเหมาะกับผิวธรรมดา-มัน
เป็นกรดบีเอชเอ 2 เปอร์เซนต์ ไม่ค่อยใส่ใจเรื่องกลิ่นเท่าใดนัก ลักษณะเป็นน้ำข้นๆใสๆ
ไม่หนืดมาก ไม่คัน ไม่แสบ ไม่วูบวาบ ลอกนิดๆ (เอ๊ะ ทำไมไม่มีปฎิกิริยา) 55555
ป้าแกเล่าสรรพคุณว่า ตัว BHA แบบ liquid นี้ช่วยในเรื่อง
* ผลัดเซลผิว-เสริมสร้าง-renew texture ของผิว ด้วยกรด salicylic ที่เข้มข้นถึง 2%
* ระดับพีเอช 3.2–3.6 ซึ่งการันตีประสิทธิภาพที่จะเห็นได้ชัดเจน
* ปรับสภาพผิวหมองหม่น รอยสิวให้กระจ่างขึ้น ผิวใสข้ามคืน (โห)
* กำจัดสิวหัวดำ (ที่กำจัดยากๆ)
* กำจัดรอยแดงของแผลที่เกิดจากรอยสิว
* กระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ผิวแข็งแรง ดูอ่อนเยาว์ขึ้น
(แน่นะป้า)
* กรด Salicylic เป็นตัวต่อต้านแบคทีเรียและลดการอักเสบของผิว
* มีสารลดการระคายเคือง บรรเทารอยแดง และผื่นแดง
* ไม่ใส่น้ำหอม แอลกอฮอล ไม่ผสมสี
ที่สำคัญ ป้าแกเตือนว่า
ใครแพ้แอสไพริน (aspirin) ไม่ควรใช้ตัวนี้นะคะ เพราะมี
salicylic acid (Beta Hydroxy Acid หรือ BHA) ผสมอยู่ (ป้าเตือนแล้วนะ)

BHA เลือกที่จะไม่ทาทั้งหน้า จะทาที่จมูกและใต้คาง ช่วงแรกๆที่ใช้ก็จะมีสิวอุดตัน
โผล่มาบ้าง 1-2 จุด เอานิ้วแคะๆ (ไม่บีบ) ก็ออก หน้าก็ไม่มีรอย บวกกับการใช้ทานาคา
พอกตอนอาบน้ำ รู้สึกว่าปัญหาสิวเสี้ยนลดลง อันนี้ต้องขอดูผลระยะยาวก่อน
ว่าถ้าไม่ใช้ทานาคา ปัญหาจะหมดไปไหม... สาวๆคนไหนที่มีปัญหาเรื่องสิวตอนก่อน
วันนั้นของเดือน (เท่านั้น) แล้วลังเลว่าจะใช้ BHA ดีไหม... คิดให้ดีๆนะคะ
เพราะมันอาจจะผลักสิวออกมา บวกลบคูณหารกำลังใจดู ว่าจะรับได้ไหมกับ
การมีสิว (อุดตัน/อักเสบ..บวมแดง) บนหน้าหลายๆวัน
ตัวต่อมา Exfoliating 8% AHA Gel เจลกรด เอเอชเอ 8 เปอร์เซนต์
ป้าเค้าแนะว่าเจลตัวนี้ เหมาะกับสภาพผิวธรรมดา - ผิวแห้ง อ่าาา ช่างเหมาะเจาะกับเรา
ป้าแกเล่าสรรพคุณว่า ตัว AHA แบบ gel นี้ช่วยในเรื่อง
*ผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน ด้วยกรดไกลคอลิค 8 เปอร์เซนต์
*ระดับพีเอช 3.2–3.6 ซึ่งการันตีประสิทธิภาพที่จะเห็นได้ชัดเจน
*เปลี่ยนสภาพผิวที่แห้งกร้าน และผิวที่ถูกแดดทำร้าย ให้เปล่งปลั่งขึ้น
*กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น ดูอ่อนวัยขึ้น
*ลดอาการระคายเคืองของผิว ลดรอยที่เกิดจากความเครียด
*เหมาะสมกับทุกสภาพผิว (ผิวธรรมดา-แห้งจะเหมาะที่สุด) ผิวถูก
แดดทำลายก็ใช้ได้
*ไม่ใส่น้ำหอม ไม่ผสมสี
ที่สำคัญ ป้าแกเตือนเรื่องแดดนะคะ
ผลิตภัณฑ์ตัวนี้มีกรด AHA ซึ่ง
จะทำให้ผิวไวต่อแสงแดดมากและอาจทำให้ผิวไหม้ได้ ดังนั้น //ต้อง// ใช้ครีม
กันแดด หรือสวมเสื้อผ้าที่ปกป้องแดด และหลีกเลี่ยงแสงแดดค่ะ มิงั้นดำขึ้นนะเออ
ขวด AHA จะมีการซีลอย่างดี ลักษณะจะเป็นเจลใสๆ กลิ่นก็ตามคำร่ำลือค่ะ
ประมาณกาวๆ แป้งเปียก ใช้แล้วย้อนให้นึกถึงสมัยประถม

ขวดเล็กกว่า Toner นิดๆ ใช้แล้วหน้าไม่มันไม่แห้ง (แปลกไหม) คือเหมือนมีเจล
เคลือบผิวอยู่ พอแห้งแล้วก็เหมือนไม่ได้ฉาบอะไรหนาๆไว้ lightweight สมคำอ้างค่ะ
ป้าแกยังเคลมว่าสามารถป้องกันการอุดตันของรูขุมขนด้วย ประมาณ all-in-one จริงๆ

วิธีใช้และคำเตือนด้านหลังนะคะ ให้ใช้ในปริมาณนิดเดียวก็พอ ทาบนผิวที่สะอาดแล้ว
แล้วตามด้วยมอยเจอร์ไรเซอร์/ครีมกันแดด //โดยเฉพาะ// ในเวลากลางวัน ใครที่พึ่งใช้
ให้ทาวันละครั้ง หรือทาวันเว้นวันค่ะ (ควรทาตอนกลางคืน) หลังจากใช้ไปได้ 4-6 สัปดาห์
ใช้ได้วันละ 2 ครั้ง (ถ้าต้องการอย่างนั้น)..ใครไม่ทากันแดด ปิ๊ดปี๋ได้นะคะ เพราะผิวจะไวแสง

รูปนี้นะคะ แต้มเจลที่ผิว --> ปาดๆ เจลไร้สี --> ซึมและแห้ง เหมือนไม่ได้ทาอะไร
แต่ผิวจะตึงขึ้น แอบคิดเข้าข้างตัวเองว่าหน้าดูตึงๆและใสขึ้น อิอิ

ใช้แล้วเป็นอย่างไร... หน้าแวววาว ใสขึ้นค่ะ เพราะใช้เซรั่มวิตามินซี Cellular Skin Rx
ควบคู่ไปด้วย ทำให้ขั้นตอนการบำรุงผิวยุ่งยากขึ้นอีกนิด เพราะทา AHA แล้วต้องทิ้งหน้าไว้
ซักพักจึงค่อยลง vit C แล้วรอซักพัก 555 ไม่น่าเชื่อ กว่าผิวจะดีได้มันต้อง //รอ// จริงๆ
ถูกใจกับตัวนี้มากๆ คิดว่าถ้า BHA หมดจะไม่ซื้ออีกเพราะไม่มีปัญหากับสิว แต่จะซื้อ
AHA ขวดนี้ต่อไป และใช้ไปจนกว่าจะเจอของที่ถูกใจมากไปกว่านี้
ตัวต่อมา เอามาลองเล่น ว่าจะชนะขาดกับ The Origins ได้ไหมนั่นคือตัวโลชั่น
HydraLight Moisture-Infusing Lotion ที่ป้าแกแนะมาว่า
เหมาะกับคนผิวธรรมดา-มัน/ผสม
ป้าแกเล่าสรรพคุณว่า ตัว HydraLight นี้ช่วยในเรื่อง
*ทำให้ผิวเรียบลื่นขึ้น สุขภาพผิวดีขึ้น เหมาะกับผิวแห้ง (นิดหน่อย) โลชั่นเนื้อบางเบาค่ะ
*เกลื่ยง่าย และไม่ทำให้ผิวดูมันวาว (คือให้ลุค matte นั่นเอง)
*ลดรอยแดง และบรรเทาผิวที่แห้ง ผิวเป็นขุย
*มีสารต้านอนุมูลอิสระและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น ดูอ่อนวัยขึ้น
*สามารถลงโลชั่นนี้ก่อนการโบกด้วยรองพื้น ผลคือ ผิวจะดูเรียบค่าาาาา
*สามารถทาผิวบริเวณรอบๆดวงตาได้ ไม่ต้องไปใช้ eye-cream ตัวอื่น (ดีจัง)
*สามารถทาที่คอและอกได้ค่ะ (ไม่เอาหรอก แพง อิอิ)
*ไม่ใส่น้ำหอม ไม่ผสมสี
เนื้อโลชั่นเป็นแบบนี้ค่ะ เกลี่ยง่ายจริงๆ พอซึมแล้วผิวก็ดูสุขภาพดี
ใช้แล้วเป็นอย่างไร...ก็ดี.. ไม่แพ้ ไม่คัน สิวไม่ขึ้น *แต่*คงไม่ซื้ออีก
เพราะเรื่องการให้ความชุ่มชื้นนั้น ส่วนตัวแล้วชอบผลที่ได้จาก The Origins /
ครีมรกแกะ / Vitacreme B12 และยี่ห้ออื่นๆมากกว่า

ถ่ายรูปมาให้ดู ว่าลง AHA ของป้าพอลล่า 20 นาทีผ่านไป ยังซึมไม่ดีหรืออย่างไร
ลง HydraLight ตาม ปาดไปปาดมา เกิดอาการรวมตัวเป็นก้อน กริ๊ดดด อิอิ
มิช่ายขี้ไคลนะค้า เพราะพึ่งขัดผิวมาหยกๆ ...

ขอแอบเห่อตัวนี้ ซื้อมาใช้ตอนแต่งหน้า/ลงครีม ลดที่วัตสัน เอาไว้แปะผม อยู่หมัด

ที่แปะได้ เพราะมันมีตีนตุ๊กแก ไม่ทำให้ผมเสียทรงเหมือนที่คาดผมด้วย
ขอยกเครดิตการใช้ที่ติดผมนี้กับคุณ ~บุลภรณ์~ นะคะ เห็นแล้วเกิดกิเลส อยากได้ อิอิ


ความคิดเห็นที่ 1
by peepo66