โรคริดสีดวงทวารค่ะ

พอดีว่าคุณตาเป็นโรคริดสีดวงทวารน่ะค่ัะ

เป็นติ่งเนื้อเล็กๆออกมาอ่ะค่ะ

เวลาถ่ายไม่มีเลือดปนออกมานะคะ

เลยอยากสอบถามเพื่อนๆว่ามีวิธีรักษายังไงบ้างคะ ถ้าไม่สะดวกที่จะไปหาหมอน่ะค่ะ

พอดีคุณตาแกเป็นอัมพาตน่ะค่ะ

หรือว่าต้องไปหาหมอคะ

ขอบคุณทุกๆคนมาล่วงหน้าเลยนะคะ

น่าจะพาไปหาหมอนะคะ ไม่ทราบเป็นอัมพาตมานานหรือยัง เสียใจด้วยนะคะ
แนะนำให้ไปหาหมอค่ะ เพราะปล่อยไว้นาน อาจจะต้องผ่าออก หรือเฉือนออก
และหากมีปัญหาระบบขับถ่าย  ตอนที่เราเป็น หมอจะให้ดื่มน้ำลูกพรุนแทนน้ำเปล่าเลยค่ะ
เราเป็นค่ะ แต่แบบว่าถ่ายเป็นเลือดสดๆนะ แต่ไม่มีติ่งออกมา

เราทาน ดาฟล่อน กะ เพชรสังฆาต หายดีเป็นปริดทิ้ง

แต่ทั้งที ต้องทานอาหารรสไม่จัด ดื่มน้ำมากๆ ทานกากไยเยอะๆนะคะ
 คุณ lovely_pik ค่ะ เป็นมาประมาณ 2 ปีแล้วค่ะ

คุณ flukeky ค่ะ สงสารแกน่ะค่ะแกไมอยากไปน่ะค่ะ แต่ถ้าไม่มีทางอื่นแล้วก็คงจะพาไปค่ะ

คุณOo_YuMi_oO ดาฟล่อน กะเพชรสังฆาตนี่หาซื้อได้ที่ไหนหรอคะ

พบแพทย์ดีกว่าค่ะ


ของเพื่อนเราป็นหนัก เค้าผ่าออกค่ะ นอนโรงพยาบาล 2 - 3 วัน

ค่อนข้างเจ็บค่ะ พอกลับมาอยู่บ้านต้องนั่งบนห่วงยาง แต่ตอนนี้หายแล้วค่ะ

หาข้อมูลมาให้นะคะ
ชนิดของริดสีดวงทวารหนัก
แบ่งได้เป็น ๒ ชนิดใหญ่คือ ริดสีดวงทวารหนักภายใน และริดสีดวงทวารหนักภายนอก

ริดสีดวงทวารหนักภายใน เป็น ชนิดที่พบบ่อยที่สุด เกิดติ่งเนื้อบวมขึ้นอยู่ภายในทวารหนัก ไม่สามารถ สัมผัสได้ โดยมากมักไม่มีอาการเจ็บปวด แต่สังเกตได้จากอาการเลือดสดๆ ไหลออกพร้อมๆ กับอุจจาระ

ริดสีดวงทวารหนักภายนอก เป็นชนิดที่มีติ่งเนื้อ นุ่มๆ ยื่นออกมาจากทวารหนัก มักมีอาการเจ็บปวด และอาจมีเลือดออกได้เมื่อมีการเบ่งอุจจาระ

ความรุนแรงของริดสีดวงทวารหนัก
ความรุนแรงของโรคริดสีดวงทวารหนักแบ่งได้เป็น ๔ ระยะคือ
๑. ระยะที่ยังไม่มีติ่งเนื้อหรือก้อนยื่นออกมานอกทวารหนัก
๒. ระยะที่เริ่มมีติ่งเนื้อหรือก้อนยื่นออกมาขณะเบ่ง ถ่ายอุจจาระ และจะหดกลับเข้าไปได้เอง โดยไม่ต้องใช้มือช่วยดันเข้าไป
๓. ระยะ ที่มีติ่งเนื้อหรือก้อนยื่นออกมาขณะเบ่งอุจจาระ แต่ไม่หดกลับเข้าไปได้เอง จะต้องใช้มือช่วยดันเข้าไป จึงจะกลับเข้าไปในทวารหนัก
๔. ระยะนี้มีติ่งเนื้อหรือก้อนยื่นออกมาแล้ว ไม่สามารถใช้มือดันติ่งเนื้อนี้เข้าไปในทวารหนักได้เลย

การรักษาโรคริดสีดวงทวารหนัก
เนื่อง จากโรคริดสีดวงทวารหนักส่วนใหญ่มักไม่มีอันตรายถึงชีวิต และถ้ามีการดูแลรักษาปฏิบัติตนเองได้ดี อาการเลือดออกและการเจ็บปวดก็จะทุเลาลง หรือหายได้เองภายใน ๑-๒ สัปดาห์

กรณี ที่ระดับความรุนแรงของโรคอยู่ในระยะที่ ๑ ไม่ว่าจะเลือดออกหรือไม่ จะเน้นการใช้ยาและการดูแลปฏิบัติตัวของผู้ป่วยเป็นสำคัญ และถ้าโรคลุกลามเข้าสู่ระยะที่ ๒ หรือเริ่มเข้าสู่ระยะที่ ๓ (แต่ยังมีขนาดเล็กอยู่) แนะนำให้การดูแลรักษาปฏิบัติตนเองควบคู่กับการใช้ยา แต่ถ้าความรุนแรงของโรคเข้าสู่ระยะที่ ๓ (ร่วมกับมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่) หรือเป็นระยะที่ ๔ หรือรายที่เป็นรุนแรง เช่น มีเลือดไหลอยู่ตลอดเวลา ก็ควรไปปรึกษาแพทย์เพื่อให้ได้รับการตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาอย่างเหมาะ สมต่อไป

ยารักษาโรคริดสีดวงทวาร
ขณะที่มีอาการ เลือดออกและ/หรือเจ็บปวด ควรแนะนำการปฏิบัติตัวควบคู่กับการใช้ยาเหน็บทางทวารหนัก ซึ่งเป็นยาใช้ภายนอก มีทั้งชนิดแท่งและชนิดขี้ผึ้ง มักจะประกอบด้วย ยาชา (บรรเทาอาการปวด) ยาลดการอักเสบ ยาหดตัวของหลอดเลือด และยาปฏิชีวนะ ซึ่ง ผู้ผลิตมักผลิตยาของตนเองทั้ง ๒ ชนิดคือ ทั้งชนิดแท่งและชนิดขี้ผึ้ง ซึ่งมีส่วนประกอบของตัวยาและความเข้มข้นเท่ากัน

การ ใช้ยาชนิดแท่ง (suppository) ควรแช่ในตู้เย็น น้ำแข็ง หรือน้ำเย็น เพื่อให้ยาแข็งตัว ก่อนนำออกมาใช้ (เพราะที่อุณหภูมิห้อง ยานี้จะเป็นของเหลว แต่ถ้าแช่เย็น ยานี้จะแข็ง เมื่อเหน็บเข้าไปในร่างกายแล้ว อุณหภูมิของร่างกายที่ร้อนกว่า จะช่วยละลายยาให้กระจายไปทั่วบริเวณ) เมื่อแข็งตัวดีแล้ว ก็นำแท่งยาสอดเข้าทางรูทวารหนักให้สุด วันละ ๑-๒ ครั้ง หลังการถ่ายอุจจาระ และอีกเวลาหนึ่ง อาจเป็นเวลาเช้า หรือก่อนนอนก็ได้ แล้วแต่สะดวก ให้ห่างกันประมาณ ๑๒ ชั่วโมง
กรณีที่เป็นขี้ผึ้ง ผู้ผลิตมักแนบหลอดต่อกับปากของหลอดยา เพื่อใช้สวนเข้าในช่องทวารหนัก แล้วบีบยาขี้ผึ้งเข้าไป ซึ่งมีความถี่และระยะเวลาการให้ยาเช่นเดียวกับยาแท่งคือ วันละ ๑-๒ ครั้ง ให้ห่างกันประมาณ ๑๒ ชั่วโมง
นอกจากนี้ อาจมียาหดตัวของหลอดเลือด ยาฝาดสมาน ยาช่วยเพิ่มความแข็งแรงของหลอดเลือดดำ ยาระบาย มาใช้ในการบรรเทาอาการของริดสีดวงทวาร
 
พ่อกับยายเราก็เคยเป็นค่ะ พ่อเราจะใช้ยาเหน็บในการรักษา เพราะใช้ง่ายและใช้สะดวกกว่า ส่วนยาย(คนโบราณ)ใช้ยาสวน เราว่ามันใช้ยาก เลอะเทอะด้วย เพราะเราเป็นคนสวนให้ยาย(ตอนที่ยายป่วยเดินไม่ได้) ถ้าจขกท.อยากให้ระบบขับถ่ายของคุณตาดีขึ้น ก็ลองให้ท่านดื่มน้ำลูกพรุนดูนะคะ เพราะเราก็ให้ยายดื่ม แล้วก็เน้นให้ทานอาหารที่มีผักและผลไม้เยอะๆ อาการท้องผูกและริดสีดวงก็จะหายไปเองค่ะ อาจจะยาวไปหน่อย แต่ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับจขกท.นะคะ



เข้ามาศึกษาค่ะ เราก็เป็น เป็นติ่งเนื้อยื่นออกมา แต่ไม่อาการเจ็บปวด ไม่มีเลือดออก

ไม่กล้าไปหาหมอ อายจังเลย

เข้าไปดูเว็บของรพ.กรุงเทพค่ะ

http://www.bangkokhospital.com/index.php?p=newsDetail&NewsID=373&lang=TH

แสดงความคิดเห็น

กระทู้นี้อนุญาตให้แสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น