อยากจะขอเล่าประสบการณ์ผิวหน้าติดสเตียรอยค่ะ

อยากจะเล่าประสบการณือันเลวร้ายที่ได้เกิดขึ้นกับผิวหน้าของเราที่เกิดขึ้นจากการประมาทของเราเอง ให้เป็นอุธาหรณ์และก็เป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆทุกคนนะค่ะ

เราขอโทษที่อาจจะยาวไปหน่อย แต่อยากเตือนเพื่อนๆทุกคนจริงๆค่ะ ด้วยความหวังดี

ก่อนอื่นต้องเกริ่นว่า ตอนที่เราเป็นนิสิตเรียนหนังสืออยู่ที่จุฬาเนี่ย มีสิวนิดมีสิวหน่อย ก็จะหงุดหงิด ไปหาหมอ เลเซอร์ ไออนโต ทำโน้นทำนี่บ่อย เพื่อนเตือนก็ไม่ค่อยฟัง เพราะตอนนั้นผิวสวยเปล่งปลั่งจริงๆ ประกอบกับเห็นเพื่อนคนนึงในคณะที่เค้าสวยมากๆๆๆและก็ผิวเกลี้ยงเกลาสุดๆ บอกว่าตัวเค้าใช้แค่ยาหมอ ครีมบำรุง กันแดด ของหมอเท่านั้น เราก็เห็นดีเห็นงาม ตามกระแส เอะอะหาหมอเป็นว่าเล่นเหมือนกัน ครีมบำรุงที่ตอนนั้นใช้ (IPSA metabolizer) เพื่อนบอกว่า ตั้งแต่ใช้ตัวนี้แล้วผิวดูดีขึ้นก็ไม่ฟัง ไปใช้ไปฟัง ใช้ของคลีนิคหมอเท่านั้น

ผิวก็ดีบ้าง แพ้บ้าง ตามแต่ครีมของหมอคลีนิคไหนดีก็ดีไป คลีนิคไหนแย่ก็แพ้ ก็ตามไปหาหมอ ไม่จบไม่สิ้น เรียกว่าเราหาหมอทุกอาทิตย์ หรือบางอาทิตย์สองครั้งก็ยังมี!!! ผิวไม่ได้ดีขึ้นเลย มีแต่แย่ลงไปอีก ครีมของหมอคลีนิคนึงที่เค้าบอกว่าดังๆ ทาแล้วขาวไว ก็ไปซื้อมาทา ขาวจริงๆค่ะ ภายในอาทิตย์นึงก็เห็นผลแล้ว แต่ส่วนตัวคิดว่า มันกัดผิวชั้นบนออกไปมากกว่า เพราะผิวบางจนแก้มแดง โดยไม่ต้องพึ่งบลัชออน วัฏจักรเราก็คือ ลองครีมใหม่ - แพ้ - หาหมอ - ทายาแก้แพ้ (มีสเตียรอย) (ห้ามใช้เกินเจ็ดวัน) - ลองครีมใหม่ ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งวันนึง......

ไม่ต้องลองครีมใหม่อ่ะค่ะ แค่หยุดทายาแก้แพ้เท่านั้น ก็มีผดผื่นแพ้ แดง แสบ เป็นขุยขึ้นหน้าแล้ว!!!!! เราพยายามแล้วหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็น

- พยายามไม่ทายาสเตียรอย ไม่ว่าจะมีผื่นแพ้อะไร ก็พยายามหักห้ามใจ
- หาหมอค่ะ ไม่ว่ากี่สำนักๆ ก็มีแต่ยาสเตียรอยทั้งนั้น (เรากลับไปหาที่ประจำค่ะ หมอยังโกหกเราอีกว่า ยาพวกนี้มันไม่ได้ติดกันง่ายๆ ถ้าทาครบ7วันแล้วหยุดจริงๆ แต่เชื่อไหม๊ค่ะ เราไม่เคยทาเกินเจ็ดวันเลยจริงๆ แต่มันเป็น ทา - หยุดทา - ผื่นขึ้น แดง แสบ ลอก หน้าบวม - ทาใหม่ ตลอดเลย)
- ทายา Protopic และ Elidel ซึ่งเป็นยาแก้แพ้ แบบไม่มีสเตียรอยทดแทน แต่ผลข้างเคียงคือ ยาสองตัวนี้ จะทำให้เกิดอาการร้อนบริเวณที่ทาค่ะ อย่างเราก็ร้อนทั้งหน้าเลย Y_Y เราไม่มั่นใจว่ายาตัวนี้ทาไปนานๆแล้วมีผลข้างเคียงรึเปล่านะคะ เพราะว่า ในใบกำกับเค้าบอกว่า ทานานๆจะมีผลทำให้เป็นมะเร็งผิวหนัง แต่เราเคยอ่านกระทู้ของเพื่อนๆในนี้ บอกว่าไม่เป็นอันตราย

แต่เรามาหายได้ยังไง ก็เพราะ จุดหักเหของชีวิตเรา มันอยู่ตรงนี้ค่ะ........เรามาเรียนต่อที่อังกฤษทันที(เราเรียนอินเตอร์)ที่จบจากจุฬา ซึ่งที่นี่ หาหมอ"ยาก"มากๆๆๆๆ เรามาวันแรก ยา elidel กับ protopic ที่เตรียมมามันเอาไม่อยู่แล้วละค่ะ เพราะเราดัน"แพ้น้ำ"ที่อังกฤษอีกด้วย เคราะห์ซัดกรรมซ้อนมาก จากเดิมที่หน้าบวมๆแดงๆอักเสบจากอาการติดสเตียรอย กลายเป็นผิวหน้าคางคก ที่ทุกรูขุมขนต้องมี"สิวหัวหนอง" เป็นหัวเหลืองๆ แต่ไม่ใช่แค่ผิวหน้าเท่านั้น ผิวกายก็มี"ฝี"แดงๆหนองๆขึ้นด้วย

มาถึงตอนนี้เรานั่งร้องไห้ไม่ออกไปพกเจอผู้คน เฝ้าคิดถึงวันเก่าๆรูปภาพเก่าๆ ที่ถ่ายรูปใกล้แค่ไหน เราก็ไม่เคยหวั่น แต่ตอนนี้ เราล้างหน้าหรือแม้แต่จับหน้าตรงไหนก็ไม่เรียบอีกต่อไปแล้ว แหมม พูดแล้วเศร้าอยู่เลยค่ะ เราตัดสินใจค่ะ ไม่ทา ทั้งยาแก้แพ้ทุกชนิด เปลี่ยนมากินยาแก้แพ้ ยาแก้อักเสบที่เตรียมมา (เรายังหาหมอไม่ได้ค่ะ ตอนนั้นเพราะยังไม่ได้ลงทะเบียน เพราะพึ่งมาถึง) แล้วโบกหน้าด้วย "บัวหิมะ"

เราคิดแล้วว่า ถ้าบัวหิมะนี่ มีสเตียรอยอีก เราเสร็จแน่เลย เอ่อ ลืมบอกไปว่า บัวหิมะมาจากเมืองจีนนะค่ะ ไม่ใช่ยีส หรือจุลินทรีย์อะไร แต่เราจำได้ว่า ตอนไปเมืองจีน พนักงานเค้าบอกว่า ไม่มีแน่นอน ตอนนี้เราก็ต้องเชื่อเท่านั้นแล้วละค่ะ เราทาหมดเลย หน้า ตัว หลัง ฝี หรือแม้แต่นิ้วมือที่ลอกเป็นขุยๆคันๆ พอครบห้าวัน เราหยุดทา โดยรวมดีขึ้น ถึงแม้มันยังคันอยู่ แต่ต้องอดทน!!!! (หน้ายังเน่ามากค่ะ) (แต่หลังจากหยุดบัวหิมะ กลับกลายว่า หน้าไม่บวมแดงขึ้น)

จากวันที่เราหยุดทาบัวหิมะ จนถึงวันนี้ เราได้หย่าขาดจากสเตียรอยได้แล้วค่ะ หน้าเราไม่ได้ใสเหมือนแต่ก่อน ไม่ได้ไร้สิวเหมือนแต่ก่อน แต่ไม่มีอาการคัน แสบ แดงให้เห็นอีกต่อไป ยังคงมีสิว และรอยแดงที่เรายังคงรักษาอยู่ เราใช้ครีมที่ขายทั่วไปได้แล้วด้วย

อยากจะเตือนเพื่อนๆนะค่ะ ว่าอยากเปลี่ยนครีมบ่อยเลย ตัวไหนใช้แล้วโอเค สองสามตัวก็หมุนๆสลับ สับเปลี่ยนกันไป ไม่อยากให้ใครเป็นเหมือนเรา เราหวังว่า ข้อมูลเราคงจะช่วย ย้ำเตือน และ เตือนสติ เพื่อนได้ ไม่มากก็น้อย ยังไงขอให้ทุกคนมีความสุขกับตัวเองนะค่ะ

ป.ล. เราไม่ขอยืนยันนะค่ะว่า บัวหิมะ รักษาหายได้จริงหรือไม่ และมีสเตียรอยผสมอยู่รึเปล่า อันนี้ไม่ทราบจริงๆ แต่รู้สึกโชคดีมากกว่า ที่หยุดอาการติดสเตียรอยได้ที่นี่

อาการดีขึ้นเยอะแล้วนะคะ  ...  เดี๋ยวก็หายนะ
ขอบคุณมาก  ที่มาเล่้าให้ฟัง และ ช่วยเตือนเพื่อน ๆ อีกหลายคน (รวมถึงเราด้วย)
สู้ ๆ นะจ๊ะ ..  หายแน่นอน     

อ่านแล้วอาการหนักเลยนะคะเนี่ย

เราก็มีสิวขึ้นหนักเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน

มีช่วงนึงเอาบัวหิมะโปะไปตามหัวสิ วันถัดมามันยุบเลยค่ะ 
ทั้งอาการปูดบวมแดงของสิวอักเสบ
แบบอึ้งมากๆ  แต่ก็ไม่เคยลองทาทั้งหน้านะ

เป็นกำลังใจให้นะคะ ขนาดเราขึ้นสามเม็ดรวดที่คางทั้งเจ็บทั้งปวด แถวเราอาจนต้องใส่ผ้าปิดปากเลยอ่ะ ยังไงก็ขอให้หายไวๆนะคะ
Thank you for ur reply na ka! Really sorry that I have to reply u in english bcus my bb hasn't been download Thai yet, anyway, I'm glad to share my nightmare experience with others and I also want to warn u guys about steroid cream. I'm ok now but I still don't want to take any pics of my face. But if u guys have any question or want more deeply details, I'm happy to answer all, u can leave ur problem here.
เราก็เปนแบบ จขกท. คะ แต่ตอนนี้หยุด มาได้ 5เดือนแล้วรู้สึก ว่าหน้าดีขึ้นมากเป็นกำลังใจให้นะคะ สู้ๆๆ  จำไว้ว่า คุณ อย่าหยุดสวย และ จงมั่นใจในตัวเอง อิอิ
ขอบคุณที่มาเตือนกันค่ะ  ^^

เราเคยได้ยากินรักษาสิวจากคลีนิคชื่อดังมาเหมือนกัน  ต้องกินวันละหลายเม็ดมากๆ
หมอบอกด้วยว่าภายใน 1 อาทิตย์หน้าจะดีขึ้นทันที....กลับมาคิดอีกที มันจะเร็วและดีเกินไปมั้ง มันต้องมีสารอะไรซักอย่างแน่ๆ หลังจากกินไปแค่มื้อเดียวก็เลิกเลยค่ะ  กลับไปหาหมอในโรงพยาบาลแทน หายช้าหน่อย แต่ไม่ต้องกินยาวันละเกือบสิบเม็ดอ่ะค่ะ

อะไรที่มันได้ผลเร็วน่าใจหาย  ก็น่ากลัวอยู่เนอะ

ขอให้เจ้าของกระทู้หายไวๆ นะคะ

ขอบคุณมากนะค่ะสำหรับคำแนะนำดีดี ช่วยในการตัดสินใจได้เยอะเลยค่ะ

บัวหิมะที่จขกท.ทามีลักษณะเป็นยังไงเหรอ บอกตามตรงว่าไม่รู้จักเลยแต่ได้ยินชื่อบัวหิมะบ่อยมากๆๆๆๆ
เราก็เป็นอีกคนที่มีวงจรหาหมอแบบนี้!!
เคยเจอเหมือนกันเลยค่ะ เคยไปหาหมอผิวหนังจากคลีนิคดังที่เปิดสาขาตามห้างแห่งหนึ่ง ในตอนแรกที่ไปหาทั้งหมอและพนักงานก็พยายามยัดเยียดครีมบำรุงผิวของเค้ามาด้วย ซึ่งก็แพงมากๆๆๆๆ หมอบอกว่าผิวหน้าเราอ่อนแอแพ้ง่าย ก็ยัดเยียดเซรั่มที่โฆษณาว่าช่วยทำให้โครงสร้างผิวหน้าแข็งแรงมา 1 ขวด (15 ml 3800 บาท แพงเวอร์) ยัดเยียดครีมลดเลือนริ้วรอย ซึ่งหมอก็บอกเองว่ายังไม่มีริ้วรอย แต่ให้มาเพื่อป้องกันไว้ก่อน (2,500 บาท) และอื่นๆ แถมยังให้พวกผลิตภัณฑ์ไวท์เทนนิ่งมากอีก ซึ่งอันนี้เรางงมาก เพราะเราขาวจวนจะเรืองแสงได้อยู่แล้ว แต่ตอนนั้นก็ซื้อมาหมดค่ะ หมดไปเกือบหมื่นบาท 
ใช้ไปใช้มา หน้าก็เริ่มมีผื่นขึ้นและแสบด้วย คุณหมอบอกว่าแพ้อากาศ ก็เลยให้ยาแก้แพ้มาทา ซึ่งก็คงเป็นสเตรียรอยด์แหงๆ ทาได้ประมาณ 2 วันก็ยุบค่ะ แล้วก็เป็นแบบนี้ตลอด อากาศจะเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยน ก็จะมีผื่นขึ้น ทายาแก้แพ้ 2 วันแล้วยุบ หน้าก็กลับมาดีได้ 3 วัน แล้วผื่นก็ขึ้นใหม่
จนเราเริ่มมาสังเกตุตัวเองว่า ที่หน้าเราเป็นแบบนี้เพราะเราใช้สกินแคร์ของหมอไม่ใช่เหรอ???  ก็เลยลองหยุดใช้ค่ะ แรกๆ ที่หยุดใช้ ผื่นแพ้ที่ว่าก็มีขึ้นบ้าง แต่อดทนยอมหน้าแหกไปก่อน ไม่ทายาแก้แพ้ที่หมอให้มา แล้วก็ลองเปลี่ยนสกินแคร์มาใช้ ANR แทนเพราะเห็นโฆษณาว่าช่วยทำให้ผิวแข็งแรง แล้วผิวก็แข็งแรงขึ้นจริงๆค่ะ เพราะผื่นไม่ขึ้นอีกแล้ว แม้แต่ตอนที่อากาศมีการเปลี่ยนแปลงบ่อยๆ แบบตอนนี้ ก็ไม่มีผื่นขึ้น 
เราเลยคิดว่า ผื่นแพ้ที่ว่า น่าจะมาจากการใช้สกินแคร์ของหมอนั่นแหละค่ะ แต่ไม่รู้ว่ามาจากผลิตภัณฑ์ตัวไหนที่ทำให้ผิวหน้าเราอ่อนแอลง

เป็นกำลังใจให้นะคะ ขอให้หายไวๆ สู้ๆค่ะ
เป็นกำลังใจเจ้าของกระทู้จ้า และขอให้ผิวหน้าดีขึ้น ๆ นะคะ
ขอแชร์ ประสบการณ์ด้วยล่ะกันค่ะ

สมัยพี่เอาะ ๆ ป.ตรี มันน้านนานนน มากแล้วจริง ๆ ค่ะ  5555
เพื่อนชวนไปหาหมอผิวหนังคลีนิคแถวบางพลัด ลูกค้างี้ ล้นร้านออกมานอกประตูเลยค่ะ
ไม่รู้ป่านนี้คลีนิกนั้นยังอยู่ป่าว จำชื่อไม่ได้อ่ะค่ะ
พอไปถึงเพื่อนก็คะยั้นคะยอให้ลองพบหมอดู (เพื่อนเป็นสิว เราเป็นกระ)
ปกติไม่เคยนิยมพวกคลินิคแบบนี้  แต่วันนั้นเพื่อนมันหว่านล้อมให้เราหาหมอด้วยกัน คราวหน้าจะได้มาเป็นเพื่อนมันอีก (กรรม) ไอ้เราก็มึน ๆ แพ้ลูกอ้อน ก็เลยลองดู

ยาก็แพงค่อด กลับมาบ้านทายาได้แค่ 2-3 วันเอง หน้าแดง แสบสุด ๆ แตะไม่ได้เลยค่ะ
จำได้ว่ารู้สึก ระบม ตุ่ย ๆ ยังไงพิกล  ช่วงนั้นเลยโยนยาทิ้ง หยุดทาครีมทุกอย่าง
ล้างหน้าด้วยน้ำเปล่าอย่างเดียว อยู่เกือบ ๆ 2 อาทิตย์ ถึงดีขึ้น
แต่ผิวหน้าก็คล้ำลงบริเวณที่ทายา อย่างเห็นได้ชัด รู้สึกผิวหน้าไวต่อแสงจริง ๆ
ใช้เวลาเป็นปี เหมือนกันค่ะ กว่าจะคืนสภาพมาขาวเหมือนเดิม

ยังไง ๆ พี่ก็เอาใจช่วยเจ้าของกระทู้นะคะ


เราก็ใช้ยาแก้แพ้ของหมออยุ่ นานๆๆๆๆทาที เห็นข้างหลอดเขียนว่าไมมีสเตียรอย ไม่รุ้ว่าจริงไหม
ขอบคุณคุณเจ้าของกระทู้มากนะคะที่มาแชร์ประสบการณ์ให้สาวๆจีบัน
เราเองก็หาหมอสิวบ่อยเหมือนกัน ต่อไปคงต้องระวังมากขึ้น
เอาใจช่วยขอให้เจ้าของกระทู้กลับมาหน้าใสไวๆนะคะ

โอ้ มันขึ้นซ้ำ ขอลบนะคะ

ขอบคุณนะคะทีมาแชร์ประสบการณ์ให้ฟัง ขอให้หายไวไวนะคะ สู้ต่อไปค่ะ

แล้วตอนนี้เราใช้ยาหมอของ คลินิค ชื่อดังอยู่อ่ะ ใช้มา 3 ปีแล้ว

แล้วตัวยาพวกนี้จะมีเสตรียรอยไหมอ่ะ แอบเครียด แต่ยากินเราไม่ได้กินมา 2 ปีแล้ว

หันมาทานอาหารเสริมแทนค่ะ

 

ขอบคุณมาก ๆ เลย

แต่ดีนะที่เราหยุดได้ทัน ยังเป็นไม่มากเท่าไร อาการเริ่มต้นเหมือนกันเลยค่ะ

เลยลองหาข้อมูลเทสครีมดู พบสารปรอทค่ะ ถึงว่าทำไมหน้าขาวเร็วจัง

พอเลิกใช้ หน้าเป็นฝ้าเลยค่ะ เป็นจุดดำ ๆ ตอนนี้กำลังรักษาอยู่เลย

สิวก็ขึ้นบ้าง เป็นสิวอุดตันกับสิวผด  จากที่ไม่เคยเป็นเลยนะคะ

ทำตามคำแนะนำของเวปนี้แหละค่ะ ใช้น้ำเกลือเช็ดหน้าแทนโทนเนอร์

แก้การอักเสบของสิว ดีจริง ๆ ค่ะ ตอนนี้ไม่มีสิวแล้ว เหลือแต่จุดด่างดำที่เกิดจากการแพ้สารปรอท

น้ำเกลือซื้อที่ร้านขายยาทั่วไปอะคะ ขวดใหญ่มาก 50 บาทเอง เป็นน้ำเกลือที่ใช้ล้างตานะคะ

ไม่ใช่ที่ล้างแผล แม่เราเป็นต้อกระจก ก็ใช้น้ำเกลือชนิดนี้ล้างตาทุกวันเหมือนกัน

ขอบอกว่าดีจริง ๆ ตอนนี้เลยใช้แค่วิตตามิน E บำรุง กันแดด แล้วก็ rojukiss ขาว - ดำ

รักษาจุดด่างดำเท่านั้น  ไวท์เทนนิ่งพักไว้ก่อนค่ะ แล้วก็ทานพวกอาหารเสริม เม็ดองุ่น วิตตามิน C

อยากเตือนเพื่อน ๆ ที่ยังหลงผิดกับครีมประเภทนี้อยู่ ให้ระวังด้วยนะคะ

ระยะยาวไม่โสภาอย่างที่เราคิดเลยค่ะ

อยากเรียนจุฬาอินเตอร์ เอิ่มมม
อยากไปอังกฤษ:))
ทำไมถึงแพ้น้ำที่อังกฤษอ่ะค่ะ ไปแล้วจะแพ้ทุกคนรึป่าว? อยากไปมั่งๆ
ขอบคุณที่มาเล่าให้ฟังนะคะ

เราก็เคยบ้าหาหมอเหมือนกันค่ะ

แล้วก็ใช้ครีมรักษาสิวแบบควานๆมากเลย  อะไรอันไหนเค้าว่าดีเราก็คว้าเลยค่ะ

มีอยู่ช่วงนึงก่อนนอนใช้เป็นสิบตัว!!  กว่าจะนอนได้ก็นั่งแปะๆโปะๆมันอยู่นั่นแหละค่ะ

จนหน้าบางมากๆ  ออกแดดก็แสบลอก

คุณแม่ให้หยุดใช้ทุกอย่าง  พอหยุดใช้แล้วผิวดีขึ้นเลยค่ะ 

สิวไม่หายแต่ไม่แสบหน้า  หน้าลอกน้อยลง  จนหายลอก

อยากจะบอกเพื่อนๆว่า  เวลาเป็นสิวนี่เป็นเรื่องธรรมดาที่เราจะกังวลค่ะ

แต่ต้องใจเย็นๆกับมันนะคะ  ใจร้อนไปก็มีแต่หน้าจะพังมากกว่าเดิมค่ะ

ตอนนี้ก็ใจเย็นกับหน้าตัวเองมากขึ้น  จะใช้อะไรก็ต้องศึกษามากขึ้นค่ะ

เพราะอายุเราตอนนี้  นอกจากสิวที่เสี่ยงรูขุมขนกว้างจนหน้าเป็นหลุมแล้ว

ยังมีเรื่องริ้วรอยอีกค่ะ!!  ผู้หญิงนี่น๊า  อุปสรรคสกัดดาวรุ่งเยอะจริงๆ

ตอนนี้เราใช้ครีมตัวนึงจากคุณแม่  หน้าดีขึ้นเพราะจิ๊กของแม่มาใช้55+

แต่ด้วยความที่คุณแม่ใช้จะเน้นเรื่องกระชับผิว ผิวหน้าเราก็กระชับขึ้น  หน้าขาวขึ้นแต่ไม่ลอย

รูขุมขนเล็กลง  แต่สิว!  บทมันจะขึ้นมันก็ขึ้นอยู่ดีแหละคะ  เฮ้อ.....

แล้วบทจะหายก็หายไปเอง  เฮ้อ.....
บัวหิมะที่เราใช้ เป็นรุ่นที่ซื้อเองจากเมืองจีนเลยค่ะ ขวดขาว ฝาสีฟ้า เป็นภาษาจีน

เรื่องหน้าเรา เราก็เซ็งมากค่ะ ยิ่งมาอยู่นี่ คิดกลับไปว่า ทำไมเราต้องไปนั่งหาหมอสิวด้วยนะ ในเมื่อสิวแค่เม็ดสองเม็ดก็น่าจะอดทนได้ ตอนนี้เราเลยหันมาทาครีมที่ขายทั่วไปตามเคาเตอร์ ก็ดีขึ้นค่ะ

ยังไงขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจนะค่ะ ตอนนี้ถือว่าเลยจุดแย่ที่สุดมาได้แล้ว ถึงจะยังแย่อยู่ก็ต้องเยียวยากันต่อไปค่ะ

เรื่องน้ำที่อังกฤษ จะแพ้ไม่แพ้นี่แล้วแต่คนเลยค่ะ แต่เรื่องอุณหภูมิน้ำก็สำคัญค่ะ เพราะน้ำเย็นเจี๊ยบตลอดเวลา ก๊อกน้ำร้อนกับก๊อกน้ำเย็นดันแยกกันอีก จะผสมกันก็ไม่ได้ เราเลยใช้วิธีล้างหน้าจากฝักบัวอาบน้ำเลย ส่วนทำไมคนถึงแพ้น้ำที่อังกฤษนั้น เราได้คำตอบมาว่า น้ำที่นี่ไม่ใช่ น้ำประปาเปล่าๆนะค่ะ แต่เป้นน้ำที่พวก แคลเซียม ฟลูออไรด์ มีสารประกอปจำพวกคาร์บอเนตอยู่ เหมือนล้างหน้าด้วยน้ำแร่ที่มีความเข้มข้นของแร่ธาตุมากๆกันเลยทีเดียว
ขอบคุณมาก ที่มาเล่าสู่กันฟัง

เราคิดว่าตอนนี้มีหลายคนมาก ที่เป็นสิวนิดหน่อยก็ไปหาหมอ

เรารู้สึกกลัวแทนเลยจริงๆ

เหมือนคนที่เรารู้จักคนนึงเลยค่ะ  เค้าเป็นอยู่นานเป็นปีเลยอาการแบบเจ้าของกระทู้ค่ะ จนเมื่อ 2-3 เดือนที่แล้วไปหาหมอที่ศิริราชเลย หมอผิวหนังเฉพาะทางตอนนี้หายแล้วไม่มีอาการอยากเสตีรยรอยแล้ว เค้าดีใจมาก ๆ เค้าก็บอกว่ามันทรมานมาก ๆ

จริงค่ะยิ่งโปะมากหน้ายิ่งบาง  ยิ่งทำให้แพ้ง่าย
 

ดีใจด้วยจ้าที่ดีขึ้นแล้ว ขอให้ดีขึ้นไปอีกน้า

ปล. น้ำเกลือเช็ดหน้าช่วยได้จริงๆนะ เราเป็นผดๆ บ้าง แต่พอใช้มาเกือบสองเดือนเนี่ย สิวผดไม่มีเลย
ใสกิ้งๆๆ
55555  เราเป็นคนนึงที่เคยมีประสบการณ์ติดสเตียลอยด์มาก่อน ต้องใช้เวลารักษา เป็นปีกว่าหน้าจะกลับมาเป็นปกติ (แต่หน้าจะแพ้นู่นนี่ง่ายกว่าชาวบ้าน)

ตอนนี้หน้าบวม แดง ผื่นขึ้นเต็มไปหมด เศร้ามากกกกกกกก เพราะจากเติมหน้าใสอยู่แล้ว แต่กระแดะไปหาหมอสิว เลยแย่เลยค่ะ

ตอนนี้ก็ขยาดยาทุกชนิดที่มีสเตียลอยด์

จริงๆๆขอแนะนำหมอผิวหนังที่โรงบาลรามานะค่ะ ถูกและดีมากกกกโดยเฉพาะคลีนิกพิเศษตอยเย็น

คอเราไปรับษาหลายที่ โรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง(แพงสู้ไม่ไหว) คลีนิกที่เค้าว่าดีกัน ก็ไม่กายค่ะ




ตอนนี้ก็ใช้อะไรที่เบสิกๆๆไป 555


สู้ๆๆ ทนหน่อยนะค่ะคนที่เป็น ต้องเลิกให้ได้ห้ามใช้เลยค่ะ

ดีขึ้นแล้วดีใจด้วยนะคะ

ขอบคุณนะค่ะสำหรับคำแนะนำดีๆ เราก็เคยเป็นค่ะ พอเลิกใช้สเตอร์ลอย สิวหัวหนองบุกเลยค่ะ ยิ่งบริเวณคาง น่ากลัวมาก เลยไปหาหมอเจ้าประจำ ให้ทานยา ตอนนี้หายแล้วค่ะ 

จริงๆถ้าเป็นสิวก็ไปหาหมอได้นะค่ะ หมอไม่ได้โหดร้ายไปสักทุกคน แต่ต้องเลือกหน่อยค่ะ พวกโรงพยาบาลผิวหนัง แถวอนุเสาวรีย์ เห็นเค้าว่าดี อิงหมอที่เป็นหมอรักษาอ่ะค่ะ จะดีกว่าพวกคลีนิคที่เน้นเสริมความงามค่ะ

แสดงความคิดเห็น

Incorrect please try again