อยากจะขอเล่าประสบการณ์ผิวหน้าติดสเตียรอยค่ะ

อยากจะเล่าประสบการณือันเลวร้ายที่ได้เกิดขึ้นกับผิวหน้าของเราที่เกิดขึ้นจากการประมาทของเราเอง ให้เป็นอุธาหรณ์และก็เป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆทุกคนนะค่ะ

เราขอโทษที่อาจจะยาวไปหน่อย แต่อยากเตือนเพื่อนๆทุกคนจริงๆค่ะ ด้วยความหวังดี

ก่อนอื่นต้องเกริ่นว่า ตอนที่เราเป็นนิสิตเรียนหนังสืออยู่ที่จุฬาเนี่ย มีสิวนิดมีสิวหน่อย ก็จะหงุดหงิด ไปหาหมอ เลเซอร์ ไออนโต ทำโน้นทำนี่บ่อย เพื่อนเตือนก็ไม่ค่อยฟัง เพราะตอนนั้นผิวสวยเปล่งปลั่งจริงๆ ประกอบกับเห็นเพื่อนคนนึงในคณะที่เค้าสวยมากๆๆๆและก็ผิวเกลี้ยงเกลาสุดๆ บอกว่าตัวเค้าใช้แค่ยาหมอ ครีมบำรุง กันแดด ของหมอเท่านั้น เราก็เห็นดีเห็นงาม ตามกระแส เอะอะหาหมอเป็นว่าเล่นเหมือนกัน ครีมบำรุงที่ตอนนั้นใช้ (IPSA metabolizer) เพื่อนบอกว่า ตั้งแต่ใช้ตัวนี้แล้วผิวดูดีขึ้นก็ไม่ฟัง ไปใช้ไปฟัง ใช้ของคลีนิคหมอเท่านั้น

ผิวก็ดีบ้าง แพ้บ้าง ตามแต่ครีมของหมอคลีนิคไหนดีก็ดีไป คลีนิคไหนแย่ก็แพ้ ก็ตามไปหาหมอ ไม่จบไม่สิ้น เรียกว่าเราหาหมอทุกอาทิตย์ หรือบางอาทิตย์สองครั้งก็ยังมี!!! ผิวไม่ได้ดีขึ้นเลย มีแต่แย่ลงไปอีก ครีมของหมอคลีนิคนึงที่เค้าบอกว่าดังๆ ทาแล้วขาวไว ก็ไปซื้อมาทา ขาวจริงๆค่ะ ภายในอาทิตย์นึงก็เห็นผลแล้ว แต่ส่วนตัวคิดว่า มันกัดผิวชั้นบนออกไปมากกว่า เพราะผิวบางจนแก้มแดง โดยไม่ต้องพึ่งบลัชออน วัฏจักรเราก็คือ ลองครีมใหม่ - แพ้ - หาหมอ - ทายาแก้แพ้ (มีสเตียรอย) (ห้ามใช้เกินเจ็ดวัน) - ลองครีมใหม่ ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งวันนึง......

ไม่ต้องลองครีมใหม่อ่ะค่ะ แค่หยุดทายาแก้แพ้เท่านั้น ก็มีผดผื่นแพ้ แดง แสบ เป็นขุยขึ้นหน้าแล้ว!!!!! เราพยายามแล้วหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็น

- พยายามไม่ทายาสเตียรอย ไม่ว่าจะมีผื่นแพ้อะไร ก็พยายามหักห้ามใจ
- หาหมอค่ะ ไม่ว่ากี่สำนักๆ ก็มีแต่ยาสเตียรอยทั้งนั้น (เรากลับไปหาที่ประจำค่ะ หมอยังโกหกเราอีกว่า ยาพวกนี้มันไม่ได้ติดกันง่ายๆ ถ้าทาครบ7วันแล้วหยุดจริงๆ แต่เชื่อไหม๊ค่ะ เราไม่เคยทาเกินเจ็ดวันเลยจริงๆ แต่มันเป็น ทา - หยุดทา - ผื่นขึ้น แดง แสบ ลอก หน้าบวม - ทาใหม่ ตลอดเลย)
- ทายา Protopic และ Elidel ซึ่งเป็นยาแก้แพ้ แบบไม่มีสเตียรอยทดแทน แต่ผลข้างเคียงคือ ยาสองตัวนี้ จะทำให้เกิดอาการร้อนบริเวณที่ทาค่ะ อย่างเราก็ร้อนทั้งหน้าเลย Y_Y เราไม่มั่นใจว่ายาตัวนี้ทาไปนานๆแล้วมีผลข้างเคียงรึเปล่านะคะ เพราะว่า ในใบกำกับเค้าบอกว่า ทานานๆจะมีผลทำให้เป็นมะเร็งผิวหนัง แต่เราเคยอ่านกระทู้ของเพื่อนๆในนี้ บอกว่าไม่เป็นอันตราย

แต่เรามาหายได้ยังไง ก็เพราะ จุดหักเหของชีวิตเรา มันอยู่ตรงนี้ค่ะ........เรามาเรียนต่อที่อังกฤษทันที(เราเรียนอินเตอร์)ที่จบจากจุฬา ซึ่งที่นี่ หาหมอ"ยาก"มากๆๆๆๆ เรามาวันแรก ยา elidel กับ protopic ที่เตรียมมามันเอาไม่อยู่แล้วละค่ะ เพราะเราดัน"แพ้น้ำ"ที่อังกฤษอีกด้วย เคราะห์ซัดกรรมซ้อนมาก จากเดิมที่หน้าบวมๆแดงๆอักเสบจากอาการติดสเตียรอย กลายเป็นผิวหน้าคางคก ที่ทุกรูขุมขนต้องมี"สิวหัวหนอง" เป็นหัวเหลืองๆ แต่ไม่ใช่แค่ผิวหน้าเท่านั้น ผิวกายก็มี"ฝี"แดงๆหนองๆขึ้นด้วย

มาถึงตอนนี้เรานั่งร้องไห้ไม่ออกไปพกเจอผู้คน เฝ้าคิดถึงวันเก่าๆรูปภาพเก่าๆ ที่ถ่ายรูปใกล้แค่ไหน เราก็ไม่เคยหวั่น แต่ตอนนี้ เราล้างหน้าหรือแม้แต่จับหน้าตรงไหนก็ไม่เรียบอีกต่อไปแล้ว แหมม พูดแล้วเศร้าอยู่เลยค่ะ เราตัดสินใจค่ะ ไม่ทา ทั้งยาแก้แพ้ทุกชนิด เปลี่ยนมากินยาแก้แพ้ ยาแก้อักเสบที่เตรียมมา (เรายังหาหมอไม่ได้ค่ะ ตอนนั้นเพราะยังไม่ได้ลงทะเบียน เพราะพึ่งมาถึง) แล้วโบกหน้าด้วย "บัวหิมะ"

เราคิดแล้วว่า ถ้าบัวหิมะนี่ มีสเตียรอยอีก เราเสร็จแน่เลย เอ่อ ลืมบอกไปว่า บัวหิมะมาจากเมืองจีนนะค่ะ ไม่ใช่ยีส หรือจุลินทรีย์อะไร แต่เราจำได้ว่า ตอนไปเมืองจีน พนักงานเค้าบอกว่า ไม่มีแน่นอน ตอนนี้เราก็ต้องเชื่อเท่านั้นแล้วละค่ะ เราทาหมดเลย หน้า ตัว หลัง ฝี หรือแม้แต่นิ้วมือที่ลอกเป็นขุยๆคันๆ พอครบห้าวัน เราหยุดทา โดยรวมดีขึ้น ถึงแม้มันยังคันอยู่ แต่ต้องอดทน!!!! (หน้ายังเน่ามากค่ะ) (แต่หลังจากหยุดบัวหิมะ กลับกลายว่า หน้าไม่บวมแดงขึ้น)

จากวันที่เราหยุดทาบัวหิมะ จนถึงวันนี้ เราได้หย่าขาดจากสเตียรอยได้แล้วค่ะ หน้าเราไม่ได้ใสเหมือนแต่ก่อน ไม่ได้ไร้สิวเหมือนแต่ก่อน แต่ไม่มีอาการคัน แสบ แดงให้เห็นอีกต่อไป ยังคงมีสิว และรอยแดงที่เรายังคงรักษาอยู่ เราใช้ครีมที่ขายทั่วไปได้แล้วด้วย

อยากจะเตือนเพื่อนๆนะค่ะ ว่าอยากเปลี่ยนครีมบ่อยเลย ตัวไหนใช้แล้วโอเค สองสามตัวก็หมุนๆสลับ สับเปลี่ยนกันไป ไม่อยากให้ใครเป็นเหมือนเรา เราหวังว่า ข้อมูลเราคงจะช่วย ย้ำเตือน และ เตือนสติ เพื่อนได้ ไม่มากก็น้อย ยังไงขอให้ทุกคนมีความสุขกับตัวเองนะค่ะ

ป.ล. เราไม่ขอยืนยันนะค่ะว่า บัวหิมะ รักษาหายได้จริงหรือไม่ และมีสเตียรอยผสมอยู่รึเปล่า อันนี้ไม่ทราบจริงๆ แต่รู้สึกโชคดีมากกว่า ที่หยุดอาการติดสเตียรอยได้ที่นี่

แสดงความคิดเห็น

Incorrect please try again