มี Steiva-A 0.025% และ Skinoren แต่เลือกใช้ไม่ถูก

จุดประสงค์:
รักษารอยดำจากสิวและลดสิวเสี้ยนที่จมูกและคางแต่ได้ยินมาว่าSteiva-A หรือ  Retin A สิวอาจจะเห่อมากกว่าเดิม
ใช้แบบไหนดีที่สุดคะ:

A)Day: Skinoren +
ครีมบำรุง
  Night: Steiva-A
ทั้งหน้าหรือเฉพาะT-Zone ดี? + ครีมบำรุง

B)Day: Skinoren +
ครีมบำรุง
  Night: Skinoren +
ครีมบำรุง+ Steiva-a เฉพาะจุดเช่นสิวอุดตันเม็ดใหญ่

C)Day: Skinoren +
ครีมบำรุง
  Night: Steiva-A
ทั่วหน้า + ครีมบำรุง + Skinoren เฉพาะจุดด่างดำ

D)
อื่นๆแนะนำด้วยค่ะ



 



 

เออ... skinoren ปกติแล้วใช้รักษาฝ้า แต่ก็มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย อาจจะเหมาะกับกรณีคนที่มีปัญหาสิวอักเสษเป็นส่วนใหญ่ ปกติจะทาเช้าเย็น แต่เรื่องจากตัวยามีฤทธิ์เป็นกรด อาจจะมีอาการแสบ แดงหลังการทาได้

ส่วน Retin A (หรือ Steiva-a ที่มีตัวยาสำคัญคือ กรดวิตามิน A tretinoin ) จะช่วยละลายไขมันอุดตัน จึงเหมาะกับคนที่มีปัญหาสิวอุดตัน ไม่ควรใช้กับสิวอักเสษเพราะจะทำให้เป็นมากขึ้น สำหรับคนที่ไม่เคยใช้เลยต้องทำใจนิดนึงว่าช่วง 2-3 อาทิตย์แรกสิวจะผุดขึ้นมา หลังจากนั้นหน้าจะดีขึ้นเรื่อยๆคะ 

เนื่องจาก Retin-A ไวต่อแสง จึงมักทาเฉพาะก่อนนอนคะ  นอกจากนี้จากที่คุยกับแพทย์ผิวหนัง retin-A มีฤทธิ์ในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน จึงสามารถใช้retin-A ในการลดริ้วรอยได้ (สังเกตว่ายาลดริ้วรอยส่วนใหญ่จะมีส่วนผสมของ กรดวิตามินเอ ผสมอยู่

ส่วนคำถามของเจ้าของกระทู้  แนะนำนะคะ

Steiva-A ใช้ทุกคืนก่อนใช้ครีมบำรุง ทาทั่วหน้าเว้นรอบดวงตาและริมฝีปาก และบริเวณสิวอักเสบ

Skinoren ใช้ตอนเช้าก่อนครีมบำรุง ทาบริเวณรอยดำและสิวอักเสษ (ถ้าใช้แล้วไม่แสบ หรือแดงจะทาทั่วหน้าก็ได้)

Skinoren หาซื้อที่ไหน อ่า
Skinoren มีขายที่ร้านอมรรัตน์ฟามาซี อยู่ตรงกันข้าม Big C รามคำแหง หลอดละ 350 บาท หามาหลายร้านแล้วพึ่งจะเจอค่ะ

แสดงความคิดเห็น

กระทู้นี้อนุญาตให้แสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น