★ Review รักษาสิวด้วยตนเอง >> BP

ความคิดเห็นส่วนตัวกับ BP

ฝนชอบใช้ BP ในกรณีที่หน้าเป็นสิวอุดตัน ผิวดูไม่เรียบเพราะว่าหน้ามีการอุดตันแบบตุ่มไต

และจะไม่ทาเวลาผิวหนังอักเสบ เนื่องจากจะระคายเคืองและแสบ

แต่จะทาเมื่อผิวปกติ มีปัญหาเรื่องการอุดตันเท่านั้น เพราะยาตัวนี้จะช่วยละลายหัวสิวได้ดี

กรณีที่จับใบหน้าแล้วรู้สึกหน้าสากๆ ใช้ไปไม่เกินอาทิตย์ผิวหน้าจะได้สัมผัสแล้วดูเรียบเนียนขึ้น

ถ้าถามว่ายาจะออกฤทธิ์ได้ดีเมื่อไหร่ สำหรับฝนประมาณวันที่ 7-8 วันค่ะ

ถึงไม่มีสิวแล้วสามารถทาได้ ทาทั่วหน้า ลดอาการอุดตันของผิวได้ในอนาคต



หลักการทำงาน
หน้าที่หลักคือจะไปฆ่าเชื้อแบคทีเรีย P.acne ทำให้ไม่ไปรวมกับเซลล์ผิวที่ตายแล้วกับไขมัน

ทำให้สามารถรักษาและป้องกันสิวอักเสบ สิวหนองได้ และสามารถทำให้หน้าแห้งขึ้นได้

เพราะ BP มีประสิทธิภาพในการละลายและฟอกเอาไขมันบนผิวหน้าออกไป

ใครที่ใช้อยู่ให้ลองสังเกตุผ้าเช็ดหน้า ปลอกหมอน ผ้าปูที่นอนจะขาวไปด้วย

เพราะเจ้า BP นี่ฟอกหมด และหน้าเราก็จะขาวขึ้นด้วยเหมือนกัน

และก็ยังช่วยผลัดเซลล์ผิวให้หลุดออกไปง่ายขึ้น


คุณสมบัติพวกนี้เมื่อใช้ BP แล้วจึงทำให้หน้าบางลง เวลาถูกแดดอาจทำให้ผิวหน้าแดง



BP ที่ได้รับการยอมรับแล้วว่าได้ผลดีที่สุดคือ 2.5%

ในท้องตลาดจะมี 2.5,5,10%

เพราะเปอร์เซนต์ที่มากไปจะทำให้หน้าระคายเคืองและสิวเพิ่มมากขึ้นในที่สุด

ข้อแตกต่างระหว่าง BP ที่ใช้น้ำกับแอลกอฮอลล์เป็นตัวพา

คือ แอลกอฮอลล์จะซึมเข้าสู่ผิวเร็วและซึมได้ดีกว่าน้ำ

แต่มีโอกาสที่จะระคายเคืองมากกว่าน้ำ ซึ่งจะทำให้เป็นผื่น แดงและระคายเคืองได้ง่ายกว่าที่ใช้น้ำเป็นตัวพา

ถ้าไม่เคยใช้มาก่อนแนะนำให้เริ่มจากเบสที่ใช้น้ำก่อนนะจ๊ะ

วิธีใช้
ปกติผิวหน้าเราจะค่อยๆปรับตัวกับของที่เราทาลงไปบนหน้า

เริ่มต้นอาจจะยังรับไม่ได้ โดยอาจเกิดอาการผื่นขึ้น แดง แสบ

ให้เราเริ่มจากทาก่อนล้างหน้า โดยเริ่มจากเวลาน้อยๆก่อนแล้วล้างออก

และค่อยๆเพิ่มเวลาเข้าไป จนถึง 1 ชั่วโมง ถ้าหน้ารับได้ก็สามารถทาหลังล้างหน้าได้เลย


ข้อดี
1. สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของสิวได้

2. ผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกเพื่อไม่ทำให้ไปอุดตันรูขุมขน ข้อควรระวัง

- ไม่ควรใช้ยานี้ร่วมกับ Erythromycin

- ยานี้เป็นยาใช้เพื่อการรักษา ควรแต้มเฉพาะบริเวณที่อักเสบ

- อาจทำให้เกิดการระคายเคืองได้


ข้อเสีย
1. ทำให้หน้าถูกแสงแดดได้น้อยลง SPF ในบริเวณที่ทาจะลดลง

2. อาจทำให้เกิดการระคายเคือง แดง แสบ ควรทาในบริเวณน้อยๆก่อน


อ้างอิงข้อมูล : http://www.Acnethai.com
thx. for good information ka' :)
พี่ฝนจ๋า หลอดนี้ซื้อได้ที่ไหน อะ ร้ายขายยาทั่วไปมีปะคะ

มีค่ะ หลอดละ 100 บาท ^^ ร้านขายยาใหญ่ๆ หน่อยก็ดีนะจ๊ะ

รบกวนถามพี่ฝนนิดนึงค่ะ

Benzac กับ Panoxy มันต่างกันยังไงคะ

เพื่อนบอกว่า Benzac มันออกฤทธฺิ์ได้น้อยกว่า ไม่ค่อยเห็นผล จิงรึป่าวคะ

ขอบคุณมากเลยค่ะสำหรับข้อมูลดีดี
Panoxyl ทำละลายใน แอลกอฮอลล์ (alcohol base)
 
Benzac ทำละลายในน้ำ Benzac จะระคายเคืองน้อยกว่า

ความแรงขึ้นอยุ่กับเปอร์เซนต์ที่ใช้ ส่วนใหญ่จะใช้กันที่ 5 % จ้า

อ้างอิงมีกระทู้ให้หาข้อมูลเพิ่ม >> http://www.jeban.com/viewtopic.php?t=40704

พี่ฝนคะข้อถามไรหน่อยน้ะคะว่าสำหรับสิวเสี้ยนนี่มีทางแก้ไหมคะเพราะตอนนี้สิวอักเสบหายหมดแล้วเหลือแต่สิวเสี้ยนเวลาลูบหน้านี่สากมากๆบริเวณคาง แถมจมูกก็มีประปรายทำยังไงถึงจะหายบ้างคะเคยใช้ผงฟูขัดหน้าก็ยังไม่ช่วยไรเลยคะ

ตอนนี้ ใช้ทาก่อนนอนอะค่ะ แรงไปป่าวค่ะ แต่หน้าไม่ค่อยรู้สึกเลยอะค่ะ แล้วก็สิวอุดตันยังอยู่อะค่ะ
ข้อควรระวัง

- ไม่ควรใช้ยานี้ร่วมกับ

อะไรคือ Erythromycin หรือคะ ??

แอบ งง อิอิ


ต้องซื้อ Benzac ติดไว้บ้างแล้วค่ะ ส่วนตัวมี panoxyl 10 % ตัวเองเป็นคนผิวผสมค่อนข้างมันดัวยซ้ำ ไม่ได้ใช้บ่อยหรอกนะคะ  แต่รู้สึกบางมันระคายเคืองบ้างโดยช่วงที่ใช้ติดกันเกือบเดือน บริเวณที่ทามันจะดูผิวมันบอบบาง ตอนนั้นใช้ร่วมกับ clinda m  หน้าใสไร้สิวไปเลย   บางคนเริ่มใช้ 2.5 >>5>>10% ค่อยๆเพิ่ม  ตอนนี้พักยกไม่ได้ใช้แล้วค่ะ รู้สึกว่าใช้ๆนาน อาจเกิดอาการดื้อยา  ไม่ได้เป็นสิวนานแล้วค่ะเพิ่งมาเป็นเพราะไปใช้แป้งพัพยี่ห้อใหม่  ก็เลยมีสิวอุดตันขึ้น  ไม่สังเกตไม่เห็นหรอกค่ะ  แต่ลูบหน้านี่รู้เลยค่ะ  เลยใช้ retinA 0.025 % รักษา ก็ดีนะคะสิวอุดตันมันยุบลงและก็หายไปบ้างแล้ว  แต่ที่คางที่มีเป็นเม็ดๆๆ ยุบลงเหลือนิดเดียว  เพิ่งใช้ได้ 5-6 วันค่ะ สองอาทิตย์เมื่อไรจะหยุดใช้  หรือถ้าหายก่อนก้อหยุดเลยค่ะ  ผลการรักษาขึ้นอยู่กับสภาพหน้าคนด้วยนะคะ อิอิ
ใช้อยุ่เหมือนกัน 5% อะ แต่ทาก่อนนอนเลย ก้อยุบจิงนะ สิวอะ

แต่หน้าแห้งละก้อลอกนิดๆๆ แต่ทนได้ไม่น่าเกลียด

แต่หลังจากแห้งแล้วสิ มันเปนรอยดำง่า
สำหรับ Erythromycin

V
V
V

ยาต้านจุลชีพ ที่ใช้เพื่อรักษาการอักเสบของสิว ได้แก่ เตตราไซคลีน (tetracycline) อีริโทรไมซิน (erythromycin) คลินดาไมซิน (clindamycin) แอมพิซิลลิน (ampicillin) โคไตร- ม็อกซาโซล (cotrimoxazole) เป็นต้น นอกจาก มีฤทธิ์ลดการอักเสบของสิวแล้ว ยังมีฤทธิ์ช่วยป้องกันการเกิดคอมิโดนได้ดีอีกด้วย

อย่างยาตัวนี้ Isotrexin Gel ก็มีส่วนผสมอยู่







ข้อมูลทั่วไปที่ฝนได้ศึกษามาคร่าวๆ บอกไว้ว่า..

isotrexin มีตัวยา 2 ตัว คือ ISOTRETINOIN+ERYTHROMYCIN

นั่นคือกรดวิตามินเอ กับยาปฏิชีวนะ

ลักษณะนี้ทำให้มีฤทธิ์ครอบคลุมกว้าง

คือมีทั้งฤทธิ์ลดการอุดตันของCOMEDONEและป้องกัน รักษาการอักเสบ

จากเชื้อแบคทีเรียเหมือนใช้กรดวิตามินเอ

มีฤทธิ์ทำให้ระคายเคืองได้ง่าย อาจทำให้หน้าแดง ลอกแห้ง หน้าแห้งมาก


วิธีที่ใช้
ล้างหน้าให้สะอาดแล้วทาเจลได้เลย ไม่ต้องใช่ควบกับอะไรทั้งนั้น

ถ้าเป็นสิวมากให้ทาทิ้งไว้ทั้งคืนเลย จะหายเร็ว

สำหรับสิวเสี้ยน

สิวเสี้ยน (Trichostasis Spinulosa=TSS) เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยมาก ตั้งแต่วัยรุ่นจนถึงวัยกลางคน เป็นความผิดปกติของต่อมรูขน (pilosebaceous follicles) โดยมีลักษณะคล้ายสิวอุดตันหัวดำ (Black comedone) แต่จะมีกระจุกเซลล์ขน (vellous telogen hair) แทรกอยู่ด้วย มีลักษณะเป็นจุดดำๆ หรือมีหนามแหลมๆ ยื่นออกมาทางขุมขนบริเวณจมูก หน้าผาก หรือข้างแก้ม และที่หลังบริเวณกระดูกสบัก
ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด แต่เชื่อว่าเกิดจากการสร้างเซลล์ขนในระยะ Vellous telogen hair มากกว่าปกติ มักจะเกิดบริเวณที่มีต่อมไขมันมาก โดยจะเริ่มจากมีการอุดตันเกิดขึ้นที่ท่อต่อมไขมัน และไขมันที่ถูกสร้างขึ้นจะรวมตัวกับเซลล์ชั้นขี้ไคลจากผนังท่อ กลายเป็นก้อนที่เรียกว่า Comedone (คอมีโดน) ต่อมาจะมีเซลล์ขนที่เกิดมากกว่าปกตินี้มาพอกสะสมกับเป็นก้อนคุดคู้อยู่ข้างใน เรียกว่า ในรูขุมขนแทนที่จะมีขนเพียง ๑ เส้น แต่กลับมีขนเส้นเล็กๆ ๓-๔ เส้น อัดกันแน่น รวมตัวกับเซลล์ชั้นขี้ไคล และถูกห่อหุ้มด้วยผนังท่อต่อมไขมัน เกิดการอุดตัน และทำให้หลุดออกได้ยากกว่าปกติ
 

แนวทางการแก้ไข

๑. กรดวิตามินเอ ที่มีบทบาทมากในการรักษาสิวเสี้ยน คือ ซึ่งมีคุณสมบัติในการเข้าไปละลายการอุดตันของต่อมไขมัน มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียสิว P.acne จึงป้องกันและทำให้สิวเสี้ยนหลุดออกได้ง่าย อาจจะใช้ในรูปของยาทา หรือทำไอออนโตด้วยกรดวิตามินเอ

แต่มีข้อควรระวังก็คือ เนื่องจาก กรดวิตามินเอ มีการระคายเคืองได้ง่าย จึงมีแนวโน้มที่จะทำให้ผิวแห้ง ผิวลอก หน้าแดงได้ จึงควรทากรดวิตามินเอเฉพาะบริเวณจมูก หน้าผาก หรือคางที่มีสิวเสี้ยน แล้วทิ้งไว้ ๕-๑๐ นาที หรืออาจทิ้งไว้นานกว่านี้ได้ถ้าไม่มีอาการดังกล่าว บางครั้งอาจจะผสม ไลโบโซม ซึ่งลดการระคายเคืองของกรดวิตามินเอ ทำให้สามารถทาทิ้งไว้ทั้งคืนได้ สะดวกในการใช้มากขึ้น

๒. Chemical Peeling: เป็นแนวทางการรักษาอีกวิธีหนึ่งกรณีที่กรดวิตามินเอไม่สามารถทำให้หลุดได้หมด โดยใช้สารเคมีพิเศษ เช่น TCA, AHA, BHA เพื่อลอกผิวหน้า เปิดรูขุมขนหรือรูสิวเสี้ยน เพื่อง่ายต่อการกดออก หรือดึงออกด้วยครีมคีบสิวเสี้ยน

๓. Scottape technique: โดยอาจจะอยู่ในรูปของแผ่นแปะจมูกที่เคลือบสารที่ทำให้ติดแน่น แปะที่จมูกและทิ้งไว้ระยะหนึ่ง แล้วค่อยดึงออก หรือ ใช้สาร Cyanoacrylate polymer glue ซึ่งมีคุณสมบัติในการติดแน่น คล้ายคลึงกับกาวตราช้าง (ซึ่งมีส่วนประกอบของสารคล้ายคลึงกัน) ใช้ทาบน slide แล้วนำไปวางบริเวณสิวเสี้ยน แล้วดึงออก สิวเสี้ยนจะหลุดติดออกมา แต่ก็มีข้อจำกัด คืออาจจะทำให้แพ้สารเคมีนี้ได้ และกำจัดสิวเสี้ยนได้ไม่หมด และไม่สามารถกำจัดสิวเสี้ยนได้ทุกที่

๔. การกำจัดสิวเสี้ยนด้วย Laser ได้มีรายงานการวิจัยขอ นพ. วรพงษ์ มนัสเกียรติและคณะจากรพ.ศิริราช ในการประชุมประจำปีของสมาคมแพทย์โรคผิวหนังในปี ๒๕๔๕ ถึงการทำการรักษาคนไข้ที่มีปัญหาสิวเสี้ยนจำนวน ๑๓ คน โดยใช้ ๘๐๐ NM Pulse Diode Laser พบว่าหลังทำจุดดำๆ จากสิวเสี้ยนลดลงได้มากกว่า ๕๐% และเมื่อทำหลายๆ ครั้งสามารถกำจัดสิวเสี้ยนได้เกือบหมด แต่ไม่ช่วยในเรื่องรูขุมขนที่กว้าง ที่อาจจะทำให้เกิดสิวเสี้ยนได้อีก มีผลข้างเคียงหลังทำเพียง รอยแดงบริเวณรูขุมขนหลังทำ ๒-๓ วันก็หายดี

๕. การกำจัดสิวเสี้ยนด้วยเครื่อง IPL (intense pulse light) โดยอาศัยหลักการที่สิวเสี้ยน คือ กระจุกขนที่อัดแน่นบริเวณรูขุมขน ดังนั้นการ apply การกำจัดขนด้วยเครื่อง IPL จึงสามารถทำให้ขนที่คุดคู้นี้หลุดลอกออกได้ โดยเมื่อทำควบคู่กับการทำ peeling และการทาครีมลอกสิวเสี้ยนที่ผสมวิตามินเอ และช่วยป้องกันการเกิดเซลล์ขนใหม่ในบริเวณดังกล่าวด้วย ซึ่งจากประสบการณ์ของผู้เขียนเอง ได้ผลดีมาก ไม่พบผลข้างเคียง และสามารถทำได้ทุกจุดของร่างกาย

๖. หรือน้องๆ อาจจะลองวิธีง่ายๆ ก็ได้ค่ะ ใช้ไข่ขาวอย่างเดียวมาทาตรงบริเวณที่เป็นและใช้กระดาษทิชชูปิดทับไว้จนกว่าจะแห้งแล้วลอกออกโดยการดึงย้อนขึ้นก็จะมีสิวเสี้ยนหลุดออกค่ะ


นำมาให้อ่านจ้า เครดิตจาก http://www.teenpath.net/

ช่วยกันแชร์ข้อมูลนะคะ จะได้มีข้อมูลดี

ในการเซิร์จเรื่องยารักษาสิวในเวปจีบันภายในอนาคต

จะได้มีคำตอบที่ครอบคลุมและง่ายต่อการตัดสินใจเลือกใช้

ปกติจะทา panoxyl 2.5% หลังล้างเครื่องสำอางค์ แล้วล้างหน้า หลังจากนั้นค่อยทา panoxyl แล้วทิ้งไว้ 15 นาทีแล้วล้างออก รอให้หน้าแห้งแล้วทาง clinda m รอให้แห้ง แล้วทา isotrexin ในตอนกลางคืนค่ะ จะเป็นอะไรมั้ย

มีอีกอย่างพออ่านข้อความข้างล่างแล้ว เค้าบอกไม่ให้ใช้ isotrexin กับ BP แล้วถ้าใช้ panoxyl จะเป็นอะไรมั้ยค่ะ
ตอนนี้มีสิงไม่มีหัวขึ้นมาหลายจุด เซงมากเลยพี่ฝน

ขึ้นมาเหมือยรอบนูนใหญ่ๆอ่ะ ทำไงดีคะ
ตอนนี้หน้าเป็นสิวอักเสบทาได้มั้ยค่ะ กำลังรอให้สิวสุกรอหัวให้ออกอ่ะ หลังจากนั้นต้องใช้อะไร หรือว่ามียาทาอะไรแนะนำมั้ยค่ะให้สิวสุก
ทำไมเราใช้เบนเซคตอนแรกใช้ได้ผลดีมาก ตอนหลังไม่ได้ผลเลยอ่า ใช้ไปประมาณ 5 ครั้งเอง 
ยังไม่เคยใช้เบนแซกเลยนะเนี่ย ปกติ เพราะชอบลืมทาก่อนล้างหน้าประจำเลย ก็เลยใช้แต่พวกทาได้เลยไม่ต้องล้าง 555 เป็นสิวแล้วยังขี้เกียดอีกอิชั้น -*-
สวัสดีค่ะพี่ฝน

โบไปหาหมอ แล้วคุณหมอเขาให้Isotrexin Gel มา แต่เค้าให้ทาก่อนล้างหน้าคะ

โบใช้ตัวนี่ทาบริเวณจมูกที่เป็นสิวเสี้ยนเยอะๆ ทาทิ้งไว้15นาที แล้วก็ไปล้างหน้าออก

สิวเสี้ยนตรงจมูกก็เริ่มลดลงนะคะ เหมือนมันจะหลุดออกมา ในช่วงที่เราล้างหน้า

เดี๋ยวถ้ายังไงจะลองเอารูปมาลงให้ดูกันคะ

ฝากคำถามคะ พี่ฝนรู้จักยาที่ชื่อว่า CLARIDERM Cream 2% (10g) ที่มันเป็นบริษัทเดียวกับISOTREXIN อ่าคะหมอเขาให้มารักษารอยดำ แต่โบไม่รู้เรื่องส่วนผสมว่ามันดีหรือไม่ดี ยังไงก็ขอความรู้จากพี่ฝนด้วยนะคะ

ปล.. กระทู้พี่ฝนมีสาระมากๆ โบเข้ามาศึกษา เพราะตอนนี้หน้าก็ไม่ไหวแล้ว ^^
จะไปซื้อมั่งๆๆๆๆ จำยี่ห้อไม่ได้ ไปซื้อแล้วพี่เภสัชหยิบยี่ห้ออื่นมาให้ประจำเลย ขอบคุณนะคะ
แล้วจะหายไม่เนี้ย bp 5

แสดงความคิดเห็น

Incorrect please try again