ผลข้างเคียงจากการกิน-ฉีด "กลูต้าไธโอน"

เข้าใจว่าพี่น้องในเว็บจีบันทุกคนคงรู้จักกลูต้าไธโอนกันดี

และมีจำนวนไม่น้อยที่เคย กิน หรือ ฉีด กันไปแล้ว

ซึ่งตัวพี่เองก็เคยทำมาแล้วทั้งสองวิธี  ฉีดไปหนึ่งครั้งโดยใช้ยาตัวที่แพงที่สุดที่มีขายอยู่ในตอนนี้

(ไม่ขอเอ่ยนาม ...เดี๋ยวหาว่าต้องการโจมตี) อยากบอกว่าขาวขึ้นในสองสัปดาห์จริงๆ

หลังจากนั้นก็ใช้วิธีกินต่อเนื่องเรื่อยมาเป็นเวลา 5 เดือนแล้วอ่ะค่ะ

ขาวขึ้นๆๆๆๆ...จนใครๆ ทัก  แบบว่าถ้าไม่ทักแปลว่าไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

รู้สึกดีใจมาก แต่หารู้ไม่ว่าบัดนี้ตัวเองได้เป็นคนที่มีสภาพผิวแพ้ง่าย (มากกกกกกกก) ไปโดยปริยาย

ทั้งที่แต่ก่อนไม่เคยแพ้สบู่ ครีม หรือเครื่องสำอางใดๆ มาก่อน (คือ เป็นคนที่มีผิวมึนมากกก)

แต่ตอนนี้ออกแดดแป๊บเดียว แค่สิบนาที ผิวก็แดงแล้ว  โดนฝุ่นนิดเดียวผื่นก็ขึ้น

ยุงกัดที่เดียวแต่ตุ่มขึ้นทั้งขา ย้ำว่าทั้งขา เห็นตุ่มแล้วต้องกรี๊ดดดด....

ยังค่ะ..ความเศร้ายังไม่หมด  อาบน้ำแล้วลืมทาโลชั่นผิวก็จะแดง

เปลี่ยนยี่ห้อโลชั่นหรือครีมกันแดด ผิวก็แดง เป็นจุดแดงๆ ทุกรูขุมขน ...โอ๊ย! เครียดเจงๆ

บ่นให้สามีฟังก็ไม่ได้ เพราะเค้าห้ามแล้วไม่ฟัง (ฮือๆ) ตอนนี้เลยหยุดกิน เพราะทนสภาพผิวสำออยไม่ไหวแล้ว

แต่ก็ยังไม่วายกินวิตามินซีแทน ฮ่าๆๆๆ เพื่อรักษาสภาพสีผิว

เลยอยากเตือนเพื่อนพี่น้องในเว็บนี้ว่าลองสังเกตตัวเองด้วยนะคะ ว่ากินแล้วมีผลข้างเคียงอะไรรึเปล่า

ถ้าใครมีประสบการณ์อะไรแบบนี้ เอามาเล่าสู่กันฟังบ้างก็ดีนะจ๊ะ

เผื่อจะช่วยเป็นข้อมูลในการตัดสินใจสำหรับคนที่กำลังคิดจะกิน-ฉีดกลูต้าไธโอน

 

หนูว่าผ่องๆ แบบคนไทยก็สวยดีอยู่แล้วนี่เนอะ
ไม่เหนต้องไปฉีดเลย = .=

อึ๋ย น่ากลัวจังเลยค่ะ  ขอให้หายเร็ว ๆ นะคะ

เราเป็นคนนึงที่ดำง่าย เพราะโดนแดดจัดบ่อย ๆ แต่ก็ไม่เคยคิดจะทำเพราะกลัวผลข้างเคียงค่ะ

แย่เลยนะคะ...สู้ต่อไปค่ะ

ขอให้หายจากอาการผิวแพ้ง่ายนะคะ..แคร์เป็นเหมือนกันน่ะคะ...ลำบากมากมาย
เราก็อยากขาวนะ แต่กลัวผลข้างเคียง
อยากได้แบบกินก็กินยาเม็กไม่ค่อยจะเป็น เหอๆๆๆ
สงสัยต้องหันไปบิโภควิตามินซี100เม็ด100 ซะแล้ว
เราก็เคยทานค่ะ แต่เนื่องจากงบน้อยเลยเลิกไปแล้ว ^^ ยังไงก็ขอให้ดีขึ้นเร็วๆนะคะ
ขอแจมค่ะ
ไม่เข้าใจว่าอยากขาวมากๆๆไปเพื่ออะไร
ทุกอย่างที่เป็นสิ่งแปลกปลอมไม่ดีกับร่างกายค่ะ
อาจจะเป็นผลระยะยาวที่ไม่เห็นผลกระทบในตอนนี้้้้
ใครๆก็อยากสวยค่ะ อยากใส อยากขาว
แต่ต้องดูความจำเป็น อายุของเรา สภาพแวดล้อมของเราด้วยตากแดดมากมั้ย ทำงานแบบไหน
ถ้าเราไม่ถึงขั้นว่าต้องใช้รูปร่างหน้าตาในการทำงาน
อย่าไป serious เลยค่ะ
อย่าหยุดสวย และต้องระมัดระวัง ค่ะ
ด้วยความห่วงใย จากใจจริงๆ

ขอบคุณมากๆที่เจ้าของกระทู้ตั้งกระทู้มาเพื่อเตือนกันค่ะ

เห็นด้วยกับป้าจ๋าค่า ~~
เห็นด้วยกับ คุณ mamajar13 ค่ะ
ของเราขอให้แค่สวยเนียน ใสพอแหละ

พอใจในสิ่งที่ตัวเองมีละค่ะ ดีที่สุด

555+

แต่เราเคยกิน ดูเหมือนว่า จามะมีไรเกิดขึ้นเรยย

 

ไงๆ ก้อ หายไวๆ นะ

คือขาวไปก้อเท่านั้นค่ะ ถ้าไม่กินก้อเหมือนเดิมลองขัดตัวดูก่อนไหมเพราะตัวเองผิวสองสี

พอขัดๆๆตัวไปมันผ่องขึ้นมาเองอ่ะจนมีคนทัก(อันนี้เห็นเพื่อนกินนะค่ะพอหยุดก้อดำกว่าเก่าแถมเปลืองเงินด้วย)

อันนี้ก้อแล้วแต่วิจารณญาณของแต่ละคนนะแต่ตัวเองลองแล้วเนียนผ่องดีค่ะไม่แพงด้วย

เคยกินตอนม.3แหละ (เด็กไปไม๊ ?555)  


ตอนนี้ไม่กินเลยกลัวๆๆๆ เพื่อนเรากินเป็นปี สรุป ตอนนี้เป็นเหงื่อไม่เคยออกเลย ฉี่บ่อยมากกกกกกก ถึงมากที่สุด ... กลัวเลย ตับก็ไม่ดี

เคยกินอยุ่ประมาน 3เดือน แบบว่า ขาววขึ้นจนใครๆๆ ทัก

แต่มาตอนนี้ หยุดกิน  เจอแดดแป๊ปเดียวว ดำง่ายกว่าก่อนที่จะกินอีก

หรือว่าคิดไปเองก็ไม่รุ้ ทางที่ดีอย่ากินเลย นึกแล้วยังเสียดายอยู่เลย

เพราะตอนนี้ โดนแดดแป๊ป ๆ นี่เหมือนมันจะไหม้ แสบๆไปเลย - -*
เรากินนะ ฉีดด้วย ทำทุกอย่าง 555+
แบบว่าฉีดครบ แล้วก็กินสลับกันไปไรงี้อะค่ะ

รู้สึกขาวขึ้น ใสขึ้น แต่ไม่ได้รู้สึกว่าผิวอ่อนแอลงนะคะ
อาจจะเป็นเฉพาะบางคนรึเปล่า หรือเราเปงพวกหนังหนานะ 55
สงสัยคงเป็นเพราะผิวขาวขึ้นเลยแพ้ง่ายมั่งคะ  ก้อที่จริง
ผิวสีแทน เนี้ยจัดว่าเป็นกลุ่มที่มีเมล็ดสีผิวที่แข็งแรงคะ
เลยเป็นกระ น้อยกว่าคนขาว ๆ งัย..

ดีนะเนี้ย.....ตอนแรกกำลังว่าจะหามากินอยู่เลย
ถ้าอยากได้กลูต้าไธโอนธรรมชาติจิงๆ กินบล็อคโคลี่ หรือไม่ก็หน่อไม้ฝรั่งแทน มีเหมือนกันค่ะ ไม่อันตรายด้วย
โห ดีน่ะเนี่ยที่มาอ่านเจอก่อน ขอบคุนมากๆค่ะ

1. ขอบคุณพี่น้องที่ร่วมแสดงความคิดเห็น และ เป็นกำลังใจ


2. ตอนนี้ก็สครับอยู่เหมือนกัน เนียนดี แต่ไม่รู้ว่าเนียนเพราะสครับหรือกลูต้าหรือวิตซี

เพราะทำหลายอย่างจัดอ่ะ.... แต่ตอนนี้หย่าขาดจากกลูต้าแล้ว....


 

หายไวไวนะคะ
ขอบคุณนะค่ะ เป็นประโยชน์มากค้ะ

เคยทานอยู่พักนึงแต่งบน้อยเลยงดกันไป  เอิ๊กๆ

ไขความจริง 'กลูตาไธโอน' สารทำให้ผิวขาว

หลายคนคงเคยได้ยินข่าวการฉีดสารกลูตาไธโอน สารที่ทำให้ผิวขาวกันมาบ้างแล้ว แต่ทราบหรือไม่ว่า สารกลูตาไธโอน เป็นสารที่มีอยู่แล้วในร่างกาย และเป็นสารที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย การฉีดสารดังกล่าวเข้าไปอาจทำให้ร่างกายได้รับผลกระทบได้ จริงอยู่ที่สารกลูตาไธโอนทำให้ผิวขาวขึ้นได้ แต่ก็มีโทษอยู่เหมือนกัน และจะยิ่งอันตรายหากฉีดสารกลูตาไธโอนด้วยตัวเอง ดังนั้น คอลัมน์ “หมอรามาฯไขปัญหาสุขภาพ” วันนี้ จะมาเผยความจริงของสารกลูตาไธโอนเพื่อให้เป็นข้อมูลการตัดสินใจก่อนที่ใครหลายคนจะเริ่มฉีด

กลูตาไธโอนคืออะไร จำเป็นต่อร่างกายหรือไม่

กลูตาไธโอน (Glutathione) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญในร่างกาย ที่ร่างกายสามารถสร้างขึ้นได้เอง จากอาหารประเภทโปรตีน ไข่และนม รวมถึงผักผลไม้ประเภท หน่อไม้ฝรั่ง อะโวคาโด และวอลนัท ร่างกายจะเก็บกลูตาไธโอนที่สร้างขึ้นไว้ที่ตับ สามารถพบกลูตาไธโอนได้ในทุกเซลล์ของร่างกาย

กลูตาไธโอนมีความจำเป็นต่อร่างกาย โดยช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้ร่างกายดูดซึมวิตามินซีและอีได้มากขึ้น เป็นตัวกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกาย ช่วยสร้างและซ่อมแซม DNA นอกจากนี้ยังช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย โดยผ่านการสร้างเอนไซม์ชนิดต่าง ๆ และช่วยป้องกันตับจากการถูกทำลายโดยแอลกอฮอล์ได้อีกด้วย

ใช้ในทางการแพทย์อย่างไร ช่วยให้ผิวขาวจริง หรือไม่

มีรายงานการใช้ในรูปแบบฉีดหลายกรณี ทั้งใช้ในกรณีฉุกเฉิน เช่น ฉีดเพื่อเพิ่มการไหลเวียนของเลือดระหว่างผ่าตัด รักษาโรคทางระบบประสาท ขับพิษจากโลหะหนัก สารระเหย ยาฆ่าแมลง ยาพาราเซตามอลเกินขนาด ใช้เพิ่มภูมิต้านทานในผู้ป่วยเอดส์และมะเร็ง ในบางประเทศได้ขึ้นทะเบียนกลูตาไธโอนเป็นยาบางประเทศอนุญาตให้ใช้เป็นอาหารเสริม แต่สำหรับในประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนกลูตาไธโอนเป็นยา และไม่อนุมัติให้ใช้สารชนิดนี้ในรูปแบบฉีด

หากถามว่าช่วยให้ผิวขาวได้จริงหรือไม่ ต้องบอกว่า เดิมทีกลูตาไธโอนถูกผลิตขึ้นเพื่อใช้ฉีดเพิ่มภูมิต้านทาน รักษาผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย แต่กลับพบว่าผู้ป่วยมีผิวขาวขึ้น มีสีผมอ่อนลงหลังฉีดยา จึงอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้มีการนำมาฉีดเพื่อทำให้ผิวขาวกันมากขึ้น ซึ่งความเป็นจริงแล้ว หากร่างกายได้รับกลูตาไธโอนมากเกินไป ก็จะไปกดการสร้างเม็ดสีของผิวทำให้ผิวขาว ซึ่งอธิบายได้จาก

ปกติในร่างกายคนเรา เซลล์สร้างเม็ดสี (melano cyte) จะผลิตเม็ดสีเมลานินอยู่ 2 ชนิด ผิวคล้ำแบบคนเอเชียหรือคนไทย จะมีเม็ดสีขนาดใหญ่ เรียกว่า ยูเมลานิน (Eumelanin) คนผิวขาวแบบฝรั่ง จะมีเม็ดสีขนาดเล็กกว่า เรียกว่า ฟีโอเมลานิน (Pheomelanin) เมื่อร่างกายเราได้รับ กลูตาไธโอนปริมาณมาก จะไปกดการสร้างยูเมลานินตามปกติลง เปลี่ยนเป็นสร้างฟีโอเมลานินเพิ่มขึ้นชั่วขณะ ผิวจึงดูขาวขึ้น แต่เนื่องจากกลูตาไธโอน ไม่สามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางพันธุกรรมของ เซลล์สร้างเม็ดสี (melanocyte) เมื่อเวลาผ่านไป เซลล์สร้างเม็ดสีก็กลับไปสร้างเม็ดสียูเมลานินมากตามปกติเหมือนเดิม

ดังนั้น ผู้ที่ฉีดกลูตาไธโอนเพื่อให้ผิวขาวขึ้น จำเป็นต้องฉีดในปริมาณมากกว่าขนาดที่ใช้รักษาตามปกติหลายเท่าตัวเป็นเวลาต่อเนื่องกันนาน จึงไม่จัดเป็นการดีท็อกซ์ และอาจมีอันตรายต่อสุขภาพในระยะยาวได้

มีอันตรายจากการใช้ หรือมีผลต่อชีวิตอย่างไรบ้าง

ผลข้างเคียงที่น่ากลัว คือการฉีดยาใด ๆ ก็ตามเข้าเส้นเลือดดำ ล้วนมีโอกาสที่จะแพ้ได้ ทั้งการแพ้ตัวยาเอง หรืออาจจะแพ้สารฆ่าเชื้อ สารกันเสีย สารปนเปื้อน ซึ่งจากรายงานในต่างประเทศพบว่า ผู้ที่ได้รับการฉีดกลูตาไธโอนขนาดสูง มีอาการช็อก ความดันต่ำ หายใจไม่ออก และเสียชีวิตได้หากไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที นอกจากนี้ก็ยังพบว่า มีการนำสารกลูตาไธโอน ที่ไม่ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา รวมทั้งยาปลอมที่ผลิตที่เวียดนาม และ จีน มาจำหน่ายและใช้อย่างผิดกฎหมาย

การฉีดกลูตาไธโอน มักให้ร่วมกับวิตามินซีขนาดสูง เพื่อกระตุ้นให้ ออกฤทธิ์ ได้ชัดเจนขึ้น ซึ่งการฉีดวิตามินซี ในขนาดที่สูงและเร็วเกินไปอาจทำให้เกิดอาการมึน ศีรษะคล้ายจะเป็นลมได้ หากใช้ กลูตาไธโอนในผู้ป่วยมะเร็ง อาจทำให้ประสิทธิภาพของเคมีบำบัดลดลง การได้รับสารกลูตาไธโอนปริมาณมาก มีผลทำให้ขบวนการต้านอนุมูลอิสระของร่างกายเสียสมดุล กลายเป็นอนุมูลอิสระ กลับมาทำร้ายร่างกายได้

แต่ที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดคือ ปัจจุบันมีการ โฆษณาขายกลูตาไธโอนอย่างแพร่หลายทางอินเทอร์เน็ตราคาตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงเป็นหมื่นบาท ที่มีการแนะนำวิธีฉีดและอวดอ้างสรรพคุณจนทำให้คนที่อยากขาว เกิดความสนใจและซื้อหาไปทดลองฉีดกันเอง ซึ่งอาจทำให้เกิดการแพ้ ติดเชื้อ และปัญหา อื่น ๆ ตามมาอีกมาก

ข่าวที่ออกมาว่าใช้สารกลูตาไธโอนแล้ว จะทำให้ตาบอดและเป็นมะเร็ง จริงหรือไม่

สำหรับข่าวการใช้สารกลูตาไธโอนแล้ว จะทำให้ตาบอดและเป็นมะเร็ง สามารถอธิบายได้ว่า การที่ร่างกายได้ รับสารกลูตาไธโอนเป็นเวลานาน ๆ จะทำให้เม็ดสีเมลานิน ทั้งที่ผิวหนังและที่จอตาลดลง ทำให้จอตารับแสงได้น้อยลง เสี่ยงต่อการมองเห็นได้ในอนาคต ทางวารสารทางการแพทย์สหรัฐอเมริกาจึงได้จัดว่า สารกลูตาไธโอนเป็นสารที่อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงทางตา ส่วนเม็ดสีเมลานินที่ผิวหนัง จะทำหน้าที่เหมือนฟิล์มกรองแสงที่ผิวหนัง หากเม็ดสีที่ผิวหนังลดลง ร่างกายก็ขาดเกราะป้องกันแสงอัลตราไวโอเลต ทำให้ผิวเหี่ยวย่นเร็ว และแก่เร็วขึ้น รวมทั้งเพิ่มความเสี่ยงของโรคมะเร็งผิวหนังด้วย ดังนั้น ถึงแม้ตัวสาร กลูตาไธโอนเองจะเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ แต่การได้รับแสงอัลตราไวโอเลตปริมาณมากกลับอันตรายยิ่งกว่า

เหตุใดจึงต้องฉีดเข้ากล้ามเนื้อหรือเส้นเลือดโดยตรง

กลูตาไธโอนมีทั้งชนิดฉีด ชนิดพ่น และชนิดรับประทาน ซึ่งอย่างที่ทราบกันอยู่แล้วว่าสารชนิดนี้ หากรับประทานจะถูกย่อยไปก่อนการดูดซึม จึงมีผู้พยายามลองใช้ในปริมาณสูง ๆ เพื่อหวังว่าจะดูดซึมได้บ้าง แต่จนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีการศึกษาใดบอกว่า ต้องกินมากแค่ไหนจึงจะดูดซึมได้ แล้วก็ไม่มีใครรู้ว่าปริมาณที่กินมาก ๆ นั้น จริง ๆ แล้วดูดซึมได้หรือเปล่า และผลข้างเคียงระยะยาวมีอะไรบ้าง

ส่วนยาชนิดฉีดเข้ากล้ามเนื้อหรือเข้าเส้นเลือดโดยตรง น่าจะเพิ่มขนาดยาได้แน่นอนกว่า แต่ผลข้างเคียงที่น่ากลัว คือการฉีดยาเข้าเส้นเลือดดำ มีโอกาสที่จะแพ้ได้ กลูตาไธโอนชนิดฉีดมีใช้ในคลินิกเอกชนมานานแล้ว แต่ยังไม่มีการใช้ในโรงพยาบาลรัฐหรือโรงเรียนแพทย์ เพราะไม่มีการศึกษาถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัยในระยะยาว นอกจากนี้ การฉีดยังเป็นการ เพิ่มสารกลูตาไธโอนได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น อาจทำให้ผิวขาวขึ้นได้ในเวลาสั้น ๆ หลังจากนั้น สีผิวก็จะกลับเป็นเหมือนเดิม จึงต้องทำให้ฉีดต่อไปเรื่อย ๆ ไม่มีที่สิ้นสุด

สุดท้ายนี้ ผู้บริโภคไม่ควรตกเป็นเหยื่อของคำโฆษณาใด ๆ ที่อวดอ้างว่าจะสามารถช่วยทำให้ผิวขาวขึ้นได้ เพราะในความเป็นจริงแล้ว ไม่มีผลิตภัณฑ์ไหนที่จะทำให้ผิวขาวขึ้นได้อย่างถาวร ผลิตภัณฑ์หรือยาที่ใช้ อาจช่วยได้เพียงชั่วคราว แต่เมื่อหมดฤทธิ์ ร่างกายก็กลับไปผลิตเม็ดสีตามปกติ ทั้งนี้การที่ประชาชนในแถบเอเชียหรือประเทศเขตร้อน มีผิวคล้ำ ถือเป็นเรื่องที่มีประโยชน์ เพราะสามารถป้องกันแสงอัลตราไวโอเลตจากแสงอาทิตย์ได้ ทำให้โอกาสการเกิดมะเร็งผิวหนังของเราน้อยกว่าคนผิวขาว จึงไม่ควรมีค่านิยมที่ผิดในการเปลี่ยนสีผิวให้ผิดธรรมชาติ.

อ.พญ.ชนิตว์วัณณ์ ตรีวิทยาภูมิ
หน่วยโรคผิวหนัง ภาควิชาอายุรศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
มหาวิทยาลัยมหิดล


ที่มาจากหนังสือพิมพ์ :
วันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2552



ผมไปค้นเจอมาจาก http://talk.mthai.com/topic/62800 เลยนำมาฝากครับ
 หายไวๆนะ 
 อ่านแล้วน่ากลัวจัง แต่ก็อยากขาวกว่านี้อีกนิดนึง 55++

แสดงความคิดเห็น

กระทู้นี้อนุญาตให้แสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น