อ่านจบแล้วอย่าลืมกดรับของรางวัลด้านล่างนะจ๊ะ

เปิดกรุ skincare กู้ภัยหน้าลอกขาดน้ำสำหรับคนหน้ามัน


เฮลโหล่วววค่าา อ่านจีบันมานานมากๆๆๆ แล้วตั้งแต่อยู่มัธยม จนจบตรี จนจบโท จนทำงาน แต่แอบซุ่มเงียบอ่านอย่างเดียวตลอดเลย จีบันเป็นแหล่งกำลังใจสำคัญเลยค่ะเวลาหน้าพัง เป็นสิว ผิวมีปัญหา จะมีเพื่อนๆมาแชร์ประสบการณ์ให้เรารู้สึกว่า ปัญหาผิวเราแก้ได้ ขอแค่ศึกษา ทำความเข้าใจ ละค่อยๆแก้ปัญหากันไป อาศัยความรู้ที่ทุกคนแชร์กันนี่แหละค่ะ <3  ตอนนี้มาตั้งกระทู้เองครั้งแรก อาจจะมีข้อผิดพลาดบ้าง ขออภัยไว้ล่วงหน้านะคะ

ก่อนอื่นขออธิบายสภาพผิวก่อนค่ะ เป็นคนผิวมันมากก วันนึงซับมันไม่รู้กี่รอบ (จริงๆไม่ดีนะคะ อย่าทำ ยิ่งซับยิ่งมัน) อุดตันง่าย เป็นสิวมาตลอดตั้งแต่เด็กจนโต ตอนนี้ไม่ค่อยมีแล้วค่ะ อาศัยทา Benzac ก่อนล้างหน้า แล้วก็ตั้งใจดูแลผิวดีๆอย่าให้ขาดตกบกพร่อง แต่ถึงหน้ามันผิวก็ขาดน้ำมากๆ เวลาใช้รองพื้นเนื้อแห้งๆนี่คือเกาะเป็นคราบๆแผ่นๆ น่าเกลียดมากกก

ที่นี้ขอเข้าเรื่องแล้นน ช่วงนี้แก่ลง อากาศก็แปลกๆ อาการขาดน้ำชัดมากกว่าเดิมอีกค่ะ จะขอแชร์สกินแคร์ที่ใช้ทุกวันตอนนี้ เรียงลำดับตั้งแต่ล้างหน้าไปจนขั้นตอนสุดท้ายพร้อมนอน

1. ตัวล้างเครื่องสำอางใช้ Three Balancing Cleansing Oil

ชอบมากกกกกค่ะ ล้างทุกอย่างหมดจด กลิ่นก็หอมละมุนผ่อนคลาย แต่ก่อนใช้ Bioderma หัวชมพูชอบมากเหมือนกันแต่ใช้ทีนึงเยอะมากเพราะกลัวไม่สะอาด แล้วที่ไทยก็แพงมากเว่อ! เลยลองเปลี่ยนมาใช้ทรีดู กลัวๆเหมือนกันค่ะตอนแรก เคยใช้ออยล้างหน้าของชูละแพ้เห่อกู่แทบไม่ทัน อันนี้ไม่แพ้ ล้างสะอาด นวดไปตามรูขุมขนไปเรื่อยๆ ไม่ต้องแต้มน้ำมานวดให้เป็นน้ำนมเหมือนออยยี่ห้ออื่น ล้างน้ำได้เลยค่ะ
2. ล้างหน้าต่อจากล้างเครื่องสำอาง ใช้ Fresh Soy Face Cleanser กับ Cetaphil สลับๆ กันไปค่ะ
แต่แรกเดิมที ใช้ Cetaphil มาทั้งชีวิตเลยค่ะ เพราะเป็นคนแพ้ง่ายมาก ใช้อย่างอื่นก็แห้งตึงตลอด แล้วมีความเชื่อว่า ไม่อยากเปลืองเงินกับยาล้างหน้า เพราะเดี่ยวมันก็ล้างออกแล้ว เอาแค่ที่ล้างสะอาด ไม่รบกวนหน้าพอ แต่ตอนหลังๆ ลองมาส์คของFreshหลายตัว ชอบหมดเลยค่ะจนกลายเป็นแฟนแบรนด์นี้ เห็นช่วงนี้มันจัดเป็นแพครวมกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ เลยสอยมาลอง ชอบค่ะ กลิ่นเหมือนแตงกวา เนื้อเป็นเจลๆ ล้างแล้วสะอาด ไม่มีอาการแห้งตึงเลย 
3. ล้างหน้าเสร็จก็ต่อด้วย Toner ใช้ Herbivore Jasmine Green Tea Balancing Toner


อันนี้พรีออเดอร์มาจาก Sephora US ค่ะ คือมีช่วงนึงคลั่งเครื่องสำอางอารมณ์นี้มาก หลงความแลดูออแกนิค แพกเกจคลีนๆ ดูมินิมอลน่าใช้ไปหมด ใช้แล้วโอเคค่ะ ไม่ได้มีคุณสมบัติอะไรมาก แต่ฉีดแล้วผิวสดชื่น อ่อนโยน ที่สำคัญกลิ่นหอมทำให้เรามีกำลังใจทาสกินแคร์ในขั้นตอนต่อๆไป5555
4. ใช้ออย Elemis Superfood Facial Oil

อันนี้ใช้มาหลายขวดมากๆๆ นางเป็นสกินแคร์ของฝั่งอังกฤษค่ะ ราคาไม่ถูกแต่ไม่ได้โหดมาก ประมาณ 45 ปอนด์ค่ะ (ซื้อในduty free ที่ Heathrowจะถูกกว่านี้อีก)  ถือเป็นออยขวดแรกที่ลองหลังจากศึกษามาจากที่นู่นที่นี่ผสมๆกันไป ได้ความมาว่าคนหน้ามันให้ข่มด้วยการใช้น้ำมันให้ผิวรู้ว่าไม่ต้องผลิตน้ำมันเพิ่มแล้ว ก็เลยลองเลือกๆดู พี่สาวก็แนะนำแบรนด์นี้ที่นางใช้มายาวนานละคอนเฟิร์มมากๆๆ ว่าของเค้าคุณภาพ ซึ่งจริงค่ะ ใช้3-4หยดนวดตามคลิปที่แบรนด์แปะไว้ในยูทูป ซึ่งนางบอกให้ใช้ก่อนลงสกินแคร์อื่นๆ ก็เลยทำตามนั้น (อาจจะผิด 555) พอใช้ติดต่อกันซักพักคนรอบข้างทักหมดค่ะ ว่าผิวดีขึ้น เรียบเนียนกระจ่างใส สุขภาพดีไม่มันวอก ใครมีโอกาสขอให้ลองค่ะ จริงๆที่ไทยก็มี Elemis ขายนะคะ น่าจะเป็นที่สปาของเค้าที่ St. Regis แต่เรื่องราคาไม่แน่ใจว่าโหดกว่าที่อังกฤษมากน้อยแค่ไหน
5.  Biotherm Life Plankton Essence
อันนี้เป็นผลิตภัณที่ฑ์ฮอตฮิตมากก ใช้มาหลายขวดมากๆแล้วเหมือนกัน เริ่มขวดแรกสมัยเรียนอยู่ต่างประเทศค่ะ ตอนนั้นคือ แพ้น้ำ หน้าเน่า เรียนหนัก เครียดไปหมด เลยหารีวิวอ่านไปเรื่อยๆ คนเชียร์ตัวนี้เยอะ เลยฝากเพื่อนที่กำลังบินมาให้สอยจาก King Power ใช้ไปซักพักรู้สึกได้เลยค่ะว่าหน้าอักเสบน้อยลง แต่ใช้ครั้งแรกหน้าจะร้อนๆ หยิบๆ หน่อย พอใช้อย่างต่อเนื่องคุณภาพผิวดีขึ้นค่ะ ถึงไม่ได้ช่วยเรื่องสิวอะไรโดยตรง แต่รู้สึกได้เลยว่าพอโดยรวมผิวแข็งแรง การอักเสบก็น้อยลงค่ะ มีกลิ่นน้ำหอมแปลกๆหน่อยๆ แต่ไม่แพ้ รอดดดดและดีงาม
6. Plankton Sensitive Emulsion
อันนี้เพิ่งได้แถมมาล่าสุดจากการสอย essence ด้านบนที่ King Power ตอนไปญี่ปุ่นค่ะ คือพอถึงญี่ปุ่นหน้าแห้ง ไร้ชีวิต สืบเนื่องจากการเหนื่อยจากการเดินทาง เลยลองโบกตัวนี้ดู เห้ยดีงามอ่ะ มันละมุนๆ ทาง่ายและรู้สึกได้ว่าอ่อนโยนกว่าตัว essence ค่ะ เวลาทาเจ้า essence คือต้องตบๆๆๆ จนกว่าจะซึม แต่อันนี้ไม่ต้อง เหมือนมันเคลือบไปเลย ตอนนี้ใช้โบกหลังตัว essence ค่ะเพิ่มความหนาแน่นของ plankton บนหน้า คิดว่าหมดตัว tester น่าจะไปสอยไซส์จริง
7. Clarins Double Serum
ตัวนี้สอยตามเพื่อนมา นางเรคคอมเมนว่าใช้แล้วไม่ต้องไม่ฉีดหน้าผิวอิ่มตึงฟูวว พอโดนสิงก็เริ่มไปศึกษาหารีวิวอ่านดู คือคนเชียร์เยอะมากเหมือนกันเลยไปตำตาม ปรากฏว่าดีจริงๆค่ะ ใช้ละผิวฟูแน่นขึ้น เวลากดออกมาเนื้อผลิตภัณฑ์จะแยกเป็นเนื้อน้ำกับออย ต้องวนๆบนฝ่ามือผสมกันก่อนที่จะค่อยๆกดๆๆลงบนหน้า ใช้ความอุ่นบนมือกดไปจนผลิตภัณฑ์ซึมลงไปหมด มีกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ แต่ไม่ระคายเคืองใด ชอบบบบ
8. Kiehl's Nightly Refining Micro-Peel Concentrate
อันนี้ตามมาจากพี่ปูเป้ ประกอบจากการโดนขุ่นแม่ Lisa Eldridge ที่นางย้ำบ่อยๆว่า การผลัดเซลผิวเป็นเรื่องสำคัญมากกก เราจะต้องขจัดเซลล์ที่ตายแล้วออกจากผิว เพื่อไม่ให้มันสะสมจนเป็นสาเหตุของการเกิดสิว ตอนแรกก็กลัวค่ะ เพราะเป็นคนแพ้ง่าย ไม่กล้าใช้อะไรที่ผลัดเซลผิวแรงๆ อย่างพวก BHA AHA เพียวๆ แต่ก็คิดมาซักพักแล้วว่าเราก็ล้างหน้าสะอาด บางทีไม่แต่งหน้าเลยนานๆ แต่ก็ยังมีสิวอุดตัน แถมบำรุงยังไงหน้าก็ยังหมองๆ เลยเริ่มตามหาตัวผลัดเซลผิวที่อ่อนโยนและพบกับตัวนี้ที่ทำจากสารสกัดจากควินัวร์ที่เป็นsuperfood ซึ่งตอนนั้นกำลังบ้าคลั่งพอดี ตอนใช้แรกๆขอบอกเลยว่า ไม่เห็นผลอะไรเท่าไหร่เลย กลิ่นก็ตุๆ แต่อาศัยศรัทธาค่ะ 5555 ใช้มาเรื่อยๆ สังเกตุผิวอีกทีก็คือ อุดตันน้อยลง กระจ่างใส (แต่ไม่ได้ขาวขึ้นนะคะ) พอใช้เป็นระยะเวลานานๆ สิวอุดตันน้อยลงจริง ถึงไม่หมดไปแต่ก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
9. Biotherm Life Plankton Mask
อันนี้เป็นตัวแถมที่ได้มาพร้อม emulsion ซึ่งจะไปสอยไซส์จริงหลังหมดเหมือนกันนน ตอนนี้จะใช้ตัวนี้แทนมอยซ์เจอไรเซอร์อื่นๆสำหรับวันหน้าเหือดกรอบ ตื่นมาใสเด้ง เหมือนได้รับการพักผ่อนมากเต็มที่ ก่อนหน้านี้เคยใช้ sleeping mask ของลาเนจตัวดังเหมือนกัน ซึ่งก็โอเคแต่ไม่ปลื้มเท่าตัวนี้ อันนี้คือรักก
จบแล้วค่ะะ รีวิวอันยืดยาวววอันแรก จริงๆยังมีอีกส่วนคือมาส์คซึ่งก็มีส่วนเข้ามาช่วยพยุงผิวเช่นกัน และที่สำคัญคือเรื่องการดูแลตัวเองจากภายใน อย่างการดื่มน้ำให้เพียงพอ ที่เหมือนจะเป็นเรืองที่ฟังซ้ำๆแต่สำคัญมาก รวมถึงการเลือกกินอาหารที่ผ่านการปรุงแต่งน้อยๆ และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาจนจบถึงตอนนนี้ บ้ายบายยยย <3

แสดงความคิดเห็น

กระทู้นี้อนุญาตให้แสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น
คลิกเพื่อล็อกอิน

You may like