อ่านจบแล้วอย่าลืมกดรับของรางวัลด้านล่างนะจ๊ะ

เฟ้นหาสกินแคร์และเครื่องสำอางของสาวเอเชีย ตัวไหนเริ่ดสุดในปฐพี มาดู!


สวัสดีค่ะ สำหรับสาวๆ วัย 30+ นี่ต้องบอกเลยว่าเป็นวัยที่ต้องเฟ้นหาสกินแคร์และเครื่องสำอางให้เหมาะกับผิว กับวัยเพื่อช่วยลดริ้วรอย ปกปิด และเพิ่มความสวยให้ตัวเอง และเราเป็นคนเอเชียก็ต้องเลือกให้เข้ากับผิวแบบเอเชียๆ ด้วย เพื่อความสมบูรณ์แบบ อย่างเราก็ลองมาเยอะ เดี๋ยววันนี้จะมาเฟ้นหากันค่ะว่า เครื่องสำอางและสกินแคร์แบบไหนที่ใช่สำหรับผิวเอเชียๆ แบบเรา มาๆๆ เริ่มจากบำรุงผิวหน้ากันก่อน

Serum

มาเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนแรก ที่เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้หน้าของเราดีกันก่อน อะเริ่มที่การบำรุงอย่างล้ำลึกกันค่ะ ด้วย Serum เราว่าสิ่งนี้คนที่อายุมากขึ้นแล้วต้องการมันมากเลยนะคะ และด้วยสถานการณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเรื่องงาน/ความรัก นู่นนี่นั่น ก็ต้องมองหาเซรั่มที่ช่วยฟื้นฟู แต่ว่าอันไหนล่ะที่จะเหมาะกับผิวแบบเราๆ มาเริ่มกันเถอะๆ

Serum สามตัวที่เข้ารอบของเราก็มี OLAY White Radiance Cellucent White Essence Serum, Ultimate Renewal Concentrated Serum และ Hada Lobo Super Hyaluronic acid moisturing essence ค่ะ แต่ตัวที่ใช่ที่สุดก็ต้องตัวนี้เลยค่า

Ultimate Renewal Concentrated Serum (1,375 บาท) ตัวนี้เลย ขอบอกว่ายิ่งคนอายุ 30+ เนี่ยนะจะต้องนี๊ดนาง เราแนะนำเลยค่ะ อาจเป็นเพราะเป็นเซรั่มสูตรเข้มข้นจากญี่ปุ่นก็ได้นะ มีความคนเอเชียเข้าคนเอเชียด้วยกัน

-สิ่งแรกที่ชอบนางก็คือ นางซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ไวดี ผิวก็เลยไม่เหนียวเหนอะหนะกวนใจ

-สิ่งที่สองที่ชอบก็คือ เห็นผลไวดีค่ะ 2 อาทิตย์ก็เริ่มสังเกตได้แล้วค่ะ ว่าผิวชุ่มชื้นขึ้น ขาวขึ้น รอยจางลง จะริ้วรอยแนวนอน ตั้ง ลึกก็ดูจางลงค่ะงานนี้ (ก็คือพวกริ้วรอยตรงหน้าผาก ร่องแก้ม ตีนกา บลาๆ ที่เกิดกับหน้าเราต่างๆ นาๆ) อาจเป็นเพราะว่ามีสารสกัดจากถั่วเหลือง โสม 5 ใบ แล้วก็เซอรามายด์ ก็ได้นะ คือสารสกัดพวกนี้ก็ช่วยในเรื่องริ้วรอยอยู่แล้วล่ะ เลิฟ

-สิ่งที่สามที่ชอบ คือความคุ้มค่า ขวดนี้ซื้อมาใช้ได้นานหลายเดือนเลยค่ะผลลัพธ์ก็มาเป็นที่น่าพอใจ เมื่อเทียบกับระยะเวลาที่ใช้และผลลัพธ์ มันก็เลยรู้สึกว่าคุ้มค่าควรซื้อมาใช้อย่างต่อเนื่องเลยค่ะ


ส่วน OLAY White Radiance Cellucent White Essence Serum (1,199 บาท) ตัวนี้ก็โอเคเลยค่ะ ใช้แล้วผิวขาวขึ้น จุดด่างดำดูจางลง แต่ต้องใช้เวลาหน่อย เนื้อ Serum ก็ซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ดีแต่ไม่เท่า Oriental Princess เลยค่ะ แต่ในวัย 30+ แบบนี้ที่ต้องการอะไรที่มากกว่าขาวตัวนี้ก็เลยเป็นรองค่ะ

ส่วนตัวนี้ Hada Labo Super Hyaluronic acid moisturing essence (ราคา 690 บาท) ก็เป็นตัวช่วยในเรื่องของความชุ่มชื้น ใช้แล้วผิวรู้สึกชุ่มชื้นขึ้นจริง แม้เนื้อมันจะซึมเข้าสู่ผิวช้ากว่าตัวอื่น แต่ถ้าใช้เฉพาะกลางคืนก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ก็อย่างว่าวัย 30+ ต้องการอะไรที่มากกว่านี้ ถึงแม้ความชุ่มชื้นช่วยในเรื่องแก่ก่อนวัย แต่ก็แค่ส่วนหนึ่ง

Sunscreen

แสงแดดตัวการสำคัญที่ทำให้ผิวเราแก่!! เพราะฉะนั้นเราจะต้องปกป้องผิวจากแสงแดด เราว่ามันสำคัญมากๆๆๆ เราอยากให้ผู้หญิงทุกคนทากันแดด ใส่ใจกับขั้นตอนนี้กันสักหน่อย เพราะไม่ใช่แค่ความแก่ของผิวหรอกนะคะ จุดด่างดำ ฝ้า กระ ก็จะมาเยือนเหมือนกันนะคะ ป้องกันไว้ก่อนดีที่สุด เห็นด้วยไหมคะ? 

ตั้งแต่ใช้กันแดดมา 3 ตัวนี้มาวินสุดสำหรับเราแล้วล่ะ นี่เลย ๆ biore uv aqua rich watery essence spf 50 pa+++, Shiseido Anessa Perfect UV Sunscreen SPF 50+ PA++++ และ Za TRUE WHITE PLUS POWER BLOCK UV ค่ะ แต่ตัวที่คือที่สุด ใช้ดีสุดต้องตัวนี้เลยค่า

Shiseido Anessa Perfect UV Sunscreen SPF 50+ PA++++ (ราคา 1,300 บาท) ตัวนี้ส่วนใหญ่เราก็ฝากเพื่อน ๆ ที่ขยันไปญี่ปุ่นกันจังเนี่ยซื้อมาให้ เพราะมันถูกกว่า เชื่อว่าหลายคนก็ชอบตัวนี้กันใช่ม้า

-สิ่งแรกที่ชอบคือ เกลี่ยง่าย ซึมเข้าสู่ผิวได้ดี ไม่เหนี่ยวเหนอะหนะเลยค่ะ และไม่เป็นคราบด้วยค่า

-และสิ่งที่สองที่ชอบคือ มีความทนน้ำทนเหงื่อ


ส่วน biore uv aqua rich watery essence spf 50 pa+++ (ราคา 420 บาท) อันนี้ก็มีความป้องกันแสงแดดได้ดีเหมือนกัน อาจจะไม่เทาแต่ก็ทำได้ดีเลย แต่น่าเสียดายเราทาแล้วระหว่างวันหน้าจะมันกว่าปกติอะ ก็เลยไม่ค่อยได้ใช้

และ Za TRUE WHITE PLUS POWER BLOCK UV (ราคา 380 บาท) ตัวนี้นางทำได้ดีเรื่องความคุมความมัน คือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการคุมมันของรองพื้น แป้งเข้าไปอีก ผิวเรียบเนียนไปทั้งวันเลยค่ะเมื่อใช้ตัวนี้ แต่กลับกันแดดได้ไม่เท่าเพื่อนซะงั้น

Foundation

มาต่อกันที่ตัวช่วยสำคัญ ที่ช่วยเราปกปิดตำหนิบนใบหน้า พออายุเยอะขึ้น อะไรๆ ที่ไม่ต้องการมันก็ปรากฏบนหน้ามากขึ้น ก็ต้องมีตัวช่วยตรงนี้กันบ้าง นั่นก็คือ รองพื้น นั่นเองจ้า

และ 3 ตัวที่เราเคยใช้ก็มี laura mercier CANDLEGLOW SOFT LUMINOUS FOUNDATION, BOURJOIS healthy miix serum GEL FOUNDATION และ REVLON Colorstay Makeup Combination/Oily Skin ค่ะ จริง ๆ เคยใช้มากกว่านี้ แต่ก็มีโละๆ ทิ้งไปบ้างแล้ว ก็มีสามตัวนี้แหละที่เหลืออยู่และยังไม่หมดอายุ

รองพื้นที่เราว่าเหมาะ เราว่าใช่ ต้องตัวนี้เลยค่ะ REVLON Colorstay Makeup Combination/Oily Skin (ราคา 580 บาท) แนะนำและบอกต่ออย่างมาก มีติดตัวขาดไม่ได้เลยตัวนี้

-สิ่งแรกที่ชอบคือ เนื้อรองพื้นไม่หนามาก เกลี่ยง่าย ไม่หนักหน้า แต่สามารถปกปิดได้ที่สุดในสามตัวนี้

-สิ่งที่สองที่ชอบคือ ไม่มัน ไม่เหนี่ยวเหนอะ คุ้มมันได้ดีเลย เรียบเนียนทั้งวันอะ เห็นว่ามีอั้ยเทคโนโลยีตัวนี้ Time Release อะที่ช่วยให้มันเรียบเนียนนาน

-สิ่งที่สามที่ชอบมันก็คือ ใช้แล้วไม่เป็นขุย ไม่เป็นคราบค่ะ


ส่วน laura mercier CANDLEGLOW SOFT LUMINOUS FOUNDATION (ราคา 2,200 บาท) เนื้อรองพื้นมีความบางเบา ไม่มัน ปกปิดผิวได้ดีระดับหนึ่งแต่ไม่เท่า Revlon ค่ะ แต่เรื่องใช้แล้วผิวไม่มันเยิ้ม ความสามารถพอๆ กันค่ะ แต่ด้วยราคาที่แสนแพงนั้นทำให้เธอยังเป็นรองสำหรับเราอะนะ

และ BOURJOIS healthy miix serum GEL FOUNDATION (ราคา 620 บาท) เนื้อรองพื้นเกลี่ยง่าย แต่มีความมันกว่าตัวอื่นๆ ปกปิดดีค่ะ แต่รู้สึกว่าใช้แล้วสิวขึ้น ก็เลยวางไว้บนโต๊ะเครื่องแป้งเฉย ๆ ค่ะ

Powder

มาถึงอันที่สามแล้ว อันนี้เป็นตัวช่วยปกปิดตำหนิบนใบหน้าของเราอีกขั้นหนึ่ง นั่นก็คือ แป้ง นั่นเองค่า อันนี้ต้องเลือกกันดี ๆ หน่อย ต้องเลือกให้เข้ากับสภาพผิว สีผิว แต่จริงๆ จุดนี้ก็ต้องเลือกกันตั้งแต่รองพื้นเลย ไม่งั้นหน้าคุณอาจเทา อาจมันเยิ้ม และสิวบุกได้

ช่วงปีที่ผ่านมาแป้งที่เคยใช้และใช้อยู่ 3 ตัวก็ต้องนี่เลยค่ะ L'Oreal True Match Super-Blendable Two Way Powder Foundation, Butae Super Oil-Control Powder และ ETUDE Total Age Repair Revitalizing Royal Two Way Cake ค่ะ ทั้งสามตัวนี้ใช่ว่าจะถูกใจไปทั้งหมดนะคะ มาพูดถึงที่สุดของเรากันค่ะ ตัวนี้เลยค่ะ

L'Oreal True Match Super-Blendable Two Way Powder Foundation (ราคา 399 บาท) ตัวนี้เราว่าเหมาะกับคนเอเชียมาก ถึงจะเป็นแบรนด์ฝรั่งแต่ก็เหมาะกับคนเอเชีย ใช้ได้ ใช้ดี แนะนำเลยค่ะ

-สิ่งแรกที่ชอบเลยก็คือ เนื้อแป้งเนียนละเอียด ไม่หนักหน้า แต่ปกปิดได้ดี

-สิ่งที่ชอบอย่างที่สองคือ คุมมันได้นาน ถึงแม้ตอนเย็นจะมีเริ่มมันบ้าง แต่ตอนนั้นจะกลับบ้านแล้ว ก็ต้องเติมหน้ากันสักหน่อยอยู่แล้วอะเนอะ

-และสิ่งที่สามที่ชอบคือ มีเฉดสีให้เลือกเยอะ ใช้แล้วดูเป็นธรรมชาติ ไม่วอก ไม่เทา ไม่ลอย ก็เลยเป็นเหตุผลว่าทำไมถึงเหมาะกับคนเอเชีย โดยเฉพาะคนไทยอย่างเราๆ ที่มีสีผิวออกขาวเหลือง ไม่ขาวมากๆ


ส่วน Butae Super Oil-Control Powder (59 บาท) ตัวนี้ซื้อมาลองเพราะเห็นรีวิวว่าคุมมันดี ปกปิดดี แต่เอาจริงๆ เราว่าเฉยๆ นะ พับก็ไม่ค่อยนุ่มเท่าไร แป้งบางเบาก็เบาจริง ความรู้สึกคือ ผิวเหมือนทาแป้งฝุ่น แป้งเด็กอะไรทำนองนั้น กลิ่นหอมแรงไปหน่อย ไม่ค่อยปลื้มเท่าไรตัวนี้ ยังดีราคาไม่แพง เลยไม่โมโห คิดซะว่าซื้อมาลองใช้ให้หายสงสัย คริคริ

ส่วนอีกอัน ETUDE Total Age Repair Revitalizing Royal Two Way Cake (ราคา 880 บาท) ตัวนี้เพื่อนซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดจ้า เพื่อนมีความเป็นห่วงในผิววัย 30+ ของเรา นางก็เลยซื้อแป้งที่เป็น Age Repair แต่ทานโทษนะเพื่อนรัก แม้ว่าเธอจะซื้อเบอร์ที่เข้มสุดแล้วเรายังรู้สึกว่าขาวไปสำหรับเรา ดูหน้าลอย ๆ ชอบกล อาจเป็นเพราะคนเกาหลีผิวขาวม๊ากมากก็เป็นได้เลยผลิตเฉดสีแป้งออกมาได้แบบนี้ แต่อย่างอื่นนางก็โอเคดีเลยนะคะ เนื้อแป้งละเอียด บางเบากว่า L'Oreal อีกค่ะ ก็เลยปกปิดไม่เท่าอ่ะนะ และสิ่งที่ชอบสุดคือพับของนาง มันนุ่มมากกกก ละมุนมากกก รู้สึกตอนทาได้ถนอมผิว

จบแล้วจ้าสำหรับการรีวิว และนี่ก็คือของทั้งหมดที่เราใช้แล้วเวิร์ค! ส่วนเพื่อนๆ ใช้แบบไหนแล้วชอบ ลองมาแชร์กันบ้างน้า :)

เพิ่มเพื่อน

แสดงความคิดเห็น

กระทู้นี้อนุญาตให้แสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น
คลิกเพื่อล็อกอิน

You may like