Skincare ดีที่สุดปี 2015 (ผิวผสม มันT-zone+แพ้ง่าย)

51 26

Skincare ที่ดีที่สุดสำหรับปุ้งกี๋ในปี 2015

(ขออภัยสำหรับรูปอาจจะไม่สวยงามเท่าไหร่ ฝีมือไม่ค่อยดี55)

สวัสดีจ้าาา วันนี้ปุ้งกี๋จะมาขอแบ่งปัน products ที่ปุ้งกี๋ได้ลองใช้ตลอดปี 2014-2015 แล้วคิดว่าดีที่สุดและคุ้มที่จะนำมาลองนะคะ (ลองใช้เองมาหลากหลายยี่ห้อ หมดเงินไปเยอะมากกกก แต่ที่ workจริงๆ คือเหล่านี้) ซึ่งจะมีเกี่ยวกับ Skincare, bodycare และ เกี่ยวกับเส้นผมเล็กน้อย

สำหรับใครที่มีปัญหาคล้ายๆกันอาจจะลองเก็บไปคิดแล้วศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนจะซื้อตามได้นะคะ

-ลักษณะผิวหน้า จะเป็นคนผิวผสม มัน T-zone แพ้ง่าย สิวขึ้นง่ายมาก(หากแพ้ส่วนผสมอะไรก็ตามวันรุ่งขึ้นจะมีสิวอุดตันหรือสิวอักเสบขึ้นทันทีคะ)

-สำหรับผิวกาย ตัวแห้งมาก โดยเฉพาะหัวเข่าและข้อศอก ถ้าใช้ครีมอาบน้ำที่ทำให้ผิวแห้งหรือดึง Moisturizer ออกจากผิว หลังอาบน้ำจะคันและแดง แทบอยู่ไม่ได้เลยคะ

-สำหรับเส้นผม ผมค่อนข้างแห้ง เพราะผ่านการทำสี ดัด ยืด และ ม้วนผมเป็นประจำ จึงต้องบำรุงอยู่เสมอ บวกกับเป็นคนชอบลองแชมพูใหม่ๆบางทีก็เกิดอาหารแพ้ หากแพ้จะคันและมีรังแคภายในสองสามวัน

ทุกอย่างที่จะรีวิวเป็นแค่ความรู้สึกส่วนตัวที่ได้ลองใช้ แต่ละคนอาจจะใช้ดีหรือไม่ดีต่างกันก็ลองหา sample ดูก่อนนะคะ

มาเริ่มกันเลยค่าาาา

(รูปแยกจะขอยืมมาจาก Google นะคะ เพราะจะชัดกว่า)

หมวด Haircare ก่อนนะคะ

ตัวแรกคือ แชมพู (สำหรับรังแค)

Redken Scalp Relief Dandruff Control Shampoo

(ขอเกริ่นไว้ก่อนว่าพอดีชอบลองใช้แชมพูใหม่ๆ ตามหาอะไรจะช่วยรักษาผมที่แห้งเสียของเราได้บ้าง เลยลองไปเรื่อยๆ บางทีก็แพ้บางยี่ห้อ ทำให้มีรังแค เลยได้ค้นพบยี่ห้อนี้ ว่าช่วยเรื่องรังแคดีมากๆ ซึ่งถ้าถามว่า Head & Shoulders ไม่ดีหรอ? ถูกด้วย ก็บอกได้เลยว่าดีเหมือนกัน แต่ถ้าอยากจะแบบรีบร้อน ก็แนะนำยี่ห้อนี้เลย)

เป็นแชมพูช่วยเรื่องรังแค ได้หายเร็วมากกกกกก

แต่กลิ่นจะแปลกๆนิดนึง กลิ่นเย็นๆ (แอบเหมือนยาธาตุน้ำขาว)

ตัวแชมพูเป็นสีขาวขุ่นๆ ฟองเยอะโอเค เวลาใช้ก็สบายหนังหัวดี

เวลาใช้ก็ต้องนวดนิดนึงให้ตัวยาซึมเข้าไปรักษาหนังหัวของเรา

ให้ 4/ 5

เพราะหัก ราคาค่อนข้างสูงและกลิ่นมันแปลกๆ นอกนั้นดีเริศศศศ

Kérastase Resistance Bain Force Architecte Shampoo

ตัวถัดมาเป็นของ Kérastase ยี่ห้อที่เลื่องลือเกี่ยวกับคุณภาพและราคา

ส่วนตัวใช้มาสองสามรุ่นแล้ว แต่คิดว่าสีฟ้านี้ดีที่สุด

ช่วยเรื่องผมแห้งเสียแตกปลาย กลิ่นหอมอ่อนๆ

หลังสระแล้วรู้สึกสะอาดดีและผมไม่พันกัน

ใช้คู่กับตัวหมักผมรุ่นเดียวกัน รู้สึกได้ว่าผมแตกปลายน้อยลงจริงๆ

เลยคิดว่ายี่ห้อนี้ดีมากกกกและคุ้มมากกกก

ให้ 4/ 5

หักเรื่องราคาและปริมาณให้น้อยไปนิสสสนุงงงง

Kérastase Resistance Masque Force Architecte

ตัวหมักผมรุ่นเดียวกันกับแชมพูของ Kérastase

Luxury feel มากกกก เนื่องด้วยราคา แต่ผลหลังจากใช้ที่ได้ก็ไม่ได้ทำให้เสียดายเงินแม้แต่น้อย

ใช้หมักผม 15-30นาที แล้วล้างออก

ส่วนตัวแล้วบางทีเวลาอาบน้ำจะเริ่มด้วยการสระผมก่อนแล้วหมักตัวนี้ใส่หมวกอาบน้ำคลุมผมเอาไว้

แล้วก็อาบตัว แปรงฟัน ขัดผิว etc. พอทำทุกอย่างเสร็จค่อยล้างออก

รู้สึกได้ทันทีว่าผมนุ่มมากๆ ดีงามจริงๆ

ติดอย่างเดียวว่าปริมาณให้มาน้อยมากกกก ควรใช้แต่พอดีอย่าควักเยอะเกิน

ให้ 4/ 5

หักปริมาณและราคาที่แพงงงพอตัว

LOREAL Hair Spa Deep NOURISHING Cream Bath for Dry Hair

(ตัวที่มีเป็นกระปุกใหญ่หารูปไม่เจอเลยเอารูปนี้มาแทนก่อนเนอะ)

หากช่วงไหนต้องการจะ Spa ผม บำรุงให้ความชุ่มชื้นเป็นพิเศษ ก็จะหมักผมด้วยตัวนี้

เวลากลับไทยเมื่อไหร่ ก็ชอบเข้าร้านทำผมแล้วอบไอน้ำ Spa ผม เลยแอบดูว่าเขาใช้ยี่ห้ออะไรทำให้เรา พอกลับมาเรียนต่อ ก็เลยซื้อตัวนี้กลับมาด้วย (หลายกระปุก) แล้วทำ Treatment ให้ตัวเองทุกอาทิตย์ เพราะอยุ่ที่นี่จะให้เข้าร้านทำผมทุกอาทิตย์ก็ไม่ไหว ราคาแพง แล้วผลที่ได้เหมือนกับเวลาเข้าร้านทำผมเลยอะ แต่ประหยัดกว่า เลยคิดว่าดีงามจริงๆ

นำมาหมักผม 30-45นาที ถ้ามีหมวกอบไอน้ำใช้ร่วมด้วยจะดีมาก

หลังจากนั้นล้างออก ผมจะนิ่ม มีน้ำหนัก กลิ่นหอมติดผมเลย

ให้ 5/ 5

ดีมากกกก ราคาไม่แพงมาก และ work จริงๆ

Moroccanoil Hair Treatment

สำหรับ treatment ทาหลังเป่าผมจะใช้ของ Moroccanoil

รู้สึกว่าให้ความชุ่มชื้นดีมาก และกลิ่นหอม

แต่บางคนอาจจะไม่ชอบเพราะมันหนักผมแบบเหนียวๆมันๆนิดนึง

ให้ 4.5/ 5

บางทีแอบมันนิดๆ

มาเข้าสู่หมวด Bodycare กัน

Aveeno - Skin Relief - Body Wash

เป็นสบู่อาบน้ำสูตรอ่อนโยนมากๆ เหมาะสำหรับคนผิวแห้ง

ยี่ห้อ Aveeno เขามีดังมากเรื่องรักษาคนผิวแห้งแตกกร้านมากๆ

และยังมี products อื่นๆ เช่น ครีม ทางตัว ทามือ ล้างเครื่องสำอางค์ etc.

เป็นสบู่ที่ไม่ค่อยมีกลิ่น สีใสๆ อาบแล้วรู้สึกเหมือนผิวจะนุ่มๆ

มีฟองนิดหน่อย ล้างออกง่าย ช่วยเรื่องผิวแห้งดีมาก แต่ก็ต้องทาครีมบำรุงด้วยนะ เพราะ ไม่ใช้อาบอย่างเดียวจะอยู่

ให้ 4.5/ 5

หักเรื่องอยากให้มีกลิ่นงะ

L'Occitane Almond Shower Oil

ตัวนี้ไม่พูดถึงคงไม่ได้ เพราะ หลังจากค้นพบแล้ว ไม่อาจจะเปลี่ยนใจไปไหนได้

Oil อาบน้ำของ L'Occitane กลิ่น Almond Oil

เป็นน้ำมันที่ใช้อาบน้ำหลังจากโดนน้ำจะกลายเป็นน้ำนม

มีกลิ่นหอมมากกกกกกอไก่ล้านตัว และให้ความชุ่มชื้นแบบสุดๆ

หลังอาบแล้วตัวจะนิ่มและหอมมากๆ

แต่ราคาค่อนข้างสูงเลยจะใช้สลับกับ Aveeno

(ส่วนมากจะใช้ตัวนี้ตอนเช้าเพราะได้ออกจากบ้านไปเจอผู้คนจะมีกลิ่นหอมจากตัวและผิวนิ่มมาก)

ให้ 4.9999/ 5

จำเป็นต้องหักเรื่องราคา แต่นอกนั้นสุดยอดมาก (อยากรู้ใครเป็นคนคิดค้นเนี้ยะ)

L'Occitane Almond Supple Skin Oil

Oil บำรุงผิว ของ L'Occitane กลิ่น Almond เป็นรุ่นเดียวกันกับตัวอาบน้ำ

มาในรูปแบบหัวฉีด Spray (แอบไม่ชอบหัว spray ฉีดยาก)

แต่ตัวน้ำมันมีกลิ่นหอมและซึมเร็วมากๆ ใช้ทาบริเวณที่แห้งมากๆ สักพักจะรู้สึกได้เลยว่า ความแห้งดีขึ้น (ใช้เฉพาะเวลาที่ไม่อยากให้ตัวเหนียวเกินไป) แต่ถ้าทาทั่วไปหรืออยากให้รู้สึกเหนียวๆ ก็จะใช้ของ Nivea และ Jergens

ให้ 4/ 5

ขอหักเรื่องราคาและหัวฉีดใช้ยาก แอบรำคาญ

La Roche-Posay Anthelios XL SPF 50 Spray

ครีมกันแดด เป็นอะไรที่เลือกยากมากเพราะก่อนจะซื้อหรือหาตัวที่ถูกใจ ปุ้งกี๋จะต้อง research ทุกสิ่งอย่าง ว่า มันกันแดดได้จริงไหม ทิ้งคราบขาวตามตัวไหม อุดตันไหม ซึ่งได้ค้นพบ ตัวนี้

สามารถทาได้ทั้งหน้าและตัว เนื้อครีมบางเบาและไม่เป็นคราบขาวแบบกันแดดทั่วไป

กันแดดได้จริงๆ เพราะไปปั่นจักรยานรอบเกาะ ตั้งแต่ 10 โมง ถึงบ่ายสอง ผิวไม่ burn มากเท่าใช้ยี่ห้ออื่น บวกกับได้อ่านของผู้ใช้คนอื่นเขาก็ว่ากันแดดได้ผลเช่นเดียวกัน

ล้างออกง่าย ไม่อุดตัน

ให้ 100/ 5

ดีสุดๆ ในทุกๆด้าน ไม่ขอเปลี่ยนใจไปจากเธอ

โรลออนที่ดีที่สุดของปีนี้ ยกให้..

Nivea Pearl & Beauty 24 hr anti Perspirant Roll on

เป็นโรลออนที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ช่วยเรื่องความขาวได้นิดหน่อยแต่ช่วยลดเหงื่อและกลิ่นได้ดีจริงๆ

ราคาไม่แพงและไม่ทำให้แพ้แต่อย่างใด

ให้ 5/ 5

ดีมากๆ เปลี่ยนใจไปยี่ห้ออื่นหลายทีแต่สุดท้าย ต้องกลับมาใช้ Nivea ของเขาดีจริงๆ

น้ำหอมที่ชอบที่สุดในปีนี้

Clinique Happy in Fragrances

น้ำหอมกลิ่นแบบ Unique ไม่หวานเกินไป ไม่แรงเกินไป อธิบายไม่ถูก

ใช้มาตั้งแต่ม.4 แอบเปลี่ยนใจไปยี่ห้อบ้าง แต่ยังไงหนึ่งในดวงใจก็คือ Clinique Happy

กลิ่นติดทนนาน วันไหนฉีดตัวนี้ มีแต่คนถามว่าใช้น้ำหอมของยี่ห้ออะไร หอมมาก

ให้ 5/ 5

หอมมากๆ ยังไงก็ต้องซื้อ

มาดูหมวด Skincare ผิวหน้ากันบ้างนะคะ

ต้ว Cleansing ในปีที่ผ่านมาได้ลองมามากมายแต่คัดเลือก เหลือมาแค่นี้ ที่ใช้แล้วชอบและไม่ก่อให้เกิดสิว หรืออาการแพ้นะคะ

ตัวแรก คือ ...

BIODERMA Sensibio cleansing make-up removing water

เป็น cleansing water ที่ล้างเครื่องสำอางค์ได้สะอาดหมดจด และอ่อนโยนมากๆ

เหมาะกับคนผิวหน้า sensitive และ ให้ความชุ่มชื้น

ไม่ต้องกังวลว่าจะแพ้หรืออุดตัน ปราศจากน้ำหอมและแอลกอออล์

ใช้คู่กับสำลี ปกติจะใช้สำลีประมาณ2-4แผ่น ขึ้นอยู่กับว่าแต่งหน้ามากหรือน้อย

(ส่วนมากจะหยิบใช้ฝาสีชมพูเวลารู้สึกหน้าแห้ง และ sensitive)

ให้ 4.5/ 5

ต้องหักเรื่องราคาเพราะแพงไปหน่อยถ้าเทียบกับ cleasing water ตามท้องตลาด

ตัวถัดมาเป็น ตัวรักและโปรดที่สุดดดดด

BIODERMA Sebium cleansing make-up removing water

มีช่วงหนึ่งเกิดอาการแพ้น้ำ และ ครีมหน้าใสที่ซื้อตาม Internet ทำให้สิวเห่อขึ้นเต็มหน้า

เครียดมากๆ พอไป research หาข้อมูลก็ได้ค้นพบกับ cleansing ตัวนี้ ลองใช้ประมาณ 1-2 อาทิตย์

สิวแห้งอย่างเห็นได้(แต่ก็บวกกับทายารักษาสิวด้วย) ซึ่งบางทีใช้ตัวฝาสีชมพู มันไม่ค่อยช่วยเรื่องสิวแห้งเท่าไหร่ เลยโปรดตัวนี้มากๆ ช่วงไหนมีสิวขึ้น ต้องหยิบตัวนี้มาใช้ตลอด

แต่ถ้าใครไม่ชอบ cleansing ที่มีกลิ่นน้ำหอมและทำให้หน้าแห้ง ก็ข้ามไปได้เลยคะ

ให้ 4.9999/ 5 (อีกแล้ววว)

จำเป็นจะต้องหักเรื่องราคาและน้ำหอมมมม

L'Oreal Gentle Eye Make Up Remover

หากวันไหนแต่งตาเยอะ ก็จะหยิบใช้ตัวนี้(รู้สึกเป็นน้ำๆ ไม่ได้มีน้ำมันแยกเป็นชั้นๆ เหมือนยี่ห้ออื่น)

ชอบตัวนี้เพราะหน้าปุ้งกี๋ไม่ถูกกับพวกน้ำมันล้างหน้าเป็นอันมาก เพราะทำให้เกิดสิวอุดตัน แม้กระทั่ง eye make up remover ที่มีน้ำมันก็ทำให้เกิดสิวข้าวสารแถวๆใต้ตา

เทลงบนสำลี แล้วโป๊ะสำลีไว้ 5-10 วินาทีแล้วเช็ดออกเบาๆ

เหมาะกับผิวแพ้ง่าย ไม่ระคายเคืองตาหรือทำให้แสบตา

ให้ 5/ 5

ถูกและดียังมีอยู่นะคะ

ตัวสุดท้ายในหมวด cleansing นะคะ

L'Oréal Paris Skin Perfection 3-in-1 Purifying Micellar Solution

เป็น cleansing water สำหรับ sensitive skin เหมือนกัน ซึ่งราคาไม่แพง แล้วล้างเครื่องสำอางค์หลุดออกหมด

หากช่วงไหนผิวผสมถึงธรรมดาและไม่ได้มีสิวอะไรมากนัก ก็จะหยิบใช้ตัวนี้

หมุนเวียนสลับกับ Bioderma เพราะ Bioderma ราคาค่อนข้างสูง (ไม่อยากให้หมดเร็ว55)

ให้ 4.5/ 5

หักความรู้สึกหลังใช้หนึบๆเล็กน้อย (ชอบให้หน้าตึงๆนิดๆ แต่ถ้าใครชอบให้หน้ารู้สึกชุ่มชื้นตลอดเวลาน่าจะชอบตัวนี้)

มาเข้าสู่หมวดโฟมล้างหน้า (ปกติจะใช้หลายตัวอยู่เหมือนกันหลังล้างเครื่องสำอางค์เสร็จเพื่อเป็นการล้างอีกรอบ แต่ว่ายังหายี่ห้อที่ถูกใจแบบจริงๆไม่เจอ เลยจะเอาที่ใช้ล้างปิดท้ายทุกสิ่งอย่างมาบอกละกัน)

Benzac Daily Facial Foam Cleanser

เป็นโฟมล้างหน้าที่เน้นเรื่องสิวโดยเฉพาะ!! ไม่แน่ใจว่าเมืองไทยมีขายรึเปล่า แต่มันดีจริงๆ

ดีที่สุดตั้งแต่เคยใช้โฟมล้างหน้าเกี่ยวกับสิวมา

กดออกมาจะเป็นโฟมเลย ไม่ต้องตีโฟมให้ยุ่งยาก

ผลิตโดย Galderma เป็นเครือเดียวกันกับพวกยาสิว (เช่น Benzac)

เพราะฉะนั้นมั่นใจได้เลยว่าขนาด Benzac ดีขนาดนี้ ตัวนี้ไม่ทำให้สิวขึ้นชัวร์

ใช้มาหลายขวดมากมาย ตกขวดหนึ่งไม่เกิน 300 บาท

แต่หลังล้างผิวแห้งนิดหน่อยนะ ถ้าไม่ชอบความรู้สึกแห้งตึงหลังล้างหน้า ก็ข้ามไปได้เลย

ให้ 5/ 5

ซื้อมาเรื่อยๆ ไม่เคยเปลี่ยนใจมา 4 ปีแล้ว (นานกว่าคบแฟนเก่าอีก55)

สำหรับตัวแต้มสิวก่อนล้างหน้าที่รักมากมายและดีที่สุดในปีที่ผ่านมา (หลายๆปีด้วย555)

Benzac AC 5%

ปุ้งกี๋ใช้ 5% ซึ่งต้องขอบอกไว้เลย ว่าแรงมากนะ ถ้าเพิ่งเริ่มใช้ก็ใช้แบบ % น้อยๆก่อน

แต้มก่อนจะล้างหน้า อาบน้ำ 10-20 นาที (ย้ำว่าอย่าให้นานเกินไป ไม่อย่างงั้น หน้าลอก burn นะ)

ช่วยเรื่องสิวอุดตัน สิวต่างๆที่หัวยังไม่ออกมาให้ออกมา คือดีงามพระรามแปดมากๆ

ให้ 5/ 5

เหมือนเป็นยาสามัญประจำบ้าน ต้องมีไว้ตลอด ไม่งั้นอยู่ไม่ได้จริงๆ

มาดูหมวด Mask หน้าบ้างดีกว่า.. ปุ้งกี๋เป็นคนหนึ่งที่ไม่ชอบ Sleeping mask เลย เพราะ ไม่ว่าจะลองยี่ห้อไหน สิวอุดตันขึ้นตลอด เลยขอบาย

ปีนี้จึงมี มาร์คสองตัวที่คิดว่าดีแล้วใช้แล้วเห็นผล ได้แก่

Kose Medicated Seikisho Whitening Mask

นี่คือ มาร์คดำกระชากวิญญาณ ดึงละเจ็บนิดๆ เพราะลอกทุกอย่างออกมา ไม่ว่าจะสิวเสี้ยน ขน dead skin ไฝ555 อันนี้ไม่ใช่ แต่มันดีจริงๆ เวลาลอกออกมารู้สึกสะใจมากๆ

ทาทิ้งไว้ (ให้หนานิดนึง พอจะดึงออกมาได้ ไม่ใช่ประหยัดเกิน ทาบางๆ มันก็ลอกไม่ออกน้าา)

รอให้แห้งละลอกออก ช่วยหน้าสว่างใสขึ้นด้วย นิดนุง

ให้ 4/ 5

หักเรื่องน้ำหอม และ Alcohol แต่อย่างอื่นดีมากๆ

อีกตัวหนึ่งที่คิดว่าดี เป็นแบบโคลนคะ

GLAMGLOW Youth Mud Face Mask

Mud mask ของ Glamglow มีหลายสีมากๆ แล้วแต่สภาพผิวเลยจ้าาา

มีสีดำ สีขาว สีเขียว สีส้ม เยอะแยะมากมาย ที่เคยลองก็แค่ ขาวกับดำ

ชอบสีดำเพราะในตัวโคลนมีพวกสมุนไพรและสครับ ช่วยเรื่องความขาวและนิ่มของหน้า

หลังใช้รู้สึกได้ทันที ดีจริงๆ (แต่บางคนแพ้ก็มีนะ เพราะฉะนั้นไปขอ sample ก่อน)

ควักออกมาจากกระปุกจะเป็นโคลนสีเทาเข้มๆ ทาทิ้งไว้ รอ 15-25 นาที หรือจนตัวมาร์คกลายเป็นสีเทาอ่อนทั้งหน้า จากนั้นก็เอาน้ำลูบหน้าแล้วสครับออกเบาๆ กลิ่นหอมและหน้านิ่มจริงๆ

ให้ 4.5/ 5

จำเป็นต้องหักเรื่องราคาแพงและปริมาณน้อย (ปิดกระปุกให้สนิททุกครั้งเพราะอาจจะทำให้แห้งนะ เพราะมันเป็นโคลน)

Toner ที่ดีที่สุด คือ

SK-II Facial Treatment Clear Lotion

เป็นของ SK-II ไม่มี Alcohol หรือน้ำหอม มีส่วนผสมของ AHA BHA Pitera เป็นหลักหลังใช้รู้สึกหน้าสะอาด และ ดูใสขึ้นจริงๆ

ใช้กับสำลีเช็ดหลังล้างหน้าก่อนลงครีมบำรุง

ให้ 4.5/ 5

หักขวดหนักมาก พกลำบาก กับ ราคา

Paula's Choice Skin Perfecting 2% BHA Liquid

ใช้ตัวนี้หลังจากโทนเนอร์ มันมี 1% 2% 8% แต่ปุ้งกี๋ใช้ 2%

ช่วยเรื่องสิวและความกระจ่างใสของผิว (ก็อย่างว่าเพราะมันเป็น BHA)

ใช้คู่กับสำลีเช็ดให้ทั่วใบหน้า เช็ดเสร็จแล้วทิ้งไว้ให้มันทำงาน 15-30 นาที

แล้วจากนั้นค่อยลงตัวบำรุงตัวอื่น

(จะใช้ทุกคืน 3 เดือน หยุด 1 เดือน หรือบางที อาทิตย์ละ 5 วัน)

ให้ 5/ 5

ดีมากๆสำหรับคนที่มีสิวเยอะแล้วมองหาตัวช่วยรักษาสิว (แต่กลิ่นฉุนๆนิดๆ)

หมวด Essence มีสองตัวแต่เป็นของ SK-II ทั้งคู่

ยกให้ กับ

SK-II LXP Ultimate Revival Essence

ตัวนี้แค่ packaging ก็ฟินแล้ว แต่ราคามหาโหดมากกกกกกก

ซึ่งบอกตรงๆว่าไม่ได้จำเป็นต้องซื้ออะไรแพงขนาดนี้ สามารถใช้ SK-II รุ่นธรรมดาก็ได้

แต่ที่ตัดสินใจซื้อและชอบตัวนี้ เพราะเขาว่ามี pitera เข้มข้นมากกว่าแบบธรรมดาถึง 8 เท่า

คือให้ความชุ่มชื่นแบบสุดๆ ช่วงไหนหน้าโทรมหรือแห้งเพราะยาทาสิว

จะใช้รุ่นนี้ตอนกลางคืน ตื่นขึ้นมาอีกวัน หน้า Full ใส และอิ่มน้ำมากๆ

ส่วนตัวแล้วจะไม่เหยาะกับมือแล้วตบลงบนหน้า จะเทลงบนสำลีแล้วตบเอา

ใช้เฉพาะกลางคืน เพาะเคยลองใช้ตอนเช้าแล้ว แอบทำให้หน้ามัน

ให้ 4/ 5

เพราะราคาแพงมากๆ และ หนักหนา

SK-II Facial Treatment Essence

ขอเกริ่นหน่อยว่า ถ้าพูดถึง SK-II เป็นอะไรที่ยากจะพูดยากมากเพราะ มีคนแพ้เยอะมากจริงๆ

ส่วนตัวแล้วช่วงใช้แรกๆก็มีผดขึ้นมา แต่ใช้ไปสักพักก็หาย แล้วผิวหน้ากลับดูแข็งแรงขึ้นมาและใสขึ้นมาก (ไม่ว่าจะใช้อะไรควรให้เวลากับมันอย่างน้อย 3-7 วัน ให้ผิวหน้ารับมันปรับสภาพก่อน บางทีมันไม่ชินเลย มี reaction เพราะฉะนั้นควรขอ sample หรือลองก่อนสักพัก อย่าเพิ่งทิ้งและฟันธงว่าแพ้เร็วเกินไป ไม่อย่างงั้นเปลืองเงินเปล่าๆ)

ใช้คู่กับสำลี ตัวนี้ใช้ตอนเช้า เพราะเนื้อบางเบา ใช้หลัง Toner

อาจจะมีกลิ่นตุ่นๆแต่สักพักก็จะชินไปเอง

ให้ 4.5/ 5

หักเรื่องราคา และ ขวดที่หนักพอตัว

SK-II LXP Ultimate Perfecting Cream

เป็นคนที่ใช้ moisturiser แค่ในตอนกลางคืนเท่านั้น เพราะเป็นคนหน้าค่อนข้างมัน ถ้าใช้ตอนเช้ากลัวจะทำให้รองพื้นเยิ้ม

เลือก SK-II LXP Ultimate Perfecting Cream เพราะว่ามันให้ความชุ่มชื่นจริงๆแล้วกลิ่นหอมเหมือนกุหลาบ แต่ว่าราคาสูงมากๆ (อาจจะใช้ moisturiser แบบธรรมดาก็ได้ถ้าไม่อยากลงทุนขนาดนั้น) บวกกับ packaging สวยมากๆ ดูไฮโซสุดๆ

เวลาใช้ ใช้ไม้พายตักเนื้อครีมออกมานิดเดียว (เท่าไข่มุก) แล้วจากนั้นก็ Warm ครีมเหมือน Lamer แล้วแปะๆกดๆทั่วใบหน้า ให้มันซึมเข้าหน้า กดไปเรื่อยๆ ทั่ว อย่าลืมทาบริเวณคอและหน้าอกด้วย เพราะแถวบริเวณนั้นจะเหี่ยวก่อนส่วนอื่น

ให้ 4/ 5

หักเรื่องราคาที่แพงมากๆ ซื้อ lamer ได้เลย

(ส่วนตัวแล้วเคยใช้ลาแมร์เหมือนกัน ความรู้สึกคล้ายๆกัน แต่ว่าของลาแมร์ตัวครีมเข้มสุดๆ เลยทำให้หน้าอาจจะไม่ค่อยถูกกับลาแมร์)

มาดูหมวด Serum กันบ้าง

สำหรับตัวที่ช่วยเรื่องจุดด่างดำ ขอยกให้

Shiseido White Lucent Total Brightening serum

ตัวนี้จะช่วยเรื่องจุดด่างดำให้จางลงเร็วมากๆและได้ผลจริงๆ

(ใช้มาแล้วหลายขวดแล้ว ปกติใช้สลับกับ Lancome แต่ว่าของ Shiseido นี่ดีจริงๆ

ต้องยอมรับเลยโดยเฉพาะ serum กับ mask ของ ตระกูล Shiseido White Lucent

ส่วนตัวแล้วเป็นคนที่ชอบกดสิวมากๆๆๆๆๆ เพราะไม่ชอบให้มีอะไรปูดๆนูนๆบนใบหน้าเวลาแต่งหน้าแล้วมันเห็นชัด ปกปิดไม่ได้จริงๆ แต่ไม่เคยกังวลเรื่องรอยแผลเป็นเลย เพราะว่าใช้ตัวนี้เป็นตัวช่วยตลอด ไม่เกิน 1 อาทิตย์มันจางลงจริงๆ แต่ว่าก็ต้องขึ้นอยู่กับผิวหน้าคนด้วย

(ใช้เฉพาะช่วงที่มีรอยแผลเป็นและจุดด่างดำ)

ให้ 4.8888999999/ 5

จำเป็นต้องหัก ราคา และส่วนผสมที่มี น้ำหอมและ alcohol

สำหรับเวลามีสิว (ช่วงวันนั้นของเดือนหรือแพ้อะไร) จะชอบ

Sunday Riley - Luna Retinol Night Oil

เอิ่มมม.. หน้ามันใช้น้ำมันได้หรอ? จริงๆแล้วกลัวมากๆ ก่อนจะซื้อเพราะเคยลอง พวก cleansing แบบ oil แล้วไม่รอดทุกตัว สิวกระจาย แต่ก็ศึกษาหาข้อมูลมากมายหลายเดือน จนในที่สุดก็ตัดสินใจซื้อมาลอง อธิฐานอยู่ในใจขอให้อย่าแพ้ๆ เพราะราคาสูงมากๆ

พอลองใช้สองวันเห้ยยยย.. หน้าขาวใสขึ้น สิวก็ไม่ขึ้นเพิ่ม ก็เลยใช้อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง เพราะมี retinol เป้นส่วนผสม เลยไม่อยากใช้ทุกวัน

ใช้ 2-3 หยดก็พอ ขวดหนึ่งอยู่ได้นานมากๆ มีกลิ่นสมุนไพร เป็น oil สีฟ้า

หยดใส่มือและถูๆ จากนั้นค่อยกดลงบนใบหน้า

ให้ 4/ 5 หักเรื่องราคาที่สูงและกลิ่นแรงมากกก (บางทีทาเสร็จปวดหัวเป็นลมไปเลย555 เว่อร์มากกกก)

Sunday Riley - Good Genes Treatment

เป็น serum ที่มีเสียงเล่าลือมามากมาย โด่งดังตาม โซเชี่ยล เขาว่ากันว่าเป็น All in one serum ช่วยทุกสิ่งอย่าง ผิวสีไม่สม่ำเสมอ ผิวไม่เรียบเนียน ริ้วรอย และอื่นๆอีกมากมาย

กดออกมาเป็นสีขาว เนื้อเบาๆเจลๆครีมๆ555 อธิบายไม่ถูก มีกลิ่นตะไคร้แรงมากๆ

บางคนใช้ทุกวัน แต่ปุ้งกี๋จะใช้เฉพาะช่วงที่รู้สึกหน้าเหี่ยวๆ55 หมายถึงแบบดูไม่ full ก็จะทาก่อนนอนตื่นมาหน้าตึงและเด้งมาก หรือใช้แทน mask 30 นาทีก็ได้(ถ้าไม่กลัวเปลืองนะ555)

ให้ 4/ 5

ขอหักราคาและปริมาณที่น้อย และ ไม่มีฝามาให้5555

SkinCeuticals C E Ferulic Combination Antioxidant Treatment

เป็นวิตามินซีแบบเข้มข้น ที่ใช้ทาตอนเช้า ทาแล้วไม่ทำให้หน้าหมองหรือเปลี่ยนสี และไม่รบกวนเครื่องสำอางค์ มีส่วนผสมของ antioxidant vit c vit e และอีกเยอะแยะ คือเพิ่งเริ่มใช้ก่อนปีใหม่ประมาณ 3 เดือน รู้ว่าดีมากๆ โดยเฉพาะ พวกฝ้า กระ

แต่เปิดแล้วต้องรีบใช้เพราะจะเปลี่ยนสีเร็วนิดนึง บวกกับต้องทาครีมกันแดดทุกครั้งนะ

ให้ 4.5/ 5

ชอบมากกกกแต่ต้องหักเรื่องราคาเพราะแอบแพง

Resist Pure Radiance Skin Brightening Treatment

เป็นวิตามินซีที่ใช้ในตอนกลางคืน ของป้าพอลล่าที่ถูกและดีจริงๆ

ช่วยเรื่องจุดด่างดำแต่ไม่ได้เห็นผลเร็วเท่ากับ shiseido แต่ช่วยเรื่อง anti aging ด้วย

เลยทาๆไว้ก่อน อายุก็มากแล้ว ต้องป้องกัน

ทาหลัง serum สีอาจจะแอบขาวมุกๆนิดนึง บางเบาและซึมเร็วมากๆ ความรู้สึกคล้ายๆมีอะไรเคลือบผิวอยู่

ให้ 5/ 5

ดีเริศศศศศ

สำหรับ Eye cream มีสองตัวที่คิดว่าใช้ได้ผลตามที่เคลม

Clarins Defining Eye Lift

Eye cream ตัวนี้ช่วยเรื่องความบวมได้ดีมากๆ (แต่แพนด้านี่ไม่ช่วยนะ ส่วนตัวเป็นคนตาแพนด้าแบบสุดๆเพราะเป็นภูมิแพ้ แต่ขอบอกไว้เลยว่าลองมาเกือบทุกยี่ห้อแล้ว ถูกยันแพง ไม่มีสิ่งไหนช่วยเรื่องความดำได้เลย ท้อแท้55)

ตัวครีมเป็นแบบเจลสีส้มๆ สามารถทาได้ทั้งตอนเช้าและกลางคืน

(ส่วนตัวจะทาตอนเช้ามากกว่า)

ให้ 5/ 5

ดีมากเรื่องตาบวมมม ใช้ได้ผลจริงๆ คุ้มๆ

SK-II LXP Ultimate Perfecting Eye Cream

รูปใหญ่มากต้องขออภัย5555

เรื่องใต้ตามีรอยต้องยกให้ปุ้งกี๋เลยคะ เพราะขยี้ตาทุกวันวันละ 4 ชั่วโมง เพราะเป็นภูมิแพ้

ลองใช้ตัวนี้แล้วรู้สึกว่าช่วยให้ความชุ่มชื่นและรอยขีดใต้ตาตื้นขึ้น อย่างเห็นได้ชัดเจน

แต่ต้องทากลางคืนเท่านั้นนะคะ เพราะเนื้อครีมหนักพอควร

(ส่วนตัวแล้วถ้าใช้ eye cream ที่ให้ความชุ่มชื่นมากๆแล้วไม่ถูกกับผิวหน้า จะมีสิวข้าวสารขึ้น เป็นอะไรที่น่ารำคาญมากเพราะกดก็ไม่ได้และกว่าจะหายไป แต่ใช้ตัวนี้ไม่มีสิวขึ้นเลยชอบมากๆ)

ตัวครีมสีออกเหลืองๆตักออกมานิดเดียวแล้ววอมก่อนแล้วค่อยๆนวดลงไปใต้ตา

ให้ 4.5/ 5

หักเรื่องราคาแสนแพงงงงงง

ถ้ามีเงินเหลือ แล้วอยากให้หน้ากระชับแบบ V-shape

Clarins Contouring Facial Lift

ตัวนี้จะช่วยเรื่องลดการบวมน้ำ ให้หน้าเรียวกระชับ

ส่วนตัวแล้วจะใช้แค่ช่วง ขอบคางและเหนียง เพราะ พูดตรงๆไม่กล้าทาทั่วหน้า เพราะกลัวแพ้555

รู้สึกช่วยนิดหน่อย ถ้าวันไหนกินพวกเกลือหรือผงชูรส ก็จะทากันไว้ก่อน

หน้าต้องเป๊ะ ตัวบวมไม่เป็นไร5555

ให้ 4/ 5

หักราคาและกลิ่นเหมือน้ำหอม

มาดูตัวแต้ม ฝ้ากระ

Eucerin White Therapy Spot Corrector

เมื่อก่อนไม่ชอบทากันแดดมากๆ เพราะคิดว่าพวกรองพื้นก็มี SPF แล้วจะทาอีกทำไม เนื่องด้วยหน้ามันเลยไม่อยากเพิ่มความมันให้กับหน้า แต่พอนานๆเข้า ก็เริ่มเห็นฝ้ากระขึ้น แถวโหนก แก้มและใต้ตา ในเมื่อชอบทา พวก whitening กันแดดจึงจำเป็นมากๆ

กลัวมากๆ เรื่องฝ้า เพราะรักษายากมากๆ ต้องไป IPL เผื่อให้หายขาด ซึ่งเปลืองเงินมาก

เลยพยายามแก้ให้เห็นไม่ชัดก่อน ส่วนรักษาให้หายขาดไว้ทีหลัง

ตัวนี้จะมีกลิ่นแบบแรงๆนิดนึง ไม่รู้ว่าเป็น Alcohol รึเปล่า เวลาทาจะเย็นๆแสบๆนิดๆ แต่ช่วยให้ฝ้าจางลงจริงๆ แต่ก็ไม่ได้ทำให้หายไปเลยหรอกนะ เป็นไปไม่ได้555

ให้ 4.5/ 5

ขอหักเรื่องกลิ่น

ส่วนกันแดดที่ชอบที่สุด

Eucerin Sun Face Mattifying Fluid SPF 50+

กันแดดตัวนี้กันแดดได้จริงๆแล้วก็ไม่ทำให้หน้าอุดตัน

เทออกมาจะเป็นน้ำสีเหลืองๆครีมๆ ทาๆไปจะความรู้สึกแป้งๆ แต่แอบมันเล็กน้อย(น้อยจริงๆ)

ให้ 4.5/ 5

ขอหักเรื่องกลิ่นและราคาน้าาาา

มาดูตัวแต้มสิวบ้าง

T3 mycin clindamycin lotion

สามารถใช้ยี่ห้ออะไรก็ได้ที่มีส่วนผสมของ Clindamycin แทนได้

ช่วยไม่ให้สิวของเราเกิดการติดเชื้อ ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิวอักเสบ สิวหนอง บนหน้าของเรา

เหมาะกับสิวอักเสบ แห้งเร็ว และ ช่วยให้สิวแห้งดีมาก

ให้ 5/ 5

ยี่ห้อนี้อาจจะหาซื้อยากหน่อย ไปได้มากจาก Malaysia แต่ใช้ยี่ห้ออื่นแทนได้

T3 Pimple Gel 1st Outbreak

มีส่วนผสมหลัก จาก Tea Tree Oil ก็ คือ น้ำมันที่ได้จากการกลั่นส่วนใบของต้น Tea Tree ซึ่งมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ

และมีการนิยมมาใช้ในการรักษาสิว รวมไปจนถึงอาการระคายเคืองต่างๆบนผิวหนัง

เหมือนเดิมถ้าไม่มียี่ห้อ T3 ก็ใช้ยี่ห้ออื่นแทนได้

ตัวนี้ใช้สำหรับสิวที่กำลังจะขึ้นเวลาเราจับแล้วรู้สึกว่ากำลังจะมีสิวขึ้นก้รีบทาไว้ลดการอักเสบข้างใน ความรู้สึกเย็นๆ

ให้ 5/ 5

ช่วยได้จริงๆ แต่บางสิวมันจะออกมาก็ไม่อาจจะห้ามได้

T3 Pimple Gel

รูปใหญ่มากกกกก 555 กลัวมองเห็นไม่ชัด ขออภัย

ช่วยรักษาการอักเสบของสิวและไม่ทำให้เกิดรอยดำ มีสาร Salicylic acid ที่ช่วยลดการอุดตันของรูขุมขน และ สาร Triclosan ที่ไปช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาสิว

และยังมี Allium Cepa Bulb Extract ที่ช่วยป้องกันแผลเป็นและรอยดำที่เกิดจากสิว

ถ้าไม่ยี่ห้อนี้ ให้หายาแต้มสิว ที่ส่วนประกอบด้วย Salicylic acid, Triclosan , Allium Cepa Bulb Extract แทนได้

ให้ 5/ 5

ดีจริงๆงะ กลิ่นแบบยาๆนิดๆ

มาดูส่วนของลิปบำรุงริมฝีปากบ้างดีกว่า

Lucas' Papaw ointment

เป็น Ointment สารพัดประโยชน์ ที่ทำมาจากมะละกอ สามารถนำมาทาปากข้อศอก หรือบริเวณที่รู้สึกแห้งได้

ใช้โบกที่ปากเวลากลางคืน ตื่นขึ้นมาลิปก็จะชุ่มชื่นไม่แห้งแตก

ให้ 5/ 5

ราคาไม่แพงและดีมากๆ

Kiehl's Lip Balm #1

ส่วนลิปบาล์มตัวนี้เป้นลิปที่เป็นตำนาน ดีที่สุด ดีมากๆ และถูกด้วย หนึ่งในดวงใจ

ไม่ว่าจะปากแห้งแค่ไหน โบกเข้าไปยังไงก็เอาอยู่

ให้ 5/ 5

แถมยังช่วยเรื่องปากคล้ำนิดหน่อย

มาถึงหมวดสุดท้ายเกี่ยวกับครีมทามือ

มือกับคอนี่เป็นอะไรที่สำคัญมาก พอๆกับหน้าเลย

เพราะว่าหากเหี่ยวหรือแก่แล้ว ไม่สามมารถ botox ได้นะจ๊ะ

เพราะฉะนั้นควรบำรุงเป็นประจำด้วย

L'Occitane Almond Delicious Hands Cream

กลื่นหอมมากๆๆๆ และให้ความชุ่มชื่นที่พอดีไม่เหนียวติดมือ

ทาหลังล้างมือเป็นประจำ

ให้ 4.5/ 5

หักเรื่องราคา

Crabtree & Evelyn 'Pomegranate, Argan & Grapeseed Oil' Ultra-Moisturising Hand Therapy

ตัวสุดท้าย เป็นยี่ห้อที่ดังเกี่ยวกับ ครีมอาบน้ำ ครีมทาตัว มีกลิ่นหอมสุด สามารถเลือกได้ตามความชอบ

ตัวนี้ได้มาเป็นของขวัญ ก็ใช้มาตลอด กลิ่นหอมติดมือแบบผลไม้ๆ

ให้ 4.5/ 5

กลิ่นแรงไปนิด ช่วงทาแรกๆ

ฝาก คลิปด้วยนะคะ

ก็หมดแล้วกับหมวด skincare นะคะ ไว้กระทู้หน้าจะมาพูดถึง Make up ที่ดีที่สุดของปี 2015

ขอบคุณที่ติดตามอ่านจนจบคะ


Chotikapk2403

Chotikapk2403

สวัสดีจ้าา ชื่อปุ้งกี๋นะจ๊ะ
อายุ 24 ปี

เป็นคนที่ชอบ เรื่องความสวยความงาม
ติดตามอ่านรีวิว และซื้อตามเพื่อทดลองเยอะมาก

จริงๆคิดว่าเปลืองเงินไหม? ไม่นะ

เพราะถือคติว่า อยากสวยต้องลงทุน

ก็เลยอยากมาแบ่งปันความคิดเห็นส่วนตัวดูบ้างจ้าา

FULL PROFILE