[[กำลังไดเอท อย่าเข้าค่ะ]] "โบ.ลาน" (Bo.lan) by DRM [@Jimlim]

ขอฝากผลงานรีวิว/วิจารณ์ ร้านอาหารด้วยนะคะ

ชอบ/ไม่ชอบ ยังไงติชมกันได้ค่ะ

ไม่เก่งเรื่องแต่งหน้า แต่เก่งเรื่องอัพภาพอาหารยั่วค่ะ ^^





ชั่งใจอยู่นานเชียวค่ะว่าจะเขียนหรือไม่เขียนถึงดี เพราะการเขียนถึงอาหารไทยก็เหมือนกับการเขียนถึงย่ายายของตัวเอง รู้ไปหมดกับอาหารต่างชาติแต่อาหารไทยกลับไม่รู้อะไรเลย ทั้งที่เป็นอาหารที่ดิฉันคุ้นชินตั้งแต่ยังนั่งเล่นดินโคลนอยู่ใต้ถุนบ้าน และเรื่องราวที่ทุกคนกำลังไล่เรียงทุกบรรทัด คืออาหารที่วนเวียนกันอยู่ในชีวิตทั้งนั้น

ประกอบกับความกลัวที่จะเกิดความเห็นจริงจังและการถกเถียงว่าอาหารไทยทำไมจึงแพงระยิบระยับขนาดนั้น (จะต้องมีแน่ๆใช่ไหมคะ) ส่วนตัวแล้วก็อยากให้ผู้อ่านทุกท่านตัดเรื่องราคาทิ้งไปก่อน มาดูในสิ่งที่ "โบ.ลาน" นำเสนอ, เจตนาที่จริงแท้ของร้านอาหารร้านนี้ และรสชาติที่ว่าเป็นดั้งเดิมจะถูกปากเราๆหรือไม่

แม้ว่าจะได้อ่านรีวิวของหลายๆท่านเกี่ยวกับร้าน 
โบ.ลาน แต่การที่จะเชื่อเลยโดยไม่ไปพิสูจน์ก็ดูจะเสียนิสัยไปหน่อย 

ภาพนี้คือ "ต้นตำหรับสายเยาวภา" ค่ะ หนังสือที่รวบรวมสูตรอาหารของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเยาวภาพงศ์สนิท ด้านในหนังสือถ้าได้เคยลองเปิดอ่านดูแล้ว จะพบว่ามีชื่อเรียกส่วนผสมที่ไม่คุ้นนัก เช่น น้ำสะเออะ, ส้มเหม็น หรือชื่อทางเคมีก็มีด้วยนะคะ แต่ใครจะมานั่งเปิดอ่านระหว่างทานอาหารล่ะคะ หนามากๆ




[บรรยากาศในร้าน]

แต่การจะบอกว่าเพราะเจอคนอื่นรีวิวก็เลยอยากไปนั้นก็ไม่ถูกนักค่ะ เพราะดิฉันเคยนั่งดูรายการทีวี "ฉันรักเมืองไทย" ตอนที่เชฟดีแลนท์ ไปตามหาน้ำตาลมะพร้าวกับคุณแอนดี้ เขมพิมุก เห็นว่าเชฟท่านนี้เปิดร้านอาหารในเมืองไทย จึงคิดว่าต้องมีดีอะไรแน่ๆ (หรือเป็นเพียงการโฆษณาชวนเชื่อกันนะ) ประกอบกับดูรายการ "กิน อยู่ คือ" ทาง TPBS มาก่อน แล้วค่อนข้างวางใจว่าวัตถุดิบในวันนี้จะต้องคัดกันมาแล้วอย่างถึงที่สุด ความอยากไปที่ร้านเริ่มตั้งแต่บัดนั้นค่ะ

จะเห็นว่าเพดานประดับด้วยกระด้งเต็มไปหมด เรือนไม้มีกลอนเกี่ยวกับการอนุรักษ์อาหารไทยอยู่รอบร้าน แต่ที่สะดุดตาดิฉัน เห็นจะเป็นชุดของบริกรนี่แหละค่ะ  ใช้เข็มขัดคุณยายด้วย น่ารักดีค่ะ


--------------------------------------------------------------------------------

* หมายเหตุ >> ข้อมูลเพิ่มเติมค่ะ

- โบ.ลาน ไม่อนุญาตให้คุณสั่งอาหารแบเดี่ยวๆคนนึง แล้วก็คอร์สอีกคนนึงนะคะ ไม่ทราบถึงเหตุผลที่แท้จริิงเหมือนกัน สันนิษฐานเอาว่าอยากให้ได้รับประสบการณ์ในอาหารไทยได้อย่างเต็มที่, หรือไม่คุ้ม? หรือมันจะเต็มโต๊ะอาหารกันแน่นะคะ

- ถ้าคุณมาเยือนที่นี่ครั้งแรก "โบ.ลาน บาลานซ์" (Bo.lan Balance) เป็นชุดอาหารที่ดิฉันเห็นว่าเหมาะสมดี เพราะคุณจะได้ทานอาหารครบทุกภาคค่ะ แต่อาหารก็เปลี่ยนแปลงไปทุกๆสามเดือน ดังนั้นอาจจะไม่ตรงกับที่ดิฉันกล่าวอีก่อไปแล้ว ถ้าคุณเผลอมาอ่านเข้าหลังจากสามเดือนต่อจากนี้

- การทานอาหารคู่กับไวน์เป็นเรื่องที่เรารับเอามาจากฝรั่ง ดิฉันมีความเห็นว่าไม่มีอะไรเข้ากับอาหารไทยได้ดีกว่าน้ำเย็นๆสักขัน แต่ถ้ามันช่วยไม่ได้ ไวน์ที่นี่มีให้คุณไม่มากนักต้องพกมาเอง รายชื่อไวน์ที่นี่มีไวน์ไทยจาก มอนสูนวัลเล่ย์ด้วยนะคะ ถ้าจะหิ้วมาเองลองเลือกไวน์ที่ติดเผ็ดร้อนพริกไทยนิดๆ ก็จะเข้ากันได้ อาหารหลากหลายทำให้ต้องใช้ไวน์หลายตัวอยู่ พิจารณาจากรสชาตินะคะ

ปล. มีไวน์เซ็ตด้วยนะคะแต่ไม่มีในภาพหรอกค่ะ ได้ดื่มราวๆ 4 แก้วซึ่งดิฉันไม่ขอพูดถึงดีกว่า


ชุดอาหารที่กำลังจะโพสต่อไปนี้ เป็นชุด โบ.ลานบาลานซ์ ประจำเดือน เมษายน - มิถุนายน 56 นะคะ ข้าวสามารถเติมได้เรื่อยๆค่ะ
 

 

อาหารทานฟรีก่อนจะเริ่มมื้ออาหารเป็นข้าวเม่าข้าวตอกค่ะ เป็นข้าวพองสัมผัสกรอบๆแห้งๆ จานเล็กทานไม่นานก็หมดแล้ว (เผลอใช้มือหยิบมาใส่ปากด้วย )

 

จะเริ่มแล้วนะคะ 

 

 

 

"ยาดองกระชายดำกับผลไม้รสเปรี้ยว"(Black Fingerroot Herbal Liquor with Sour Fruit)

 

 

ด้วยเพราะเป็นยาดองยังไงล่ะคะ เวลาดื่มเข้าไปก็จะร้อนผ่าวกันไปหมด (ถ้าไม่ดื่มแอลกอฮอล์ทางร้านจะเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นให้) รสแรง วิธีการดื่ม ไล่จากซ้ายไปขวานะคะ หนักหัวพอดู แต่อาการแบบนี้จะค่อยๆลดลงด้วยมะม่วง, ลูกหยี แล้วก็มะดันนะคะ ตัวมะดันนี่แหล่ะ ที่ดิฉันคิดว่าถอนอาการชะงัด กลับเข้าสู่ภาวะปกติอีกครั้ง เฮ้อ... = ='

 

อ้อ.. แก้วที่มีสีเขียว คือน้ำใบเตยนะคะ

 

"เริ่มแรกระเริงรส" (Bo.lan Amuse Bouche)

ประกอบด้วย 5 เมนูย่อย : ตำถั่ว, เมี่ยงมะปราง, ข้าวแรมฟืน, ยำไหลบัว และ ข้าวตังหน้าไก่ฉีก

 

ความพึงพอใจ : ★★★

 

[เริ่มแรกระเริงรส]

 

 

[ตำถั่ว]

 

 

[เมื่ยงมะปราง]

 

[ข้าวแรมฟืน]

 

[ยำไหลบัว]

 

[ข้าวตังไก่ฉีก]

 

สมัยที่เราเป็นเด็กเวลาทานอาหารเผ็ดทำไมจึงรู้สึกเผ็ดมากๆ หรือย่าก็เคยบอกว่าตอนเป็นเด็กทานอะไรก็อร่อยไปหมด นั่นก็คือลิ้นของเรายังรับรสได้ดี และความเผ็ดจะเป็นการเปิดโลกของการรับรู้รสชาติอาหารที่กว้างกว่าเดิมค่ะ จึงคิดว่าเชฟดีแลนท์ออกแบบเมนูนี้มาเพื่อให้ผู้ที่ทานอาหารได้ไล่เรียงรสชาติจากเผ็ดมากสุดไปหาน้อยสุด

 

ตำถั่วมีปลาร้าด้วยกลิ่นอบอวลอยู่ในปากพอดูค่ะ เค็มๆและเผ็ดค่อนข้างรุนแรงเรียกว่าเปิดประสาทรับรสได้เลย แต่ที่ดิฉันคุ้นมากคือข้าวแรมฟืน ที่ต่างจังหวัดของดิฉันทำได้ดีกว่านี้นะคะ (แถวบ้านน้ำจะไม่ขลุกขลิก) เมี่ยงมะปรางกลิ่นสมุนไพรกับความหวานออกกำลังดี แล้วก็ข้าวตังไก่ฉีกนี่จะไม่เผ็ดเลยกรอบๆมันๆค่ะ ยำไหลบัวเองก็น้อยไปเสียจนเกือบจับอะไรไม่ค่อยได้เลยค่ะ เป็นเมนูที่ดิฉันคิดว่าด้อยที่สุด

 

 

"จานเดี่ยวจานเดียว (ข้าวหมกปลาอินทรีย์)" (Bo.lan Single Plate of The Day)

ความพึงพอใจ : ★★★★★

ปรุงรสได้อร่อยค่ะ ตัดเค็มกำลังเหมาะ เห็นถ้วยมาเล็กๆแต่ก็ยังสัมผัสได้ถึงเนื้อปลาอินทรีย์นุ่มๆนะคะ น้ำจิ้มที่ใช้ทานคู่กับข้าวหมกนี้เป็นน้ำจิ้มที่มีรสหวานเปรี้ยว มีกลิ่นหอมของสะระแหน่แล้วก็เข้ากับความเค็มมันของข้าวได้ดีด้วยค่ะ

เริ่มเข้าสู่อาหารจานหลักแล้วค่ะ เดี๋ยวขอเบรกตรงนี้นิดนึงนะคะ

เนื่องด้วยอาหารไทยเป็นอาหารที่มีรสจัดเราจึงต้องทานกับข้าวสวยค่ะ ดังนั้นในมุมมองส่วนตัวดิฉันคิดว่ารสชาติจะย่อหย่อนไม่ได้ อย่างอาหารที่ปกติควรจะเผ็ดก็ให้อภัยกับผู้ที่ทานเผ็ดไม่ได้ (โบ.ลานเองก็บอกอย่างนั้น ฟังดูใจร้ายจังเลยนะคะ ) อย่างที่รสเผ็ดในตำถั่วที่ผ่านมาค่ะ ชาวต่างชาติต้องเผ็ดจนหลั่งน้ำตาแน่ๆ

ถ้าทานเผ็ดไม่ได้ทางร้านจะไม่ลดความเผ็ดลงแต่จะไปเสิร์ฟอย่างอื่นแทนค่ะ

 

[ข้าวกล้อง]

 

 

เพิ่มเติม >>
- ดูเหมือนว่าการให้ความสำคัญกับทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นที่มาของวัตถุดิบเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมทีเดียวนะคะ ข้าวก็ต้องบอกว่ามาจากปีใด (เหมือนไวน์เลยที่มีวินเทจ) เนื้อนี่มาจากที่นั่นที่นี่ แต่ไม่ว่าจะบอกเล่าอย่างไรอย่าหลงกลกับอาหารตรงหน้าเชียวนะคะ ถ้าทำออกมาไม่ถูกปากมันก็จบอีกนั่นล่ะค่ะ
- ก่อนจะเข้าสู่อาหารหลักต้องเลือกประเภทของข้าวค่ะ ที่นี่มีสองอย่างคือข้าวกล้องกับข้าวสวยหอมมะลิ
- บริกรที่นี่มีความรอบรู้ในอาหารที่จัดเตรียมให้ดีค่ะ การบริหารเวลาในช่วงที่แขกเต็มร้านก็ยังจัดการได้ดี อาจจะฉุกละหุกวุ่นวายไปบ้างในบางครั้ง ไหวพริบในการเลี่ยงตอบคำถามและบุคลิกก็ถือว่าดีทีเดียวค่ะ


 

"แกงเผ็ดโคราชเนื้อโคสับกำแพงแสน" (Korat Style Spicy Curry with Khampeangsean “KU” Beef)

ความพึงพอใจ : ★★

 

ถึงเครื่องแต่ไม่ถึงรสค่ะ ความเผ็ดร้อนอยู่ในระดับที่เราๆน่าจะพอรับกันไหว เนื้อโคสับไม่ได้สร้างความแตกต่างไปจากโคทั่วๆไปที่เราทานกันหรอกค่ะ (ยิ่งถ้ามีใครทานโกเบหรือมัตสึซากะมาแล้วก็ยิ่งแล้วใหญ่) พูดถึงรสชาติมีรสมันและเผ็ดที่เด่นอยู่สองอย่าง รสอื่นแทบไม่มีเลยค่ะสักนิดก็แทบจะไม่มี จนนั่งงงเลยว่านี่คือรสดั้งเดิมใช่หรือเปล่า ชอบแบบมีรสสักนิดหน่อยมากกว่าค่ะ (ดั้งเดิมแบบนี้ไม่ค่อยถูกปากและเหลือไว้เยอะเลยค่ะ คุณโบเดินมาถามเลยว่าไม่ถูกปากหรือเปล่า จะให้ตอบแบบหักหาญก็กระไร ==')

 

"พล่ากุ้งแม่น้ำอยุธยารสจัดกับตะไคร้อินทรีย์" (Grilled ‘Ayutthaya’ River Prawns Salad with Spicy Hot Chilli Jam Dressing and Lemonglass)

ความพึงพอใจ : ★★★

 

วัตถุดิบโดยหลักให้ความเป็นยำค่ะ มีพวกใบมะกรูดซอย, ตะไคร้หวานดีค่ะ ปกติถ้าซื้อมาแล้วทิ้งไว้นานความหวานกรอบจะหายไปจนจับได้ แต่ก็ยังเป็นพล่าที่ทานกับข้าวสวยแล้วความที่รสชาติไม่ค่อยจัดจะลดลงไปเยอะพอดูค่ะ กุ้งเนื้อไม่ค่อยหวานเท่าไรนักทั้งที่เขาก็บอกนะคะว่ามาจากอยุธยา (ไม่เคยทานกุ้งแม่น้ำที่อยุธยานะคะ แต่เคยทานกุ้งแม่น้ำตัวใหญ่แล้วก็เนื้อแน่นหวานกว่านี้)

 

"คอหมูคั่วเคยอันดามัน" (Stir-Fried Pork Tender with Andaman Shrimp Paste and Fresh Chilli)

ความพึงพอใจ : ★★★

 

เนื้อที่ใช้ไม่แน่นเกินไปค่ะ (ตามปกติของเนื้อสันบริเวณคอที่มีไขมัน) พริกที่ให้มาก็ใช่ว่าจะเผ็ดมากนะคะ มิติของจานนี้ก็จะมีอยู่สองอย่างคือความเค็มหอมจากเคยที่ใช้ซึ่งค่อนข้างดีแต่ก็ให้ความหนักนิดๆตามด้วยความเปรี้ยวจากมะนาวค่ะ ยังคิดว่าไม่ถูกอกถูกใจมากนัก

 

"น้ำพริกหลนผักหรูแนมหมูเปีย" (Chilli Relish of Dried Prawns Served with Abundant Local Greens, Salted Fish and Pork Stuffed in Cabbage)

ความพึงพอใจ : ★★★★★

 

หมูเปียอาจจะฟังไม่ค่อยคุ้นนะคะ ก็คือเนื้อหมู, ปลา(คาดว่าเป็นปลาอินทรีย์) สามเกลอ (รากผักชี, กระเทียม และพริกไทย) มีไข่ไก่ด้วยหรือเปล่าอันนี้ไม่ทราบจริงๆ เชฟดีแลนท์ทำหลนได้อร่อยสุดยอดเลยค่ะ จนตัดเรื่องผักเหี่ยวๆออกไปได้เลย ต้องติเรื่องของกระเจี๊ยบซึ่งเหนียวยืดเลยทีเดียว มะเขือเปราะไส้ด้านในสีคล้ำไม่น่าทานเท่าไร แต่ต้องยอมกับรสชาติของหลนที่หวานเค็มมันครบเครื่อง จนอดสงสัยว่าเชฟเค้าทำอาหารแนวครีมๆแบบนี้ได้ดีหรือเปล่าไม่ทราบนะคะ

 

"หมูหลาม" (Red Curry and Minced Pork Cooked in Bamboo)

ความพึงพอใจ : ★★★

 

พริกแกงเท่านั้นจริงๆค่ะที่ทำให้หมูหลามรู้สึกว่าต่างออกไปจากหมูยอ แล้วก็การทำให้เนื้อสุกในไม้ไผ่ มีกลิ่นหอมจากไม้ติดอยู่ที่เนื้อด้วยนะคะ เผ็ดหอมกำลังดีเลยค่ะแต่ก็นั่นล่ะค่ะ ไม่ค่อยหวือหวาอีกทั้งก็ถ้วยเล็ก

 

"น้ำแกงตามใจเลือก (ในที่นี้คือซุปหางวัวค่ะ)" (Bo.lan Soup of Your Choice)

ความพึงพอใจ : ★★★★★

 

โอ้ย อร่อยมากๆเลยค่ะ ถ้าคุณมาในร้าน โบ.ลาน เค้าจะมีน้ำแกงสองประเภทให้เลือกซึ่งดิฉันโชคดีมากสั่งซุปหางวัว อีกคนสั่งต้มยำไก่ที่มีรสชาติเผ็ดจัดและเนื้อน้ำแกงก็หลวมมาก แต่พอเป็นซุปหางวัวนี้กลับอร่อยจนอยากจะขอแล้วขออีก เนื้อส่วนหางเหลวจนจะเป็นเจลาตินเลยค่ะ แล้วกลูตามิกของมะเขือเทศก็ให้ความเอร็ดอร่อยหอมมันเค็มที่ดีมากๆ นี่คือน้ำแกงที่ทานเสริมกับอาหารหลักเองนะคะอร่อยจนลืมกับข้าวสามสี่จานตรงหน้าไปเลย

ต้องขอโทษจริงๆที่ไม่ได้ถ่ายน้ำแกงต้มยำไก่มานะคะ แต่ถ้าให้ได้คงให้ดาวเดียวพอ แย่ค่ะ

เข้าสู่ของหวานแล้วค่ะ ท้องเริ่มรับไม่ไหวแล้วค่ะ 

 

 

 

 

"ส้มฉุน" (Seasonal Local Fruit Served in Perfumed Sugar)

ความพึงพอใจ : ★★★★

 

ส้มฉุนเป็นของหวานที่ประยุกต์กันไปตามผลไม้ที่พอจะหาได้ในช่วงฤดูกาลนั้นๆค่ะ ถ้าไม่เคยทานมาก่อนก็บอกได้ว่าจะแปลกหน่อยตรงมีหอมเจียวโรยมา (แบบขนมหม้อแกงยังไงล่ะคะ) หวานหอมส้มติดจมูกค่ะ ละมุดเยลลี่ก็โอเคทีเดียวนะคะ ทานได้สบายๆ

 

ภาพนี้น่าจะบอกว่าบนโต๊ะอาหารมีอาหารที่กระหน่ำเข้ามาอย่างไม่ยั้งสำหรับสองคน บนโต๊ะแทบไม่มีที่ว่างสำหรับอย่างอื่นเลยนะคะ การเลือกไวน์ก็จะลำบากมากเพราะปกติแล้วเวลาเป็นอาหารฝรั่งเราจะทานแบบจานนี้คู่กับไวน์นี้ พอเป็นอย่างนี้ก็ชนกันมั่วไปหมด เรียกว่าการกินดื่มไปด้วยกันต้องเอาสนุกแล้วค่ะ ปวดหัวกันพอดูเลย (ที่เห็นแก้วไวน์จะเป็นไวน์ที่มีในคอร์สไวน์ต้องสั่งเพิ่มนะคะ)

 

"เต้าส่วนและมันทอด" (Sweet Mung Bean Porridge with Coconut Cream & Deep Fried Sweet Potato)

ความพึงพอใจ : ★★★

 

 

ดูจากมันทอดเห็นว่าคงซับน้ำมันออกไปเยอะมากค่ะ ตัวเต้าส่วนนั้นก็ยังธรรมดาไปค่ะรสชาติไม่ได้ต่างจากที่ทานแถวบ้านเลยค่ะ ความข้นเหนียวของแป้งก็ทำได้ดี ถั่วหอมมันค่ะ

 

"ขนมหวานอย่างแห้ง" (ฺBo.lan Dessert du Jour)

ความพึงพอใจ : ★★★★

 

 

ขนมพวกนี้เอามาดักแก่หรือเปล่านะ อิอิ พอจะเดาออกไหมคะว่ามีอะไรบ้าง ดิฉันไม่เคยทานสัมปันนีมาก่อนชอบเพราะมีความหอมกะทิค่ะ ตังเมก็อร่อยดี , ลูกหยี, กระยาสารท, สังขยา, ข้าวเกรียบว่าวมีตรงแข็งๆอีกแล้ว, วุ้น, กล้วยแขก, ขนมต้ม, ถั่วแปบ ฯลฯ เยอะไปหมดเลยค่ะ แล้วจะตัดสินยังไงล่ะ? 555

ดีไหมดิฉันว่าก็ดีนะคะ รู้สึกเหมือนกำลังวิ่งอยู่ในสนามเด็กเล่น ได้ทานอย่างละนิดละหน่อยเหมือนได้ย้อนไปในอดีตด้วย (มีใครน้ำตาซึมไหมคะเนี่ย)

ขอบคุณสำหรับการติดตามนะคะ คงหมดแล้วไม่มีอะไรจะพูดถึงเกี่ยวกับอาหารที่โบ.ลาน แล้วค่ะ

สิ่งที่จะเห็นได้จากร้าน >>

เลี่ยงการแกะสลักเป็นการจัดจานแบบสมัยใหม่ : ดิฉันคิดว่าสมัยก่อนที่เห็นตามในละครที่ต้องห่อข้าวใส่ใบบัวไปกินกันในป่าคงไม่มีใครมานั่งแกะสลัก แต่ว่านี่ก็ไม่เชิงเป็นอาหารแบบนั้นนะคะ โบ.ลาน ไม่ใช่ร้านอาหารไทยโบราณ เป็นร้านอาหารที่ขายรสชาติอาหารไทยแท้ เค้าว่าอย่างนั้นค่ะ (แล้วอาหารไทยแท้มันก็มาจากตำหรับตำราในหลายปีก่อน)

รสชาติอาหารถูกปรับปรุงผ่านการตีความของเชฟ : เห็นได้ชัดว่าส่วนใหญ่เกือบหลุดมาตรฐานไปแล้ว พูดง่ายๆก็คือไม่ถูกปากนั่นเองค่ะ แต่บางเมนูอร่อยจัดจนทำเอาสะดุ้ง เราเองก็ไม่ใช่คนยุคนั้นเลยบอกไม่ได้ว่าช่วงเวลานั้นอาหารมันเป็นแบบนี้หรือเปล่า ทราบแต่ว่าถูกปากหรือไม่ถูกปากค่ะ

เพราะทุกวันนี้อาหารก็ผิดเพี้ยนไปพอสมควร ปรับรสกันไปเรื่อยๆให้ถูกปากกับคนท้องถิ่นจนไม่ค่อยเหลือเค้าเดิมในบางเมนู กับข้าวแถวที่ดิฉันอาศัยอยู่คือพิษณุโลกก็มีหลายเจ้าที่ติดหวานมากจริงๆ แต่พัฒนาการของอาหารเหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่อยู่คู่กับอาหารไทยไป คือเราชินจนคิดว่าเป็นอาหารของเราเอง เช่นมัสมั่น หรือพริกจากโปรตุเกสค่ะ

ความพยายามในการคัดสรรวัตถุดิบ : ถ้าต้องเอาเรื่องราคามาคิดด้วยในครั้งนี้ ดิฉันก็จะต้องคิดแน่ว่าเอ... ผักแบบนี้เราปลูกได้เองที่บ้านหรือหาไม่ยากเท่าไรทำไมเมนูละตั้งหลายร้อยแพงจังเลย ความอร่อยก็ไม่ต่างกับร้านถูกๆอีกต่างหาก สิ่งที่เรามองข้ามไปก็คือความปลอดภัยและสุขภาพที่เชฟมอบให้ ความเป็นออร์แกนิคที่ร้านอาหารรุ่นใหม่ต้องให้ความสำคัญ หรือสโลว์ฟู้ดค่ะ

ฝรั่งกับอาหารไทย : ฝรั่งเองก็คิดว่าอาหารไทยเป็นอย่างที่เค้าเจอนะคะ ดังนั้นโบลานก็มีเจตนาดีที่จะนำเสนอความสำคัญเรื่องเล็กๆน้อยๆให้เขารู้ ตรงนี้ฝรั่งคงชอบมาก (ดูจากโต๊ะอื่นๆในร้าน) อย่างที่เคยเจอมาฝรั่งเค้าก็ยังไม่รู้เลยว่ายำปลาดุกฟูใช้เนื้อปลาจริงๆเพราะเขาคิดว่าเป็นเกล็ดขนมปัง เราต้องช่วยกันอธิบายในเรื่องนี้ค่ะ

ชักจะยาวแล้ว พอแค่นี้ดีกว่านะคะ ^^' เรื่องราคาในวันนี้ก็ถือว่าหนักสำหรับอาหารที่เราคุ้นชินทั้งรสชาติและราคา มาทานแบบนี้จ่ายเองคงสะอึกไปหลายวันค่ะ สวัสดีค่ะ

ว้าว ว้าว ว้าว อยากทานขนมทั้งหมดนั่นเลย ชอบขนมไทยสุดๆ เลยค่ะ

เห็นละอยากบินกลับไทยเลยทีเดียว

น้ำลายจะไหล

แสดงความคิดเห็น

Incorrect please try again