กลัวการได้ทำงาน ไม่อยากทำงาน กลัวทำไงดีคะ

 คือเราเป็นพวกที่แบบว่า อยากมีเงินใช้นะ แต่ไม่อยากทำงานเลย เพราะกลัว กลัวสังคมในการทำงาน กลัวทำงานพลาด กลัวทำไมไม่ได้ กลัวทำได้ไม่ดี กลัวมีคนอิจฉา

ถ้ามีคนสนิทๆชวนไปทำงานด้วย ก็กลัวอีก เป็นคนขี้เกรงใจไม่ค่อยพูด กลัวไปพูดผิดหูคนสนิทๆแล้วผิดใจกัน เราเป็นคนจินตนาการสูงมากเลย ชอบคิดเลยไปไกล


ตอนเด็กๆพ่อแม่เราคงเลี้ยงเราแบบลูกแหง่ จะบอกว่าจนถึงทุกวันนี้ ยังไปไหนมาไหนเองไม่ค่อยเป็นเลยค่ะ กลัวสารพัด วิตกจริต กลัวโดนรังแก กลัวตกรถเมล์ กลัวโดนข่มขืน กลัวเยอะมากก 

เพราะถ้ามีคนจะมาทำร้ายเราเราคงสู้ไม่ได้ เราสูง 151 หนัก 40 ตอนนี้จะขึ้นปีสามละ ตัวกระจิ๋ยเลยใช่มั้ยคะ


เราจะแก้นิสัยแบบนี้ได้ยังไงคะ เราอยากหายจากความคิดแบบนี้ค่ะ
 เราว่า จขกท ลองไปพบจิตแพทย์ดีมั้ยคะ คือเราไม่ได้หมายความว่า จขกทเป็นบ้า
หรือมีอาการทางจิตนะคะ แต่เราหมายถึงว่า การกลัวอะไรบางสิ่งบางอย่าง มันเป็นเรื่องของ
จิตใจ คือจขกท อาจมีอาการ วิตก หรือ อาจจะมีปมผูกมัดมาตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็ก  
เลยทำให้มีอาการ วิตลกจริต หรืออาจจะเครียดก็ได้นะคะ 
ลองไปโรงพยาบาล ขอคำปรึกษาจากจิตแพทย์ดีกว่าค่ะ มันไม่ใช่เรื่องน่าอายอะไร เพื่อที่เค้าจะได้รักษาได้นะคะ 
: )
หากจขกท ยังฝืนที่จะใช้ชีวิตในความหวาดระแวงแบบนี้ต่อไป มันจะแย่เอานะ
ต่อไปภายในอนาคต จะมีปัญหากับครอบครัว หรือการใช้ชีวิตอย่างไม่ราบเรียบ หรือ การเลี้ยงลูก นะคะ 
จขกท มีอาการกลัวเยอะมากเลย เรากลัวแค่เลือดเอง - -''
 กลับกันเรากลัวไม่มีงานทำค่ะ  
กลัวอะไรเกินไปรึป่าว เพราะความกลัวนี่แหล่ะทีทำร้ายเรานะคะ ถ้าคุณยึดติดเกินไป มัน จะทำให้เราทำอะไรไม่เปนเลย อีกทั้งเปนอุปสรรคตัอการดำเนินชีวิตด้วย ทำไมต้องกลัวคนอิจฉา ?? ถ้าเราตั้งใจทำงาน เปนเพื่อนที่ดี ต่อเพื่อนร่วมงาน ก้ไม่ต้องกลัวอะไรค่ะ ทำใจไว้เลย ว่า การไม่นินทา ไม่มีในโลก คุณไปอยู่ที่ไหนก้ต้องเจอเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว ทางเดียวที่ทำให้เราสบายใจคือ ปล่อยมันไป มันเปนเรื่องธรรมชาติ (เจอมากะตัว) เอ่อ พ่อแม่เราก้เลี้ยงเราแบบตามใจ นะคะ ตอนนี้เรา 19 ปี จะขึ้นปีสามแล้ว ปีนี้ทำงานมาสามที่แล้วด้วย คือเปนครูสอนพิเศษ ทำงานในอ อฟฟิต แล้วตอนนี้เปนประชาสัมพันธ์ในห้างแห่งหนึ่ง เปลี่ยนบ่อยมาก เพราะต้องการหาประสบการณ์ เดะเทอมหน้าต้องฝึกงานแล้ว เลยขอทำแบบจิงๆเลยดีกว่า ( เรากลัวการฝึกงานอ่ะ แงแง 555 ) จขกท. ลองเปิดใจให้กว้าง อย่าคิดเยอะ จะจิตตกปล่าวๆ นะคะ
กลัวเยอะไปมั้ยคะ เราเองก็ตัวเล็กนะ สูง 150 หนัก 40 กว่า เราว่าถ้าคุณไม่ลองคุณจะรู้เหรอว่าทำได้รึเปล่า อยากมีเงินก็ต้องทำงานค่ะ เงินมันไม่สามารถลอยมาได้ด้วยตัวเอง 

เห็นด้วยกับ คห 4ค่ะ
ทุกคนมีครั้งแรกกันทั้งนั้น อย่าไปกลัวมันเลยค่ะ 
ดูคนพิการสิขนาดเค้ามีไม่ครบ เค้ายังทำได้ เค้ายังสู้เลย 
แต่เรามีครบทุกอย่างนะจะยอมตั้งแต่ยังไมเริ่มเลยเหรอะ    

ความกลัวเป็นเรื่องปกติค่ะ

เพราะเราไม่เคยผ่านสิ่งนั้นมาก่อน เลยทำให้กลัวไปทุกอย่าง

ถ้าเราไม่เริ่มเราก็จะกลัวอยู่อย่างนี้ค่ะ

อยากให้จขกท. ใจเย็นๆ และเริ่มทำในสิ่งที่เรากลัวนะคะ

ผลลัพธ์อาจดีหรือไม่ แต่อย่างน้อยเมื่อเราได้ลองทำสักครั้งแล้ว เราก็จะหายกลัวค่ะ

ป.ล. ความกลัวเป็นสิ่งที่คนเราคิดไปเองค่ะ 
วิตกจริตจริงๆนั่นแหละค่ะ มัวแต่กลัวก็ไม่ได้ลองซักทีสิคะ แนะนำจขกท.เริ่มจลกเรื่องง่ายๆก่อน ลองหาสถานที่น่าสนใจที่ไม่เคยไป ไม่ไกลบ้านมาก หาเส้นทางรถสาธารณะ-เดินเท้า แล้วลองไปซักครั้งดูมั้ยคะ? หลงทางก็ถามคนในพื้นที่ว่ามีรถเมล์สายที่คุ้นๆผ่านมั้ย ส่วนเรื่องงาน ลองรับจ๊อบง่ายๆไรงี้ดูมั้ยคะ เวลามีงานแฟร์หรือมหาลัยเปิดสอบตรง เค้าจะต้องการคนทำงานรายวันค่ะ
เคยคิดเหมือนกันค่า และตอนนี้กำลังเริ่มงานพอดี จบใหม่ๆสดๆซิงๆ ฮ่าๆ
กลัวเหมือนน้องเลยค่ะ บ.พี่ มีเจ้านายฝรั่ง ENGทั่วบริษัท แค่ช่วงเทรนสองวันแรกก็ป๊อดมาก
กลัวทำไม่ได้ กลัวกลัวกลัว ฉันจะโง่ที่สุดไหมเนี่ย พออาทิตย์ที่2ก็หาย (เรื่องภาษานะ)
ตอนนี้กลัวเรื่องพบปะลูกค้าแทน ฮ่าๆๆ 
อย่าเพิ่งไปกลัวเลยค่ะ จริงๆนะ ((; มันไม่แย่อย่างที่คิดหรอกจ้าา
ไม่ได้มีจินตนาการสูงหรอกค่ะ ยังงี้เค้าเรียกว่าคิดมาก วิตกจริต เราก็เคยเป็นนะ แต่ตอนนั้นเราเด็กมากด้วยละ15-16ปีเองมั๊ง จกขท เป็นคนที่ไปไหนต้องไปกับเพื่อน จะทำอะไรก็ต้องมีคนไปด้วย หรือว่าเป็นคนที่จะตัดสินใจทำอะไรต้องปรึกษาคนอื่นก่อนบ้างรึป่าวค่ะ ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ทำอะไรด้วยตัวเอง เริ่มจากสิ่งเล็กๆก่อนก็ได้ค่ะ สู้ๆนะค่ะ
ลองคิดข้ามช็อตไปอีกสักหน่อยมั้ยคะ คิดถึงเวลาที่น้องเรียนจบแล้วเพื่อนๆ มีงานทำกันหมด เค้ามีเงินใช้เองและใช้ด้วยความภูมิใจ+สบายใจเพราะเป็นน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง เค้ามีสิทธิฝันถึงความก้าวหน้า แต่น้องกลับไม่มีอะไรเลย ถ้านัดเจอกันน้องจะกล้าเจอเพื่อนมั้ยคะ แรกๆ ความใกล้ชิดกันความเป็นเพื่อนกันมันยังเข้มข้นก็คงเจอเพื่อนได้อยู่ แต่นานไปน้องจะไม่เหลือใครเลยค่ะ เพราะเพื่อนๆ เค้าก็จะมีสังคมใหม่ของเค้าอาจจะไม่นึกถึงเราเท่าที่ควร หรือบางทีเค้านึกถึงเราแต่เราเองกลับจะไม่อยากเจอเค้าเพราะเราไม่มีเรื่องพูดคุยอะไรไปแลกเปลี่ยนกับเค้าเพราะชีวิตเราเหมือนเดิม เราก็เลยต้องเฟดตัวออกมา

ถึงแม้ว่าจะเกิดบนกองเงินกองทองไม่ทำก็มีกินไปตลอดชาติแต่ความภูมิใจในตัวเองจะอยู่ที่ไหนล่ะคะ การเข้าสังคมทุกสังคมมันเจอทั้งคนดีและคนไม่ดีล่ะค่ะ ในการทำงานทุกงานก็ไม่มีใครไม่เจอปัญหาหรอกค่ะ บางทีเจอปัญหาเครียดจะตายมาเจอเพื่อนๆ ก็มีปัญหาเอามาเล่าสู่กันฟังบางทีมันก็เป็นประสบการณ์นะคะ เป็นประสบการณ์ของคนที่มีสังคมน่ะค่ะ

คิดข้ามช็อตอีกนิด การเป็นลูกแหง่อยู่กับพ่อแม่ โอเค ก็อบอุ่นดี พ่อแม่เลี้ยงประคบประหงมมาขนาดนี้น้องก็คือที่สุดในใจของท่านแล้วล่ะ ถึงน้องจะไม่หางานทำ จะพึงท่านตลอดท่านก็คงไม่ว่าหรอก ยังไงๆ ก็ลูก แต่ท่านก็ต้องเป็นห่วงใช่มั้ยคะว่าถ้าไม่มีท่านน้องจะเอาตัวรอดหรือเปล่า แล้วพ่อแม่เลี้ยงลูกก็ต้องตั้งความหวังเห็นพัฒนาการของลูก ลูกได้ดีพ่อแม่ก็ชื่นใจนะคะ ถ้าน้องเข้มแข็งให้ท่านเห็น ทำงานเป็นเรื่องเป็นราว ท่านก็ภูมิใจอวดกับเพื่อนๆ ญาติๆ ได้ว่า "นี่ไงลูกฉัน"  น้องเองก็จะภูมิใจไปด้วย กรณีกลับกันถ้าน้องไม่ทำงาน ท่านอาจต้องอายญาติๆ หรือใครต่อใคร หรือไม่รู้จะทำหน้ายังไงเมื่อมีใครถามว่า "ลูกเรียนจบแล้วทำงานอะไรเหรอ" 

อย่ากลัวเลยค่ะ โลกอาจไม่สดใสแต่ก็ไม่ได้เลวร้ายไปเสียทั้งหมดหรอกนะ สู้ๆ ค่ะ ระหว่างนี้ฝึกความกล้าด้วยการเข้าสังคมกิจกรรมของมหาวิทยาลัยก่อนก็ได้นะคะ เข้าพวกชมรมต่างๆ ทำงานจิตอาสาก็ได้ เพื่อที่จะได้รู้จักอีกแง่มุมหนึ่งของชีวิต ได้ฝึกตัดสินใจ ฝึกการแก้ไขปัญหา ฝึกการรับมือกับสิ่งกระทบใจต่างๆ 
 ลองเริ่มจากความเปลี่ยนแปลงเล็กๆน้อยๆดีไหมคะ
หรือไม่ก็ลองคุยกับคุณพ่อคุณแม่ก็ได้ ให้เค้าทราบว่าไม่สบายใจเรื่องนี้อยู่
เค้าอาจจะช่วยแนะนําอะไรดีๆให้ได้นะคะ

มองโลกในแง่ดีเอาไว้ก่อนดีกว่า
มันอาจจะไม่ได้แย่แบบที่คิดก็ได้ค่ะ


ตอนจบใหม่ เรากลัวไม่มีงานทำ
พอทำงานปุ๊ป กลัวโดนประเมินได้เกรดต่ำ ต้องปั่นงานแบบทุ่มสุดชีวิต

 ขอบคุณทุกคนนะคะ เราจะพยามปรับปรุงตรงนี้ เราจะพยามมองข้ามสิ่งที่เรากลัว

อีกอย่างสิ่งที่ทำให้เรากลัวคือเด็กๆเราจะโดนคนรอบข้างแกล้ง ตลอดเลย

แถมยังเคยเกือบโดนพี่ชายข่มขืน มันคงเป็นปมฝังใจเราเล็กๆมั้งคะ

อย่ากลัวเลยคะ เพิ่งขึ้นปีสามเอง ถ้าปีสี่มีฝึกงานเราก็จะเข้าใจการทำงานมากขึ้นรู้จักสังคมการทำงาน ช่วงนี้ก็ลองไปไหนมาไหนด้วยตัวเอง อย่ากลับบ้านดึกมากถ้าดึกก็ให้ที่บ้านมารับ เพราะพี่เคยทำงานแล้วกลับดึกมาก ที่บ้านเข้าใจก็มารับอันนี้ก็จะปลอดภัย ต้องเรียนรู้คะแล้วเราจะโตขึ้น เป็นกำลังใจให้ค่ะ  

ต้องพยายามเปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อตัวเองนะคะ
มั่นใจในตัวเองไว้ค่ะ ว่าเรานี่ทั้งสวยทั้งเก่งเลยน๊า 55 (รูป จขกท.หน้าตาน่ารักจัง ) 

เริ่มจากลองฝึกทำอะไรคนเดียวให้สำเร็จ เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้ตัวเองค่ะ

โลกของคนทำงานไม่ได้น่ากลัวมากมายนะจ๊ะ
ก็เหมือนๆ กันหมดแหละค่ะ มีทั้งคนดี คนไม่ดี คนขี้อิจฉา คนมีน้ำใจ คนเรื่องมาก ฯลฯ
เราก็พยายามเรียนรู้คนเหล่านั้น และเลือกที่จะปฏิบัติต่อคนเหล่านั้นอย่างถูกวิธีค่ะ (เช่น เจอคนไม่ดี ก็พยายามอย่าไปยุ่งกะเค้ามาก ก็ช่วยได้เยอะแล้วจ้า)

สู้ๆ นะคะ 

 ลองหาเพื่อน ที่เค้าทำงาน เราก็ทำงานแล้วมีเพื่อนจะช่วยได้ ดีกว่าไปทำหัวเดียวกระเทียมลีบ 
เราก็เคยเป็น กลัวไปก่อน ลองดูนะค่ะ ถ้าเราทำงานครั้งแรก จะกลัวแบบนี้ปกติค่ะ 
จขกท น่ารักจัง
มั่นใจเข้าไว้ค่ะ ปรับเปลี่ยนทัศนคติแล้วมองตัวเองใหม่นะคะ
เราเองเมื่อก่อนก็กลัวไปซะทุกอย่าง วันๆแทบไม่เงยหน้าคุยกับใครเลยค่ะ
เดินก้มหน้าก้มตาตลอด จะไม่ชอบเวลามีใครมามอง ไม่อยากตกเป็นเป้าสายตา
ทุกวันนี้เริ่ดๆเชิดๆค่ะ มั่นใจสุดๆ สู้ๆนะคะเป็นกำลังใจให้
 ลองเอาชนะความกลัวที่ตัวเองตั้งขึ้นมานะ

ถ้า จขกท ทำได้จะมีความมั่นใจและกล้าอย่างแน่นอน....สู้ๆนะ 

ลองดูค่ะ คิดว่าเรายังมีโอกาสมากกว่าเด็กคนอื่นๆอีกเยอะนะ ที่ไม่ได้เกิดมามีโอกาสเรียน หางานทำแบบเรา ^____^  
เอาใจช่วยค่ะ
เราว่าคุณกลัวมากเกินไปนะคะ เมื่อสิบปีก่อนเรายังอยู่เมืองไทยเราก็ขี้กลัวค่ะ 

เกรงใจคนมาก พอเราได้มาเรียนต่อโทที่ต่างประเทศ เราเจออะไรสารพัดสารเพที่เราไม่ชอบ

แต่ก็ต้องทนและยอมรับมันไป เราถือคติว่าถ้าเราไม่ลงมือทำ อะไรก็ตามที่อยากได้มันจะไม่สำเร็จค่ะ

ตอนนี้เราทำงานบริษัทที่นี่ คนที่ออฟฟิตก็น่ารักดี ไม่เห็นน่ากลัวเหมือนที่เราคิดไว้เลย 

ลองเลิกนิสัยคิดไปก่อนดูนะคะ ลงมือทำเลยจะได้เรียนงานด้วย สู้สู้ค่ะ
ไม่เป็นไรนะคะ ทุกคนมีความกลัวค่ะ กลัวมากกลัวน้อยแตกต่างกันออกไป
พลอยเอง อายุ 24 สูง 155 หนัก 42

เมื่อก่อนพลอยก็เป็นคนขี้กลัวค่ะ มันเกิดจากภาวะกดดันจากพ่อ
ไม่ได้โทดว่าพ่อไม่ดีค่ะ แต่เพราะพ่อของพลอยก็ไม่สามารถหลุดพ้นจากทุกข์
เช่นนั้น จึงสร้างทุกเพิ่มขึ้น และส่งผลต่อลูก คือเรา

เราเลือกที่จะเกิดมาไม่มีทุกหรือความกลัวไม่ได้หรอกค่ะ
แต่เราสามารถขจัดมันออกไปได้ แค่ค่อยๆเพิ่มความกล้า

จำได้ว่าตอนเข้าเรียนปี 1 ผู้ปกครองไปส่งที่มหาลัยพลอยยังร้องไห้จะกลับบ้านอยู่เลย
เหมือนเด็กอนุบาลมั้ยล่ะคะ แต่ว่าตอนนี้พลอยทำงานแล้ว ครั้งแรกก็กลัวเช่นเดียวกันค่ะ
แต่ที่เรากลัวเพราะคนแบบเรามักชอบคิดไปก่อน คิดไปว่ามันจะเป็นอย่างนั้นมั้ยนะ มันจะเป็นแบบนี้หรือเปล่า
และนั่นเลยเป็นเหตุผลให้เกิดความกลัว
ในทางกลับกัน ถ้าเราคิดว่าลองทำดู อาจจะสนุกหรือมีอะไรดีๆตามมาก็ได้นะ
เราจะสบายใจขึ้น กล้าที่จะลองมากขึ้น

ค่อยๆทำ ค่อยๆปรับเปลี่ยนทัศนคติไปค่ะ อีกหน่อยก็จะดีขึ้นเอง
เป็นกำลังใจให้นะคะ ^^
สู้ๆนะคะข้ามไปให้ได้ ทุกอย่างที่คุณกลัว ไม่น่ากลัวอย่างที่คิดค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ^^
ทุกอย่างที่ จขกท พูดมาเราก็เป็นนะคะ

คนเราเมื่อมีสิ่งเปลี่ยนแแปลงก็ย่อมกลัวเป็นธรรมดา

ทางที่ดี ทำใจยอมรับในสิ่งที่จะเกิดขึ้น

อย่าเพิ่งคิดไปเอง ชีวิตมันสนุกกว่าที่คิด

สู้ๆนะคะ 
ww w.job2income.c om/?id=chokulcenter (URL ดูดีดีครับ เว้นไว้) <<< ใครสนใจและมองหางานแบบยุคสมัยให­ม่ รายได้ดี ***ลองศึกษาดูครับ  .... ติดต่อสอบถามข้อมูลต่างๆ รายละเอียดภายในเว็บครับ # อยากรวย แค่คำพูด มันก็ไม่รวยให้หลอก เราต้องก้าวหาโอกาส แล้วลงมือปฎิบัติ (อยู่ที่เราจะมองโอกาสเป็นเพียง­­­­­อากาศ หรือป่าว) วันนี้ผมเป็นผู้ให้ ให้พวกคุณรวย และ success ***** รร.ไม่เคยสอนให้เป็นเศรษฐี แต่ที่นี่เราสอนให้เป็นเศรษฐี **** ไม่มีสิ่งใดที่ทำไม่ได้ นอกเสียจากคุณไม่ได้ทำ (อายุ 16 ปี มีรายได้แล้ว 20000 up สุดยอด ชื่อนาย เด็กสวนกุหลาบ) ลองศึกษาภายในเว็บดูครับ บริษัทมีสาขาทั่วทุกภาค

แสดงความคิดเห็น

Incorrect please try again