[Review] แงะห่อ LUSH ที่ขอยกมง Miss Earth ให้เธอคนเดียว!

57 15

ฮายยยยย ซิสสสสส


มาเห่อแกะห่อที่โหดร้ายต่อใจคิสมากที่สุด เพราะกลิ่นมันหอมมากกกก


ก่อนหน้านี้คิสใช้ของ LUSH อยู่ 3 ตัว (โทนเนอร์ Tea tree, ลิปสครับ Bubblegum, ยาสีฟัน Toothy Tabs*)


*ยาสีฟันนี่คิสขาดไม่ได้ตั้งแต่จัดฟัน ทำให้ได้ซื้อมาแล้วหลายขวดเปลี่ยนไปมาระหว่างมิ้นท์(miles of smiles) และชาร์โคล(boom)


และล่าสุดคิสก็จะไปซื้อ refill ตัวยาสีฟันเม็ด+ลิปสครับที่คิสทิ้งไว้อีกบ้าน


งานงอกออกมากลายเป็นตามรูป มีแป้งฝุ่นมาด้วยอีกตัวแบบงงๆ คือไม่รู้มาก่อนว่า LUSH ทำเครื่องสำอาง เข้าร้านบ่อยมาก แต่คือไม่เคยรู้เลย สินค้าเค้ามันซุกซ่อนตัวอยู่ตามซอกหลืบเยอะมากค่ะ


แป้งนี่คิสไม่ได้เอามาเข้าเฟรมด้วย เพราะมันก็เลอะเทอะไปแล้ว คิสใช้ทุกวันเลยช่วงนี้ วางกองอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งค่ะ

และนอกเหนือจาก 6 ตัวที่คิสซื้อมารอบนี้แล้ว คิสยังมีขอเทส Fresh Face Mask ของเค้ามาด้วย 2 ตัว ปกติคือโลเลมาตลอด เอาไม่เอา เอาไม่เอา เอาไม่เอา คิดวนไปเหมือนเป็นโรค OCD


คือคิดไม่ออกจริงๆว่าควรซื้อดีมั๊ย ถ้ามันไม่ดีละ แล้วจะใช้ทันมั๊ย ฯลฯ คิดหนักยิ่งกว่าจะทำนมซะอีก เพราะมีข้อจำกัดค่อนข้างเยอะ ราคาเทียบกับปริมาณและเวลาที่ใช้งานได้ถือว่าโหดร้ายต่อใจมาก


และสลัดบาร์ของ LUSH ก็ชวนให้สับสนด้วยว่า ชั้นควรไปทางไหนดี


เอาจริงๆคิสอยากลองหมดทุกตัวค่ะ แต่ก็เกรงใจพนง. จะล้างหน้าแล้วพอกเลยตรงนั้นคิสว่า LUSH เค้าก็ยอมนะ เพราะร้านนี้คือไม่มีการชี้นำใดๆทั้งสิ้น


คือจะไม่มีการแบบเชียร์ชายแบบตัวนี้ตัวนั้น ตัวนี้ดีกว่าตัวนั้น (อย่างน้อยก็คือที่คิสเจอ พนักงานจะไม่ได้ขายด้วย mindset แบบนั้น) อยากรู้?? ลองเลยจ้าาาา ขออัญเชิญท่านขึ้นนนนสู่...ประ...รัมมมม...ม๊ะ พิธีในการทดลอง!!

คือเค้ายินดีมากๆให้คุณลอง ลองไปเลย ประมาณว่าอย่าได้จากร้านนี้ไปโดยทีคุณยังไม่ได้ลองของๆเค้า ไม่มีการมองบน มองล่าง กรอกตาซ้ายขวา มีแต่ยิ้ม นั่นเป็นเหตุผลที่คิสกล้าเข้าร้านเค้าเสมอ ถึงแม้บางทีจะ brainless อยู่ คือไม่ได้อยากได้อะไร อยากเข้าไปดม


ร้านนี้เป็นร้านที่คิสรู้สึกเหมือน Karmakamet คิสเข้าไปรับพลังงานที่คิสชอบกลับออกมาค่ะ (Karmakamet จะง่ายกว่าที่จะอุดหนุน เพราะมีคาเฟ่ด้วย คิสอยากดมนักหรอ คิสก็ซื้อชา ซื้อขนมแล้วก็ดมไปเลยชม.นึง เข้าไปสงบจิตใจด้วย)


ส่วน LUSH จะออกแนวตรงกันข้าม ถ้า Karmakamet คือสายมนตร์ดำ เน้นความเงียบ ของร้านนี้จะเป็นแนวสวนสนุก เข้าไปในร้านที่มีแต่ความสดใส มีความรักโลกตลบอบอวนอยู่ แต่ด้วยความที่กลิ่น bathbomb มันแรงกว่าเยอะ ทำให้ที่ก่อนหน้านี้คิสก็ไม่ได้สนใจอะไรมากเท่าไหร่

กว่าจะเข้าเรื่องเนอะคนเรา ก็เอาว่ามันมี 6 ชิ้น และขอมาส์กมาทดลองด้วย


ขอเริ่มเห่อที่ 2 ชิ้นที่คิสไปซื้อ refill โดยเฉพาะก่อนค่ะ


LUSH! Toothy Tabs - Dirty 

(50 g., 495 thb) 


อันนี้คือเปลี่ยนกลิ่นละ เพราะได้ยินมาว่าตัวที่เป็น body spray กลิ่น dirty มันเป็นกลิ่นที่คนวอแวกัน ซึ่ง...คิสก็ไม่รู้หรอกว่ากลิ่นสเปรย์ตัวกับยาสีฟันแบบเม็ดนี่มันจะไปด้วยกันได้มั๊ย อันนี้ ณ ตอนนี้คิสก็ยังไม่ได้ลองเลยค่ะ ยังเหลือของเก่าอยู่ไม่กี่เม็ด

แนะนำมากๆๆๆๆ สำหรับใครที่ต้องเดินทางบ่อย หรือต้องแปรงฟันระหว่างวัน คุณต้องมีจริงๆตัวนี้ คือมันสะดวกมากๆ พกอันนี้คือไม่เลอะเทอะ จบ

สำหรับ Toothy Tabs และตัวน้ำยาบ้วนปากเม็ด ทั้ง 2 ตัว คิสแนะนำให้ depot นะคะ เพราะอากาศบ้านเรามันร้อนชื้น ถ้าไม่ depot มันจะหนืบๆค่ะ คิสพกใส่กล่องคอนแทคเลนส์ พกได้ 10 เม็ด ก็ใช้ได้หลายวัน

LUSH! Lip Scrubs in Honey

(20g., 475 thb)


อันนี้ก็เป็นอีกตัวที่เปลี่ยนกลิ่น ซึ่งปรกติไม่เคยเปลี่ยนเลย ใช้แต่ bubblegum มาตลอด คือกลิ่นมันค่อนข้างแบบ...ไม่น่าใช่ทางของคิสด้วย แต่คิสชอบมาก ติดมา ซื้อซ้ำจนไม่คิดจะเปลี่ยนยี่ห้ออีกแล้วค่ะ ปากนุ๊มมม กลิ่นก็น่ากินสุดๆ

แถมตัวนี้ราคาน่าเอ็นดู ใครคิดจะเริ่มต้นความเป็น Lushies ก็มาทีตัวนี้ก่อนเลยก็ได้ ไม่ต้องไป bathbomb เสมอไป

ตัวนี้หนีจาก comfort zone จะหนีทั้งทีก็ควรหนีไปหาของใหม่เนอะ 555555 กลิ่นใหม่ๆมาเพียบเลย แล้ว lush เป็นร้านที่ชอบออกข้าวของอะไรเฉพาะเทศกาลมาตลอด ตอนที่คิสไปจะมีกลิ่น pumpkin กลิ่น fairy กลิ่นออกมาเยอะมาก

แต่ก็เลือกกลิ่นนี้มา คิดๆไป เออ ทำไมเราไม่ลองกลิ่นฟักทอง รู้สึกว่ามันเป็น limited edition อะ ตอนนี้อาจจะหมดไปแล้วก็ได้ และคิสก็ไม่แนะนำให้ซื้อตุนในบางไลน์สินค้า

(บางตัวของ lush ตุนได้ บางตัวตุนไม่ได้ บางตัวห้ามตุน ต้องใช้สกิลลูกเสือเนตรนารีมาสังเกตกันเอาเอง ถามพนักงานก็ได้ค่ะถ้ามองไม่เห็น ใครไม่กล้าซื้อของ lush เพราะกลัวหมดอายุก่อนเวลา แต่ละตัวไม่เหมือนกันนะ)

ต่อไปก็เป็นของเล่นใหม่ที่คิสไม่เคยซื้อมาก่อนละ ซึ่งขอเริ่มที่ตัวนี้ก่อนเลย เล็งมานาน ใช้ยาสีฟันแบบเม็ดแล้ว งานนี้เหมือนซื้อเหล้าแล้วไม่พ่วงโซดามาด้วย เราทำการบ้านมาก่อนละว่าจะลองเทสดู


เทสแล้วก็ยอมรับว่าเลือกตัวที่ play safe สุดก่อน เพราะถ้าบ้วนปาก คิสคงเน้นเรื่องกลิ่นให้มันสะอาด และเน้นให้แรงๆก่อนเลย ตัวนี้ลองแล้วตอบโจทย์มาก สดชื่นเหมือนโดนกดน้ำที่ไนแองการ่าค่ะ มันเฟรชมาก

LUSH! Mouthwash Tabs in Creme de Menthe

(45 g., 525 thb)


ตัวนี้คือแบบ....คิสลองก่อนตัวแรก แล้วก็ทยอยไปลองอีก 2 ตัว จำไม่ได้แล้วว่าไปโดนตัวไหน แต่คือชัดเจนเลยว่า ตัวนี้ละที่ถูกกับเราที่สุดละ ราคาจะต่างกันเล็กน้อย ของๆ lush แม้จะเป็นสินค้าชนิดเดียวกัน บางทีราคาไม่เท่ากันนะคะ เดี๋ยวบางคนจะงงว่าทำไมไปซื้อแล้วถูกกว่าละ ก็ราคาจะ range เดียวกันค่ะ

อันนี้คือคิสบื้อมากก คือชื่อมันก็บอกเนอะว่าน้ำยาบ้วนปาก คิสก็เพลินมาก เทสเพลินเลย นึกว่าทำ oil pulling เราก็อมๆ แล้วก็กลืน!! กลืนแล้วก็ยังเฉยๆด้วยนะว่าเออ เฟรชดีจริงๆ ตัวนี้ละคือคำตอบ แล้วก็...คิด...เฮ้ย ใช่หรอวะ!!

คือตายหล่าวววว กุตายแน่นวลลล ช่วยด้วยย ใกล้สุดนี่ร.พ.ตำรวจใช่มั๊ยยยย หันไปหาพนักงานแบบตาเหลือกมากว่า...พี่กลืนมันลงไป 2 เม็ด!! แล้วจะเทสก็ไม่เทสเม็ดเดียวนะ อยากจะให้มัน blasttt ให้สะใจ อัดไป 2 เม็ดให้เต็มถัง

พนักงานบอกมาด้วยเสียงเรียบเฉยว่า...อันนี้ไม่เป็นไรค่ะ ไม่เป็นอันตราย แต่ก็ควรบ้วนออกมามากกว่านะคะ

อับอายต่อหน้าธารกำนัลมาก แต่ก็เอาว่ามาบอกเล่าว่าใครที่เผลอกลืนก็ไม่ต้องกลัวค่ะ แม้ว่ามันจะมีฟองฟอดดดดก็ตาม 5555555

คือมันก็มีฟองจาก saliva (เลี่ยงบาลี ใช้คำหรูๆ) ของเรานั่นละ เพราะอันนี้ไม่ต้องใช้น้ำ หยิบเข้าปากแล้วบ้วนได้เลย สะดวกยิ่งกว่าขึ้น BTS อีก จัดไปค่ะ แต่ยังไม่ตุน อยากลองอีกหลายๆกลิ่น

LUSH! cuticle butter in Lemony Flatter

(50g., 595 thb)


อันนี้ได้มาแบบงงๆ เพราะมุมในร้านมันจะมีมุมที่มีของที่บนโลกนี้ไม่น่าจะมี คือครีมทาข้อศอก!! อะไรแบบนี้ คิดได้ไง แต่คิสก็ไม่ได้ซื้อมา ซึ่งมันเริ่ดมาก เป็นครีมทาข้อศอก ที่คิสเอาไปทาผิวที่เป็น eczema ที่คิสเป็นทั้ง 2 ข้างของแขน ไม่ใช่ขี้กลากค่ะสาบาน แต่เป็นเหมือนผิวมีปัญหา ต้องทาตัว urea 10% แล้วจะดีขึ้น

คิสก็ไม่ชอบทาอะไรที่มีสเตียรอยด์ เลี่ยงได้ก็เลี่ยง เลยปล่อยๆไป มั่นหน้าว่าเบ้าหน้าชั้นสวย ชั้นจะเป็นอะไรที่แขนบ้างก็ปล่อยๆไปเหอะ

แต่ทาตัวนั้นแล้วกลับบ้านมามันดีขั้นอะ ก็คงกลับไปเอา 55555555555

เอาละ พูดตัวไหนกันแน่ละ งงตัวเอง

อันนี้คือ 1 ในครีมที่ Lush ได้คิดค้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาให้มนุษย์มือแหกทุกคนบนโลก คิสนี่คือทำงานในครัวมาก่อน (มีใครเคยทำงานในครัวฝรั่งมั๊ย?? เผื่อจะเข้าใจความรู้สึกคิส))

คือมัน burn มาเยอะมาก minor cuts คิสโดนทุกวัน โดนเตาอบคือเรื่องธรรมดา และมือคิสสากมากๆๆๆ ทาแฮนด์ครีมไหนที่ว่าดีก็ไม่เคยดีขึ้น มันคือถาวรมาก งัดไม่ได้ค่ะเรื่องนี้ ครีมตัวนี้ก็ยังไม่รู้เลยว่าจะแก้ได้มั๊ย เพราะมันเป็นครีมทาจมูกเล็บ ที่บางคนจะเป็น จมูกเล็บมันจะเสนอหน้าขึ้นมาให้เราขัดใจและดูไม่มีความเป็นผู้ดี(แล้วที่ผ่านมามีหรอคิส??)

เอาว่าคิสทาที่ร้านแล้วฟินมาก เนื้อมัน butter มากนะคะต้องเตือนก่อน คือหนืบเหมือน nutella เลยละ หนึบมาก ทาพวกข้อศอก หัวเข่า บริเวณที่แห้งผิดปกติได้หมดค่ะ แต่เอามาใช้แทนแฮนด์ครีมนี่ไม่ค่อยแนะนำเพราะมันเข้มข้นมาก

อธิบายได้ดีที่สุดคือ nutella นะคะ ก็นึกภาพเราเอา nutella มาทาบำรุงมือกัน มันก็ไม่เหมาะเนอะ คือคิสว่าใช้ตามหน้าที่ของมันเลยค่ะ แต่อันนี้คิสทาข้อศอกที่แห้งๆสากๆแล้วมันนิ่มขึ้น ตอนนี้ก็ใช้ทุกวันค่ะ และปริมาณนี่แบบคุ้มมากๆๆๆๆ กระปุกนี้ไม่รู้จะใช้ยังไงหมด ต้องเอาไปติดต่อที่เขตบางคอแหลมค่ะว่าจะแบ่งตามสำมะโนครัวยังไงดี

((ใครชอบ LUSH! แต่ยังไม่กล้าซื้อเพราะกลัวใช้แล้วเสียง่าย แนะนำให้ Depot ค่ะ คิส Depot ออกมาเป็น 3 ตลับเล็กๆ วางไว้ตามจุดต่างๆในบ้านเหมือนยากันยุง และพกติดตัวด้วยค่ะ ส่วนกระปุกใหญ่ก็เก็บไว้ในตู้เย็น ใส่ถุงซิปล๊อคไว้ค่ะ ยืดอายุไปได้อีกยาวไกล))

มาถึงตัวที่ขอใช้คำ clique ว่า "last but not least" สักหน่อย


LUSH! Argan Naked Facial Oil

(20g., 695 thb)


ตัวนี้คิสคงแยกไปทำรีวิว เพราะตอนนี้ยังหาวิธีจัดการกับนางไม่ได้!!


คือตัวนี้เป็นกลุ่มสินค้า Naked* ซึ่งมาแบบน้องเปลือยพี่ไม่ว่า แต่ประเด็นคือน้องเป็น Argan Oil บำรุงผิวหน้าในรูปแบบก้อน ทำให้คิสคิดมาจะเดือนนึงยังคิดไม่ออกว่าจะเก็บรักษายังไงดี ใครใช้งานอยู่บอกคิสทีค่ะ อยากใช้แล้ววว 


ใครตอบว่าให้เก็บในกล่องสบู่ ไม่เอานะ 55 ขอแบบดู sleek หรือไงก็ได้ให้ดูน่าใช้

คุณสมบัตินี่คือบำรุงหน้า บำรุงได้หมด วอร์มๆแล้วประคบหรือนวดผิว แต่...ตอนนี้คือใช้ดมแทนโป๊ยเซียนค่ะ เพราะแบรนด์นี้คือทำทุกอย่างกลิ่นดีต่อใจ ใช่ต่อชีวิตทุกตัว ขนาด Argan Oil ซึ่งก็ควรมีกลิ่นน้ำมันของมัน อันนี้คิสยังไม่ได้กลิ่นนั้นนะ อาจจะต้องรอเปิดใช้วอร์มก่อนก็ได้


ตัวนี้คิสอาจจะมาเล่า Story ที่มาของวงเวียนชีวิตให้ฟังค่ะว่ามีที่มาที่ไปยังไง ทำไมคิสถึงได้รู้สึกพิเศษกับตัวนี้มากๆ

ก็หวังว่าสาวๆจะชอบเห่อ+รีวิวของร้านโปรดขึ้นแท่นแบรนด์อันดับ 1 ในใจคิสตอนนี้ไปแล้วแบบม้ามืด ก็มาถูกจังหวะด้วยที่คิสกำลังเก๊กซิมกับระบบการบริหารจัดการลูกค้าของบางร้านอยู่พอดี ต่อไปจะได้เอาเงินไปสะพัดที่ร้านอื่นบ้าง


LUSH! ไม่ใช่แบรนด์ใหม่ที่คิสรู้จัก รู้จักมานานแล้ว และก็มารู้จักมากขึ้นตอนที่แฟนคิสบอกว่าชอบแบรนด์นี้มาก แล้วก็มาเซอรไพรสอีกรอบที่เพื่อนที่ทำงานก็ดันเป็นสาวกกันอีก เลยนับเป็นอุปทานหมู่หนักมากๆจากรอบๆตัว เรียกว่าหมดตัวทั้งอำเภอ เพราะร้านเธอร้านเดียวเลยรู้ยัง 5555


ที่บอกว่าคิสชอบแบรนด์นี้ที่สุด ไม่ใช่เพราะเค้าทำสินค้าได้ดีที่สุด ถึงสินค้าเค้าจะดีจริงๆก็ตาม ดีที่สุดมันคือที่เราใช้แล้วไม่แพ้ ใช้แล้วชอบ จะแบรนด์ไหนบนโลกก็ดีที่สุดได้ทั้งนั้น แต่คิสชอบในปรัชญาของแบรนด์


ถ้าใครคุ้นเคยกับรูปกระต่ายคู่ไฝว้กันบนถุงกระดาษของ lush อาจจะทราบกันว่าเป็นสัญลักษณ์ของอะไร แต่ความจริงแบรนด์นี้ยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่าง ที่เค้าไม่ได้เอามาแปะรอบๆตัวกระต่าย เพราะมันมีเยอะมาก


ที่สำคัญคือพนักงานของ lush ที่ทำให้คิสรู้สึกดีทุกๆครั้งที่เข้าไป เป็น 1 ในไม่กี่ร้านที่คิสว่าคนไทยไปเอาเข้ามาและรักษามาตรฐานของพนักงานขายได้ระดับเดียวกับที่สาขาอื่นบนโลก คือไม่ได้ดีกว่า ไม่ได้แย่กว่า แต่คือได้มาตรฐาน (แน่นอนละว่าความอบอุ่น การได้ยินเสียงภาษาไทยมันอบอุ่นใจกว่า อย่างน้อยก็รู้ว่าก้อน Argan oil ไม่ใช่สบู่และใช้งานยังไงถึงจะเหมาะที่สุด)


เรื่องราวของ LUSH คิสก็ยังขอติดไว้อีก 2 ตัว ไว้คงได้มาพูดถึงวันหลังนะคะ


ก็ขอให้คืนนี้สาวๆนอนหลับฝันดีและตื่นด้วยความสดใสค่ะ ปีนี้ทุกเป้าหมายต้องจัดการให้ได้ เซทเป้าหมายไว้ได้แล้วก็ไปเลยค่ะ ไปนอนนะ อิอิ


^^


King of Eugenie

King of Eugenie

คิสรู้คุณรู้โลกรู้ ของดีโลกต้องรู้ :)

Line ID: kingofeugenie
FB: fb.me/911beaute

FULL PROFILE